ชัยวุฒิ บรรณวัฒนะ หารือยุทธศาสตร์ป้องกัน 5 ร้ว โดยเน้นรั้วโรงเรียนผ่านมาตรการสำรวจข้อมูลกลุ่มเสี่ยงและผู้ใช้ยา บำบัดฟื้นฟูผู้เสพ และปราบปรามผู้ค้า พร้อมจัดกิจกรรมสร้างภูมิคุ้มกันให้เยาวชน
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการให้มาตอบ กระทู้ของท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ ในคําถามที่เกี่ยวกับทางด้านเยาวชน นักเรียน นักศึกษา ว่าติดยาเสพติดหรือเกี่ยวข้องกับยาเสพติดมากขึ้นเพียงใด
ในคําถามที่ ๑ ก็ขออนุญาตเรียนนะครับว่า ในสถิติการบําบัด รักษานั้น จะมีเยาวชนตั้งแต่อายุ ๑๘-๒๔ ป้ ซึ่งรวมทั้งนักเรียนและนอกโรงเรียนประมาณ ถึง ๗๘ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเปึนสถิติซึ่งคงที่มาหลายป้นะครับ แล้วกลุ่มคนที่ติดยาเสพติด ที่มากที่สุดก็คือ คนว่างงาน กรรมกร เกษตรกรและนักเรียน นักศึกษา จะเปึนกลุ่มที่ ๔ นะครับ
สําหรับสถิติของเด็กเยาวชนซึ่งเปึนคดีเข้าไปทางสถานพินิจและคุ้มครอง เด็กและเยาวชน ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๘ ถึงป้ ๒๕๕๐ ๓ ป้ย้อนหลัง ขออนุญาตเรียนอย่างนี้ ครับว่า ป้ ๒๕๔๘ มีทั้งหมด ๖,๕๔๒ คดี ป้ ๒๕๔๙ เพิ่มเปึน ๘,๘๐๓ คดี และป้ ๒๕๕๐ ๙,๗๓๓ คดี เพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยป้หนึ่งประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ และที่พบมากที่สุดเรียง ตามลําดับก็คือ ยาบ้า สารละเหย กัญชา กระท่อม ยาเค (K) และอื่น ๆ อีกเล็กน้อยนะครับ และสภาพการติดสารเสพติดในสถานศึกษา จากที่สํารวจในป้ ๒๕๕๑ ที่ผ่านมานะครับ ทุกสถานศึกษา ทุกจังหวัดทั่วประเทศ ขออนุญาตเรียนตัวเลขนิดหนึ่งนะครับว่า แบ่งเปึน หลายส่วนก็คือ ส่วนแรก ผู้ที่เคยใช้ยาแล้วและเลิกแล้ว มี ๑,๕๖๖ คน คิดเปึนประมาณ ๐.๐๒ เปอร์เซ็นต์ ปัจจุบันนี้คนกําลังใช้ยาอยู่ประมาณ ๙๙๑ คนนะครับ ใช้ยาอยู่และ ดําเนินการบําบัดแล้ว ๙๘๔ คน และมีพฤติกรรมที่น่าสงสัยว่าจะมีส่วน ในการค้ายา ๗๙ คน แต่ที่น่าเปึนห่วงที่สุดก็คือ กลุ่มที่ติดเสพเหล้าและบุหรี่มีถึง ๑๔๒,๐๐๐ คน ซึ่งตรงนี้ทุกท่านคงทราบดีนะครับว่าจะเปึนบ่อเกิดในการที่จะขยาย ไปสู่สารเสพติดอื่น ๆ
ส่วนคําถามที่ ๒ เกี่ยวกับนโยบายด้านการช่วยเหลือของทางรัฐบาล ซึ่งท่านรองนายกรัฐมนตรีได้กรุณาเรียนเบื้องต้นแล้วนะครับว่า รัฐบาลชุดนี้ ให้ความสําคัญเรื่องนี้ และท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้ให้ยุทธศาสตร์ปัองกัน ๕ รั้ว ซึ่งรั้ว ที่สําคัญรั้วหนึ่งก็คือ รั้วโรงเรียน ทางกระทรวงศึกษาธิการเราก็รีบดําเนินการโดยเร่งด่วน โดยมีเปัาหมายใน ๒ ส่วนก็คือ เปัาหมายแรกก็คือโรงเรียนและสถานศึกษา ต้องร่วมกัน ทุกแห่งทุกระดับ ตั้งแต่ประถมศึกษาถึงอุดมศึกษา ในส่วนที่ ๒ ก็คือกําหนดกลุ่มเยาวชน ในโรงเรียนตามความเร่งด่วนนะครับ มี ๓ กลุ่ม ก็คือ กลุ่มเร่งด่วนที่สุด คือกลุ่มที่เกี่ยวข้อง กับยาอยู่ในขณะนี้นะครับ กลุ่มที่ ๒ ก็คือเร่งด่วนรองลงมาก็คือ กลุ่มเสี่ยง ซึ่งกลุ่มนี้น่าห่วง เพราะว่ามีถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์โดยเฉลี่ย และกลุ่มทั่วไปซึ่งเปึนผู้ที่ยังไม่เกี่ยวข้องกับ ยาเสพติด
โดยยุทธศาสตร์รั้วโรงเรียนที่ดําเนินการไปแล้วนี่นะครับก็คือมีอยู่ ๖-๗ ประการนะครับที่ขออนุญาตเรียนท่านประธานถึงสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับว่า
เรื่องแรก ก็คือทําการสํารวจและทําข้อมูล ๒ กลุ่มแรกก็คือ กลุ่มเสี่ยงและ กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด เพราะว่ากลุ่มนี้ต้องมีสถิติที่ชัดเจน โดยเราแจ้งกับผู้บริหาร สถานศึกษาไปนะครับว่า ถ้าพบปัญหาในโรงเรียนใดในช่วงของการสํารวจข้อมูล ยังไม่ถือ เปึนข้อบกพร่อง เพื่อเราต้องการที่จะได้ข้อมูลที่ถูกต้องชัดเจนให้มากที่สุด
เรื่องที่สอง ที่ต้องรีบดําเนินการขณะนี้ก็คือ แก้ปัญหาเร่งด่วนของ ๒ กลุ่ม ก็คือ ผู้เสพและผู้ค้า อย่างที่ทุกท่านทราบดีนะครับ ผู้เสพเราถือว่าเปึนผู้ป์วย เราต้อง ดําเนินการบําบัดฟุ๋นฟูอย่างถูกหลักถูกต้องนะครับ ส่วนผู้ค้าก็คงหลีกเลี่ยงไม่ได้นะครับ ที่จะต้องจริงจังและปฏิบัติตามกฎหมาย และร่วมมือกับส่วนราชการอื่น ๆ ที่ต้องทั้ง ปัองกันและปราบปรามอย่างเด็ดขาดนะครับ
เรื่องที่สาม ก็คือ แก้ปัญหาเรื่องกลุ่มเสี่ยง เรามีทั้งการให้จัดกิจกรรม ให้มากขึ้น รวมทั้งให้อาจารย์เข้าถึงนักเรียน ผู้ปกครอง อาจารย์ที่ปรึกษาหรือครู ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสร้างกลไกตรวจสอบดูแลและสอดส่องนะครับ
เรื่องที่สี่ ก็คือ การสร้างภูมิคุ้มกันให้กับกลุ่มสุดท้ายครับ คือกลุ่มทั่วไป เราต้องมีกิจกรรมเสริมทักษะปกติอยู่แล้วนะครับ ทั้งลูกเสือ เนตรนารี หรือกิจกรรมด้าน ศาสนา รวมทั้งมีกิจกรรมทางเลือกทั้งด้านวิชาการและพัฒนาอาชีพ และแน่นอนครับ กลไกในการที่จะช่วยกันสอดส่องดูแล
เรื่องที่ห้า ก็คือ ให้ทุกจังหวัดได้มีระบบกลไกที่จะมีกิจกรรมร่วมสนับสนุน กับส่วนราชการอื่นด้วย ไม่เฉพาะในโรงเรียนเพื่อที่จะส่งเสริมในส่วนนี้ รวมทั้ง
เรื่องที่หก คือกิจกรรมรณรงค์ที่จะให้เยาวชนและประชาชนโดยทั่วไป
ประการสุดท้ายก็คือ การเสริมความแข็งแกร่งให้กับกลไกปัองกันและแก้ไข ปัญหาในสถานศึกษา ทั้งในทุกส่วนไม่ว่าในส่วนกลาง ส่วนจังหวัด และแม้แต่ใน สถานศึกษาเองนะครับ ก็ขออนุญาตในเบื้องต้นว่า ในการจะแก้ปัญหาเหล่านี้นั้น สถานศึกษาลําพังเองนั้นคงแก้ปัญหาไม่ได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าไม่ได้รับความร่วมมือจาก ทุกฝ์ายนะครับ ไม่ว่าผู้ปกครอง ชุมชน สังคมหรือแม้แต่ส่วนอื่น ๆ เพื่อที่จะให้เยาวชนของ เราได้ห่างไกลยาเสพติดครับ ขอขอบพระคุณครับ