อันวาร์ สาและ พูดถึงปัญหาภาคใต้ โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดขึ้นใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเรียกร้องให้รัฐบาลเปลี่ยนนโยบายและประสานงานกับผู้นำท้องถิ่นเพื่อแก้ปัญหา โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาชีวิตและทรัพยากรมนุษย์ของเจ้าหน้าที่ และเตือนให้ระวังการสร้างความแตกแยกในพื้นที่
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายวันอาร์ สาและ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ครับ ก็ต้องขอชื่นชมรัฐบาลเราคงจะจําได้ว่าในกรณีที่รัฐบาลเข้ามาบริหารงานในระยะต้น ๆ ได้มีคณะของรัฐมนตรีคณะเล็กคณะ ๓ จังหวัดเข้าไปดูแล แล้วก็เข้าไปประชุมในพื้นที่ อันนั้นเปึนสัญญาณแรกที่ทําให้เกิดความเชื่อมั่นในพื้นที่นะครับ โดยเฉพาะประชาชน ใน ๓ จังหวัดเขามองเห็นความคาดหวังที่จะแก้ปัญหาในพื้นที่ได้ เพราะผมเคยสะท้อน ปัญหาในสภานี้หลายครั้งว่าปัญหาในภาคใต้นั้น ถ้าเปรียบเทียบกับแพทย์แล้วต้องหา แพทย์ที่ชํานาญการในทุก ๆ ด้าน แล้วก็รุมเข้าไปแก้ปัญหาในพื้นที่ตรงนั้น หรือเข้าไปรุม กินโต๊ะในปัญหาพื้นที่ในตรงนั้น แล้วปัญหาภาคใต้ก็จะมีโอกาสที่จะบรรเทาเบาบาง แล้วก็แก้ปัญหาได้ในที่สุด และวันนั้นเองผมก็ได้มีโอกาสได้พบกับท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมเปึนครั้งแรก วันนั้นผมก็ได้เข้าไปทักทายท่าน แล้วก็ได้เห็นสัญญาณ อีกอย่างหนึ่งในตัวท่านก็คือว่า คนใน ๓ จังหวัดเองนี่เขามองว่า การจะแก้ปัญหาในพื้นที่นั้นต้องมีความเข้าใจ ต้องมี ความอดทนจากระยะเวลาที่ผ่านมานั้น บุคลิกของท่านในส่วนของการนิ่ง พูดไม่มาก แล้ว ก็ฟัง ผมคิดว่าอันนี้จะเปึนคุณสมบัติอันหนึ่งที่จะแก้ปัญหาในภาคใต้ได้ ปัญหาในภาคใต้ เดิมทีเราได้เห็นว่า บางครั้งผู้นําในอดีตนะครับ ถ้าพวกเรายังจําได้นะครับว่า ในวันนั้นมี ผู้นําบางท่านเวลาให้สัมภาษณ์ครั้งใดก็ทําให้เกิดผลในความรู้สึกของพื้นที่แต่ละพื้นที่ ขึ้นมาทันที โดยเฉพาะใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมอาจจะไม่ต้องกล่าวถึงนะครับว่า เปึนใคร ผมคิดว่าทุกท่านก็คงทราบดีแล้ว ท่านประธานครับ วันนี้ปัญหาใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ การแก้ปัญหาด้วยความรู้สึกของส่วนตัว ความนึกคิดของอารมณ์ของ ผู้ที่ปฏิบัติการไปในพื้นที่ มันไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาได้ ผมดีใจมากที่ได้ฟัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมท่านได้พูดถึงเรื่องงานวิจัยในพื้นที่ นั่นละครับ เปึนคําตอบส่วนหนึ่งที่ถูกต้อง วันนี้ท่านจะแก้ปัญหาในภาคใต้โดยใช้ความรู้สึกส่วนตัว ไม่ได้ครับ งานวิจัยจะเปึนส่วนหนึ่งที่ท่านจะแก้ปัญหาในพื้นที่ได้ และจะเปึนแนวทางที่จะ ชี้แนะว่า หนทางที่ท่านได้เดินมานั้นถูกทางหรือเปล่า เราได้เห็นนะครับว่า ปัญหา ในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นเกิดจากประเด็นของความผิดพลาดในเรื่องของนโยบาย ผมยอมรับครับว่า จังหวัดชายแดนภาคใต้ปัญหาที่เกิดขึ้นที่นั่นไม่ได้เกิดในรัฐบาล ๓-๔ รัฐบาลที่เกิดขึ้นมา ในอดีตเกิดขึ้นมานานแล้วครับ แต่ว่าถ้าเราดูวิวัฒนาการของ การแก้ปัญหานั้นท่านจะได้เห็นว่าสถิติมันจะลดลงมาเรื่อย ๆ จนถึงป้ ๒๕๔๓ มันเหลือแค่ ๑๐ กว่าครั้งเองครับ แต่วันนี้จาก ๒๕๔๓ ที่ ๑๐ กว่าครั้ง แต่มาเริ่มต้นในรัฐบาลของ นายกรัฐมนตรี ทักษิณ ซึ่งตรงนี้ไม่กล่าวก็คงไม่ได้ครับ เพราะว่าเหตุอันนี้เกิดจากท่าน จริง ๆ วันนั้นคําถามคําหนึ่งที่บอกว่า ปัญหาในพื้นที่เกิดจากอะไร แล้วก็มีทางการ ทางสายรายงานท่านว่า เกิดจากแนวร่วม และท่านถามว่ามีเท่าไร เจ้าหน้าที่ท่านก็บอกว่า ๓,๐๐๐ กว่าคน ๓,๐๐๐ กว่าคนนี่ ๓ เดือนต้องจบ นั่นหมายถึงอะไรครับ ถ้าการตี สัญญาณตรงนั้นเปึนการตีสัญญาณให้การลงมืออะไรสักอย่าง อันนั้นละครับเปึนเหตุที่ทํา ให้ไฟลุกขึ้นมาในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะปัญหาความผิดพลาดวันนั้น นะครับ เราถึงต้องใช้งบประมาณของจังหวัดอื่น ๆ ทั่วประเทศมาแก้ปัญหาใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ เห็นไหมครับ ความผิดพลาดแค่เรื่องเดียวเหตุการณ์เดียว หรือว่ายิ่งถ้ามี หลายเหตุการณ์ที่ตัดสินใจผิด อันนี้ยิ่งซ้ําเติมเพิ่มปัญหาในพื้นที่เข้าไป อย่างกรณีในการ แบ่งโซนพื้นที่ ที่บอกว่าพื้นที่สีแดงพื้นที่ตรงไหนที่สนับสนุนท่าน งบประมาณจะดูแล เปึนพิเศษ อันนี้ไม่ใช่ครับ ท่านต้องเปึนรัฐบาลของประชาชนพี่น้องชาวไทยทุกคน ทุกพื้นที่ อันนี้จะสร้างให้เกิดความแตกแยกในพื้นที่ และผมก็คิดว่าสิ่งเหล่านี้ที่ผมพูดถึงเปึนการ ย้ําเตือนว่า แนวทางที่ผิดจะต้องไม่เกิดขึ้นอีกในพื้นที่ตรงนั้น การบังคับใช้กฎหมายนะครับ โดยใช้กฎหมายพิเศษถึง ๓ ฉบับในพื้นที่ ไม่ว่าจะเปึนพระราชกําหนดในการบริหาร ราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายใน ราชอาณาจักร ๒๕๕๑ หรือการใช้กฎอัยการศึกตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ. ๒๕๔๗ อันนี้เปึนเครื่องมือในการแก้ปัญหาในพื้นที่ ใช่ครับ แต่ท่านต้องระมัดระวัง ในการใช้อํานาจหรืออะไรก็แล้วแต่ที่ท่านมี ท่านสามารถตรวจค้นได้ ท่านสามารถที่จะ เข้าไปจับเขามาแล้วก็สอบสวน แต่ยุทธศาสตร์ในการทําท่านต้องมียุทธศาสตร์ด้วย ไม่อย่างนั้นก็จะเปึนการเหมือนผลักดันเขาไปอยู่อีกฝัืงตรงข้าม แน่นอนครับ วันนี้มี กระบวนการที่ทําให้เรื่องข่าวสารในเรื่องของความผิดพลาด ในเรื่องของความที่จะ ทําให้เกิดความแตกแยกในพื้นที่กระบวนการนี้ยังมีอยู่ เพราะฉะนั้นการทํางานของทาง รัฐบาลเองก็ต้องระวัง
อีกประเด็นหนึ่งนะครับ ในเรื่องของการตรวจค้น เวลาเข้าไปตรวจค้นพื้นที่ ผมอยากให้เจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะทางทหารหรือเจ้าหน้าที่ในส่วนของตํารวจเองเข้าไป ประสานกับผู้นําท้องถิ่นหรือท้องที่ครับ ไม่ว่าจะเปึนผู้นําธรรมชาติ ไม่ว่าจะเปึนนายก อบต. หรือกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน อันนี้จะเปึน การให้เกียรติกับพื้นที่ อย่างน้อยที่สุดในการเข้าไปประสานกับเจ้าของพื้นที่เองบางทีก็เปึน การรักษาทรัพยากรมนุษย์ของเจ้าหน้าที่ รักษาชีวิตของเจ้าหน้าที่ในการที่ปัองกันในการ ปะทะในพื้นที่ บางครั้งก็อาจจะได้เชิญเขามาด้วยความละมุนละม่อม แล้วก็เปึน ความร่วมมือจากผู้นําท้องถิ่นด้วย
แล้วก็ในประเด็นในส่วนของภารกิจของทหาร ผมเห็นใจนะครับ เนื่องจากว่า ปัญหาที่เกิดความไม่สงบในพื้นที่ทําให้ทหารเองมีภารกิจทําในพื้นที่เยอะมาก แต่บางครั้ง ผมก็ต้องทักท้วงท่านว่าภารกิจต่าง ๆ ท่านต้องระวัง อย่างเช่น การให้การเมือง นําการทหาร บางครั้งผมอยากให้ทางฝ์ายของกลาโหมเองประสานกับนักการเมือง ในท้องที่ไม่ว่าจะเปึน ส.ส. หรือว่าจะเปึนท้องถิ่น ผมคิดว่าอันนี้เขาใกล้ชิด ต้องยอมรับ นะครับว่าภาวะปัจจุบันความหวาดระแวงต่อเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ยังมีสูง แต่ชาวบ้านที่ ใกล้ชิดที่สุดก็หนีไม่พ้นคนที่อยู่ในพื้นที่ ไม่ว่าจะเปึน ส.ส. เอง ที่เขาสามารถที่สะท้อน ปัญหาของเขา ไม่ว่าจะเปึนกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน อันนี้จะเปึนมือไม้ที่ท่านสามารถที่จะใช้แล้ว ก็แก้ปัญหาในพื้นที่ได้นะครับ แล้วก็ทหารในวันนี้ท่านอย่าไปให้ภาระเขามากจนเกินไป ครับ อย่างกรณีที่บางส่วนผมเข้าไปสัมผัสในพื้นที่ อย่างกรณีว่าในส่วนของทหารภารกิจ ในการลาดตระเวน เขาก็มีภารกิจตรงนี้แล้ว ยังให้ในเรื่องของการเมืองที่จะให้ไปปรับปรุง ในเรื่องจิตวิทยาในพื้นที่ ในเรื่องของการตั้งด่านตรวจภาวะความตึงเครียดของเจ้าหน้าที่ เขามีสูงมาก แล้วก็ในพื้นที่ที่เขาไม่คุ้นเคย ในภาวะที่เขาไม่ได้รับการฝ๊กมาก่อนในเรื่องของ อย่างกรณีผม ผมไม่ได้เปึนลักษณะของดูหมิ่นดูแคลนนะครับ กรณีที่เจ้าหน้าที่ทหาร หลายท่าน ท่านมาจากพื้นที่อื่น บางครั้งการเรียนรู้ต้องอาศัยเวลา แล้วก็ใน ขนบธรรมเนียมบางครั้งเจ้าหน้าที่ที่เปึนระดับพลทหาร บางครั้งการฝ๊กบางด้านที่เปึนจุดที่ ต้องมีความละเอียดอ่อนอันนี้ต้องระวัง เพราะอันนั้นจะทําให้เกิดความรู้สึกที่ต่อต้านจาก พื้นที่ แล้วบางครั้งมันอาจจะเปึนข้อเสียในการแก้ปัญหาได้ แล้วก็ในส่วนกรณีของ อุตสาหกรรมที่บอกว่าทหารจะเข้าไปดูแล ผมว่าวันนี้ลองดูว่าทางส่วนของการเมือง ทางส่วนของมหาดไทยหรือเจ้าหน้าที่ด้านอื่นที่มีความชํานาญ อย่างที่ผมบอกว่าปัญหา ภาคใต้ต้องใช้คนที่มีความชํานาญเฉพาะด้านแล้วก็ร่วมกันทํา อย่าง ครม. เล็กที่เข้าไป ประชุมในพื้นที่ตรงนี้ อันนี้เปึนแนวทางหนึ่งที่เปึนแสงสว่างที่จะทําให้พื้นที่ตรงนั้นสามารถ จะแก้ปัญหาหรือเห็นแสงสว่างได้ในระยะเวลาอันใกล้นี้นะครับ
แล้วก็ประเด็นสุดท้ายผมอยากจะมีข้อชี้แนะบางเรื่องนะครับ ก็ควรระวังว่า เนื่องจากว่างบประมาณที่ลงในพื้นที่ค่อนข้างเยอะมาก แล้วก็ในส่วนความมั่นคงก็ต้อง ยอมรับว่าในส่วนนี้ก็จะเกี่ยวข้องกับกลาโหม แล้วก็จะเปึนจุดที่อาจจะเปึนในส่วนของ ผู้ที่ไม่หวังดี สามารถที่จะเอาข่าวคราวหรืออะไรต่าง ๆ ทําให้เปึนภาพลบกับท่านได้ อย่าให้การลงงบประมาณหรืออนุมัติงบประมาณเข้าเปึนสาเหตุของการสร้าง ความแตกแยกหรือเกิดปัญหาในพื้นที่ ที่เราได้เห็นกันแล้วนะครับว่าวันนี้เราต้องใช้ งบประมาณมหาศาลแก้เรื่องของความผิดพลาดในอดีตของนายกรัฐมนตรีบางคนที่ ตัดสินใจผิดพลาดในอดีต ขอบคุณครับท่านประธาน