จตุพร พรหมพันธุ์ อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยชี้ว่าที่มาของรัฐบาลเป็นการจัดตั้งแบบพิเศษที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งอย่างถูกต้อง และวิพากษ์วิจารณ์การแต่งตั้งบุคคลที่มีปัญหาทั้งคดีอาญาและข้อพิพาทระหว่างประเทศ รวมถึงเรียกร้องให้ตรวจสอบความผิดทางกฎหมายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จตุพร พรหมพันธุ์ หารือกรณีทหารกัมพูชาบุกรุกพื้นที่ทับซ้อนบริเวณวัดแกวสิกขาคีรีสวาระและปราสาทเขาพระวิหาร โดยชี้แจงการส่งหนังสือประท้วงจากกองกำลังสุรนารีหลายฉบับต่อกระทรวงต่างประเทศ และเรียกร้องให้รัฐบาลไทยดำเนินการปกป้องอธิปไตยอย่างเข้มงวด จตุพร พรหมพันธุ์ วิจารณ์การละเลยปัญหาความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา โดยชี้ว่ารัฐบาลไม่ดำเนินการปกป้องอธิปไตยอย่างจริงจังเนื่องจากมีอคติต่อผู้นำกัมพูชา และเรียกร้องให้แก้ไขสถานการณ์ที่ประชาชนไม่
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในระบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ผม ขอกราบเรียนกับท่านประธานนะครับว่านี่เปึนการทําหน้าที่ครั้งแรกในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ขอกราบเรียนกับท่านประธาน นะครับว่า รัฐบาลภายใต้การนําของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่พยายามจะกล่าวอ้าง ต่างกรรมต่างวาระว่ามาด้วยวิถีทางตามกระบวนการประชาธิปไตย มาด้วยความถูกต้อง นั้น นายอภิสิทธิ์มีสิทธิที่จะพูดเมื่อเวลาที่จะแสดงความคิดเห็น แต่คนไทยที่เขาติดตาม ข่าวสารบ้านเมืองนั้นไม่มีใครปฏิเสธได้เลยว่าการจัดตั้งรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั้นได้มีการเตรียมการ ได้มีเอาคนเข้าไปในค่ายทหาร พัน ๑ รอ. ผู้บัญชาการ ทหารบกก็ออกมายอมรับ แล้วท้ายที่สุดก็ไปแต่งตั้งคนที่ร่วมเจรจาในการล็อบบี้นะครับ ในการที่ข่มขู่ข่มขวัญนักการเมืองมาเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ท่านประธาน ที่เคารพ การเดินสายของนายอภิสิทธิ์ในการเจรจาความเพื่อรวมในการจัดตั้งรัฐบาลก็ใช้ วิธีการพูดเท็จ เช่นว่า รับปากกับพรรคการเมืองบางพรรคว่า ในข้อเรียกร้อง ๔ ข้อ เช่น หัวข้อการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ตัวเองก็จะรับมาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท้ายที่สุดพอจัดตั้ง รัฐบาลเรื่องนี้ก็ละลายหายไป แต่ว่าที่ผมอธิบายความเรื่องนี้เปึนการเบื้องต้นก็คือว่า ที่มาของรัฐบาลชุดนี้นั้นมาด้วยวิธีพิเศษ ไม่ได้มาด้วยกระบวนการประชาธิปไตย พรรคประชาธิปัตย์ที่นายอภิสิทธิ์เปึนหัวหน้าพรรคนั้น ชนะการเลือกตั้งครั้งสุดท้ายใน ป้ ๒๕๓๕/๒ แต่เปึนรัฐบาลทั้ง ๒ ครั้งรวมกระทั่งครั้งนี้นั้น ได้มาด้วยวิธีพิเศษทั้งสิ้น เปึนพรรคลําดับที่ ๒ แต่ว่าไปจัดตั้งรัฐบาล วันนี้ก็ยังลําดับที่ ๒ อยู่ แต่ประเด็นที่เปึน สาระสําคัญที่ผมอยากอธิบายความ เพราะว่าจะมีหลายเรื่องที่จะเข้าไปในรายละเอียด นั่นคือการแต่งตั้งบุคคลที่เปึนทั้งสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เป่ดตัวในนามพรรค ประชาธิปัตย์ ไปสมคบชุมนุมกับกลุ่มพันธมิตร ไปยึดทําเนียบรัฐบาล ยึดสนามบิน สุวรรณภูมิ มีโทษตามที่ ร้อยตํารวจเอก ดอกเตอร์เฉลิมได้อธิบายความว่า การกระทําของ นายกษิต ภิรมย์ ซึ่งเปึนการกระทําโดยใช้กลอุปกรณ์วัตถุหรือวัตถุใด ๆ และการกระทํานั้น เปึนอันตราย หรือน่าจะเปึนอันตรายต่อความปลอดภัย หรือการทําให้การบริการของ ท่าอากาศยานหยุดชะงักลง อันเปึนความผิดของพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิด บางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๖ ทวิ และผู้สนับสนุนตามมาตรา ๖ ต้องระวางโทษเช่นเดียวกัน คือให้ระวางโทษประหารชีวิต จําคุกตลอดชีวิต หรือจําคุก ตั้งแต่สิบห้าป้ถึงยี่สิบป้ นี่เปึนประเด็นที่เปึนข้อกฎหมายที่คนเปึนนายกรัฐมนตรีก็พึงจะ รู้ว่านี่ไม่นับข้อกล่าวหาเรื่องการก่อการร้ายสากลแค่ยึดสนามบินสุวรรณภูมินั้น ความผิด กฎหมายเปึนที่ประจักษ์ แม้นว่าจะยังไม่มีการดําเนินคดีถัดจากชั้นพนักงานสอบสวนส่ง อัยการ ส่งศาลก็ตาม แต่นายกษิต ภิรมย์ เปึนผู้ต้องหา ท่านประธานที่เคารพ แต่เมื่อการ จัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้มีผู้ลงทุนร่วมในการโค่นล้มรัฐบาลชุดเดิม คือ กลุ่มพันธมิตร แน่นอน ที่สุดก็ได้ นายกษิต ภิรมย์ มาเปึนรัฐมนตรี ท่านจะตอบแทนภายใต้การสมคบของท่าน ไม่มีปัญหาอะไร แต่ปัญหาก็คือว่า ท่านไปตั้งเอาคนที่มีปัญหากับประเทศกัมพูชา ในรายละเอียดจะมีคนมาอธิบายความ ผมได้พูดกับนายกษิต ภิรมย์ ในสภาแห่งนี้ ต่างกรรมต่างวาระ เวลาที่ท่านพูดถึงสมเด็จฮุน เซ็น นายกรัฐมนตรีกัมพูชาด้วยถ้อยคํา แรง ๆ ว่าวิสัยอย่างนี้ นักการทูตเขาไม่พูดกัน แต่วันนี้ที่คนไทยต้องรับทราบนะครับว่า ทําท่านักเลงจริงไปด่าเขาว่า กุ๊ย นั้น วันหนึ่งที่ต้องไปเจรจาด้วยท่าทีที่หมอบกราบกับเขา นั้นมันแลกต่อการเสียดินแดนของประเทศไทย นายกษิต ภิรมย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มวลสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์วันที่อภิปรายไม่ไว้วางใจ นายสมัคร สุนทรเวช นายนพดล ปัทมะ บอกว่ารัฐบาลชุดนั้นทําให้ประเทศไทยเสียดินแดน เสียสิทธิในการที่จะยื่นอุทธรณ์ คดีปราสาทพระวิหารต่อศาลโลก ท่านประธานที่เคารพ รายละเอียดเรื่องนี้ผมจะว่าถัดไป แต่ประเด็นที่ผมจะพูดและขึ้นพูด ให้ท่านประธานเห็นอยู่เวลานี้ และจะมีคนมาอธิบายความโดยรายละเอียดตามหลังนั้น ผมได้รับการร้องทุกข์จากทหารของกองกําลังสุรนารีว่าเขาได้ทําหนังสือไปถึงนายกษิต ถึง ๙ ครั้ง ปรากฏว่าไม่สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องการเสียดินแดนในเขตพื้นที่ทับซ้อน ๔.๖ ตารางกิโลเมตร ถนนที่กัมพูชาตัดเข้ามา ๒๕๐ เมตรนั้น นี่ทําให้ประเทศไทยนั้น เสียดินแดน นายกษิต ภิรมย์ เองเปึนคนสัมภาษณ์ต่างกรรมต่างวาระ ในวันที่ไม่ได้เปึน รัฐมนตรีที่มีหน้าที่รับผิดชอบ บอกว่าพื้นที่ ๔.๖ ตารางกิโลเมตร ไม่ต้องไปพิสูจน์ใด ๆ นี่เปึนของประเทศไทยอยู่แล้ว ท่านประธานที่เคารพ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไปตั้งคนที่มี ปัญหากับประเทศกัมพูชา เวลาที่จะไปชวนเขามาประชุมอาเซียน ซัมมิท ท่านไปทําท่า อีท่าไหน ทําไมกองกําลังสุรนารีทําหนังสือมาถึงท่าน ท่านได้กระทําการอะไรที่ไม่ให้ ประเทศไทยเสียดินแดน นายอภิสิทธิ์กล่าวหาคนอื่นว่าทําเสียดินแดน วันนี้พิสูจน์แล้วว่า ไม่มีการเสียแม้แต่เพียงตารางนิ้วเดียว แต่นายอภิสิทธิ์เปึนนายกรัฐมนตรีไม่กี่วันนี่เสียไป ๒๕๐ เมตร โดยถนนตัดเข้ามาแล้ว ท่านประธานที่เคารพ หนังสือที่อยู่ในมือผมนี่นะครับ เปึนเอกสารของกองกําลังสุรนารี ๘ ครั้ง เรียงลําดับดังต่อไปนี้
วันที่ ๑๓ มกราคม ป้ ๒๕๕๒ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปึนนายกรัฐมนตรีแล้ว ตั้งนายกษิต ภิรมย์ เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแล้ว กองกําลังสุรนารี ส่งหนังสือ ที่ กห ๐๔๘๒.๒๐๐๓/๔๕ ลงวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๕๒ แจ้งกระทรวง การต่างประเทศให้ประท้วงกรณีทหารกัมพูชาก่อสร้างที่พักบริเวณช่องบันไดหัก จํานวน ๕ หลัง ซึ่งเปึนพื้นที่ทับซ้อน
ในวันเดียวกันครับ ทหารที่เขามีหน้าที่ในการปกปัองประเทศชาติ กองกําลังสุรนารีทําหนังสืออีก ๑ ฉบับ ที่ กห ๐๔๘๒.๒๐๐๓/๔๘ ลงวันที่ ๑๔ มกราคม ป้ ๒๕๕๒ แจ้งกระทรวงการต่างประเทศให้ประท้วงกรณีตรวจพบกองกําลังทหารกัมพูชา ๓๐ นาย และรถแทรคเตอร์ ๒ คัน และรถพ่วงอุปกรณ์ก่อสร้างจํานวนมากในเขตพื้นที่ ทับซ้อน
หลังจากนั้นจดหมายอีก ๑ ฉบับ ฉบับที่ ๓ วันที่ ๑๙ มกราคม ป้ ๒๕๕๒ กองกําลังสุรนารีส่งหนังสือที่ กห ๐๔๘๒.๒๐๐๓/๖๔ ลงวันที่ ๒๐ มกราคม ป้ ๒๕๕๒ ให้กระทรวงการต่างประเทศ ให้ประท้วงตรวจพบทหารกัมพูชากําลังก่อสร้างอาคาร เพิ่มเติมสําหรับพระกัมพูชาที่มาเพิ่มเติมบนวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ จํานวนมาก ซึ่งเปึนเขต พื้นที่ทับซ้อน
ท่านประธานที่เคารพ หลังจากนั้นวันที่ ๒๓ ป้ ๒๕๕๒ กองกําลังสุรนารี ก็ทนไม่ได้ต่อ ทําหนังสือที่ กห ๐๔๘๒.๒๐๐๓/๘๐ ลงวันที่ ๒๓ มกราคม ป้ ๒๕๕๒ แจ้งกระทรวงการต่างประเทศให้ประท้วงกรณีตรวจพบทหารกัมพูชากําลังก่อสร้าง เส้นทางอ้อมด่านหลังวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระไปยังปราสาทเขาพระวิหารซึ่งเปึนพื้นที่ ทับซ้อน
ท่านประธานที่เคารพ ในวันเดียวกัน ดูสิครับ ทหารไทยที่เขารักชาติ บ้านเมือง ไม่ทํามาหากินกับการจัดซื้ออาวุธ ที่เขารักชาติบ้านเมือง วันเดียวกันนี่ครับ
วันที่ ๒๓ มกราคม ป้ ๒๕๕๒ ทําหนังสืออีกฉบับหนึ่งที่ กห ๐๔๘๒.๒๐๐๓/๘๒ ลงวันที่ ๒๓ มกราคม ป้ ๒๕๕๒ แจ้งกระทรวงการต่างประเทศให้ประท้วงซ้ํา กรณี ตรวจพบทหารกัมพูชากําลังก่อสร้างอาคารสําหรับพระในวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ ซึ่งเปึน พื้นที่ทับซ้อน
ฉบับที่ ๖ วันที่ ๒๖ มกราคม ชายแดนร้อนรุ่ม คนในชาติบ้านเมือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มีหน้าที่ ก็คือว่า จะต้องรักษาหน้ารักษาตาประเทศ จะต้องเอาสมเด็จ ฮุน เซน มาประชุมสุดยอด ผู้นําอาเซียนให้ได้ ชายแดนน่ะร้อนเปึนไฟแล้ว แต่รัฐบาลไทยยังไม่รู้สึกรู้สา
วันที่ ๒๖ มกราคม ป้ ๒๕๕๒ กองกําลังสุรนารีส่งหนังสือที่ กห ๐๔๘๒.๒๐๐๓/๑๑๙ ลงวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ป้ ๒๕๕๒ แจ้งกระทรวงการต่างประเทศ ให้ประท้วงซ้ํา กรณีตรวจพบทหารกัมพูชากําลังก่อสร้างบ้านพักของทหารกัมพูชา ๕ หลัง บริเวณพื้นที่ช่องตาเฒ่า ซึ่งเปึนพื้นที่ทับซ้อน ท่านประธานที่เคารพหลังจากนั้นอีก ๒ วัน วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ทหารร้อนรุ่มแล้วครับทําอะไรไม่ได้ เพราะนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมีแผลใจกับกัมพูชาจะต้องไปดีกับเขาก็เลย ไม่ดําเนินการอะไรในชนิดที่ว่าเหมือนอย่างที่ท่านพูดบนเวทีพันธมิตร สัมภาษณ์ลง คม-ชัด-ลึก หรืออภิปรายในสภา
วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ กองกําลังสุรนารี ส่งหนังสือที่ กห ๐๔๘๒.๒๐๐๓/๑๓๑ ลงวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ป้ ๒๕๕๒ แจ้งกระทรวงการต่างประเทศให้ประท้วงกรณีตรวจพบ ทหารกัมพูชาประมาณ ๕๐ นาย พร้อมอาวุธและบางส่วนเข้ามาลักลอบตัดไม้ในพื้นที่ ทับซ้อน
ท่านประธานที่เคารพนั่นลอบเข้ามาตัดไม้ กระทรวงการต่างประเทศ ทําทุกอย่างเปึนความลับหมด คนในชาติบ้านเมืองนี่เขาไม่รู้ แต่ที่ผมได้เลขหนังสือ ได้เรื่อง ได้หนังสือมาทั้งหมด เพราะกองกําลังสุรนารีเขาทนพฤติกรรมกระทรวงการต่างประเทศ ไทยที่ท่านแต่งตั้งให้เขาเปึนรัฐมนตรีไปทําหน้าที่ปกปัองอธิปไตยให้เขาไม่ได้ครับ รบก็ไม่ได้ เจ็บปวดอยู่ชายแดนมีหน้าที่ถอยอย่างเดียว เพราะเอาคนที่มีปัญหาเรื่อง ภาพลักษณ์เปึนปมด้อยกับประเทศเพื่อนบ้านจะต้องไปดีกับเขา ท้ายที่สุดมันแลกกับการ เสียดินแดนท่านประธาน
หลังจากนั้นอีก ๒ วัน วันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ กองกําลังสุรนารี เอาอีกแล้ว ส่งหนังสือที่ กห ๐๔๘๒.๒๐๐๓/๑๕๐ ลงวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ป้ ๒๕๕๒ แจ้งกระทรวงการต่างประเทศให้ประท้วงกรณีตรวจพบทหารกัมพูชาเมาสุราใช้อาวุธ ยิงขึ้นฟัาจํานวนหนึ่งในเขตพื้นที่ทับซ้อน ท่านประธานที่เคารพ ทหารเหล่านั้นเขาเล่าให้ ผมฟังว่าที่เขาให้เรื่องไปยังกระทรวงการต่างประเทศประท้วงไปยังกัมพูชานั้น เพราะทั้งหมดที่ผ่านมาไม่เคยหยุดยั้งการละเมิดอธิปไตยของฝ์ายกัมพูชาได้เลยแม้แต่ เพียงครั้งเดียว ท่านประธานที่เคารพ นี่เปึนความเจ็บปวดของคนที่เกิดมาเปึนคนไทย ถ้านายกษิต ภิรมย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ได้กล่าวหารัฐบาลที่แล้วว่าทําให้ชาติไทย เสียเอกราชเสียดินแดนจากกรณีปราสาทเขาพระวิหาร และกรณีนี้เพิ่งเกิดขึ้น แล้วตัวเอง ไม่รับรู้ ใครมาเปึนนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็คงจะได้ยินเหมือนกับคนไทย ทั้งชาติในฐานะของการเปึนนายกรัฐมนตรีว่า จะไม่ยอมให้ดินแดนของประเทศไทย ต่อไปนี้เสียไปแม้ตารางนิ้วเดียว ท่านประธานลองดูสิครับว่านี่วัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ ภาษากัมพูชา แนวทางปรับปรุงเส้นทางขึ้นประสาทเขาพระวิหารนี่ถนน นี่รถแทรกเตอร์ นี่ถนน ๆ นี่ในเขตพื้นที่ ๔.๖ ตารางกิโลเมตร ท่านนั่งเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศได้อย่างไร นั่งเปึนนายกรัฐมนตรีได้อย่างไร นี่นั่ง ๒ เดือนครึ่งเสียดินแดน เดือนละ ๑๐๐ เมตรหรืออย่างไร ขอกราบเรียนกับท่านประธานนะครับว่า ความรู้สึกอันนี้ กองกําลังสุรนารีที่เขาดูแลพื้นที่บริเวณนี้ เขามีความเจ็บปวดกับการทําหน้าที่ของรัฐบาล ชุดนี้ เพราะไม่ได้ช่วยให้เขาทําหน้าที่ในการปกปัองอธิปไตย รบก็รบไม่ได้ เพราะว่า อะไรครับ รัฐมนตรีต้องไปปรับความเข้าใจกับเขา ท่านกล้าเล่ากับคนในสภานี้ไหมครับว่า เวลาเจอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศประเทศกัมพูชาพูดอะไรกับเขาก่อน ท่าทีท่านไม่ได้โอหังแบบที่อยู่ในประเทศไทย ท่านจะแสดงอย่างไรโดยพฤติกรรมของท่าน ไม่มีปัญหากับผมละ แต่นั่นไม่ใช่แลกดินแดนบ้านเกิดเมืองนอนของคนไทย ๖๓ ล้านคน มันจะเสียอะไรกันนักกันหนา แล้วตัวเองบอกว่าขึ้นมาปกปัองอธิปไตยของชาติไทย
ท่านประธานที่เคารพ ประเด็นต่อมาก็คือว่า การที่ท่านได้เคยอภิปราย เรื่องนี้ การที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายกรัฐมนตรีได้พูดเรื่องนี้ วันนี้มัน ได้พิสูจน์ชัดเจนแล้วว่า คนที่ทําให้เสียดินแดนจริง ๆ นั้นคือพวกท่าน เพราะว่า นายนพดล ปัทมะ นายสมัคร สุนทรเวช ที่ถกกับท่านในสภา ท่านอภิปรายกันทั้งวันบอกว่าศาลโลก ตัดสินให้ประเทศกัมพูชาเฉพาะตัวปราสาท แล้วก็ให้ยึดแนวสันปันน้ํา แผนที่ก็ยึด แนวสันปันน้ํา ท่านประธานที่เคารพ แผนที่ แอล ๗๐๑๗ ที่ท่านอภิปรายด้วยการ ไม่ยอมรับในสภานั้น แล้วกล่าวหาว่ารัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวช นายนพดล ปัทมะ ทําให้ประเทศไทยเสียดินแดน ทําให้ประเทศไทยเสียสิทธิในการที่จะยื่นอุทธรณ์ต่อ ศาลโลก วันนี้ท่านมาเปึนนายกรัฐมนตรีแล้ว ธรรมนูญศาลโลกข้อ ๖๐ ยื่นได้ตลอดเวลา ไม่มีอายุความ ท่านทําอะไรอยู่ครับ ก็ถ้าเห็นว่าปราสาทพระวิหาร ที่ดินใต้ปราสาท พระวิหาร ที่ดินรอบปราสาทพระวิหาร นอกเหนือจากพื้นที่ แอล ๗๐๑๗ เปึนของไทย ทําไมไม่อุทธรณ์ต่อศาลโลก เพราะท่านทักท้วง นายนพดล ปัทมะ นายสมัคร สุนทรเวช บอกว่าไทยเสียสิทธิในการที่จะยื่นอุทธรณ์ วันนี้ตัวเองมาเปึนนายกรัฐมนตรี ทําไมไม่ยื่น อุทธรณ์ แต่ที่หนักกว่านั้นก็คืออะไรครับท่านประธานที่เคารพ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ป้ ๒๕๔๑ ก็เปึนรัฐมนตรีว่าการประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ท่านคงจะลืมพระราชกฤษฎีกา กําหนดบริเวณที่ดินฝัืงซ้ายนะครับ ลําโดมใหญ่ รวมกระทั่งว่าป์าเขาพระวิหารในเขตพื้นที่ ตําบลเสาธงชัย ตําบลภูผาหมอก อําเภอกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ ให้เปึนอุทยาน แห่งชาติ ท่านต้องไปใช้แผนที่เดียวกับที่ นพดล ปัทมะ เขามาแสดงต่อสภา นี่เขตแผนที่ แนบท้ายพระราชกฤษฎีกา แต่เวลาท่านกล่าวหาเขาบอกว่า แผนที่นี้มันไม่ถูกต้อง ต้องยึด หลักแนวสันปันน้ํา อภิปรายเรียงกันดูเสมือนหนึ่งว่า เขมรได้ไปเฉพาะตัวปราสาท ใต้ปราสาทควรจะเปึนของประเทศไทย ที่ดินรอบมันก็ต้องเปึนของประเทศไทย ท่านลอง ไปดูเทปย้อนหลังดูทั้งท่านและคณะและพวกอภิปรายในสภาสิครับ แต่วันนี้ท่านมาเปึน นายกรัฐมนตรีนี่นะครับ นายกษิต ภิรมย์ บอกเลยว่าพื้นที่ ๔.๖ ตารางกิโลเมตร เปึนของ ประเทศไทยไม่ต้องพิสูจน์ ท่านและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศวันนี้มามี อํานาจ กลับพาประเทศไทยไปเสียดินแดน ๒๕๐ เมตร แล้วท่านจะตอบคําถามต่อสังคม ประเทศนี้ได้อย่างไร เพราะว่าท่านตั้งคนที่มีปัญหากับประเทศกัมพูชา ไอ้นี่ทะเลาะกับ ประเทศเดียวนี่บุญนะครับ นี่ทะเลาะกับประเทศพม่าก็ต้องเสียดินแดนให้ประเทศพม่าอีก ทะเลาะกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวก็ต้องเสียดินแดนกับสาธารณรัฐ ประชาธิปไตยประชาชนลาวอีก ท่านประธานที่เคารพ ที่ผมอธิบายความเรื่องนี้กับ ท่านประธานก็คือว่า วันนี้เราต้องการความเปึนธรรมให้เกิดขึ้นกับประเทศนี้ ว่าเวลาใคร กล่าวหาใครในสภาเพื่อการโค่นล้มอย่างไรก็ได้ แต่พวกผมยืนยันว่าการอภิปราย ไม่ไว้วางใจ เอารูปภาพเอกสารซึ่งเรื่องนี้จะมีรายละเอียดตามหลังกันต่อ ท่านประธาน ที่เคารพ เพราะฉะนั้นนะครับว่า วันนี้มันได้พิสูจน์ชัดเจนว่า การที่ตั้งผู้ต้องหามาเปึน รัฐมนตรี ถ้าวันนี้คดีเร่งเปึนปกติ เขาก็จะต้องไปเปึนจําเลย มีโทษสูงสุดคือการประหารชีวิต เปรียบเสมือนเอาอาชญากรมาเปึนหน้าตาของประเทศ มันต้องแลกกับความเจ็บปวดของ คนไทยทั้งชาติ นายกรัฐมนตรีในฐานะมีหน้าที่กํากับสํานักงานตํารวจแห่งชาติโดยตรง ที่บอกว่าไม่มีเลือกสี ยึดหลักนิติรัฐ นิติธรรม ๑๔๕ คดี ไม่ว่าเสื้อแดง เสื้อเหลือง ทําไม ไม่ซอยมาเปึนคดี เอามาเปึนคดีสิครับ เร่งทุกคดีสิครับ เป่ดเผยมาเลยครับว่าใครดําเนิน ใครเปึนอะไรกันบ้าง แต่นี่คดีของคนเสื้อแดงแค่ยกหูคนก็ไปมอบตัวแล้ว แต่เสื้อเหลืองนี่ นะครับตั้งมาเปึนรัฐมนตรี นี่ยึดทําเนียบรัฐบาลที่ท่านเพิ่งปลูกหญ้าใหม่ นี่ครับเหยียบย่ํา หญ้าตายอยู่ในทําเนียบ ยึดสนามบินสุวรรณภูมิ ท่านจะตอบคําถามอย่างนี้ได้อย่างไร
ท่านประธานที่เคารพ ประเด็นต่อมาที่ผมอยากจะเรียนกับท่านประธาน ก็คือว่า ผมได้พูดต่างกรรมต่างวาระมาหลายครั้งว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พันธมิตรได้ ประกาศลําเลิกต่างกรรมต่างวาระนับครั้งไม่ถ้วน เปึนช่วงระหว่างเขาเอาคืนทวงกันตาม รายการโทรทัศน์ว่ามีความสัมพันธ์กันมาอย่างไร แต่ใบเสร็จที่มัดที่สุดก็คือว่า ท่านกําลัง จะออกพระราชบัญญัติ ซึ่งลงโทษคนยึดสนามบินสุวรรณภูมิ จากโทษประหารชีวิตปรับ ๕๐๐-๑๐,๐๐๐ บาท นี่อย่างไรครับ นอกจากไม่ปรับ บอกแล้วท้าทายความรู้สึกกับ คนไทยทั้งชาติ พรุ่งนี้เตรียมสตางค์คนละ ๑,๕๐๐ บาท ยึดกัน ๓ รอบก็ยังได้ นี่คือ ความรู้สึกเจ็บปวดว่านอกจากไม่ดําเนินคดีปูนบําเหน็จกันแล้ว ยังไปออกกฎหมาย ลดเหลือปรับ ๕๐๐ บาท แล้วมาอธิบายว่ากฎหมายไม่มีผลย้อนหลัง ในทางเปึนคุณ กฎหมายที่ไหนเปึนคุณมันมีผลทั้งนั้น พวกนี้ก็เริงร่าสิครับจากโทษประหารชีวิตเหลือ ๕๐๐ บาท ท่านเอาอะไรคิดนะท่านนายกรัฐมนตรี นี่ทุกหนังสือพิมพ์เลยครับพาดหัวหมด ผ่านกฎหมายปัองกันยึดสนามบินโทษแค่ปรับจิ๊บจ๊อย ๕๐๐-๑๐,๐๐๐ บาท นี่มีสตางค์เยอะ ยึดได้ ๕ รอบครับ แล้วบ้านเมืองมันจะไปอย่างไรท่านนายกรัฐมนตรี ๒๙๐,๐๐๐ หมื่นล้านบาท ความเสียหายที่เปึนตัวเลขออกมา ท่านแบกหน้าไปที่ไหน ๒๓,๐๐๐ ล้านบาท อนุมัติ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้ ๗-๘ วัน ๒๙,๐๐๐ ล้านบาท แล้วยังเสียไม่เลิกจนถึง เดี๋ยวนี้ ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่า นายกรัฐมนตรีนอกจากไม่ได้ ยึดหลักนิติธรรม นิติรัฐ เหมือนตามที่กล่าวอ้างแล้ว ยังมาแก้ยังมาออกกฎหมายเพื่อช่วย ผู้ต้องหาซึ่งมีโทษสูงสุดประหารชีวิต สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ เปึนผู้ก่อการร้าย สากลสร้างความเดือดร้อนให้กับคนไทยทั้งชาติมาเหลือโทษแค่ ๕๐๐ บาท ผมไม่ไว้วางใจ นายกรัฐมนตรี
ท่านประธานที่เคารพ ประเด็นต่อไปที่ผมอยากจะอธิบายความกับ ท่านประธานก็คือว่า เปึนเรื่องที่คาใจกันพอสมควรระหว่างผมในฐานะผู้กล่าวหา นายกรัฐมนตรีมายาวนาน พรรคพวกเพื่อนฝูงเวลาที่ชวนผมไปปราศรัยหาเสียงเลือกตั้ง ทุกคนก็ไม่สบายใจเหมือนกัน แม้กระทั่งว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมามีการปราศรัยใหญ่ นายสมัคร สุนทรเวช ร้อยตํารวจเอก ดอกเตอร์เฉลิม อยู่บํารุง หรือใครก็ตามร่วมปราศรัย เพราะผมในฐานะผู้สมัครในระบบสัดส่วนคนหนึ่ง ได้พูดถึงกรณีที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปึนชายไทยที่หนีการเกณฑ์ทหาร โอกาสนี้เปึนโอกาสดีที่สุดที่จะให้นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ตอบข้อข้องใจทั้งหมด แล้วท่านก็ได้เคลียร์ (Clear) เรื่องนี้ เพราะว่าคําว่า มาร์คหนีทหาร มันติดตัวท่าน วันนี้เปึนโอกาสดี แล้วผมก็อยากว่าให้ผม อภิปรายกันอย่างเต็มที่ ท่านตอบอย่างเต็มที่ ท่านก็ได้เคลียร์ข้อกล่าวหาว่าที่ผมได้ใช้ เอกสารไล่เลียงนั้นท่านจะชี้แจงแต่ละเรื่องอย่างไร ท่านประธานที่เคารพ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั้นเปึนคนที่มาตรฐานสูง ท่านได้ให้แนวทาง ๙ ข้อแก่คณะรัฐมนตรีเพื่อใช้ใน การปฏิบัติงานร่วมกัน ถ้าไม่รู้จักหน้า รู้จักตัวตน หรือรู้จักพฤติกรรม ถือว่าเปึนความ งดงามที่สุด เพราะว่าเปึนนายกรัฐมนตรีที่ได้วางแผนและได้สร้างมาตรฐาน
ข้อ ๙ รัฐมนตรีทุกคนไม่มีสิทธิเหนือประชาชนคนอื่น ในแง่ของการปฏิบัติ ตามกฎหมาย แต่ความรับผิดชอบทางการเมืองมีมาตรฐานสูงกว่าความรับผิดชอบทาง กฎหมาย ดังนั้น สิ่งที่ได้ให้เปึนแนวทางในฐานะที่ตนเปึนหัวหน้ารัฐบาลและมีหน้าที่ ในการติดตามประเมินการทํางานของรัฐมนตรี คือหากการดํารงตําแหน่งของรัฐมนตรีเปึน อุปสรรคต่อการแก้ไขปัญหาของบ้านเมือง แม้ว่าจะไม่ผิดกฎหมาย หรือแม้อาจไม่ได้เปึน การกระทําความผิด ขอให้รัฐมนตรีทุกคนไม่เว้นแม้แต่นายกรัฐมนตรีต้องยึดถือว่า ประโยชน์ส่วนรวมมาก่อนประโยชน์ส่วนตนและประโยชน์ของรัฐบาล เปึนมาตรฐานที่สูง ที่สุด เว็บไซต์รัฐบาลได้รายงานละเอียดยิบนะครับ หนังสือพิมพ์อาจจะตัดเปึนบางตอน
ประเด็นที่ผมจะพูดต่อไปนี้นั้นนะครับ ซึ่งจะมีเปึนตอน ๆ แล้วก็มีเอกสาร ประกอบกันเปึนตอน ๆ ขออนุญาตท่านประธานนะครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมเชื่อว่าการที่ประวัติชีวิตคนคนหนึ่ง ซึ่งไม่มีใครเกิดมาและคาดคิด ว่าวันหนึ่งตัวเองจะเปึนบุคคลสาธารณะมาเปึนผู้นํา มาเปึนประมุขฝ์ายบริหารสูงสุดและ ต้องได้รับการตรวจสอบ เรื่องของท่านไม่ใช่เฉพาะกรณีการหนีการเกณฑ์ทหารเท่านั้น แต่ ประวัติทางการเมืองท่านก็สับสนเหมือนกัน นี่เปึนข้อมูลของคณะกรรมการการเลือกตั้ง การเปึนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ของท่านนะครับ ชื่ออภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีเลขประจําตัว บัตรประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ มีเลขสมาชิก วันที่สมัครเปึนสมาชิกวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๓๕ นี่เปึนวันที่ เลขที่ ที่พรรคประชาธิปัตย์ส่งไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง ป้ ๒๕๓๕ ยังไม่ได้ใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ยังไม่ได้มี กกต. ยังไม่ได้มีคณะกรรมการ การเลือกตั้ง ประวัติของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปึนผู้แทนครั้งแรกเดือนมีนาคม ป้ ๒๕๓๕ เปึนประวัติที่ในหนังสือที่คนแต่งมากมาย ในเว็บไซต์มากมาย และคนไทยที่สู้ กับเผด็จการ รสช. (คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ) เขาก็จําท่านได้ เพราะท่าน เปึนคนเดียวของพรรคประชาธิปัตย์ที่หลุดรอดมาได้ในสนามการเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร เขาเรียกว่าการเลือกตั้ง ๓๕/๑ การเลือกตั้งเกิดขึ้นเดือนมีนาคม ป้ ๒๕๓๕ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๓๔ ซึ่งเวลานี้ได้ผ่านพ้นไปแล้ว ได้บัญญัติว่าการลงรับสมัครรับเลือกตั้งเปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นจะต้องสังกัดพรรคการเมือง ปรากฏว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะเปึนคนไทยคนเดียวหรือเปล่าไม่ทราบได้เปึนผู้แทนราษฎร ๓ เดือน รัฐธรรมนูญบอกว่า ต้องสังกัดพรรค มาสมัครสมาชิกพรรคภายหลังจากที่ได้เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้ว นี่เปึนบันทึกนะครับเปึนข้อมูลของคณะกรรมการการเลือกตั้ง เปึนเรื่องที่พรรค ประชาธิปัตย์รายงานไปที่ กกต. เพราะข้อมูลนี้ เนื่องจากเรามี กกต. ต้องแจ้งรายชื่อ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ก็ส่งเข้าไป ปรากฏว่าท่านเปึนสมาชิกพรรคหลังจากการเปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรถึง ๓ เดือน ทั้งที่กฎหมายบังคับบอกว่าท่านสมัคร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ต้องสังกัดสมาชิกพรรคก่อนนะครับ ท่านประธานที่เคารพ นี่ก็เปึนประวัติพิสดารของท่าน แต่ประเด็นที่ผมจะพูดต่อไปนี้นั้น เปึนหน้าที่ของชายไทย นายจตุพร พรหมพันธุ์ ไร้เส้นนี่ละครับ ก็ไปเกณฑ์ทหารจับได้ใบดํานะครับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่มีโอกาสได้มีชีวิตในตอนนี้เหมือนกับชายไทยอายุ ๒๑ ป้ทั่วไป ท่านประธาน ที่เคารพ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๑๗๕ ก่อนเข้ารับ หน้าที่ รัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีจะต้องถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ด้วย ถ้อยคําว่า ข้าพระพุทธเจ้าขอถวายสัตย์ปฏิญาณว่า “ข้าพระพุทธเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) จะจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์และจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ” นี่มาตรา ๑๗๕ ในการกล่าวถวายสัตย์ คนเปึน รัฐมนตรีต้องถวายสัตย์ทุกคน มาตรา ๗๓ บุคคลมีหน้าที่รับราชการทหาร เมื่อนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีถวายสัตย์ บอกว่าจะต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็มีหน้าที่จะต้องไปเกณฑ์ทหาร นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พยายามอธิบายว่า ตัวเองรับราชการทหารแล้ว ท่านประธานจะได้ฟังเลยว่าการรับราชการทหารของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั้น ได้โมฆะกันมาตั้งแต่ต้น มีการถามกันว่ามีคนไปยื่นร้องต่อ กกต. แล้วสิ กกต. ก็ยกคําร้องไป เพราะว่าไม่มีข้อห้ามของการเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในกรณีการหนีทหารที่ถูกต้อง แต่ข้อห้ามเรื่องนี้มันไปอยู่ที่ไหนครับ มันไปอยู่ที่ มาตรา ๑๐๒ ของรัฐธรรมนูญเรื่อง บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ เปึนบุคคลต้องห้ามมิให้ ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
(๖) เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ เพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือถือว่ากระทําการทุจริตและประพฤติมิชอบ ในวงราชการ
ท่านประธานก็คงจะสงสัยเช่นเดียวกันว่า แล้วเกี่ยวอะไรกับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านประธานที่เคารพ นี่ละครับ เรื่องกําลังจะเกี่ยวเดินทางเข้ามา มาตรานี้ จะอธิบายเส้นทางต่อไปนี้ได้เปึนอย่างดี ท่านประธานเองก็เคยรับทราบเหมือนกับผม เหมือนกันว่า ในประเทศนี้มีหลายคดี เช่น คนใช้วุฒิ ม. ๖ (มัธยมศึกษาป้ที่ ๖) ปลอม ไปเรียนจนจบปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก ก็ถูกยึดทั้งปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก ไปรับราชการเขาก็ให้ออก เพราะใช้วุฒิบัตร ม. ๖ ปลอม ทั้งที่จบปริญญาตรี จริง จบปริญญาโทจริง ปริญญาเอกจริง แต่ว่ามันโมฆะมาตั้งแต่ต้น ไปรับราชการก็ถูก ไล่ออก แล้วต้องถูกดําเนินคดี ท่านประธานที่เคารพ กรณีนี้มันไม่ได้มีเรื่องอายุความว่า ใครใช้วุฒิบัตรปลอม จบไปแล้ว ๑๐ ป้ แล้วจะเอาผิดไม่ได้ ข้าราชการแม้ว่าลาออกไปแล้ว ก็ตาม ถ้าพบความผิดมีการตรวจสอบ สามารถปลดออก ไล่ออกได้ มันจึงไปเข้าตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๒ ท่านประธานที่เคารพ แล้วเรื่องนี้ก็เปึนอยู่ในสถานการณ์ ปัจจุบัน เหตุผลก็คือว่า นายกมล บันไดเพชร ซึ่งเปึนกรรมการบริหารของพรรคเพื่อไทย เขาไปทําหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ซึ่งนั่ง อยู่ใน พัน ๑ รอ.(กองพันทหารราบที่ ๑ กรมทหารราบที่ ๑ มหาดเล็กรักษาพระองค์) ร่วมจัดตั้งรัฐบาลด้วยกับท่านนั่นแหละ นายอภิสิทธิ์ไม่ได้นั่งอยู่วันนั้น ท่านประธาน ที่เคารพ นายกมล บันไดเพชร เขาไปยื่นเรื่องนี้ให้กับรัฐมนตรี ผ่านปลัดกระทรวงกลาโหม ขอให้ถอดยศของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และเรียกเงินเดือนและเบี้ยหวัด นายกมลเขาได้ อ้างว่า มีบันทึกลับของกระทรวงกลาโหม ที่ ๐๔๒๓/๒๗๗ ลงวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ป้ ๒๕๔๒ เรื่อง รายงานผลการสอบสวนกรณี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เข้ารับราชการ โรงเรียนนายร้อย จปร. ปรากฏข้อเท็จจริงว่า อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่เข้ารับการตรวจเลือก เปึนนายทหารประจําการ เปึนบุคคลหนีการเกณฑ์ทหาร ขาดคุณสมบัติในการเข้ารับ ราชการไม่ว่าฐานะข้าราชการพลเรือนหรือในฐานะข้าราชการทหารก็ตาม โดยนายกมล ได้ระบุ เดี๋ยวผมจะได้อ่านเอกสารชิ้นนี้ให้ท่านประธานได้ฟังว่า นายกมลได้บอกว่า การบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ และต่อมาโดยทุจริตได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่สัสดีออกใบแทน ใบสําคัญทหารกองเกิน สด. ๙ อันเปึนเท็จ และใช้ใบแทนใบสําคัญทหารกองเกิน สด. ๙ ที่เปึนเท็จมาใช้เปึนหลักฐานแสดงต่อเจ้าหน้าที่ให้สําคัญผิดว่าได้รับการผ่อนผันการเกณฑ์ ทหาร จนได้รับการบรรจุ ท่านประธานที่เคารพ เรื่อง การสอบสวนนี่นะครับ ผลการ สอบสวนวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ป้ ๒๕๔๒ นั้น ป้ ๒๕๔๒ ท่านประธานคงจะจําเหมือนกับ ผมได้ว่า เวลานั้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปึนรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี นายชวน หลีกภัย เปึนนายกรัฐมนตรีควบตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ เปึนผู้บัญชาการทหารบก แปลความกันว่า ไม่ได้มีทหาร ไม่ได้มี ผู้บัญชาการทหารบก ไม่ได้มีรัฐมนตรี หรือรัฐบาลของชุดคนอื่นใดเลย แล้วที่ผ่านมา รัฐบาลทุกชุด ไม่ว่าไทยรักไทย พลังประชาชน ไม่มีใครไปดําเนินคดีเรื่องนี้ เพราะไม่ต้องการให้กลายมาเปึนคดีทางการเมือง แต่วันนี้นี่นะครับเมื่อท่านมาเปึนรัฐบาล เปึนนายกรัฐมนตรี นายกมล บันไดเพชร เขาจึงไปยื่นหนังสือให้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมดําเนินการถอดยศ เรียกเงินคืน เงินเดือน และเบี้ยหวัดเพื่อสถานะของ ท่านก็จะกลายไปเข้าข่ายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๒ (๖) ท่านประธานที่เคารพ ถามว่าเรื่อง นี้มันเกิดขึ้นมาได้อย่างไรครับ ชีวิตคน ๆ หนึ่งนี่นะครับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปึนคนไทยที่เกิดที่เมืองนิวคาสเซิล (Newcastle) ประเทศอังกฤษ วันที่ ๓ สิงหาคม ป้ ๒๕๐๗ ชายไทยที่เกิดมาเปึนคนไทยจะ ล่วงรู้กันเลยว่าชายไทยที่อายุครบ ๑๗ ป้บริบูรณ์ ย่างเข้า ๑๘ ป้นั้นจะต้องไปแจ้งทะเบียน ทหารกองเกินเพื่อได้ สด. ๙ ซึ่ง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อายุครบ ๑๗ ป้ ในป้ ๒๕๒๔ ปรากฏว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ได้ไปขึ้นทะเบียนทหารกองเกิน โทษเล็ก ๆ นะครับ จําคุก ๓ เดือน ปรับ ๓๐๐ บาท อายุความ ๕ ป้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไปแจ้งขึ้น ทะเบียนทหารกองเกินในวันที่ ๔ กรกฎาคม ป้ ๒๕๒๙ ขณะนั้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อายุ ๒๒ ป้ เลยอายุการเกณฑ์ทหารมา ๑ ป้ สัสดีพระโขนงไปแจ้งลงบัญชีทหารกองเกิน เกินกําหนดและได้รับใบสําคัญ คือ สด. ๙ ฉบับที่ ๕,๓๕๒ เล่มที่ ๕๔ โดยไม่มีการสั่งปรับ แต่เนื่องจากอายุยังอยู่ในเกณฑ์ต้องได้รับการตรวจเลือก อายุระหว่าง ๒๑–๒๙ ป้ จึงต้อง รับหมายเรียกให้เข้าตรวจเลือกทหารในคราวต่อไปพร้อมกันไปด้วยในวันที่ ๗ เมษายน ป้ ๒๕๓๐ ท่านประธานที่เคารพ นายอภิสิทธิ์จะต้องไปเกณฑ์ทหารที่เขตพระโขนง ตามมาตรา ๑๘ ตามพระราชบัญญัติรับราชการทหาร ป้ ๒๔๙๗ ท่านประธาน ที่เคารพ เมื่อถึงกําหนดวันที่ ๗ เมษายน ป้ ๒๕๓๐ ปรากฏว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ไปตรวจเลือกตามหมายเรียกเข้ารับราชการทหาร นี่แหละครับวันที่ ๗ เมษายน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จึงอยู่ในฐานะชายไทยที่หนีการเกณฑ์ทหารต้องใช้คําถูกคือ หนี การเกณฑ์ทหาร ถ้าหนีทหารคือ เกณฑ์ไปแล้วแล้วหนี นี่ก็จะมีโทษอีกแบบหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพ ชัดเจนที่สุดก็คือว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่เข้ารับการตรวจเลือก ท่านประธานครับ แล้วที่สําคัญมากกว่านั้นก็คือว่า ตั้งแต่ป้ ๒๕๓๐ ป้ ๒๕๓๑ ป้ ๒๕๓๒ เช่นว่า ป้ ๒๕๓๑ ตรวจไม่พบรายชื่อ ป้ ๒๕๓๒ อยู่ในบัญชีคนขาด ป้ ๒๕๓๓ อยู่ในป้ คนขาด ป้ ๒๕๓๔ อยู่ในป้คนขาด ป้ ๒๕๓๕ อยู่ในบัญชีคนขาด นี่ลงสมัครผู้แทนแล้วนะ ป้ ๒๕๓๖ ก็อยู่ในบัญชีคนขาดจนอายุครบ ๒๙ ป้ในป้ ๒๕๓๖ ประเด็น เปึนอย่างนี้ ท่านประธานที่เคารพ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หลังจากมีการหนีการเกณฑ์ ทหารในวันที่ ๗ เมษายนแล้ว ผมไม่ทราบว่ามีใครไปแนะนําอะไรท่าน แต่มีคนมานินทา แต่ว่าผมไม่อยากจะก้าวล่วงว่า คนบางคนที่ท่านให้ความเคารพนั่นละครับ สนิทกับ อดีตผู้นํา รสช. คนหนึ่ง แล้วเขาอาจจะแนะนําให้ท่านไปใช้ช่องนี้นะครับ ช่องที่ว่า อะไรครับ ไปขอรับราชการและขอบรรจุเปึนอาจารย์โรงเรียนนายร้อย จปร. ระดับ น. ๑ ชั้น ๓ เงินเดือน ๒,๗๖๕ บาท ตามคําสั่งของกระทรวงกลาโหม ที่ ๗๒๐/๓๐ ลงวันที่ ๗ สิงหาคม ป้ ๒๕๓๐ ดูเหมือนว่าไม่มีอะไร แต่ปรากฏว่า การที่พลเรือนชายไทยคนหนึ่ง ต้องการไปสมัครเพื่อเข้ารับราชการของกระทรวงกลาโหมนั้นนะครับท่านประธาน จะต้อง แสดงหลักฐานสําคัญทางทหาร เช่น อายุ ๑๘ ป้ ถึง ๒๐ ป้ ต้องใช้ สด. ๙ อายุ ๒๑ ป้ ถ้าไม่มีหลักฐานการใช้สิทธิผ่อนผันต้องใช้ สด. ๙ และ สด. ๔๓ ประกอบกัน นี่เปึนสาระสําคัญและสักครู่ผมจะได้โยงหลักฐานไปให้ท่านประธานได้ดูว่า ผลการสอบสวนนี่ท่านประธานลองดูเถอะครับ ไม่ทราบว่านายกรัฐมนตรีจะได้เคยเห็น ไหมครับว่าเอกสารที่ผู้สมัครต้องนํามาประกอบสมัครเข้ารับราชการเปึนข้าราชการทหาร สัญญาบัตร เขาวงเล็บชายใส่ชื่อ เช่น อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นามสกุล มีใบสมัคร สัญญาบรรจุเข้ารับราชการ สัญญาค้ําประกัน สําเนาใบปริญญาบัตร สําเนาบัตร ประชาชน สําเนาทะเบียนบ้าน สําเนาทะเบียนบ้านบิดา มารดา ใบสําคัญทางการแพทย์ รูปถ่าย และข้อ ๑๑ สําเนาใบสําคัญทหารกองเกิน สด. ๙ หรือสมุดประจําตัวทหาร กองหนุน สด. ๘ ในกรณีใช้ สด. ๙ หากอายุอยู่ในระยะเวลาตรวจเลือก ๒๑-๒๙ ป้ ต้องมี หลักฐานการผ่อนผันการตรวจเลือกเข้ารับราชการทหาร หรือแสดงผลการตรวจเลือด สด. ๔๓ แนบมาด้วย ท่านประธานที่เคารพ การเข้าไปสมัครเปึนทหารสัญญาบัตร ชายไทยทุกคน ทหารทุกคนในกองทัพจะต้องมีหลักฐานก็คือว่า ถ้าท่านไม่ได้ใช้สิทธิ ผ่อนผันซึ่งป้นั้นนายอภิสิทธิ์เมื่อไปขึ้นทะเบียนนายทหารกองเกินตอนอายุ ๒๒ ป้ ต้องเกณฑ์ทหารป้ถัดมาทันที จึงไม่มีเรื่องการผ่อนผัน เมื่อเปึนชายไทยหนีการเกณฑ์ ทหาร ท่านประธานที่เคารพ นายอภิสิทธิ์ทําอย่างไรครับ เพราะว่า สด. ๙ ไปแสดงไม่ได้ สด. ๙ ที่ออกเมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคมนั้น ถ้าไปแสดงโรงเรียนนายร้อย จปร. เขาก็จับได้ ว่าหนีทหารมาเพราะว่าไม่ไปเกณฑ์ทหารวันที่ ๗ เมษายน ป้ ๒๕๓๐ ท่านประธาน ที่เคารพ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทําอย่างไรครับท่านประธาน ได้ไปที่เขตพระโขนง ไปพบสัสดี ไปขอใบ สด. ๙ ใบแทนขึ้นมาใหม่ นายอภิสิทธิ์ ระยะเวลา ๙ เดือน ของการบรรจุของการได้รับเงินเดือนเปึนอาจารย์โรงเรียนนายร้อยนั้นไม่มีหลักฐาน การเข้าสมัคร คือนายอภิสิทธิ์ไม่มีสิทธิจะสมัครตั้งแต่วันแรก เพราะไม่ได้มี สด. ๔๓ ประกอบกับ สด. ๙ แต่ข้อเท็จจริงที่มาบอกภายหลังว่านายอภิสิทธิ์ก็ไม่กล้าใช้ สด. ๙ ในวันที่ ๔ กรกฎาคม ป้ ๒๕๒๙ เช่นเดียวกัน แปลความกันว่าใบสําคัญทางทหารของ นายอภิสิทธิ์ที่ใช้ในการสมัครแล้วมีการบรรจุในวันที่ ๗ สิงหาคม ป้ ๒๕๓๐ นั้น เปึนการใช้ หลักฐานเท็จโดยไม่มีเอกสารใด ๆ ที่เปึนเอกสารสําคัญ นายอภิสิทธิ์ จึงไม่มีสิทธิ เข้ารับราชการโรงเรียนนายร้อย จปร. ท่านประธานที่เคารพ แล้วถามว่านายอภิสิทธิ์ ทําอย่างไรครับ ใช้เวลา ๙ เดือนมาแล้วไปพบสัสดีพระโขนงครับ ท่านประธานที่เคารพ มีเรื่องหารือนิดหนึ่งประธานวิปแจ้งว่า เอ็นบีทีจังหวัดอุบลราชธานีเสียงหายครับ