สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๑๙ มีนาคม ๒๕๕๒

ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ชี้แจงเรื่องการอภิปรายในสมัยอดีต และยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการของพรรคหลังจากลาออก โดยเสนอรายการรายรับ รายจ่ายของพรรคประชาธิปัตย์ ในปี 2547 และ 2548 พร้อมยืนยันว่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งอย่างถูกต้องและเป็นเอกสารหลักฐาน

นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ก่อนอื่นต้องขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธาน ท่านประธานสภา ท่านประธานวิปฝ์ายค้าน และผู้ที่กําลังจะอภิปราย ที่ได้ กรุณาให้ผมแซงคิวก่อน ขอขอบพระคุณเปึนอย่างสูงครับ ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ก่อนอื่นที่กระผมจะได้ชี้แจงข้อกล่าวหาในการอภิปรายในครั้งนี้ ซึ่งผู้อภิปรายฝ์ายค้านได้อภิปรายผมเมื่อวานนี้นะครับ และอภิปรายพรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นที่ผมจะได้ชี้แจงข้อกล่าวหา ผมขอกราบเรียนท่านประธานและเพื่อนสมาชิก ที่เคารพทุกท่านนะครับว่า ผมและครอบครัวสํานึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรง พระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผมดํารงตําแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งผมได้ ยึดมั่นในการที่จะปฏิบัติหน้าที่ในความซื่อสัตย์สุจริต และเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชนนะครับ ท่านประธานครับ เมื่อวานนี้ผมได้นั่งฟังการอภิปรายของท่าน สมาชิกจากพรรคการเมืองฝ์ายค้านที่มีต่อตัวกระผม แต่ก็ไม่พบว่าคําอภิปรายของท่าน เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดิน ในฐานะที่ผมดํารงตําแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการคลังแม้แต่น้อย แต่เปึนเพียงข้อกล่าวหาในสมัยอดีตที่ผมเคยดํารงตําแหน่ง เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อประมาณ ๕-๖ ป้ที่แล้วมา สิ่งที่ผมและประชาชนที่ได้ ติดตามรับฟังการอภิปราย และปรารถนาที่จะเห็นการอภิปรายในครั้งนี้ คือรัฐมนตรี ที่ถูกอภิปรายไปกระทําผิดต่อหน้าที่ ไปกระทําการทุจริต หรือบริหารงานผิดพลาดอย่างไร หากการอภิปรายเปึนการแนะนําการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งจะเปึนประโยชน์ต่อ ประเทศชาติและประชาชน รัฐบาลและผมก็พร้อมที่จะนําข้อแนะนํานั้นไปปรับปรุง การบริหาร เพราะการอภิปรายไม่ไว้วางใจถือเปึนกระบวนการสําคัญในระบอบ ประชาธิปไตย และเปึนการร่วมแรงร่วมใจกันทํางานระหว่างฝ์ายค้านและรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ประเทศไทยประสบปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจเช่นเดียวกับ ประเทศอื่น ๆ ที่กําลังเผชิญอยู่ ประชาชนประสบปัญหาความยากจน คนเริ่มตกงาน บริษัท โรงงาน เริ่มป่ดกิจการ ดังนั้นช่วงเวลานี้ครับจึงเปึนช่วงเวลาที่เราทุกคน ไม่ว่าจะ เปึนรัฐบาล ฝ์ายค้าน ประชาชน เอกชนทุกคนในประเทศของเราจะได้ร่วมมือกัน ร่วมแรงกันอย่างสร้างสรรค์ เพื่อที่จะนําพาประเทศของเราผ่านพ้นวิกฤติไปให้ได้ แต่ก็เปึนที่น่าเสียใจครับ เปึนที่น่าเสียใจที่คําอภิปรายที่กล่าวหาผมนั้นไม่ได้เปึน เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของผมในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง แต่อย่างใดเลย แต่อย่างไรก็ตามเพื่อความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ในระบบ รัฐสภา แม้ว่าจะเปึนเรื่องเก่า ผมก็ยินดีที่จะตอบข้อซักถามใด ๆ ทุกประการนะครับ ซึ่งต่อมาทั้งหมดนี้ได้จัดพิมพ์ลงในหนังสืองบการเงินของพรรคการเมืองประจําป้ ๒๕๔๗ และ ๒๕๔๘ คืองบ ๒ เล่มนี้นะครับ ผมและผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์ได้ดําเนินการตาม ขั้นตอนดังที่กราบเรียนท่านประธานและเพื่อนสมาชิกไปแล้วนะครับ จนกระทั่งเดือน กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ หลังจากการเลือกตั้ง ผมได้ลาออกจากตําแหน่งเลขาธิการพรรค และได้ลาออกจากการเปึนสมาชิกของพรรคประชาธิปัตย์เมื่อเดือนเมษายน ๒๕๔๙ ท่านประธานที่เคารพ นับตั้งแต่ผมได้ลาออกจากเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ผมไม่ได้ เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการบริหารจัดการของพรรคประชาธิปัตย์เลย และไม่ได้มีส่วน เกี่ยวข้องในการจัดทํางบการเงินของพรรคอีกเลยครับ อย่างไรก็ตามเพื่อความโปร่งใสและ ตรวจสอบได้ของการบริหารการเงินของพรรคประชาธิปัตย์ในสมัยที่ผมเปึนเลขาธิการ พรรค ผมขอชี้แจงเพิ่มเติมในส่วนรายรับ รายจ่ายของพรรคในป้ ๒๕๔๗ และ ป้ ๒๕๔๘ ซึ่งเวลานั้นเปึนเวลาที่มีการเลือกตั้งทั่วไปในป้นั้น การเลือกตั้งเท่าที่ผมจําได้คงจะ ประมาณวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘

ในป้ ๒๕๔๗ นะครับ พรรคประชาธิปัตย์ได้มีรายรับรวม ๑๑๘ ล้านบาท นะครับ ๑๑๘ ล้านบาท ประมาณนะครับ เฉพาะเงินบริจาคในป้ดังกล่าวมีเพียง ๑๖ ล้านบาทเศษ บรรทัดแรกนะครับ เงินบริจาคมีเพียง ๑๖ ล้านบาทเศษ ตามงบ รายจ่ายที่ได้แสดงให้ท่านประธานเห็นนะครับ นี่คืองบรายจ่ายนะครับ

ส่วนในป้ ๒๕๔๘ นะครับ พรรคประชาธิปัตย์มีรายรับรวมทั้งสิ้น ๑๕๘,๑๘๓,๔๗๗.๗๙ บาท ท่านประธานครับ เอกสารชิ้นนี้คือ รายรับ รายจ่ายของพรรค ในป้ ๒๕๔๘ ซึ่งแสดงว่ารายรับจํานวน ๑๕๘ ล้านบาทเศษนั้นมาจากรายรับ ๓ ส่วนหลัก ด้วยกันครับ คือ เงินบริจาค ๓๘ ล้านบาท เงินสนับสนุนจาก กกต. ๖๘ ล้านบาทเศษ รายรับจากการจัดกิจกรรมระดมทุน ๔๗ ล้านบาท รวมรายรับทั้งสิ้น ๑๕๘ ล้านบาท ตามที่ผมได้กล่าวไปแล้วนะครับ

ส่วนรายจ่ายในป้เดียวกัน พรรคประชาธิปัตย์มีรายจ่ายทั้งสิ้น ๑๕๖,๘๐๙,๑๖๙ บาท รายจ่ายนะครับ ซึ่งเปึนรายจ่ายโครงการของ กกต. จํานวน ๒๙ ล้านบาท รายจ่ายในการเลือกตั้ง ๖๓.๙ ล้านบาท รายจ่ายค่าบริหารสํานักงานใหญ่ ๔๙ ล้านบาทเศษ รายละเอียดทั้งหมดของรายรับ รายจ่ายอยู่ในหนังสือรายงาน งบการเงินของพรรคการเมือง ซึ่ง กกต. ได้อนุมัติแล้ว และผมได้โชว์ไปแล้วคือ ๒ เล่มนี้ นะครับ การใช้จ่ายในการเลือกตั้ง เมื่อป้ ๒๕๔๘ พรรคประชาธิปัตย์ได้จ่ายเงินไปเปึนเงิน ทั้งหมด ๖๓ ล้านบาทเศษครับ โดยมีค่าใช้จ่ายแต่ละโครงการดังนี้นะครับ คือ รายจ่าย ในการรณรงค์เพื่อการเลือกตั้ง ซึ่งแสดงอยู่ในงบการเงินป้ ๒๕๔๘ ที่ได้รับรองจากผู้สอบ บัญชีอนุญาต ซึ่งผมได้กล่าวไปกับท่านประธานแล้ว เมื่อสักครู่นี้นะครับ รายจ่าย ในการเลือกตั้ง รายจ่ายดังกล่าวได้นําไปใช้ในโครงการจัดทําแผ่นปัายโฆษณา ประชาสัมพันธ์ บิลบอร์ดประมาณ ๒ ล้านบาท บิลบอร์ดนี้ก็คือปัายใหญ่ตามถนนหลัก ๆ ของ ทั่วประเทศนะครับ ประมาณ ๒ ล้านบาท โครงการจัดทําแผ่นปัายโฆษณาประชาสัมพันธ์ หรือปัายหาเสียงเลือกตั้งของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหรือท่าน ส.ส. นะครับ เขาเรียกว่า ปัายฟ่วเจอร์บอร์ดประมาณ ๔๐,๓๐๒,๓๐๐ บาทนะครับ โครงการ ประชาสัมพันธ์ทางหนังสือพิมพ์ ๑๑,๘๔๓,๔๒๑ บาท โครงการจัดทําสื่อสิ่งพิมพ์ ประมาณ ๗,๐๔๙,๒๕๕ บาท และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อีก ๒,๗๙๓,๐๐๐ บาท ทุกรายการที่ผมได้กล่าวมานี้มีการว่าจ้างและจ่ายเงินโดยถูกต้องตรงตามความเปึนจริง ทุกประการครับ ตามที่ได้ส่งรายงานให้กับ กกต. อันนี้มีเอกสารหลักฐานทั้งหมดครับ ทุกท่านที่อยู่ในที่นี้ ท่านประธานที่เคารพและประชาชนทั่วไป ก็สามารถตรวจสอบได้ใน บัญชีงบการเงินของพรรค และบัญชีค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งของพรรค ซึ่งมีการเป่ดเผย ต่อสาธารณชนทั่วไป พี่น้องประชาชนสามารถตรวจสอบได้ครับท่านประธาน

สําหรับเงินจํานวน ๒๐๐ กว่าล้านบาท ที่มีผู้อภิปรายว่า มีบางบริษัทได้ สนับสนุนหรือบริจาคให้กับพรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคงได้เห็นแล้วนะครับว่า จากงบการเงินที่ถูกต้อง ซึ่งผ่านการตรวจสอบบัญชีผู้ได้รับอนุญาตและ กกต. ในป้ ๒๕๔๗ และป้ ๒๕๔๘ ที่ผมได้รายงานไปแล้ว ไม่พบว่ามีเงินจํานวนดังกล่าวแต่อย่างใด ผมขอยืนยันต่อท่านประธานด้วยว่า ขณะที่ผมดํารงตําแหน่งเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ รายรับ รายจ่ายของพรรคประชาธิปัตย์มีอยู่บัญชีเดียวครับ โดยไม่มีบัญชีอื่นใด นอกเหนือจากนี้อีก ซึ่งเปึนการยืนยันได้ว่า พรรคประชาธิปัตย์และผมไม่เคยรับเงินจํานวน ดังกล่าว ไม่ว่าจะเปึนทางตรงหรือทางอ้อมแต่อย่างใด อีกทั้งผู้บริหารของบริษัท ที่ถูกกล่าวหาก็ได้ออกมาปฏิเสธแล้วว่า ไม่ได้บริจาคเงินให้กับพรรคประชาธิปัตย์ แต่อย่างใด บริษัทดังกล่าวเปึนบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งสาธารณชนก็สามารถจะ ตรวจสอบได้ ตรวจสอบได้ทั้งการใช้จ่ายเงินและรายละเอียดทุกอย่าง ท่านประธาน ที่เคารพ ผมได้เข้ามาเปึน ส.ส. ของพรรคประชาธิปัตย์เมื่อป้ ๒๕๓๘ และเปึนเลขาธิการ พรรคเมื่อเดือนเมษายน ป้ ๒๕๔๖ จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ป้ ๒๕๔๘ ได้รู้จักคนมากมายใน พรรคประชาธิปัตย์ ทั้งนอกพรรค ในพรรค ผู้บริหารของพรรคทั้งเก่าและใหม่ และผู้สนับสนุนพรรค ในช่วงรณรงค์หาเสียง มีหลายบริษัทครับมาของานต่าง ๆ ที่จะทําในการเลือกตั้ง เรื่องนี้ท่านผู้บริหารของพรรคและท่าน ส.ส. ในพรรค ไม่ใช่เฉพาะ แต่พรรคประชาธิปัตย์ก็คงทราบดี ว่าเมื่อมีการเลือกตั้งก็มีคนมาขอทํางานโน้นบ้าง งานนี้บ้าง ซึ่งเปึนของธรรมดา กรณีของ นายประจวบ สังขาว ก็เช่นเดียวกัน มาติดต่อ ของานเช่นเดียวกันครับ ซึ่งเท่าที่ผมจําได้ ได้มี ส.ส. บางท่านในพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะ ท่าน ส.ส. นิพนธ์ บุญญามณี ได้แนะนําว่า นายประจวบเปึนคนที่รับงานทําทางด้านพิมพ์ปัายโฆษณาการหาเสียงให้หลาย ๆ ท่านมา ก่อนที่ผมจะเปึนเลขาธิการพรรคด้วยซ้ําไป เมื่อนายประจวบมาติดต่อ ผมก็ได้บอก นายประจวบให้ไปเสนองานกับคณะทํางานของพรรค หากแพงกว่ารายอื่นผมก็ไม่ สามารถจะช่วยได้ แต่ถ้าราคาเหมาะสมไม่แพงกว่าก็เปึนไปตามกระบวนการของพรรค ในทุกรายการที่ ส.ส. ในพรรคประชาธิปัตย์มาคุยกับผม ผมก็แนะนําเช่นนี้ ในที่สุดคณะ ประชาสัมพันธ์ของพรรคซึ่งผมไม่ได้ร่วมอยู่ในคณะทํางานชุดนี้ ก็ได้พิจารณาว่าจ้างบริษัท ของนายประจวบทําปัายโฆษณาการหาเสียงเลือกตั้ง หรือเราทราบกันดีว่าเปึน ฟ่วเจอร์ บอร์ด มูลค่าประมาณ ๒๓ ล้านบาทเศษ พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ตกลงว่าจ้าง บริษัทของนายประจวบเพียงบริษัทเดียวครับ แต่ได้ตกลงว่าจ้างบริษัทอื่น ๆ หลายบริษัท ให้จัดทําปัายโฆษณาในรูปแบบเดียวกัน ท่านประธานครับ หลังจากที่บริษัทของ นายประจวบได้รับงานจากพรรคประชาธิปัตย์ นายประจวบก็ได้ไปผลิตปัายโฆษณาแบบ ฟ่วเจอร์บอร์ด ประมาณ ๙๐,๐๐๐ แผ่น ซึ่งเปึนปัายที่ท่านอดีต ส.ส. และอดีตผู้สมัครใน สภาแห่งนี้ ทุกท่านทราบดีว่าปัายโฆษณาหาเสียงเปึนอย่างไร ท่านประธานครับ ผมใคร่ ขออนุญาตให้ ส.ส. วินัย ภัทรประสิทธิ์ และ ส.ส. ไกร ดาบธรรม ซึ่งอยู่ด้านล่าง เพราะปัาย ใหญ่เกินไปที่ผมจะนําขึ้นมา ช่วยแสดงปัายต่อท่านประธานและเพื่อนสมาชิกให้เห็นว่า ปัายในขณะนั้นเปึนอย่างไร ท่านประธานครับ นี่คือตัวอย่างของปัายหาเสียงหรือ ฟ่วเจอร์บอร์ด ที่ผมได้กล่าวไปแล้ว ที่บริษัท เมซไซอะ ทําตามการจ้างงานของพรรคประชาธิปัตย์ ในช่วงการเลือกตั้งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ โดยมีชื่อผู้ผลิตปัายปรากฏอยู่ด้านล่าง ในลูกศรชี้ ชื่อนั้นคือ บริษัท เมซไซอะ อย่าเพิ่งเอาปัายลงนะครับ ท่านประธานครับ ความ เก่าของปัายและความหนุ่มของคนในรูปที่แสดงต่อท่านคงไม่ทําให้ท่านสงสัยนะครับว่า ผมเพิ่งไปทําปัายมาเพื่อมาใช้ในการอภิปรายครั้งนี้ ปัายนี้เปึนปัายเก่าครับ นอกจากปัาย ที่ผมแสดงให้ที่ประชุมแห่งนี้ได้ทราบแล้ว ยังมีปัายโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งอีกหลาย รูปแบบ ดังที่ผมจะเสนอต่อท่านประธานอีก นี่แหละครับท่านประธานครับ นี่คือปัายที่ผม แสดงให้ท่านประธานและท่านสมาชิกได้ทราบนะครับว่า เปึนปัายหาเสียงรูปแบบอื่น นอกจากฟ่วเจอร์บอร์ดที่ผมได้โชว์ไปแล้วนะครับ ------------------------------------ -๑๙๘/๑ ท่านประธานครับ นี่คือปัายโฆษณาฟ่วเจอร์บอร์ดที่แนะนํานโยบายของพรรค ประชาธิปัตย์เมื่อป้ ๒๕๔๘ เริ่มตั้งแต่นโยบายเรียนฟรี มีงานทํา จบมาแล้วมีงานทํา มีงานทํา รักษาฟรี ๖๐ ป้มีเบี้ยเลี้ยง ล้างหนี้ด้วยการปลูกป์า เมื่อป้ ๒๕๔๘ ณ วันนี้รัฐบาล นํานโยบายนี้มาใช้ ซึ่งเปึนนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ หากไม่มีการ ทําปัายโฆษณาหาเสียงที่ดังกล่าวที่ผมได้กล่าวมาแล้ว พรรคประชาธิปัตย์จะไปหาเสียงได้ อย่างไรครับ ท่านบอกว่าไม่ได้ดําเนินการใช้งบประมาณไปในการทําปัายเลยตามที่กล่าว มาเมื่อวานนี้ ท่านประธานครับ นอกจากปัายหาเสียงที่ผมได้แสดงให้เห็นแล้ว ผมยังมี ใบเสร็จรับเงินของบริษัทดังกล่าวมาแสดงต่อท่านประธานให้เห็นว่า มีการจ้างงานจริงและ ทํางานจริง นี่คือใบเสร็จของบริษัท เมซไซอะ ที่มารับจ้างการทํางานให้กับพรรค ประชาธิปัตย์ นี่คือจํานวนเช็คที่พรรคประชาธิปัตย์ได้สั่งจ่ายบริษัท เมซไซอะ ของ นายประจวบ เปึนเงิน ๒๓,๓๑๔,๒๐๐ บาท นี่จํานวนเงินนะครับ นี่ใบเสร็จของบริษัท เมซไซอะ โดยพรรคประชาธิปัตย์ได้หักภาษี ณ ที่จ่ายไว้แล้วครับ ๓ เปอร์เซ็นต์ เปึนเงิน ๖๗๒,๕๒๕ บาท เมื่อรวมจํานวนเงินทั้ง ๒ ยอดแล้ว ท่านประธานที่เคารพ จะเท่ากับ ๒๓,๙๘๖,๗๒๕ บาท ดังนั้นการที่มีการอภิปรายกล่าวหาว่าการจ่ายเงินให้บริษัทดังกล่าว นั้นแล้วไม่ได้ทํางาน จึงเปึนข้อกล่าวหาที่ไม่เปึนความจริงแต่อย่างใดครับ ส่วนที่มีการ อภิปรายว่าหลังจากพรรคประชาธิปัตย์ได้เงิน ๒๓ ล้านบาทแล้ว บริษัท เมซไซอะ นําเงิน ไปมอบให้บุคคลอื่นตามที่ผู้อภิปรายกล่าวหานั้นเปึนสิทธิของบริษัท เมซไซอะ แต่ผมมีเงิน มีงานจํานวนตามที่ได้แจงต่อสภาแห่งนี้อย่างชัดเจน ที่ผ่านมาสักครู่นี้นะครับ ผมขอยืนยัน ต่อท่านประธานว่า พรรคประชาธิปัตย์และผมไม่ได้รับเงินดังกล่าวตามที่ผู้อภิปราย ได้กล่าวหาแต่อย่างใดครับ ส่วนที่ท่านอภิปรายว่า นายนิพนธ์ บุญญามณี ผม และ นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ได้ประชุมวางแผนกับนายประจวบที่โรงแรมเพรสซิเดนท์ ผมขอ ปฏิเสธครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมไม่เคยประชุมวางแผนและพบปะตามที่ท่าน ผู้กล่าวหากล่าวหาผมแต่อย่างใด ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานต่อไปครับว่า ในการเลือกตั้งป้ ๒๕๔๘ พรรคประชาธิปัตย์ได้ตกลงว่าจ้างบริษัทอื่นทําโฆษณาหาเสียง ด้วยครับ เช่น บริษัท อุตสาหกรรมอีเคิล เพรส จํานวน ๔.๖ ล้านบาทเศษ บริษัท ป็อปปูล่า อินเตอร์พลัส จํานวน ๑.๒ ล้านบาทเศษ บริษัท เกิดเมฆแอดเวอร์ไทซิ่ง จํานวน ๒.๙ ล้านบาท บริษัท วินเซินสกรีน จํานวน ๑ ล้านบาท และบริษัท แม็กเน็ตไซ จํานวน เงินประมาณ ๘๐,๐๐๐ บาท ในกรณีของบริษัท เกิดเมฆ ที่ท่านได้อภิปรายถึงนั้น ก็เช่นเดียวกันครับ หลังจากมีการตกลงว่าจ้างแล้ว บริษัท เกิดเมฆ ก็ได้จัดทําปัาย ฟ่วเจอร์บอร์ด เหมือนกับปัายหาเสียงที่ผมได้ให้ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกได้ดูครับ ส่งมอบให้กับพรรคประชาธิปัตย์อย่างครบถ้วน ผมขออีกครั้งหนึ่งครับ ให้ ส.ส. วินัย ภัทรประสิทธิ์ และ ส.ส. ไกร ดาบธรรม ได้โชว์ปัายที่ผมได้กล่าวมาแล้วของบริษัท เกิดเมฆ ปัายนี้ก็เก่าเหมือนกันครับท่านประธาน เก่าเหมือนกัน ไม่ได้เพิ่งทํามาใหม่เพื่อการชี้แจง ในครั้งนี้ และจะเห็นได้ว่ามีชื่อบริษัทอยู่ข้างล่างของปัาย นอกจากปัายที่ผมแสดงต่อ ท่านประธานแล้วครับ ท่านประธาน ผมยังมีใบเสร็จรับเงินและใบกํากับภาษีที่ออกโดย บริษัท เกิดเมฆ ใบเสร็จรับเงินและใบกํากับภาษี บริษัท เกิดเมฆแอดเวอร์ไทซิ่ง จํากัด จํานวนเงินตามที่ได้กล่าวไปแล้วทุกประการครับ จากหลักฐานดังกล่าวท่านประธาน ที่เคารพ เปึนเครื่องพิสูจน์และยืนยันครับ ว่าได้มีการจ้างงาน ทําปัายโฆษณาหาเสียง ส่งมอบปัายหาเสียง และจ่ายเงินให้กันจริง ตามหลักฐานทั้งหมดนี้ ผมขอยืนยันต่อ ท่านประธานและท่านสมาชิกอีกครั้งครับว่า ผมไม่ได้มีส่วนรับรู้หรือยุ่งเกี่ยวกับบริษัทและ การเงินของบริษัทที่มีการกล่าวหาแต่อย่างใด แต่คําอภิปรายที่ท่านได้กล่าวหาคนใกล้ชิด ญาติผม ซึ่งบุคคลที่ถูกกล่าวหานั้นไม่สามารถจะมีสิทธิเข้ามาชี้แจงในสภาแห่งนี้ได้ ผมจึง ต้องกราบเรียนท่านประธานครับว่า ข้อมูลอันเปึนประโยชน์ต่อท่านประธาน ผมจึง กราบเรียนชี้แจงมาในการชี้แจงในครั้งนี้นะครับ ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติครับ ช่วงเวลาที่ท่านกล่าวหาผมนั้นเปึนช่วงเวลาป้ ๒๕๔๗ และป้ ๒๕๔๘ ช่วงนั้นเปึนเวลาหาเสียงระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคไทยรักไทย ผมเปึนเลขาธิการ พรรค มีเวลาหาเสียงน้อยมากครับ ผมได้ออกหาเสียงกับท่านหัวหน้าพรรคและผู้บริหาร พรรคทุกเช้ามืด กลับก็ค่ํา การแข่งขัน การหาเสียงในครั้งนั้น เปึนการแข่งขันที่รุนแรงที่สุด ท่านก็ทราบดีอยู่ ฉะนั้นผมคงไม่มีเวลาที่จะไปรับรู้ว่าใครจะไปทําอะไรกันในการทําในสิ่งที่ เลขาธิการพรรคไม่สามารถจะรับรู้ได้ การหาเสียงหนักมากครับ ผมเปึนเลขาธิการพรรค ต้องรับผิดชอบ ในครั้งนั้นก็เหมือนเอาหัวไปโขกหินครับ เราผ่านการเลือกตั้งครั้งนั้น มาแล้ว ผมก็คิดว่าใครจะไปดําเนินการนอกเหนือกิจกรรมพรรคนั้นผมมิอาจจะทราบได้ ผมขอย้ํากับท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกอีกครั้งหนึ่งนะครับ สําหรับท่าน ผู้อภิปรายที่พาดพิงถึงนายธงชัย ขอบคุณที่ได้ประชาสัมพันธ์ญาติสนิทมิตรสหายผมให้ รู้จักกันเกือบทั่วประเทศนะครับ ขอกราบเรียนนะครับ แล้วรับตรง ๆ ครับว่า นายธงชัยเปึน ญาติผม ไม่ใช่น้อง แต่เปึนญาติลูกพี่ลูกน้อง แต่ท่านประธานครับ ท่านเพื่อนสมาชิกครับ ครอบครัวผมเปึนครอบครัวใหญ่ ผมมีพี่น้อง ๑๗ คน ถ้านับญาติทั้งหมด ผมมีญาติพี่น้อง ทั้งหมดไม่ต่ํากว่า ๓๐๐ คน ฉะนั้นท่านประธานครับ ผมไม่สามารถที่จะไปรับรู้หรอกครับ ว่าใครจะไปทําอะไรใน ๓๐๐ คนนี้ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือนายธงชัย และที่สําคัญครับ เมื่อผม ได้ยุติบทบาททางการเมืองเมื่อครั้งนั้นผมก็ไม่ได้ไปยุ่งธุรกิจเลย ยุติบทบาททางการเมือง ผมไปทําธุรกิจ แต่ ณ วันนี้ผมทํางานการเมือง ผมไม่ได้เข้าไปยุ่งเรื่องของธุรกิจแต่อย่างใด ไม่ได้ไปรับรู้อะไรเลย เพราะว่าเกรงว่าจะมีคนกล่าวหาว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อน ท่านประธานที่เคารพครับ ระหว่างที่ผมเปึนเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ นายธงชัยก็ได้เข้ามาช่วยงานพรรค แต่ไม่ได้มีเงินเดือนในพรรค ไม่ได้เข้ามาร่วมบริหาร จัดการแต่อย่างใด ไม่ได้ดําเนินการในการจัดซื้อจัดจ้างของพรรคแต่อย่างใด เมื่อมีข่าว ในทํานองว่าจะมีการอภิปรายเกิดขึ้นนายธงชัยได้มาพบผม และได้มาชี้แจงเรื่องราวต่าง ๆ ให้ผมทราบว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการบริหารงานกับบริษัทเอกชนที่ท่านพาดพิงถึง แต่อย่างใด แต่เล่าให้ฟังว่าได้รู้จักกับ นายประจวบ สังขาว ในช่วงที่นายประจวบไปขอ ติดต่อทําปัายโฆษณาหาเสียง ในช่วงเวลาเดียวกันนายประจวบก็ไปรับงานจาก บริษัทเอกชนที่มีการอภิปรายพาดพิงถึงด้วย ไม่ใช่เฉพาะมารับแต่งานของพรรค ประชาธิปัตย์ นายธงชัยได้เล่าให้ผมฟังว่า นายประจวบได้มาปรึกษาเรื่องให้ช่วยรับช่วง งานโฆษณา นายธงชัยจึงรับช่วงงานโฆษณาบางส่วนมาทํา โดยนายประจวบได้ทยอย จ่ายเงินให้หลายงวด รวมเปึนเงินทั้งสิ้นประมาณ ๔๐ ล้านบาทเศษ เพื่อนําไปทํางาน ท่านประธานครับ หลังจากนั้นบุคคลทั้ง ๒ ก็เกิดความขัดแย้งทางธุรกิจ อาจจะเปึนสาเหตุ หนึ่งที่ทําให้นายประจวบไม่พอใจนายธงชัย ท่านประธานครับ ในการอภิปรายพาดพิงถึง นางศิริลักษณ์ ไม้ไทย ซึ่งผมก็ไม่ปฏิเสธอีกเช่นกันว่าเปึนน้องสาวของผม ท่านผู้อภิปราย ได้กล่าวหาว่านายประจวบสั่งจ่ายเช็คโอนเงิน ๑๓ ล้านบาท เข้าบัญชีคุณศิริลักษณ์นั้น จริง ๆ แล้วผมไม่ทราบเรื่องในทางธุรกิจของน้องสาวผมมากนักครับ เพราะพอเรามา ทํางานการเมืองเราก็ไม่ได้ไปยุ่งธุรกิจครอบครัว ไม่มีเวลาครับ และไม่ต้องการที่จะถูก กล่าวหาว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อน แต่น้องสาวผมเคยถือหนังสือเรียกจากกรมสอบสวนคดี พิเศษมาพบผมด้วยความเดือดเนื้อร้อนใจ หลังจากได้หารือกันแล้วจึงได้ความครับว่า นายธงชัยได้นําเช็คคนอื่นจํานวน ๑๓ ล้านบาทเศษ มาชําระหนี้ให้กับนางศิริลักษณ์ เมื่อวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๔๗ เพื่อชําระหนี้ที่ครอบครัวญาติพี่น้องของนายธงชัยได้ยืม เงินไปก่อนหน้านี้จํานวน ๒๖ ล้านบาทเศษ โดยนายธงชัยบอกว่า เช็คฉบับดังกล่าวเปึน เช็คของลูกค้า นางศิริลักษณ์จึงนําเงิน นําเช็ค ขอประทานโทษครับท่านประธาน ฝากเข้า บัญชีเพื่อเรียกเก็บเงิน โดยไม่ทราบมาก่อนว่านายธงชัยได้รับเช็คดังกล่าวมาอย่างไร นางศิริลักษณ์ยืนยันครับว่า ไม่เคยรู้จักและไม่เคยทําธุรกิจกับบริษัท เมซไซอะ และ นายประจวบ ส่วนการอภิปรายพาดพิงถึง นายโชคชัย คุณศรีชัย และบุคคลอื่นนั้น ผมกราบเรียนท่านประธานว่า นายโชคชัยเปึนพี่ชายของนายธงชัย แต่ไม่ได้เข้าไปทําธุรกิจ ระหว่างนายธงชัยกับบริษัทของนายประจวบแต่อย่างใดเช่นกัน นายโชคชัยได้ยืนยันกับ ผมว่า นายธงชัยมาขอยืมใช้บัญชีเงินฝากของนายโชคชัยและญาติพี่น้องเพื่อนําเช็คเข้า บัญชีเท่านั้น ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกครับ ความจริงเรื่องนี้เปึนเรื่องที่ท่าน อภิปรายกล่าวหาผมและคนใกล้ชิดนั้นเปึนเพียงถ้อยคําที่อยู่ในขั้นตอนของการตรวจสอบ ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ในคดีกล่าวหาว่า กรรมการหรือผู้บริหารของบริษัท (มหาชน) แห่งหนึ่งกระทําความผิดต่อ พ.ร.บ. หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งไม่ใช่เปึนการดําเนินคดีกับผมเลย หรือพรรคประชาธิปัตย์ด้วย อีกทั้งคณะกรรมการสอบสวนคดีพิเศษก็ยังไม่มีข้อสรุป หรือมีการตั้งข้อกล่าวหาแก่บุคคลที่ท่านได้อภิปรายถึงแต่อย่างใดทั้งสิ้น การที่จะมาตัดสิน ว่า ใครผิด ใครถูก ที่สุดแล้วผมคิดว่ากระบวนการยุติธรรมครับที่เราเชื่อมั่นในศาลบริสุทธิ์ ยุติธรรมจะเปึนผู้ตัดสิน หากบุคคลใกล้ชิดผมซึ่งท่านได้อภิปรายพาดพิงถึงมีส่วนเกี่ยวข้อง กับการกระทําความผิดจริง ก็เปึนวิบากกรรมของเขาที่เขาจะต้องรับกรรมไป แต่หากเขา ไม่ผิด เขาควรจะได้รับความเปึนธรรมครับ ความเปึนธรรมที่ผมว่านี้ก็ควรจะต้องมาจาก กระบวนการยุติธรรมและในระบบศาล มิใช่การพิพากษาของคนที่ไม่ได้มีข้อมูลที่ถูกต้อง และชัดเจนมาพิพากษาเขาทําให้เกิดความเสียหายต่อเขา ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผมขอยืนยันต่อสภาแห่งนี้ครับว่าหากพบภายหลังว่าผมเข้า ไปมีส่วนกระทําผิดตามที่ท่านกล่าวหาผม เพียงแค่ศาลรับฟัองผม หรือหน่วยงานอิสระที่มี หน้าที่เกี่ยวข้องชี้ว่ามีมูลว่าผมกระทําความผิด ผมยินดีครับท่านประธานที่จะยุติบทบาท และหน้าที่การเมืองในทุกตําแหน่งทันที ไม่มีความจําเปึนที่จะรอให้กระบวนการยุติธรรม ขั้นสุดท้ายตัดสินผม ผมมีสป่ริท (Spirit) ทางการเมืองพอ ท่านประธานครับ ทําไมผมถึง กล้าเอาชีวิตทางการเมืองของผมมารับรองเช่นนี้