สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๑๙ มีนาคม ๒๕๕๒

สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อภิปรายเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ไม่ถูกต้องของนายกรัฐมนตรี โดยมีหลักฐานที่จะชี้ให้เห็นว่านายกรัฐมนตรีได้ทำการกระทำที่ไม่เหมาะสมในการหาเสียง และมีการทุจริตในการเลือกตั้ง รวมถึงการละเมิดกฎเหล็ก 9 ข้อของคณะรัฐมนตรี และเรียกร้องให้มีการตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

ของผมไม่มีกําหนดเวลาครับ ท่านประธาน เพราะว่าวันนี้จะเป่ดเผยข้อมูลการประพฤติมิชอบ ความผิดพลาดของ นายกรัฐมนตรีที่ปฏิบัติหน้าที่ไม่ถูกต้อง ท่านประธานครับเหตุการณ์ที่ผมจะอภิปราย ไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรีในวันนี้ ไม่ใช่เรื่องเก่าครับ เปึนเรื่องใหม่ที่เกิดขึ้น เมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม วันนี้สื่อมวลชนกับพี่น้องประชาชนส่วนหนึ่งมักจะกล่าวหาฝ์ายค้านว่าอภิปรายข้อมูล เก่า ๆ เรื่องเดิม ๆ รัฐบาลนี้ทํางานมาได้ ๓ เดือนแล้ว ไม่น่าจะมีการทุจริตเพราะเพิ่ง ทํางาน ผมอยากจะฝากท่านประธานไปว่า ปลากระปิองเน่านี่มันรอท่าไหมครับ และ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ท่านนายกรัฐมนตรีชนะการโหวตในสภาแห่งนี้ เมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม พวกผมเปึนรัฐบาลอยู่ต้องกลับมาเปึนฝ์ายค้าน ยังรู้สึกเสียใจ ยังโศกเศร้าอยู่เลยครับ เพราะว่าพี่น้องประชาชนเขาเลือกพวกผมมาให้เปึนรัฐบาล แต่สิ่งที่น่าละอายแก่ใจมัน เกิดขึ้นครับ เกิดขึ้นในวันที่ ๑๕ นั้นแหละครับ เปึนนายกรัฐมนตรียังไม่ได้รับพระบรมราช โองการโปรดเกล้าฯ ไม่ทันข้ามคืนเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เพราะตัวท่านเองคงจะนึกว่า เปึนเหมือนโอบามา โอบามา ส่ง เอสเอ็มเอส (SMS : Short Message Service บริการ ส่งข้อความสั้น) ไปถึงพี่น้องประชาชนคนอเมริกัน ให้เลือกเขาเปึนประธานาธิบดี เขาจ่ายเงินครับ รัฐบาลอเมริกันเขาอนุญาตให้การหาเสียงใช้เงินเท่าไรก็ได้ ไม่ใช่บ้าจี้ เหมือนประเทศไทย กําหนดอย่างนั้นอย่างนี้แล้วก็โกงกัน พรรคที่ว่าไม่ใช้เงินหาเสียง เมื่อเช้าฟังผู้นํา ส.ส. ของผมอภิปรายไปแล้ว แจกเงินกันสะบัดช่อ แจกเงินกันเปึนว่าเล่น เดี๋ยวก็คอยชี้แจงก็แล้วกัน ท่านประธานครับ ผมไม่มีข้อบาดหมางหรือโกรธเคือง ท่านนายกรัฐมนตรีท่านนี้แม้แต่น้อยเดียว วันนี้ผมจะนําหลักฐานที่ไม่เคยเป่ดเผยที่ไหน มาก่อนให้ประธานได้ดูครับ ให้พี่น้องประชาชนได้เห็นว่า พฤติกรรมของนายกรัฐมนตรี ท่านนี้เปึนอย่างไร จบออกซ์ฟอร์ด รู้เทคโนโลยี ใจร้อนรีบร้อนหาผลประโยชน์เข้าตัวเอง ผมขออนุญาตท่านประธานตั้งข้อกล่าวหาก่อนเลยครับ ผมได้ตั้งข้อกล่าวหา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ๗ ประเด็นด้วยกัน แล้วผมจะชี้มูลความผิด หลังจากที่ผมได้นําเสนอ ข้อกล่าวหาให้พี่น้องประชาชนทั้งแผ่นดินได้รับฟัง ว่านายกรัฐมนตรีท่านนี้เหมาะสมที่จะ เปึนนายกรัฐมนตรีอีกต่อไปหรือไม่ เงินมันไม่มากหรอกครับ แต่การทุจริตนั้นมันขยายวง กว้างท่านประธาน เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเก่า สื่อมวลชนเห็นผมพูด SMS ออกข่าวก็หาว่ามีอยู่ แค่นี้ วันนี้แหละครับจะเอาความจริงมาเป่ดเผยว่าใครเปึนคนดําเนินการ

ประเด็นแรกครับ ข้อกล่าวหาของผม ผิด โดยให้ผู้ใต้บังคับบัญชาและผู้ที่ เข้ามาช่วยงานให้กับรัฐมนตรีไปใช้อํานาจหน้าที่โดยมิชอบ ข้อแรกนะครับ

ประเด็นที่สอง ผิด เรียกร้องหรือรับผลประโยชน์เกิน ๓,๐๐๐ บาท

ประเด็นที่สาม ผิด ละเมิดสิทธิของพี่น้องประชาชนของผู้ใช้มือถือ

ประเด็นที่สี่ ผิด ร่วมกันนําข้อมูลส่วนบุคคลไปให้บริษัทเอกชน โดยไม่ได้รับการยินยอม

ประเด็นที่ห้า ผิด ร่วมกับเอกชนสมรู้ร่วมคิด หลีกเลี่ยงไม่ชําระภาษีเข้ารัฐ อันนี้ภาษีสรรพากร

ประเด็นที่หก ผิด ทําให้รัฐขาดรายได้จากส่วนแบ่งของสัมปทานมือถือที่ส่ง ให้สรรพสามิตจําได้นะครับท่านประธาน ๒ เปอร์เซ็นต์ ทุกเดือน ที่นายกรัฐมนตรีทักษิณ ทําเพื่อพี่น้องประชาชนนั่นแหละครับ

ประเด็นที่เจ็ด ผิด ฉ้อโกง หรือฉ้อฉล เอกชน บริษัทมือถือ ๓ บริษัท ยักษ์ใหญ่ ไม่จ่ายค่าจ้างให้เขา ไม่ออกหนังสือให้เขาตามที่ตกลงรับปากกับเขาไว้ อันนี้คือ ข้อกล่าวหา

ท่านประธานครับ ผมจะลําดับเหตุการณ์พร้อมทั้งนําเสนอหลักฐานให้ ท่านประธาน ตลอดจนพี่น้องประชาชนที่ฟังเรื่องหนัก ๆ มาตั้งแต่เช้า ของผมนี่เรื่อง เบาครับ เพราะเปึนเรื่องมือถือ เพราะมันถือได้ครับ ยกข้างหูได้ ท่านประธาน เหตุการณ์ นี้ครับ วันที่ ๑๕ หลังจากที่มีการเลือกนายกรัฐมนตรีในสภาแห่งนี้ วันที่ ๑๕ ตอนเย็น ๆ ตอนบ่าย ๆ ได้มีโทรศัพท์จากบุคคลท่านหนึ่งนะครับ ติดต่อไปยัง ๓ บริษัท เอไอเอส (AIS) ดีแทค (Dtac) ทรูมูฟ (True move) ขอความร่วมมือในการส่งข้อความของนายอภิสิทธิ์ ตอนนั้นใช้คําว่า นายอภิสิทธิ์ เพราะว่าวันที่ ๑๕ นายอภิสิทธิ์ยังเปึนนายอภิสิทธิ์ เพราะยัง ไม่ได้รับโปรดเกล้าฯ วันอังคารที่ ๑๖ ครับ ตัวละครตัวแรกโผล่มาแล้วครับท่านประธาน อันนี้เอากระดาษป่ดไว้ เพราะเมื่อสักครู่นี้ตั้งตรงนั้นเดี๋ยวเขาจะแอบรู้ว่าผมจะพูดถึงใคร ท่านประธานดูนะครับ นี่ผมต้องใช้ไม้ยาว ๆ เพราะจะได้พูดกับไมค์ได้ใกล้ชิด นายจิรายุ ตุลยานนท์ ท่านประธานดูตําแหน่งครับ นักวิชาการและคณะทํางานผู้นําฝ์ายค้าน ตอนนั้น นะครับ วันที่ ๑๔ นายอภิสิทธิ์ยังเปึนผู้นําฝ์ายค้าน นายจิรายุ ตุลยานนท์ นี่แหละครับ นักวิชาการและคณะทํางานผู้นําฝ์ายค้าน ตัวนี้นะครับ ตัวละครเอกครับ ปรากฏว่าอย่างนี้ครับ เช้าวันนั้น วันที่ ๑๖ ตอน ๘ โมง นายจิรายุเชิญผู้บริหารทั้ง ๓ บริษัทไปประชุมที่โรงแรม โฟร์ซีซั่น ราชดําริ ๘ โมงนะครับ ร้านอาหารที่ไปพบกันนั้น เข้าไปในโรงแรมเลี้ยวขวาแล้ว เลี้ยวซ้ายแล้วเลี้ยวขวา เขาบอกผมมาอย่างนั้นนะครับ ในขณะที่นั่งพูดคุยกันอยู่ นายกรณ์ จาติกวณิช นี่ตัวละครตัวที่ ๒ ครับ ตอนนั้นยังไม่ได้เปึนรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการคลัง ท่านโผล่ไปด้วย ไปคุยกันครับในที่ประชุม นายกรณ์และนายจิรายุ ได้รับทราบจาก ๓ บริษัทว่า ๑. การส่ง เอสเอ็มเอสจะต้องส่งเฉพาะผู้ที่ประสงค์จะรับ เท่านั้น เนื่องจากเปึนการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล อันนี้เขาเตือนแล้วนะครับว่า ต้องส่งไปให้ เฉพาะผู้ที่ประสงค์จะรับเท่านั้น ข้อที่ ๒ เขาบอกอย่างนี้ครับ มันมีค่าใช้จ่ายในการส่ง เอสเอ็มเอส ครั้งละ ๑ บาท ตอนแรกผมก็ไม่เชื่อว่า นายกรณ์จะเข้าไปร่วมประชุมด้วย เดี๋ยวผมจะเอาหลักฐานให้ท่านประธานดูว่านายกรณ์อยู่ในที่ประชุมที่โฟร์ซีซั่นจริง พรรคนี้ชอบ โฟร์ซีซั่น ชอบโรงแรมเพรสซิเดนท์ ชอบไปคุยที่โรงแรมครับ ดียังไม่ได้ไปเอาวิดีโอเทป ที่ถ่ายตรงโรงแรมเวลาเขาปัองกันภัยจะได้เอามาดูอีกที เดี๋ยวประธานต้องไปขอมา นายจิรายุครับ ขอความร่วมมือ ๓ บริษัทดังนี้ ขอให้ทุกบริษัทส่ง เอสเอ็มเอส ไปยังลูกค้า ของตนเองทั้งหมด ซึ่งเอไอเอสมี ๒๗ ล้านเลขหมาย ดีแทคมี ๑๘ ล้านเลขหมาย ทรูมูฟมี ๑๓ ล้านเลขหมาย แล้วบอกเขาอีกนะครับว่า ให้ส่งภายในวันพุธที่ ๑๗ และวันพฤหัสบดีที่ ๑๘ ท่านประธานตามมานะครับ เมื่อประชุมจวนจะเสร็จ นายกรณ์ จาติกวณิช นี่ละครับ ได้แจ้งว่าจะส่งจดหมายขอความ ร่วมมืออย่างเปึนทางการให้ภายหลัง ท่านประธาน ขออนุญาตเป่ดหน้าต่อไปนะ ท่านประธานเคยเห็นจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ไหม ภาษาฝรั่งเขาเรียก อีเมล์ (E - mail) อันนี้ละครับ อีเมล์ได้ถูกส่งไปครับ ส่งไปจาก นายจิรายุ บังเอิญมีชื่อฝรั่ง ชื่อเล่นว่า โจอี้ นะครับ ส่งไปเมื่อวันอังคารที่ ๑๖ ธันวาคม เวลา ๑๑.๑๑ เอ. เอ็ม. (A.M.) ทานข้าวตอน เวลา ๐๘.๐๐ นาฬิกา ๑๑.๑๑ นาฬิกา ส่งไปเลย ส่งไปให้บุคคลคนหนึ่งของบริษัท มือถือที่นําหลักฐานอันนี้มาให้ผม ท่านประธานดูนะครับ เรียน คุณจุด ๆ ที่เคารพ พอดีคน ให้หลักฐานมาเขาบอกว่าอย่าเอ่ยชื่อเขา เขาขี้เกียจเปึนข่าวไม่อยากดังครับ ผมขอ อนุญาตส่ง

๑. ความต้องการของระบบ เอสเอ็มเอส

๒. ข้อความ เอสเอ็มเอส ของคุณอภิสิทธิ์

๓. เสียงของคุณอภิสิทธิ์ แมคไฟล์ (Max file) อันนี้ต้องใช้ภาษาฝรั่งด้วย นะครับ เพราะว่ามือถือมันต้องเทคโนโลยีหน่อย ตามที่ท่านได้คุยกับ คุณกรณ์ จาติกวณิช ไว้เมื่อเช้ามาให้ท่านพิจารณา ท่านประธานเห็นไหมครับ อันนี้ละครับ รับสารภาพเลยว่า นายกรณ์อยู่ในเหตุการณ์ตอนเช้าที่ห้องอาหาร โรงแรมโฟร์ซีซั่น เห็นไหมครับอันนี้ยืนยัน เสร็จแล้วท่านประธานมันต่ําไปหน่อยไม่เปึนไร ผมจะขออนุญาตอธิบายให้ฟัง ท่านประธานข้อ ๑ ข้อความที่ตามมาบอกว่า ส่งเอสเอ็มเอสไปยังลูกค้าเอไอเอส วันพุธที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๑ วันพฤหัสบดีที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๑ เวลา ๐๘.๐๐ นาฬิกา ถึงเวลา ๑๘.๐๐ นาฬิกา ๘ โมงเช้า ถึง ๖ โมงเย็นนะครับ ตอนนั้นใช้คนส่งว่า อบิสิทธิ์ ผมอ่านอภิสิทธิ์ไม่เปึน อบิสิทธิ์ เพราะ Absisit อบิสิทธิ์ ข้อความ ผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ครับ ผมขอเชิญชวนทุกท่านร่วมนําประเทศไทยออกจากวิกฤติ สนใจมาร่วมกับผม กรุณาส่งรหัสไปรษณีย์ของท่านมาที่เบอร์ ๓ บาทต่อครั้ง ท่านจําไว้นะครับ รหัสไปรษณีย์ ๕ ตัวมันมีผลประโยชน์ทับซ้อนเดี๋ยวจะชี้ให้เห็น และที่สําคัญที่สุดนะครับ ฝ์ายเอสเอ็มเอส ส่งดาต้า (Data) ข้อมูลนะครับ เบอร์โทรศัพท์ที่ประชาชนส่งกลับมา ให้ฝ์าย ไอวีอาร์ วอยซ์ (IVR Voice) จําไว้นะ ฝ์าย เอสเอ็มเอส คือบริษัทมือถือต้องส่งไปให้ฝ์ายไอวีอาร์ วอยซ์ แล้วเดี๋ยวผมจะชี้ให้เห็นอีกครับว่าเอื้อประโยชน์ให้เอกชน เอื้อประโยชน์ให้พรรคพวก เดี๋ยวขออนุญาตดื่มน้ําหน่อยนะครับท่านประธาน ตื่นเต้น ๆ ใช้เสียงมาก ทีนี้ท่านประธาน สิ่งที่เกิดขึ้นครับ วันพุธที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๑ เวลา ๑๑.๓๕ นาฬิกา อีก นายจิรายุ นี่ละครับ ได้ส่งจดหมายอีเล็กทรอนิกส์ หรืออีเมล์ เพราะนายคนนี้นิยม นิยมใช้ไฮเทคไป ยังบริษัท แล้วแจ้งให้บริษัทเริ่มส่ง เอสเอ็มเอสในวันพฤหัสบดีที่ ๑๘ ระหว่างเวลา ๐๘.๐๐ นาฬิกาถึงเวลา ๑๘.๐๐ นาฬิกา เนื่องจากนายอภิสิทธิ์จะได้รับการโปรดเกล้าฯ เปึนนายกรัฐมนตรีในช่วงบ่ายหรือเย็น และได้ย้ํา ย้ําอีกนะครับ ให้ส่งไปยังประชาชนทุกเลขหมาย มีหลักฐานครับ เขาบอกว่า ส่งแบบ โพสต์เพด (Postpaid) คือรายเดือน ลูกค้ารายเดือนท่านประธาน ภาษาฝรั่ง เรียกว่า โพสต์เพด แล้วก็แบบ พรีเพด (Prepaid) คือแบบเติมเงินท่านประธาน ที่เราไปซื้อ บัตรเติมเงินนี่นะครับ เขาเรียกว่า พรีเพด เดี๋ยวจะเอาหลักฐานให้ดูครับ อันนี้เปึนอีเมล์อีก ฉบับหนึ่งของมิสเตอร์โจอี้ ชื่อฝรั่ง โจอี้ นะครับจําไว้ จิรายุ ภาษาไทย แต่คราวนี้ส่งเปึน ภาษาฝรั่งหมดเลยท่าน วันนี้ผมต้องทําหน้าที่เปึนครูฝรั่ง บังเอิญแอคเซินซ (Accent) ของ ผมมันไม่เหมือนคนที่ไปเรียนเมืองนอกตั้งแต่เด็ก ผมไม่ได้จบออกซ์ฟอร์ด ผมจบขอนแก่น ท่านประธาน ขอนแก่นครับ เดี๋ยวเพื่อนฟังไม่รู้ มหาวิทยาลัยขอนแก่นครับ ส่งว่า ฟอลโลอิง มาย คอนเวอเซชัน วิธ คุณ กรณ์ จาติกวณิช อะ โมเมินท อะโก (Following my conversation with khun Korn Chatikavanich a moment ago) นี่ส่งจดหมายฉบับนี้ วันที่ ๑๗ ๒๐๐๘ เวลา ๑๑.๓๕ นาฬิกา ก็คาดว่า นายจิรายุ คงจะคุยกับ นายกรณ์ จาติกวณิช อะ โมเมินท อะโก ก็คงจะก่อนหน้านี้สักเล็กน้อย อาจจะเปึน ๑๑.๐๐ นาฬิกา หรือ ๑๐.๐๐ นาฬิกา ก็ได้ของวันนี้ ของวันที่ ๑๗ นี่แหละครับ แล้วก็ส่งข้อมูลมาว่า เอสเอ็มเอส แคมเพน ทูมอร์โร ครับ เธอซเดย์ เอททีน ดีเซมเบอะ (SMS campaign tomorrow krub (Thursday 18th Dec.)) หมายความว่า จะส่งเอสเอ็มเอส วันที่ ๑๘ ตอน แรกตกลงว่าจะส่งวันที่ ๑๗ จะส่งวันที่ ๑๘ ครับ แล้วก็ได้เอาไฟล์ อะแทรคท เซานด ไฟล์ ฟอร์ ดิ ไอวีอาร์ คอลเอาท์ (File Attract sound file for the IVR Callout) นี่เดี๋ยวไอ้ตัว ไอวีอาร์ คอลเอาท์ จะเปึนที่ชี้ให้ผลประโยชน์ให้กับพรรคพวกตัวเองครับ ทีนี้หลังจาก ข้อความนี้นะครับท่าน มีอะแทรคท์เอกสารเปึนภาษาไทยแบบเมื่อสักครู่นี้อีกครับ นี่นะครับ สรุป โปรเจกท์ (Project) ส่งเอสเอ็มเอส ไอวีอาร์ คอลเอาท์ ของคุณอภิสิทธิ์ จะมีการ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปึนนายกรัฐมนตรี ในช่วงบ่ายหรือเย็นวันพุธที่ ๑๗ ธันวาคม เพราะฉะนั้นเริ่มส่งเอสเอ็มเอสวันพฤหัสบดีที่ ๑๘ ธันวาคม ๐๘.๐๐ นาฬิกา ถึง ๑๘.๐๐ นาฬิกา และในนี้ยังบอกนะครับ โดยจะส่งไปยังประชาชนดังนี้ ๑.๑ เบอร์ โพสต์เพด อันนี้คือรายเดือน ลูกค้าที่ใช้มือถือรายเดือน ๑.๑ นี่พิมพ์ผิดด้วยนะครับ ๑.๑ เบอร์พรีเพด อันนี้บัตรเติมเงินท่านประธาน ข้อความเหล่านี้นะครับก็จะซ้ํากันอีกนะครับ ให้ส่งข้อมูลตั้งแต่ อะไรถึงอะไรนะครับ ให้เริ่มต้นทําอย่างนี้ ทีนี้ท่านประธานครับ วันพฤหัสบดีที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๑ ทั้ง ๓ บริษัทครับ เริ่มทยอยส่งเอสเอ็มเอสไปตั้งแต่ เช้าวันที่ ๑๘ ธันวาคม บริษัททรู ส่งตั้งแต่ ๐๘.๐๐ นาฬิกา ส่งไปทั้งหมด ๓ ล้านเลขหมาย อันนี้คือตัวเลขที่บริษัททรูได้แจ้งต่อสื่อมวลชน บริษัทดีแทค ส่งตั้งแต่ ๑๒.๐๐ นาฬิกา ส่งไปช้าหน่อยนะครับ แต่ส่งไปทั้งหมด ๒ ล้านเลขหมาย ตัวเลขดีแทคแจ้งต่อสื่อ เอไอเอส ครับท่านประธาน เอไอเอสส่งตั้งแต่ ๑๒.๐๐ นาฬิกา ส่งไปทั้งหมด ๑ ล้านเลขหมาย ตัวเลขที่เอไอเอสแจ้งสื่อ เพราะฉะนั้นส่งไปทั้งหมด ๕ ล้านเลขหมาย ท่านประธานครับ แทนที่จะส่งทุกเบอร์ทุกมือถือ ๕๐ กว่าล้านเลขหมาย ซึ่งคุณกรณ์ ก็มาให้สัมภาษณ์ว่าเข้าใจว่าจะส่งไปหมด เดี๋ยวจะมีเหตุผลว่าทําไมถึงส่งได้ไม่หมด เดี๋ยว ผมขอฉายภาพข่าวให้ท่านพี่น้องประชาชนจะได้ติดตามเรื่องนี้ได้ถูก เพราะวันนี้ผมเดิน มาถึงวันที่ ๑๘ แล้วนะครับ พอวันที่ ๑๘ เย็นก็ข่าวกระพือลือลั่นไปทั้งประเทศไทย คนได้รับก็ตื่นเต้น เดี๋ยวขอดู ขอภาพด้วยครับ

(ขณะนี้ที่ประชุมกําลังเป่ดวีดิทัศน์เพื่อประกอบการอภิปรายของ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล)

ท่านประธานครับ ผมขอ อนุญาตต่อเลยนะครับ ข่าวเมื่อสักครู่วันที่ ๑๘ กลางคืน วันที่ ๑๙ เช้า วันที่ ๑๙ ทั้งวัน ท่านประธาน คนที่เกลียดวิธีการอย่างนี้ คนที่โดนละเมิดสิทธิเขาร้องเรียนเข้ามาที่บริษัท มือถือทั้ง ๓ บริษัท ไม่ได้มีใครเขารักท่านนายกรัฐมนตรีหมดทุกคนหรอกครับทั้งแผ่นดิน เพราะเขารู้ว่าท่านมาเปึนนายกรัฐมนตรีด้วยวิธีการเช่นไร อายไหมครับท่านประธาน ประชาชนเขาร้องมาจนบริษัทเลิกส่งครับ ตัวเลขที่ส่งไปนั้นแทนที่จะเปึน ๕๐ ล้านเลขหมาย มันเพียงแค่ ๕ ล้านเลขหมายท่านประธาน และที่สําคัญที่สุด ท่านประธานเห็นในข่าวไหมครับ นายกรณ์ จาติกวณิช ให้สัมภาษณ์บอกว่า ไม่ผิดกฎหมายนะครับ การกระทําอันนี้เดี๋ยวผมจะชี้หลังจากที่ให้ดูมูลเหตุทั้งหมดแล้ว ผมจะชี้ความผิดทั้งหมดทีละประเด็น ๆ เพื่อให้พี่น้องคนไทยที่ฟังการอภิปรายในวันนี้ ได้เข้าใจว่านายกรัฐมนตรีคนนี้ทําผิดอะไรบ้าง

ประเด็นแรกท่านประธาน นายจิรายุ หรือโจอี้ เปึนคนใกล้ชิดหรือผู้เข้ามา ช่วยงานท่านนายกรัฐมนตรีหรือไม่ การกระทําของนายโจอี้ถือว่าทําผิดบทบัญญัติ ๙ ข้อ ที่นายกรัฐมนตรีพร่ําพูดอยู่ตลอดเวลา เปึนกฎเหล็ก ๙ ข้อของคณะรัฐมนตรี รวมทั้ง นายกรณ์ ด้วยนะครับที่มีส่วนร่วมในเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ โดยเฉพาะกฎ ๙ ข้อ นะครับท่านประธาน ขออนุญาตกฎเหล็ก ๙ ข้อของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ข้อ ๒ ขออนุญาตอ่านครับ เน้นกับ ครม. เรื่องการปฏิบัติหน้าที่ด้วย ความซื่อสัตย์สุจริตอย่างเคร่งครัด เพราะเมื่อใดรัฐบาลไม่สามารถบริหารอยู่บน ความซื่อสัตย์สุจริตได้ ก็จะเปึนปัญหาทางการเมือง และปัญหาอธิปไตยด้วยซ้ํา ที่สําคัญฟังดี ๆ นะครับ ที่สําคัญจะต้องดูแลไปถึงผู้ใต้บังคับบัญชาวันนั้น นายกรณ์ จาติกวณิช ยังเปึนผู้ใต้บังคับบัญชา และบุคคล บุคลากรที่มาช่วยงาน อันนี้กฎเหล็กข้อที่ ๒

กฎข้อที่ ๙ สุดยอดเลยนะครับท่านประธาน รัฐมนตรีไม่มีสิทธิเหนือ ประชาชนคนอื่นในแง่ของการปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ความรับผิดชอบทางการเมืองนั้น จะต้องสูงกว่าความรับผิดชอบทางกฎหมาย เดี๋ยวผมจะชี้นะครับว่ารัฐบาลนี้ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทําผิดกฎหมายอะไรบ้าง ทีละข้อเลยนะครับท่านประธาน

ประเด็นแรกคือ นายโจอี้ เปึนบุคคลใกล้ชิดหรือไม่

ประเด็นที่สอง เรื่อง ๓,๐๐๐ บาท กฎหมาย ป.ป.ช. ได้เขียนไว้ครับ เปึนประกาศของ ป.ป.ช. เรื่องหลักเกณฑ์การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด โดยธรรมจรรยาของเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๓ ท่านประธาน คําว่า ประโยชน์อื่นใด ที่ระบุไว้ในหลักเกณฑ์อันนี้ชัดเจนครับ ว่าการรับบริการ การให้บริการ ไม่ใช่เปึนการให้โดยธรรมจรรยา ถึงแม้ว่ากรณีนี้บริษัทจะให้ด้วยธรรมจรรยา แต่มันก็เกิน ๓,๐๐๐ บาท มันผิดกฎหมายชัด ๆ เลยครับท่านประธาน โดยเฉพาะมาตรา ๑๐๓ แห่ง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช. พ.ศ. ๒๕๔๒ และมีความผิดตาม มาตรา ๑๒๒ ท่านประธาน ผมยังเสียใจทุกวันนี้ที่ผมไปรีบร้อน ไปยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช. กรณี เอสเอ็มเอส เมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม วันนั้นผมรู้ครับว่า ป.ป.ช. เปึนพวกของใคร ผมไม่ให้ หลักฐานทั้งหมดละครับ เดี๋ยวก็เอาหลักฐานผมไปเป่ดเผย ผมก็จะมาอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่ได้ วันนี้ผมเก็บหลักฐานไว้ เดี๋ยวจะฝากท่านประธานส่งไปให้ ป.ป.ช. ดูอีกสักครั้งหนึ่ง ให้เปรียบเทียบดูว่า ชิมไปบ่นไป เล็กน้อยยังโดน อันนี้ ๕ ล้าน ไม่โดนก็ให้มันรู้ไป ความ จริงจะปรากฏ นิติรัฐจะกลับคืนมา ความเปึนธรรมจะได้ปรากฏ ฝากความหวังไว้กับ ๙ ป.ป.ช. นี่ละครับ วันนี้ก็หวังว่า ป.ป.ช. จะฟังคําอภิปรายของผม ผมจะเอาข้อมูลไปให้อีก ครับ ท่านทํางานล่าช้าเหลือเกิน ผมยื่นตั้งแต่วันที่ ๒๒ ธันวาคม วันนี้ยังไม่ไปถึงไหนเลย ท่านประธาน ไม่รู้ว่าช่วยกันหรือไม่อย่างไร มันเปึนข้อสงสัย ผมไม่ใช่นักกฎหมายครับท่าน ประธาน เพราะฉะนั้นประเด็นที่ ๒ เรื่องการรับประโยชน์อื่นใดเกิน ๓,๐๐๐ บาท ทําผิดกฎหมาย ผมกล่าวหาและผมขอบอกเลยว่า นายอภิสิทธิ์ มีพฤติกรรมส่อว่าจงใจใช้ อํานาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมาย และอีกข้อหนึ่งนะครับ นายอภิสิทธิ์ อาศัย ตําแหน่งหน้าที่ของความเปึนนายกรัฐมนตรี ไปขอให้ ๓ บริษัทกระทําการใดเพื่อประโยชน์ ของตนเองโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย จึงถือได้ว่าเปึนการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบ ด้วยกฎหมายสําหรับตนเอง จึงถือได้ว่านายอภิสิทธิ์ทุจริตต่อหน้าที่

ประเด็นที่สามครับท่าน การที่ นายอภิสิทธิ์ ขอให้บริษัทมือถือ ส่งข้อความ เอสเอ็มเอสไปยังผู้ใช้บริการ ทั้งนี้ มิได้สอบถามความสมัครใจของผู้ใช้บริการ ถือได้ว่าเปึน การละเมิดสิทธิความเปึนอยู่ส่วนตัว ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ผิดตามมาตรา ๓๕ ของ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ไปอ่านดูนะครับ ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล แถมยังมีหน้า ไปเป่ดคาราวานสิทธิมนุษยชนเมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม เปึนผม ผมไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ ไหนละครับ อายเขาครับ ตัวเองไปละเมิดสิทธิพี่น้องประชาชน ๓ บริษัท ยังได้เตือนนะครับว่า ที่โรงแรมโฟร์-ซีซัน ถนนราชดําริท่านประธาน เตือนแล้วว่าถ้าส่งข้อความไปโดยผู้ใช้บริการ ไม่ยินยอม จะเปึนการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล นายกรัฐมนตรีควรจะเปึนแบบอย่าง และปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญและกฎหมาย แต่นายอภิสิทธิ์กลับทําการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนท่านประธาน แบบนี้ ไว้วางใจให้ทําต่อไปไม่ได้แล้วกระมังท่านประธาน

ประเด็นที่สี่ ท่านประธาน ตามมาตรฐานของสัญญาให้บริการ โทรคมนาคม ประกาศโดยคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ระบุชัดครับ ผู้ให้บริการจะนําข้อมูลที่ได้มาจากการให้บริการแก่ผู้ใช้บริการนั้น ไปใช้เพื่อประโยชน์ อย่างอื่นโดยไม่ได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากผู้ใช้บริการมิได้ วันนี้นายอภิสิทธิ์ไปขอให้ ๓ บริษัทนําข้อมูลหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ใช้มือถือมาใช้ ส่งข้อความ เอสเอ็มเอส ของตัวเองไปยังเบอร์โทรศัพท์เหล่านั้น ถือได้ว่านายอภิสิทธิ์จงใจ ทําหน้าที่ขัดต่อตัวบทกฎหมายท่านประธาน นายอภิสิทธิ์และนายกรณ์ เมื่อสักครู่ ท่านประธานเห็น ไอวีอาร์ วอยซ์ (IVR Voice ) หรือ ไอวีอาร์ คอล เอาท์ (IVR Call out) ไหมครับ อันนั้นแหละครับปรากฏว่ามีอยู่ ๒ บริษัท คือ ดีแทค กับ เอไอเอส เขาไม่มี ความสามารถที่จะส่งเปึน วอยซ์ เมลล์ (Voice mail) กลับไป มันต้องไปอาศัยบริษัท ทรู ครับ จากการติดต่อภายในของเขา และการที่บริษัท ดีแทค เอไอเอส ส่งข้อความไปให้ ลูกค้าตัวเอง แล้วลูกค้าตัวเองส่งกลับมาเสีย ๓ บาท เบอร์โทรศัพท์เหล่านั้นต้องส่งเปึน ขออนุญาตใช้ศัพท์คอมพิวเตอร์ แบทช ไฟล์ (Batch file) ส่งไปให้ทรูครับ แล้วทรูถึงจะส่ง วอยซ์ออกไป ก็เท่ากับเอาความลับของผู้ใช้มือถือไปให้บริษัทเอกชน นี่ถ้าผมไม่ได้จบ คอมพิวเตอร์มานะท่านประธาน ผมไม่สามารถที่จะอธิบายอย่างนี้ได้หรอกครับ ผมกลัว ประชาชนทางบ้านจะงง วันนี้ผมสอนภาษาอังกฤษให้พี่น้องประชาชนได้ฟัง วันหน้าถ้าผม ลงพื้นที่ก็ถามได้เลยครับ ผมจะให้คําบรรยายที่ชัดเจนกว่านี้ วันนี้เพื่อประหยัดเวลา นะครับ แล้วนอกจากนั้นท่านประธาน มันอดสงสัยไม่ได้ อันนี้เปึนข้อสงสัยครับ การที่ส่ง รหัสไปรษณีย์ ๕ เลขหมายกลับมาเบอร์โทรศัพท์ ให้บริษัทมือถือเหล่านั้น มันสามารถระบุได้ครับว่าคนคนนั้นอยู่บริเวณไหนของประเทศไทย อยู่จังหวัดไหน ก็อดคิดไม่ได้นะครับว่านายกรัฐมนตรีหวังที่จะตรวจสอบความนิยมของตนเองหรือของ พรรคตนเองหรือไม่ อันนี้อาจจะไม่ถือว่าเปึนความผิด แต่อาศัยความได้เปรียบ แล้วคิดว่า คนอื่นโง่ ไม่ทันครับ บังเอิญนายสุรพงษ์จบดอกเตอร์ฉลาดหน่อยครับท่าน แล้วก็จบ ดอกเตอร์จริง ๆ ด้วยนะครับ วิศวะล้วน ๆ ท่านประธาน มีโทรศัพท์เข้ามาครับ คนสุรินทร์ ภาพและเสียง เอ็นบีที รับไม่ได้ช่วยแจ้งท่านประธานด้วย เพราะว่าเรื่องดี ๆ อย่างนี้ผมพูด นาน ๆ ทีนะท่านประธาน