ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง หารือเรื่องการขอเงินจากพรรคประชาธิปัตย์ และแสดงความไม่พอใจในเรื่องการขอเงินและกระบวนการเซ็นเช็ค โดยระบุว่ามีบุคคลในพรรคที่มีอํานาจปฏิบัติหน้าที่ไม่ซื่อสัตย์สุจริต และมีการสนับสนุนจากบริษัทอื่น นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้ตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายการรับเงินสนับสนุนพรรคการเมือง และเปลี่ยนชื่อพรรคใหม่
เดี๋ยวผมแถลงทีหลังเอง เดี๋ยวแถลงทีหลังอีกที ไม่เปึนไร คนรูปหล่อไม่ต้องออกบ่อย ท่านประธานครับ นี่เปึนเช็คที่ พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ ๑ จ่าย บริษัทเมซไซอะ เอาไป ไซฟอน จ่ายวันที่ ๑๐ มกราคม วันที่ ๑๑ เอาไปแบ่งกันใช้ใต้ถุน พรรคประชาธิปัตย์ มันน่าจะตัดเช็คจ่ายกันหมดเรื่อง ไม่ต้องไปเบิกเงิน ก็ตัดให้คนนี้หน่อยคนนี้หน่อยนี่นะครับ ใบที่ ๒ ใบที่ ๓ ยังไม่ได้เซ็น ใบที่ ๔ นี่ท่านนายกรัฐมนตรีเริ่มเซ็น ผมแฟร์ (Fair) ไหมท่านนายกรัฐมนตรี ผมไม่ได้ว่าท่าน เพราะตอนท่านเซ็นมันถูกแล้ว ถูกต้องน่ะ เพราะหลังเลือกตั้ง ไม่ผิด หัวหน้าพรรค เบอร์ ๕ นายกรัฐมนตรีเซ็น ผมเอ๊ะลายเซ็นใครนึกตั้งนาน เพราะไม่ค่อยมีวาสนาเห็น ลายเซ็นท่าน วาสนาน้อยไม่ค่อยได้เห็น ไม่ผิด ใบที่ ๖ ไม่ผิด ใบที่ ๗ ไม่ผิด ผมแฟร์ไหม แต่เอามาให้รู้ว่า เก็บอะไรไว้ที่ไหนผมรู้หมด ผมนิสัยเหมือนเมียผมท่านประธาน หาสตางค์เก่ง ผมเอาไปซ่อนที่ไหนเมียหาเจอหมด เมียผมหาเก่ง แต่ผมไม่ได้หาสตางค์
ท่านประธานครับ คือในพรรคประชาธิปัตย์ นี่ผมก็มีความเคารพ นักการเมืองอาวุโสหลายท่าน แต่ ๒ ท่าน ก็คือพี่บัญญัติ บรรทัดฐานกับพี่ชวน หลีกภัย เมื่อคืนพี่บัญญัติไปออกรายการ บอกว่าพี่บัญญัติเปึนคนทํางบ ผมไม่ทราบว่าใครทํา แต่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เปึนคนเซ็นรับรอง ผมจะรู้ได้อย่างไรพี่บัญญัติทํา ผมไม่ทราบ แต่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เปึนคนเซ็นรับรอง ผมเปึนนักกฎหมาย ไม่ใช่ นักเศรษฐศาสตร์ แต่ผมก็เรียนการทําบัญชี ผมก็อ่านหนังสือ งบ กกต. งบวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๔๗ ไปจบ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๔๗ ให้เวลาอีก ๓ เดือน ในช่วง เดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์เดือนมีนาคม ป้ ๒๕๔๘ พี่บัญญัติแสดงสป่ริตลาออกจาก หัวหน้าพรรค ท่านอภิสิทธิ์ต้องเปึนคนเซ็น แล้วเซ็นงบต้นป้ ๒๕๔๘ ผมกล่าวหาท่านเมื่อ สักครู่นี้ว่าไม่ชี้แจงงบที่ได้บริจาคกับพรรค หมายถึงไม่เป่ดเผย จําคุก ๓ ป้ ปรับ ๓ เท่าของ ทรัพย์สิน นี่เกิดต่อไปแพ้คดี ๓ เท่า ๗๐๐ ล้านบาทนะ แล้วจะเอาที่ไหนไปให้เขา พอมางบ ชี้แจงคลาดเคลื่อนไม่ตรงกับ กกต. ผมก็บอกว่ามาตรานี้มันตรงมาตรา ๖๒ และมี บทลงโทษตามมาตรา ๖๓ (๕) มันนําไปสู่การยุบพรรค ท่านประธานครับ ถึงตรงนี้ท่านประธานเห็นแล้วว่าผมฟันธง ผมเสนอข้อเท็จจริง ผมเสนอข้อกฎหมาย แล้วผมสรุปความผิดตามกฎหมาย ไม่เปึนไร นี่ครับ ถ้าพูดแล้ว กกต. บอกไม่ผิดก็อยู่ไป หลักฐานครบ ยื่นรัฐธรรมนูญบอกยุบได้อย่างไร พรรคประชาธิปัตย์ พรรคอื่นมายุบหมด ยุบหมด ยุบหมด ยุบหมด ยุบหมดน่ะ แต่พรรคประชาธิปัตย์ไม่ยุบ ไม่ยุบ ไม่ยุบ ก็เรื่องของท่าน ลัคกี้ ทู ยู น็อท มี (Lucky to you not me) โชคดีสําหรับนายกรัฐมนตรี แต่พวกผมเห็นพฤติกรรมอย่างนี้ เห็นข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายอย่างนี้ ท่านอยู่อีกวันหนึ่งนี่ผมยังไม่อยากให้อยู่เลย อยู่ได้อย่างไร เอาเงิน สกปรก เอาเงินได้มาจากการกระทําผิดกฎหมายให้บริษัทลูกน้องตัวเองรับมาไซฟ์อน เข้าพรรค กกต. ก็ให้ เพราะขอเอามาไซฟ์อนเอาเงินไปใช้ ไม่ว่าจ้างเชื่อถือ อ้ายนี่ก็จนแทบ ตาย อวดดี ๓ แสนบาท ๕ แสนบาท เขาให้เบิก ไม่ล่ะ รอทีเดียว ๒๓ ล้าน ๓ แสนบาท เพราะ เพราะ น้องชายนายประดิษฐ์ไปสอนเขา ไปแนะนําเขา เขาทนไม่ไหว ณ วันนี้เขา บอกกับหน่วยราชการ นับตั้งแต่ บริษัท ทีพีไอ จ้างทําสัญญาโมฆะ ซึ่งมันโมฆะตาม กฎหมายอยู่แล้ว กรรมการ ๒ ใน ๙ เซ็น ๑ ได้ประทับตราผิด เงินที่เข้าบริษัท เมซไซอะ ท่านบอกเขาเอาไปให้พรรคประชาธิปัตย์ทั้งนั้น เงินที่พรรคประชาธิปัตย์จ้างทําปัาย เขายืนยันไม่มีการจ้างจริงแต่อย่างใด เขาบอกไว้แล้ว ท่านประธานครับ เมื่อคืนคนใน รัฐบาลพล่านจะไปเอาเอกสาร ก็ไหนไม่มี ไหนพร้อม ไหนไม่กลัว และขณะนี้ยังต่อรองขอ เอกสารจากเขา แต่มันมีหลายหน่วย มันมีหลายหน่วย เอาตรงนี้โผล่ตรงนี้ เอาตรงนี้โผล่ อย่างนี้ ที่ผมอยากจะชี้แจงให้พี่บัญญัติที่ผมรักเคารพทราบ ๑. พี่บัญญัติออกไปแล้ว ๒. พี่บัญญัติจะทําหรือไม่ ผมไม่รู้ เพราะผมออกจากพรรคประชาธิปัตย์ตั้งแต่ป้ ๒๕๒๙ ผมไม่รู้ว่าพี่บัญญัติทําหรือเปล่า แต่ผมมีพรรคประชาธิปัตย์ งบดุล ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๔๘ ท่านประธานครับ ผู้รับรองงบดุล ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค แล้วผม ไม่กล่าวหาท่านจะให้ผมกล่าวหาใคร ไหนมันเก่า มันไม่เก่า ถ้าสอบสวนต่อไปผิด ท่านมี ความผิด ท่านยุบพรรค ท่านก็ต้องพักแบบตองหนึ่ง แบบ ๓๗ ไหนเก่า เก่าตรงไหน เก่า ๆ ใหม่ ๆ ท่านนายกรัฐมนตรีอายุยังน้อยจะไปเอาแต่ของใหม่อย่างเดียว ของเก่าต้องอนุรักษ์ ไว้เหมือนกัน นี่ครับเหรัญญิก นายกอร์ปศักด์ สภาวสุ ก็มีคนไปนินทาเฉลิมไม่ใส่ชื่อกอร์ปศักดิ์ เพราะกอร์ปศักดิ์ขอร้อง ไม่จริง ไม่เคย ไม่เคยติดต่อ ไม่เคยข้องเกี่ยว แต่ผมกับพ่อเขานี่ ชอบกันพี่ประมวลตั้งแต่ป้ ๒๕๑๗ ตั้งแต่ผมเปึน ร้อยตํารวจโท ไม่เกี่ยว รองนายกรัฐมนตรี กอร์ปศักดิ์ไม่เคยขอร้องผม ไม่เคยโทรศัพท์คุยกัน ๑๐ ป้ ๑๕ ป้ ๒๐ ป้ ไม่เคย แต่พี่ ประมวลพ่อเขากับผมมหามิตรรักกัน เปึนรัฐมนตรีต้องกินข้าวกันทุกเที่ยง เย็น ๆ ต้องไป กินข้าวเอราวัณรุ่นเก่า เพราะฉะนั้นโปรดทราบ แล้วคนอย่างผมล็อบบี้ (Lobby) ไม่ได้ ไม่มีเหตุผล เห็นไหมครับท่านนายกรัฐมนตรี ท่านเซ็นไว้นะครับ ท่านเลขาธิการ พรรคประชาธิปัตย์นะ ท่านมาดูอีก ท่านประธานที่เคารพ พรรคประชาธิปัตย์รายละเอียดประกอบงบการเงินเมื่อวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๔๘ ที่บัญญัติไปออกทีวีเมื่อคืน ที่บัญญัติไปแล้ว ไม่รู้ละว่าพรรค ประชาธิปัตย์ขอเงินสนับสนุนจาก กกต. เปึนจํานวนเงินบิลบอร์ด ๑๐ ล้านบาท ฟ่วเจอร์ บอร์ด ๑๙ ล้านบาท กกต. ให้ท่าน ๒๙ ล้านบาท แต่ต้องกระทํานะ บิลบอร์ด ฟ่ ว เ จ อ ร์ บ อ ร์ ด ผู้ รั บ ร อ ง ง บ ดุ ล นำ ย อ ภิ สิ ท ธิ์ เ ว ช ชำ ชี ว ะ เ ห รั ญ ญิ ก นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ แสดงว่าได้งบประมาณจาก กกต. มาจริง ท่านประธานครับ มาตอนรับรองงบดุลรายจ่ายในการเลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์รณรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ มีสมาชิกเยอะ พรรคประชาธิปัตย์ได้เงินส่วนหนึ่ง บางส่วน บางกลุ่ม ได้เงินจาก บริษัท ทีพีไอ ผ่านบริษัท เมซไซอะ ผ่านนายประจวบไปถึงนายธงชัยน้องชาย นายประดิษฐ์ ส่วนหนึ่งบอกว่าโครงการจัดทําแผ่นปัายโฆษณาประชาสัมพันธ์บิลบอร์ด ใช้ไป ๒ ล้านบาทหย่อนนิดเดียว โครงการจัดทําแผ่นปัายฟ่วเจอร์บอร์ดใช้ไป ๔๐ ล้านบาท รวมแล้ว ๕๐ ล้านบาท ถ้าพี่น้องประชาชนคนฟังทางบ้าน คนไม่ได้ตามการเมือง คนไม่ได้ ตามรายละเอียด อะไรวะ ก็เขาได้มา ๒๙ ล้าน ๖ แสนบาท เขาใช้ไปตั้ง ๕๐ ล้านบาท แล้วเฉลิมไปติดใจอะไร ติดใจสิครับ เพราะเงินส่วนนี้ไม่ใช่เงินที่ใช้จ่ายของ กกต. ๒๙ ล้าน ๖ แสนบาท เพราะเรื่องเงินส่วนนั้น ๒๙,๖๐๐,๐๐๐ บาท พรรคประชาธิปัตย์เอาไปไซฟ์อน ผ่านบริษัท เมซไซอะ เอาไปใช้กัน ๒๓ ล้าน ๓ แสนบาทนี่ครับท่านนายกรัฐมนตรี ตรงนี้ล่ะ ที่บอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีรับรองงบดุลอันเปึนเท็จ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อมาถึง ตรงนี้ผมอยากจะกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีนะครับว่า ผมต้องกล่าวหาว่า ท่านนายกรัฐมนตรีมีความผิด ๓ ประเด็น
ประเด็นที่ ๑ ไม่แจ้งรายได้ที่ได้รับ ปกป่ดรายรับ กรณีบริษัท เมซไซอะ เอาเงินจากบริษัททีพีไอ
ประเด็นที่ ๒ กล่าวหาว่าท่านชี้แจงงบดุลเท็จในส่วนเงินสนับสนุน จาก กกต.
ประเด็นที่ ๓ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๓๗ มีความผิด แจ้งความเท็จ
ท่านประธานครับ ผมจะสรุปบทส่งท้าย จากข้อเท็จจริงพยานหลักฐาน แสดงให้เห็นว่ามีบุคคลร่วมกันกระทําความผิดกฎหมาย ทําลายระบอบประชาธิปไตย ฉ้อราษฎร์โดยเอาเงินจากบริษัททีพีไอมาใช้ บังหลวงเอาเงินจาก กกต. พวกผมถือว่า ทําความผิดในระบอบประชาธิปไตยอย่างร้ายแรง ทําลายระบบคุณธรรม จริยธรรม ไม่มี หิริไม่มีโอตัปปะ ด้วยเหตุผลสนับสนุนดังต่อไปนี้
เรื่องที่ ๑ มีบุคคลคณะหนึ่งซึ่งมีอํานาจในบริษัท ทีพีไอ จดทะเบียนใน ตลาดหลักทรัพย์ ปฏิบัติหน้าที่ไม่ซื่อสัตย์สุจริต กระทําการทุจริต เบียดบังเอาทรัพย์สิน ของบริษัทซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ถือว่าเปึนบริษัทมหาชน ใช้โอกาสทางทุจริต แสวงหาประโยชน์เพื่อตนเองหรือผู้อื่น ทําให้บริษัทได้รับความเสียหาย มีความผิดตาม พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๘๙/๑๐ มาตรา ๘๙/๑๑ มาตรา ๘๙/๒๑ มาตรา ๓๐๖ มาตรา ๓๐๗ มาตรา ๓๐๘ และมาตรา ๓๑๑ ขอเรียกร้องให้ผู้มีหน้าที่ในตลาดหลักทรัพย์ ใครที่ถือหุ้นบริษัท ทีพีไอ ไปร้องทุกข์ ดําเนินคดีกับบุคคลกลุ่มดังกล่าว และนับแต่ป้ ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๔๘ ป้ ๒๕๔๙ บริษัท ทีพีไอ ไม่เคยแสดงยอดบัญชีทรัพย์สินในตลาดหลักทรัพย์ ไม่เคยชี้แจง งบที่ให้บริษัท เมซไซอะ เพราะมันชี้แจงไม่ได้ มันโกง มันทุจริต มันบีบคั้นจิตใจพี่น้องประชาชนที่รู้เท่าไม่ทันการณ์ เอาเงินมาบํารุงบําเรอกลุ่มการเมือง พรรคการเมืองอาจจะไม่ใช่ทั้งพรรค อาจจะไม่ใช่ ทั้งหมด แต่ส่วนใหญ่เอาเงินได้มาจากการกระทําความผิด
เรื่องที่ ๒ เหตุผล บริษัท เมซไซอะ นายประจวบ สังขาว กรรมการอาจจะมี ความผิดฐานสนับสนุน เพราะกฎหมายตลาดหลักทรัพย์มันไม่มีตัวการร่วมกันตาม ป. อาญา (ประมวลกฎหมายอาญา) มาตรา ๘๓ เพราะเปึนกฎหมายพิเศษ
เรื่องที่ ๓ พรรคประชาธิปัตย์ ผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์บางส่วน เช่น ท่านนายกรัฐมนตรี กระทําความผิดฐานรับเงินสนับสนุนพรรคการเมืองโดยไม่เป่ดเผย ผมย้ําอีกครั้ง บุคคลใดจะอ้างว่าไม่รู้กฎหมายเพื่อให้ตนพ้นผิดนั้นไม่ได้ ไม่จ่ายเงินที่ได้รับ การสนับสนุนจาก กกต. ให้เปึนไปตามที่กําหนดไว้ เพราะเอาเงินส่วนหนึ่งมาฟอกใน บริษัท เมซไซอะ ท่านประธานครับ ไม่ยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๕๑ มาตรา ๖๒ มาตรา ๖๕ ลงโทษถึงยุบพรรคการเมือง ถ้าผิด ส่วนแจ้งยอดรับบริจาคไม่ตรง จําคุก ๓ ป้ ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญและยังมีบทบัญญัติและกฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ ซึ่งผมคิดว่ากฎหมายไม่ต้องย้อนหลังในทางเปึนโทษ เท่าที่มีอยู่ ผมอยากพิสูจน์นิติธรรม ผมอยากพิสูจน์นิติรัฐ ซึ่งนายกรัฐมนตรีพร่ําพูด นายกรัฐมนตรีพร่ําบอก ต้องมีนิติธรรม ต้องมีนิติรัฐ เหตุเกิดกับคนกลุ่มหนึ่งผิดทุกเรื่อง แต่มาเกิดกับอีกคนหนึ่ง ไม่ผิด ผมจะคอยดู ผมจะคอยตามว่าบ้านนี้เมืองนี้ยังมีความ ยุติธรรมกันหรือไม่ ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธานมาถึงตรงนี้ใกล้สรุป แต่ลักษณะของผมเวลาผมอภิปรายในสภา ผมไม่ชอบมาเถียง ผมนั่งลง นายกรัฐมนตรีจะตอบหรือไม่เรื่องของท่าน เพราะวันนี้ผมพูด กับประธานสภา แต่เมื่อใส่เวลาผม ผมก็มานั่งสรุป ท่านพูดมาจริงผมรับ ไม่จริงเอาคืน ยังเปึนสิทธิของผม ท่านประธานครับ แต่ผมไม่อยากให้สภามันมั่ว ไม่อยากให้ใครหยิบ อะไรมาพูดได้ ในฐานะผมเปึนคนเรียนกฎหมาย บอกประธานก็ได้ ความภาคภูมิใจของ ผมก็มีอยู่ จบปริญญาเอกนิติศาสตร์คนแรกของมหาวิทยาลัยรามคําแหง ปริญญาเอก นิติศาสตร์คนที่ ๓ ของประเทศไทย นี่คือความภูมิใจ แล้วผมก็ภูมิใจ ผมเริ่มต้นจาก นักเรียนนายสิบกองทัพบก เมื่อสักครู่ผมชวนเขาฟัง ไม่รู้เขาฟังหรือเปล่า นี่นะนักเรียน นายสิบกองทัพบก นายกรัฐมนตรีไปพูดออกซ์ฟอร์ด ท่านก็ภูมิใจ ผมไปพูดโรงเรียนนาย สิบ ค่ายธนะรัชต์ จังหวัดปราณบุรี ประมาณ ๙๐๐ คน ผมก็ดีใจ แต่ผมอยากจะบอกเอาไว้ ว่าไม่อยากให้คนที่ถูกพาดพิงมาพูด แล้วจะเสริมความผิดให้กับคนที่เขาไม่รู้เรื่องด้วย ท่านประธานครับ ขออนุญาตอีกนิดนะครับ ผมบอกคุณประดิษฐ์ ผมบอกคุณนิพนธ์ ผมบอกคุณประพร ตั้งหลักให้ดี ไม่ได้ขอร้อง ก่อนตอบกลับไปนั่งคิด ไม่รู้ตัวเองหรือว่าทํา อะไรไปบ้าง แล้วผมแช่งไว้แล้ว ถ้าผมพูดเท็จให้วิบัติ ใครพูดเท็จวิบัติ ท่านประธานครับ เรื่องจริง ๆ คนที่มารับเงินกลุ่มนายประดิษฐ์ กลุ่มนายนิพนธ์ กลุ่มนายประพร ไม่ใช่ มีธุรกิจ บ้าน โฆษณา ประชาสัมพันธ์ มีอาชีพทําแพปลา แล้วเปึนกรรมการบริษัท สยามซีฟู็ด ที่จังหวัดสงขลา ๑. ผมจะเตือน ถ้าบอกว่ามารับงาน คุณมีสัญญาว่าจ้างไหม ไม่มี ๒. ไม่มีสัญญาว่าจ้าง คุณมีรายได้ คุณเสียภาษีไหม ๓. บริษัท ทีพีไอ มันอยู่ใน ตลาด แต่ให้การว่ามารับสัญญาว่าจ้างโดยใช้รถกระบะติดปัาย บริษัท ทีพีไอ พีแอล ไป โฆษณาที่หาดสมิหรา ที่จังหวัดสงขลา มันไปไม่ได้ เดี๋ยวผมก็ต้องตามบี้เพื่อจับการโกหก บี้อย่างไรท่านประธาน ให้สรรพากรไปตรวจที่อ้างว่ารับงาน เสียภาษีไหม มีสัญญา ว่าจ้างไหม เสียใหม่ก็ไม่ได้ เพราะมันเลยมาแล้ว นี่ผมเตือนเพื่อความหวังดี และอีกอย่างหนึ่ง คุณมาลี ปัญญาลักษณ์ ตํารวจให้โอกาสไปชี้แจง ปรากฏว่าทําธุรกิจ เปึนสิบล้านใส่รูปเรียง คุณมาลีชี้ผิด ชี้ผิดก็แสดงว่าไม่รู้จักกับนายประจวบ อีกคนหนึ่ง นอกจากเปึนน้องสาวแล้ว นายนูญ สายอ๋องเปึนเพื่อนนักเรียนกับคุณนิพนธ์ไม่รู้เรื่อง โฆษณา พอมาถึงนายวุฒิชัย วัตตธรรม ก็เปึนญาติทางเมียของคุณนิพนธ์ นางศรัญยา ภูริศักดิ์ไพศาล ก็เปึนเมียนายวุฒิชัย น้องสะใภ้ หลานสะใภ้ นายพิศ วัตตธรรม เปึนพ่อ นายวุฒิชัย และเกี่ยวดองเปึนญาติทางภรรยาคุณนิพนธ์ นางอาภาพร เอกอุรุ สาย นายประพร ก็เปึนน้องสาวนายประพร ทํามาค้าขายอยู่กับน้องสาวคุณนิพนธ์ ภรรยา คุณนิพนธ์ และคุณสมศักดิ์ เอกอุรุ ผู้รับเงินคนหนึ่งก็เปึนญาติกับคุณประพร (DSI : Department of Special Investigation กรมสอบสวนคดีพิเศษ) และดีเอสไออนุมัติให้เปึนคดีพิเศษ เหตุมันเกิด เขาบอกนายธงชัยให้นายประจวบเซ็นชื่อในกระดาษเปล่า ๔๐ แผ่น โดยใช้ ปากกาด้ามละสี ประมาณ ๒๐ ด้าม และขอตราประทับของเมซไซอะไปด้วย ตรงนี้ท่านคง ไม่ได้ลงไปเองละ แต่ผมเตือนนะ ลายน้ําหมึกนี่มันหนักเบา ลายน้ําหมึกเขาพิสูจน์ได้โดย กองพิสูจน์หลักฐานว่าเซ็นป้ ๒๕๔๗ หรือเพิ่งเซ็นเมื่อปลายป้ ๒๕๕๑ ก็อยากเรียนไว้ตรงนี้
แล้วสุดท้ายเลยผมอยากจะบอกว่า ไปบอกนายประชัยสิ คุณแน่หรือเปล่า คุณแน่คุณต้องบอกสิ เงินทั้งหมดคุณบริจาค บอกสิ ถ้านายประชัยบอกบริจาค ท่านอภิสิทธิ์เข้าคุก เพราะไม่ได้แจ้งงบดุลไป ถ้านายประจวบยืนยันแบบที่ยันกับตํารวจ ท่านอภิสิทธิ์แจ้งงบดุลเท็จ พรรคประชาธิปัตย์ปลดปัายเปลี่ยนชื่อใหม่ ก็ไทยรักไทย นิดเดียว พลังประชาชนนิดเดียว ลุงหมักชิมไปบ่นไปน่ะ ลาออกจากนายกรัฐมนตรี ท่านประธานครับ ผมย้ําอีกครั้งหนึ่งท่านบัญญัติไม่เกี่ยว ไม่ได้รับรองงบดุล ท่านอภิสิทธิ์ รับรองทั้ง ๒ ป้ ผมจะบอกท่านให้ เบื้องต้นนี่ เย็นนี้ปลดกอร์ปศักดิ์ก่อน เหรัญญิกอะไร ไม่ ค่อยละเอียดเหมือนพ่อเลย พ่อเขาคนละเอียด ไปรับให้เจ้านายเซ็นนี่มันต้องสกรีน (Screen : ร่อน)แล้วสกรีนอีก มันต้องดับเบิ้ลเช็ก (Double check) มันต้องดับเบิ้ลเซฟ (Double Safe) ท่านอภิสิทธิ์ท่านเรียนเมืองนอก เชื่อทีมเวิร์ก เสนอมากับก็คงพับจึงเปึน ที่มาไง ที่ผมต้องอภิปรายท่าน ข้อเท็จจริงทั้งหมดก็คนโง่อย่างผมนี่แหละครับมันไปหามา คนถูกดูแคลนอย่างผมนี่ สื่อด่าทั้งประเทศ บ้าหรือเปล่า เพ้อหรือเปล่าจะเปึน นายกรัฐมนตรี ลงไปเถอะคะแนน ไม่เปึนไรหรอก แต่ผมอยากจะบอกให้สังคมไทยได้รับรู้ ผมอยากฝากไปยังท่านบรรหาร ศิลปอาชา ฟังอยู่หรือเปล่า ถ้าฟังนี่ไม่ต้องมายกมือให้ผม นั่งร้องไห้ไป นั่งร้องไห้ที่บ้านจรัญสนิทวงศ์ แค่เรื่องเกิดที่ไหนเขายังด่า ๘ ชั่วโมง นี่เนื้อ ๆ เน้น ๆ ของจริงสัมผัสได้พิสูจน์ได้วันนี้พูดอย่างนี้ อีก ๑๐ ป้พูดอย่างนี้ ผมขอความเปึน ธรรมไม่ต้องให้ผม ให้พรรคเพื่อไทยกับสื่อมวลชน โอ้ พอใส่ชื่อผม ตายแล้ว ๆ ไม่เซ็นให้ ส่วนสูงผมไม่ถึงหรือ ไม่ใช่ เขาวัดส่วนสูงเท่าไรนายกรัฐมนตรี ผม ๑๖๙ เซนติเมตร ไม่มี บุญวาสนาไม่เปึนไร ถ้ามีเมื่อไรประเทศไทยก็ยังเหลือ ๗๖ จังหวัด เท่านั้นแหละครับ เขาฟังไปทางสื่อมวลชนแล้วก็บอกว่า พรรคเพื่อไทยเปึนฝ์ายค้าน เงอะงะครับ ถูกต้อง ท่านประธาน ก็ประชาชนเขาเลือกผมมาเปึนรัฐบาล เขาไม่ได้เลือกท่าน แล้วทีหลังอย่าไป พูด ผมมาตามระบอบ ผมมาตามระบบ อย่าไปเอ่ยว่ารัฐบาลป้ ๒๕๔๐ ป้ ๒๕๔๐ นี่เปึน แต่เพียงพรรคร่วม เขาไม่เอากับพี่จิ๋ว เขาก็ไปตั้งกับพรรคประชาธิปัตย์ แต่นี่มันไม่ใช่ มุมโน้นก็ลงเลือกตั้ง พรรคพลังประชาชน ผมก็ไปปราศรัยแทบล้มแทบตาย พลังประชาชน พอพรรคยุบ ท่านประธานที่เคารพ กระผม ภิรมย์ พลพิเศษ ภูมิใจไทย นครราชสีมา ผมนึกในใจนะ ถ้าเตะแล้วไม่มีเรื่อง ผมจะแอบตบภิรมย์สักที ปัทโธ่ ภิรมย์มันกวนผม กวนแล้วกวนอีก กวนแล้วกวนอีก ตั้งแต่อยู่พรรคความหวังใหม่ ท่านเอาพวกผมไหมล่ะ แล้ววันนั้นท่านเยาะเย้ยผมนะ ท่านเข้าใจเจตนาผมผิด ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ที่ผม บอกว่าถ้าท่านได้เปึนนายกรัฐมนตรีหิมะตกเมืองไทย ผมนั่งเสียใจนะ