สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๑๙ มีนาคม ๒๕๕๒

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ หารือเรื่องการจัดซื้อครุภัณฑ์สำหรับวิทยาลัยอาชีวศึกษา โดยระบุว่ากระทรวงศึกษาธิการได้รับงบประมาณ 750 ล้านบาท และแบ่งออกเป็น 404 รายการ แต่ละรายการมีมูลค่า 1 ล้าน 6 แสนบาท, 1 ล้าน 8 แสนบาท และ 1 ล้าน 9 แสนบาท โดยกระทรวงได้สั่งการให้รัฐมนตรีช่วยว่าการตรวจสอบและดำเนินการตามระเบียบจัดซื้อจัดจ้างของราชการ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กระผมขออนุญาตชี้แจงทําความเข้าใจในประเด็นที่เพื่อนสมาชิกอภิปรายเรื่องการจัดซื้อ ครุภัณฑ์ของสํานักงานการอาชีวศึกษา แต่เพียงสังเขปสั้น ๆ ที่สุดเท่าที่จะทําได้ครับ ก่อนอื่นต้องขออนุญาตขอบคุณ คุณสุนัย จุลพงศธร ขอบคุณที่ได้กรุณาอภิปราย โดยได้พูดชัดเจนว่าไม่ได้มีอะไรติดใจอะไรสงสัยกระผมแต่อย่างใดทั้งสิ้น อย่างน้อยที่สุด ท่านคงทราบว่ากระผมไม่ได้กํากับดูแลสํานักงานการอาชีวศึกษาโดยตรง แต่ว่าอย่างไร ก็ตามในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการกระผมขออนุญาตชี้แจงทําความเข้าใจ เพื่อให้คุณสุนัยอย่างน้อยที่สุดได้เกิดความสบายใจในข้อมูลที่จะกราบเรียน รวมทั้ง พี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศด้วย สิ่งที่ขออนุญาตกราบเรียนเบื้องต้นก็คือว่า ในเรื่องของ การจัดทํางบประมาณ ความจริงงบประมาณ ๗๕๐ ล้านบาทที่จัดขึ้นเพื่อจัดซื้อครุภัณฑ์ ให้กับวิทยาลัยอาชีวศึกษา ๔๐๔ แห่งทั่วประเทศนั้นเปึนงบประมาณรายจ่ายประจําป้ ที่ได้ดําเนินการมาตั้งแต่งบประมาณป้ ๒๕๕๒ ซึ่งแน่นอนว่าต้องดําเนินการมาก่อนที่ พวกกระผมจะเข้ามาเปึนรัฐบาล อย่างไรก็ตามตรงนี้เพื่อเปึนข้อมูลเท่านั้นเองแล้วก็ได้ มีการจัดงบเปึนลักษณะงบลัมพ์ซัม (Lump sum) ๓ รายการ ที่ขออนุญาตกราบเรียนต่อ ท่านประธานและคุณสุนัยครับ เช่น

๑. จัดซื้อชุดครุภัณฑ์ปฏิบัติการวิชาชีพพื้นฐานและวิชาชีพเฉพาะ ๒๓๑ ชุด ๔๒๗ ล้านบาท แล้วก็

๒. ชุดครุภัณฑ์ปฏิบัติการวิชาชีพพื้นฐานและวิชาชีพเฉพาะ ๑๙๙ ชุด ๒๓๗ ล้านบาท

แล้วก็อันที่ ๓. ก็คือชุดครุภัณฑ์ปฏิบัติการวิชาชีพพื้นฐานและวิชาชีพ เฉพาะ ๕๔ ชุด ๘๕ ล้านบาท

รวมทั้งหมดก็หมายความว่า ๔๐๔ ชุดเปึนเงิน ๗๕๐ ล้านบาท ทีนี้สิ่งที่ ขออนุญาตทําความเข้าใจกับท่านประธานเพื่อความสบายใจก็คือว่า ทําไมอยู่ ๆ กลายมา เปึนแตกลูก กลายมาเปึนรายการละ ๑ ล้าน ๘ แสนบาท ๑ ล้าน ๙ แสนบาท เหมือน ที่คุณสุนัยได้นํามาอภิปราย ซึ่งอันนี้เปึนข้อเท็จจริงนะครับว่ามีการแตกลูกเปึน ๑ ล้าน ๖ แสนบาท ๑ ล้าน ๘ แสนบาท ๑ ล้าน ๙ แสนบาท อย่างที่ได้อภิปรายจริง ๆ นะครับแต่ว่าถึงอย่างไรก็ตาม สิ่งที่ขออนุญาตชี้แจงก็คือว่าที่มาที่ไปนั้นก็เกิดจากการที่ สํานักงบประมาณได้ทําหนังสือมาถึงสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ในเรื่องของ การระบุใบจัดสรรงบประมาณรายจ่าย ซึ่งก็ได้จัดสรรงบประมาณมา ๗๕๐ ล้านบาทนะครับ แล้วก็มีรายการประกอบการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายเมื่อวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ มาเพื่อดําเนินการ ซึ่งแน่นอนว่ากระผมยังไม่ได้เข้ามาเปึนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ แล้วก็รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นริศรา ก็ยังไม่ได้ เข้ามาเปึนรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการนะครับ โดยการจัดรายการประกอบ การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายนั้นก็มีเอกสารแตกลูกมาอย่างนี้ครับ รายการละ ๑ ล้าน ๘ แสนบาท ๑ ล้าน ๙ แสนบาท ล้านอะไรอย่างที่คุณสุนัยได้พูดนะครับ อันนี้มาจากสํานักงบประมาณเปึนผู้ดําเนินการ กระผมได้สอบถามเหตุผลเมื่อสักครู่ว่า ทําไมถึงมีที่มาที่ไปอย่างนี้ ที่มาที่ไปอย่างนี้ทางสํานักงานการอาชีวศึกษาก็ได้รายงานให้ กระผมทราบ กระผมคิดว่าขอไว้เปึนข้อมูลก็แล้วกัน ที่เปึนเช่นนั้นเหตุผลหนึ่งก็เพราะว่า ในการตั้งงบประมาณไปเบื้องต้นก่อนที่จะเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการ งบประมาณของสภาในชุดที่แล้วนั้น ปรากฏว่ามีการตั้งงบประมาณให้แต่ละวิทยาลัย ๔๐๔ แห่งนั้นเหลื่อมล้ํากันมาก บางแห่งได้ ๔ แสนบาท บางแห่งได้ ๕ แสนบาท บางแห่ง ได้ ๖ แสนบาท บางแห่ง ๓๘ ล้านบาทครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้กระมังครับ ที่เปึนที่มาที่ อาจจะทําให้สํานักงบประมาณมีความคิด แล้วก็ในที่สุดก็กลายมาเปึนหนังสือนําส่งจัดให้ เกือบใกล้เคียงกันหมด สําหรับทุกวิทยาลัยการอาชีพ อันนี้ขออนุญาตที่จะชี้แจงเปึนข้อมูล เท่านั้นเองนะครับ เพื่อให้ได้รับความสบายใจเบื้องต้น อย่างไรก็ตามสิ่งหนึ่งที่ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานก็คือว่า กระผมก็ไม่ทราบเรื่องนี้ มาก่อนล่ะครับ เพราะว่าไม่ได้กํากับดูแลโดยตรง แต่ว่าได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่า การกระทรวงศึกษาธิการ นริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ เปึนผู้กํากับดูแลสํานักงานการอาชีวศึกษา แต่ว่าผมเข้ามาเกี่ยวข้องก็เมื่อทันทีที่มีข่าวจากหนังสือพิมพ์ที่คุณสุนัยได้อภิปรายนะครับ หนังสือพิมพ์ปรากฏข่าววันพุธที่ ๔ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๒ วันที่ ๔ มีนาคมที่ผ่านมา นี่ครับ ปรากฏว่ามีข่าวในเรื่องของการจัดซื้อครุภัณฑ์ ๗๐๐ ล้านบาท ในทางที่พาดหัวว่า โวย สอศ. ส่อล็อกสเปกจัดซื้อครุภัณฑ์ ๗๐๐ ล้านบาท แล้วก็มีรายละเอียดทั้งหมด แล้วก็ บอกว่าร้องจุรินทร์ให้ช่วยเหลือแก้ไขปัญหาทํานองนั้นนะครับ ทันทีที่กระผมเห็นข่าวนี้ ในวันที่ ๔ มีนาคม กระผมได้สั่งการทันทีครับ สั่งการวันที่ ๔ มีนาคมเลยครับ สั่งการ โดยได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นริศรา ได้โปรดตรวจสอบ และดําเนินการให้ถูกต้องโปร่งใส นี่คือหนังสือที่กระผมเกษียนไปยังรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ นริศรา ตรงนี้เมื่อกระผมเกษียนหนังสือไปวันที่ ๔ มีนาคม จึงเปึน ที่มาของการประชุมกระทรวงหลัก วันที่ ๙ มีนาคม ที่ท่านสุนัยได้กรุณานํามารายงาน ต่อที่ประชุม สําหรับในวันนั้นเปึนเรื่องที่สํานักงานการอาชีวศึกษาได้มารายงานให้ ที่ประชุมได้รับทราบว่าในเรื่องนี้ได้ดําเนินการอะไรไปบ้าง โดยได้ชี้แจงว่า วิทยาลัยได้รับ งบประมาณตามที่ สอศ. โอนภายในวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๕๒ แปลว่า สํานักงาน การอาชีวศึกษาต่อไปนี้ก็จะปรับโดยการโอนเงินสดไปให้วิทยาลัยภายในวันที่ ๙ มีนาคม นั่นคือสิ่งที่ที่ได้ชี้แจงต่อที่ประชุม

ประการที่ ๒ ก็คือได้รายงานว่า วิทยาลัยต่อไปนี้จะสามารถกําหนด รายการครุภัณฑ์และคุณลักษณะได้โดยตัวของวิทยาลัยเอง แปลว่า ถ้าท่านห่วงว่าจะ ล็อกสเปกไปจากส่วนกลาง ต่อไปนี้วิทยาลัยก็สามารถที่จะกําหนดคุณลักษณะคือสเปก นี่ครับ ได้ด้วยตัวของวิทยาลัยเอง ภายในวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๒ และ

ประการที่ ๓ ก็คือ วิทยาลัยจะต้องดําเนินการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบให้ ถูกต้องของทางราชการภายในวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๒ ที่ประชุมก็รับทราบรายงานของ สํานักงานการอาชีวศึกษา อันนี้ก็คือที่มาที่ไปที่กระผมขออนุญาตกราบเรียนแล้วก็เรียนให้ ได้รับความสบายใจว่าเท่าที่กระผมได้รับรายงานสอบถามรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง ศึกษาธิการ นริศรา เมื่อสักครู่แล้วก็สอบถามทางสํานักงานการอาชีวศึกษาบอกว่า จนถึง ขณะนี้ยังไม่ได้มีการจัดซื้อนะครับ หรือว่ายังไม่ได้มีการจัดซื้อในลักษณะสําเร็จใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นอันนี้ก็คือสิ่งที่ขออนุญาตเรียนให้ท่านประธานได้เกิดความสบายใจ สิ่งหนึ่งที่ ขอเรียนให้ท่านประธานได้สบายใจเพิ่มเติมขึ้นก็คือว่า ในฐานะรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการนะครับ และข้อมูลที่คุณสุนัยได้ให้มา กระผมจะติดตามกํากับดูแล อย่างน้อยที่สุดก็ให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นริศรา ได้กํากับดูแล สํานักงานการอาชีวศึกษาอีกต่อหนึ่งให้เกิดความโปร่งใส และขอเรียนต่อท่านประธานว่า ถ้าใครทําอะไรไม่ชอบด้วยกฎหมาย กระผมจะดําเนินการตามอํานาจหน้าที่ของกระผมครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ