หมอแวมาฮาดี แวดาโอะ หารือเรื่องสิทธิมนุษยชนในภาคใต้ และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐ โดยเสนอให้พัฒนาหน่วยพิทักษ์ชุมชนจากชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) เป็นกองกำลังอาชีพเพื่อช่วยในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม หมอแวมาฮาดี แวดาโอะ จังหวัดนราธิวาส เขต ๑ พรรคเพื่อแผ่นดินครับ วันนี้ผมมี โอกาสได้อ่านรายงาน ๒-๓ แผ่นนะครับที่ส่งให้สมาชิกอ่านนะครับ แล้วก็มีโอกาสได้รับ ของฝากมาจากหลาย ๆ ฝ์ายในพื้นที่ตั้งแต่ผู้นําศาสนา ตั้งแต่องค์กรที่ทํางานด้าน สิทธิมนุษยชนนะครับ
สิ่งแรกครับที่ผมอยากจะอ่าน ขออนุญาตอ่านเปึนภาษาอาหรับ เพราะว่า เปึนของฝากมาจากผู้นําศาสนานะครับ อินนาดามาอีกมวาอัมวาลูกุมอาลัยกุมฮารามุน เปึนภาษาอาหรับ เปึนคําที่ท่านศาสดามุฮัมมัด ซอลลาลอฮูอาลัยฮีวาสัลลัม ได้กําชับ แล้วก็ผู้นํามาให้กับผม แล้วก็ผมจะแปลเปึนไทยก็คือว่า จริง ๆ แล้วเลือดและทรัพย์สิน ของบุคคลหนึ่งคนนั้นเปึนสิทธิอันชอบธรรมของเขาห้ามละเมิดเปึนอันขาดนะครับ เขาบอกว่าอันนี้คือสาระสําคัญนะครับในการที่จะแก้ปัญหาภาคใต้นะครับ
ทีนี้ของฝากมาจากองค์กรที่ทํางานด้านสิทธิมนุษยชนในขณะนี้ เขาเปึนห่วงอย่างนี้นะครับว่า
ประการที่ ๑ ก็คือเนื่องจากประเด็นภาคใต้เปึนที่สนใจของ ไอซีอาร์ซี (ICRC : International Committee Of the Red Cross หรือคณะกรรมการกาชาด ระหว่างประเทศ) หรือกาชาดสากลนะครับ เหตุเนื่องมาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นทาง ผู้ที่ทํางานใน ไอซีอาร์ซี นี่เขาเข้าใจว่าเปึนการปะทะกันระหว่างกองกําลัง ๒ ฝ์ายคือของ รัฐกับของขบวนการ พอประเด็นนี้เกิดขึ้นครับมันก็เขาพยายามที่จะตั้งสัญญาณขึ้นมาว่า มันจะเข้าสู่ภาวะสงครามหรือเปล่า เพราะหากเข้าสู่เงื่อนไขของภาวะสงครามนั้น มันมีความจําเปึนที่จะต้องมาดูแล ครั้งหนึ่งเขาเคยยื่นหนังสือ เพื่อมาขอตั้งสํานักงาน ที่ประเทศไทย แต่ไม่อนุญาตนะครับ แต่โดยข้อเท็จจริงแล้ว ไอซีอาร์ซี ก็มาทํางาน ในประเทศไทยในขณะนี้แต่ไปทํางานในขีดจํากัดคือ ไปเยี่ยมผู้ต้องหาหรือจําเลยนะครับ ที่อยู่ในเรือนจํา โดยเฉพาะเรือนจําพิเศษกรุงเทพฯ ครับ แต่ยังไม่มีโอกาสที่ไปทํางาน ตรวจสอบข้อเท็จจริงในการควบคุมตัวของผู้ต้องสงสัยตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉิน (พระราชกําหนด บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘) ในกองทัพต่าง ๆ ที่อยู่ในภาคใต้นะครับ ตรงนี้นะครับถ้าหากว่า ไอซีอาร์ซี เริ่มตั้งข้อสังเกตตรงนี้ ผมก็เกรงว่าหากเราไม่มีคําอธิบายที่ชัดเจนและมาตรการที่ชัดเจน อัตราส่วนของจํานวน ทหารทั้งอาชีพแล้วก็กองกําลังอาสาที่เข้าไปมากมาย จํานวนเงินที่ใช้มหาศาลนะครับ อาจจะเกรงว่าในที่สุด ไอซีอาร์ซี อาจจะเรียกร้องนะครับเพื่อที่จะมาตรวจสอบแล้วก็ดูแล อย่างใกล้ชิด เพราะมันต้องเกี่ยวข้องกับกฎหมายระหว่างประเทศด้านมนุษยธรรมนะครับ ซึ่งวันนี้ผมก็เปึนห่วงเช่นกันนะครับ ทีนี้ในเรื่องกฎหมายพิเศษที่เปึนห่วงก็คือเรื่อง พ.ร.ก. ฉุกเฉินนะครับ เนื่องจากเปึนกฎหมายพิเศษ รัฐบาลภายใต้การนําของ พรรคประชาธิปัตย์ก็ได้ต่ออายุไป ๑ รอบในขณะนี้นะครับ และอีก ๒ เดือนข้างหน้า คงหมดอายุ แล้วก็ต้องขออนุญาตจากคณะมนตรีเพื่อต่อ แต่ผมอยากจะเสนออย่างนี้ครับ ว่า เนื่องจากว่าประสบการณ์การใช้กฎหมายพิเศษ พ.ร.ก. ฉุกเฉินนี่มีมาระยะเวลา พอสมควรครับ ก่อนที่ท่านจะต่ออายุ นอกจากท่านจะถามความเห็นของทหาร ของตํารวจ ของพลเรือนนะครับ ผมอยากจะให้จัดเวทีชาวบ้านบ้างนะครับว่าเขามี ความยากลําบากอย่างไร เขารู้สึกว่าไม่ได้รับความเปึนธรรมจากการบังคับใช้กฎหมาย พ.ร.ก. ฉุกเฉินอย่างไรนะครับ รวมทั้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ที่ทางกองทัพแล้วก็ ฝ์ายความมั่นคง กอ.รมน. (กองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในประเทศ) พยายาม ที่จะใช้ออนไลน์ (Online) นะครับ ในการที่จะระบุว่าผู้ใดบ้างนะครับที่อยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัด ที่เคยถูกออกหมาย พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ทุกคนนะครับที่ถูกออกหมาย พ.ร.ก. ฉุกเฉิน นี่จะถูกบันทึกในคอมพิวเตอร์แล้วก็จะออนไลน์ไปกับหน่วยงานทั้งหมดครับ รวมทั้ง ตม. ด้วย ประเด็นมันมีอยู่ว่าหลังจากที่ได้ถูกเรียกตัวไปผ่านขั้นตอนกระบวนการที่กองทัพ ได้กําหนดแล้ว ถูกควบคุมตัวถูกซักถามนะครับ หลังจากนั้นหลังจากที่เคลียร์ (Clear : ชัดเจน) แล้วไม่ถูกดําเนินคดีก็จะปล่อยตัวออกไปใช่ไหมครับ แต่ปัญหาก็คือ หลังจากปล่อยตัวออกไปแล้วทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้ลบรายชื่อครับ รวมทั้งภาพด้วยที่ปรากฏ ในออนไลน์ เพราะฉะนั้นเวลาสับเปลี่ยนกองกําลังนะครับ ชุดใหม่เข้ามาตาม ฉก. (หน่วยเฉพาะกิจ) ต่าง ๆ หรือตามด่าน ตม. ต่าง ๆ พอเห็นรายชื่อยังคงปรากฏอยู่ก็จะมี การควบคุมตัวอีกครั้งหนึ่ง เคยปรากฏกรณีที่จะเดินทางไปต่างประเทศก็ถูกควบคุมตัว เพราะฉะนั้นตรงนี้อยากจะฝากนะครับท่านประธานครับ อยากจะฝากว่าถ้ากรณีจะใช้ ออนไลน์ของบุคคลที่ถูกหมาย พ.ร.ก. ฉุกเฉินนะครับ กรุณาเถอะครับ ถ้าท่านได้ ดําเนินการเสร็จสรรพเรียบร้อยแล้ว เรียกมาแล้ว พูดคุยแล้ว เข้าใจแล้ว ไม่มีติดใจอะไร แล้วนะครับ กรุณาลบรายชื่อคนเหล่านั้นออกไปด้วย ถ้าไม่เช่นนั้นนะครับ บางคนถูกเรียก ไป ๔-๕ ครั้งก็มีนะครับ ซึ่งอันนี้เปึนการเรียกร้องมาจากคนในพื้นที่ที่เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธ นะครับว่ารัฐบาลมีความจําเปึน กองกําลังมีความจําเปึน กองทัพมีความจําเปึนที่ต้องใช้ กฎหมายพิเศษ รวมทั้ง พ.ร.ก. ฉุกเฉินก็ตาม แต่สิ่งที่จะเรียกร้องถ้าท่านไม่ติดใจและ กรุณาลบรายชื่อแล้วก็ภาพคนเหล่านั้นออก เพื่อเขาจะได้ไม่ถูกควบคุมตัวเปึนครั้งที่ ๒ ครั้งที่ ๓ หรือครั้งที่ ๔ นะครับ อันนี้คือประเด็นที่ ๓
ประเด็นถัดไปครับ ย่อ ๆ คือกรณีของผู้ต้องหาหรือจําเลยหรือนักโทษ ที่ถูกควบคุมตัวในขณะนี้มีทั้งหมด ๔๕๐ รายครับ การเยียวยาของครอบครัวบุคคลเหล่านี้ นะครับยังไม่ถูกดําเนินการใด ๆ ผลกระทบประมาณ ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ คนครับ นักสิทธิมนุษยชนบอกว่าครอบครัวของผู้ถูกคุมขังนะครับ ไม่ว่าจะเปึนผู้ต้องหา ไม่ว่า จะเปึนจําเลยหรือนักโทษก็ตามนะครับ ปรากฏว่าครอบครัวยากลําบาก และทางการ ก็ไม่ได้ไปดูแลคนเหล่านี้นะครับ ผลจาก ๔๕๐ คนโดยเฉลี่ย ๕ คนต่อ ๑ ครอบครัวก็ตกไป ประมาณ ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ คน จึงอยากจะฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเยียวยานั้น กรุณาไปดูแลคนเหล่านี้ด้วยนะครับ อันนี้คือของฝากจากนักสิทธิมนุษยชนนะครับ
ทีนี้ประเด็นต่อไปครับ ในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ครับ นักสิทธิมนุษยชนได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ประมาณ ๖๐ กว่าคดีครับ โดยเฉพาะการตายที่เกิดจากการที่กองทัพอ้างว่ามีการปะทะกัน เกิดข้อสงสัยว่าเกิดปะทะ กันจริงหรือไม่ เช่น ที่เมาะมาวี เพราะฉะนั้นท่านต้องเคลียร์ครับตรงว่าจริง ๆ แล้วหาก มีการตายลักษณะอย่างนี้ควรจะมีหน่วยงานอิสระ ไม่ใช่หน่วยงานที่เกิดขึ้นจากราชการ ครับ ต้องเปึนกองหนึ่ง หน่วยงานหนึ่งที่อิสระเพื่อไปตรวจสอบข้อเท็จจริง เพราะเรา ไม่อนุญาตให้ ไอซีอาร์ซี มาตรวจสอบก็ให้องค์กรภาคประชาชนหรือรวมกับ นักสิทธิมนุษยชนได้มีโอกาสไปตรวจสอบว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงนั้น เปึนไปตาม ข้อครหาประชาชนในพื้นที่มากมายหรือไม่อย่างใดนะครับ อันนี้คือประเด็นที่ ๕
ประเด็นที่ ๖ ครับ ผมตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับยาเสพติด ตอนนี้ระบาดครับ อยากจะให้ กอ.รมน. หรือกองทัพ หรือมหาดไทย หรือ ศอ.บต. (ศูนย์อํานวยการบริหาร จังหวัดชายแดนภาคใต้) ครับ กรุณาไปดูแลตรงนี้ด้วยครับ ระบาดมากจริง ๆ
สุดท้ายนะครับ เนื่องจากเวลาหมดแล้วนะครับ อยากจะให้ข้อเสนอแนะ กรณีการใช้กองทัพครับ กองทัพในขณะนี้เรามีกองทัพอาชีพเข้าไปทํางานหลายหมื่นคน ครับ และส่วนหนึ่งเรามีกองทัพอาสา คือทหารพราน รวมทั้งกองกําลังที่ดูแล โดยมหาดไทย คือ อส. (อาสารักษาดินแดน) และ ชรบ. (ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน) ผมอยากจะเห็นอย่างนี้ครับ เมื่อประมาณหลายเดือนที่แล้ว ผมเคยเสนอว่า อยากจะให้ พัฒนา ชรบ. ซึ่งเปึนกองกําลังอาสา พัฒนาไปเปึนกองกําลังอาชีพเลยครับ ชื่อว่า หน่วยพิทักษ์ชุมชน ให้มีทุกหมู่บ้านครับ ชุมชนหนึ่งประมาณ ๒๐ คน ผมคํานวณ ค่าใช้จ่ายแล้วครับ จะใช้ประมาณ ๖,๐๐๐ ล้านบาทต่อป้ครับ เรามีทั้งหมด ๓,๐๐๐ หมู่บ้าน หมู่บ้านหนึ่งมี ชรบ. ๒๐ คน ก็พัฒนาเขาเสียเปึนกองกําลังอาชีพไปเลยครับ คนพื้นที่จะมีประมาณ ๖๐,๐๐๐ คนครับ คนหนึ่งค่าใช้จ่ายไม่เกิน ๑ แสนบาท ทั้งเงินเดือนและสวัสดิการ เพราะฉะนั้นเราจะใช้เงินประมาณ ๖,๐๐๐ บาท มันก็ยัง น้อยกว่างบประมาณที่เราใช้ ๔ ป้ที่ผ่านมา ประมาณ ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ป้นี้ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทครับ เฉพาะงบกองกลางที่กองทัพจะใช้ประมาณ ๘,๗๐๐ ล้านบาท ซึ่งมันจํานวนมากมายครับ แต่ถ้าท่านพัฒนาตรงจุดนี้ไปเปึนกองกําลังอาชีพ เขามีความเคยชินและมีทักษะในการที่จะทํางานในพื้นที่ เพราะท่านเน้นนะครับว่า เราจะใช้การเมืองนําการทหาร คนนอกพื้นที่ไปทํางาน แน่นอนละครับ ประสิทธิภาพและ ประสิทธิผลต้องต่ําอย่างแน่นอนนะครับ ท่านจะใช้เงินเพียง ๖,๐๐๐ บาทต่อป้นะครับ มีคนที่อยู่กับท่านประมาณ ๖๐,๐๐๐ คนนะครับ จะช่วยท่านอย่างมากในการที่จะ ดําเนินการคลี่คลายปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ครับ อันนี้คือสิ่งที่ผมอยากจะฝากครับ เพราะฉะนั้น ๔ ป้ที่ผ่านมา ๕ ป้ที่ผ่านมา เราใช้เงินไปตั้งแสนกว่าล้านบาท ผมเสียใจ จริง ๆ ครับกับรายงานที่สรุปโดยกระทรวงมหาดไทย ที่อธิบายมาอย่างดีครับ แต่สุดท้าย มาบอกว่า เหตุผลหนึ่งที่ทํางานไม่มีประสิทธิภาพ ที่ทําให้ปัญหายังคงอยู่นั้น เพราะ งบประมาณที่มีไม่เพียงพอครับ ในขณะที่พวกเราท้วงติงตลอดว่าจํานวนเงินมหาศาล ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท นั่นมันมากมายนะครับ ประเด็นอยู่ที่ว่า คงต้องตั้งคําถามว่า งบประมาณที่ได้ไปนั้นได้ใช้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่อย่างไรมากกว่า มากกว่า ที่บอกว่างบประมาณไม่เพียงพอ จึงอยากจะฝาก ๔-๕ ประเด็นที่ของฝากมาจากพื้นที่ ของฝากมาจากสิทธิมนุษยชน และข้อเสนอแนะในตัวผมเอง คืออยากจะให้มีหน่วยพิทักษ์ ชุมชนที่พัฒนามาจาก ชรบ. ไม่ใช่ไปเอาโครงการ ๔,๕๐๐ ล้านบาท ไปจ้างหมู่บ้านละ ๕ คนบ้าง ๑๐ คนบ้าง มันจะไม่เกิดพลังครับ แต่ถ้าเราทําทีเดียว ๖,๐๐๐ ล้านบาทต่อป้ ใช้คน ๖๐,๐๐๐ คน ในการดูแลพื้นที่ของตนเอง ใช้เงินเพียงเท่านี้ ผมเชื่อนะครับว่า ความสงบสุขจะเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป เหมือนกับที่พระผู้เปึนเจ้า ได้กล่าวว่า อิลนัลเลาะห์ฮาลายูฆอยยีรูมาบีเกามิน ฮัตตายูฆอยยีรูมาบีอันฟูซีฮิม แท้ที่จริงแล้วพระผู้เปึนเจ้าไม่ทรงเปลี่ยนแปลงประชาชาติใด ไม่ทรงเปลี่ยนแปลง และแก้ไขปัญหาใด เว้นแต่เขาต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง เพราะฉะนั้นปัญหาภาคใต้ จะแก้ไม่ได้ครับ เว้นแต่ต้องให้คนภาคใต้เปึนผู้ที่มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา เหมือนกับ อัตตาหิ อัตตโนนาโถ ตนนั่นแหละเปึนที่พึ่งแห่งตนครับ ขอบคุณมากครับ