สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

นริศ ขํานุรักษ์ เสนอข้อสังเกตเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเน้นย้ำถึงปัญหาการลงทุนในชนบทที่ไม่เคารพสิทธิของชุมชน และเรียกร้องการปรับปรุงระบบการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เพื่อปกป้องสิทธิชุมชนและสิทธิมนุษยชน นอกจากนี้ ยังหารือเรื่องรัฐธรรมนูญ มาตรา 67 และ 190 โดยมองว่ามาตรา 67 จะช่วยแบ่งเบาภาระของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และไม่ควรแก้ไขมาตรา 190 เพราะมันปกป้องสิทธิของประชาชนได้ดีที่สุด นอกจากนี้ ยังหารือเรื่องกลุ่มชนซาไกที่ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนในพัทลุง และขอความช่วยเหลือจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นอกจากนี้ ยังหารือเรื่องสิทธิที่ดิน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหาการทับซ้อนของสิทธิที่ดิน และการละเมิดสิทธิที่ดิน โดยเสนอให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติใช้การมีส่วนร่วมของประชาชนและเทคโนโลยีในการจัดแจงแนวเขตป่า และให้รัฐบาลชุดนี้พร้อมที่จะแก้ไขปัญหานี้

นายนริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออนุญาตได้อภิปราย เพื่อฝากข้อสังเกตไว้ เผื่อว่าจะเปึนประโยชน์ต่อการทํางานของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติสัก ๒ ประเด็นสั้น ๆ นะครับ ที่จริงแล้วในรายงานนี่มีการละเมิด สิทธิมนุษยชนแล้วก็มีรายงานที่เปึนส่วนที่มีคุณค่าหลายเรื่องนะครับ แต่ว่ากระผมจําเปึน จะต้องอภิปรายในเวลาสั้น ๆ เพียง ๒ ประเด็น ก็คือ

๑. เรื่องการละเมิดสิทธิชุมชน กราบเรียนท่านประธานว่าประเทศเรานี่เดิม เรามีชนบทที่ทรัพยากรธรรมชาติพรั่งพร้อมสมบูรณ์ มีชนบทที่งดงาม มีชนบทที่มีสภาพ ความเปึนอยู่ที่เอื้อเฟุ๋อเผื่อแผ่โอบอ้อมอารี แต่ว่าวันนี้ชนบทเรานี่ถูกผลักให้รับภาระของ การลงทุน ถูกผลักให้รับภาระของเปึนแหล่งผลิตเพื่อคนในเมือง ทําให้ชนบทจึง ประกอบด้วยน้ําเสีย ควันพิษ แล้วก็กลิ่นเหม็นนะครับ ประเทศเราไม่มีนิคมอุตสาหกรรม อย่างกว้างขวางและทั่วถึงจึงมีโรงงานสะเปะสะปะ จึงมีการลงทุนสะเปะสะปะ โดยเฉพาะ หลายช่วงหลายป้ที่ผ่านมาโรงงานและผู้ลงทุนถูกผลักให้ไปอยู่ในชนบท ด้วยแรงจูงใจ ทางด้านภาษีและทางด้านแรงงาน ทําให้ชุมชนในชนบทถูกละเมิดสิทธิทางชุมชนมากมาย ท่านก็ได้เขียนรายงานไว้ปรากฏแล้วมากมาย กระผมไม่จําเปึนต้องกล่าวถึง ที่กระผม เอ่ยว่าท่านได้ทําไว้แล้วมากมาย เปึนการขอบคุณท่านนะครับ ที่กระผมคิดว่าทั้งหมดนี่ สิ่งที่กระผมอภิปรายทั้งสิทธิชุมชนและสิทธิที่ดิน ท่านได้รายงานไว้มากกว่าการละเมิด สิทธิด้านอื่น ๆ กระผมจึงกราบขอบพระคุณไว้ ณ โอกาสนี้ แต่ว่าไม่พอครับ ท่านยังต้อง ทุ่มเทกําลังลงไปดูแลชนบทที่กําลังถูกท้าทายกับการพัฒนาอยู่ในขณะนี้และเปึน การพัฒนาแบบมีการละเมิดสิทธิชุมชนอยู่ด้วย ไว้เปึนเรื่องสําคัญนะครับ กระผมเรียน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติครับว่า อีไอเอ (EIA : Environmental Impact Assessment การวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม) การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ในประเทศนี่ยังล้าหลังมากครับ ยังไม่ทันสมัย ท่านต้องใช้เงื่อนไขใด ๆ ก็ได้ครับ ต้องผลักดัน ให้มีการทบทวนอีไอเอ เพราะว่าอีไอเอเปึนเครื่องมือหนึ่งที่จะปกปัองสิทธิชุมชน สิทธิมนุษยชนได้ ล้าหลังจนขนาดว่าการลงทุนโรงงานทําคาร์บอน (Carbon) ยังไม่ต้อง ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม โรงงานทําเอทานอล (Ethanol) ไม่ต้องประเมินผลกระทบ สิ่งแวดล้อม ท่านต้องช่วยผลักดันนะครับ ให้อีไอเอได้มีการทบทวน

๒. ท่านต้องรีบให้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๗ นี่มีผลบังคับใช้ให้ครบถ้วน ร้อยเปอร์เซ็นต์นะครับ ในมาตรา ๖๗ ความโดยรวมก็คือ ให้มีองค์กรอิสระซึ่งประกอบด้วย ผู้แทนองค์กรเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการศึกษา ด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ให้ความเห็นประกอบการดําเนินการใด ๆ ต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผมคิดว่าการที่จะมีคณะกรรมการองค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๗ จะช่วยแบ่งเบา จะช่วยทําให้ภาระของคณะกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาตินี่เบาบางลง เช่นเดียวกันครับ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ มีความเห็น หลายฝ์าย บางฝ์ายบอกว่าเปึนอุปสรรคต่อการทํางาน แต่ผมคิดว่าเปึนการปกปัองสิทธิ ของประชาชนได้ดีที่สุด ท่านต้องยืนยันนะครับ ถ้ามีใครองค์กรใดคิดจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ เพราะว่าในรายงานของท่านก็ได้ เขียนเอาไว้ว่า การละเมิดสิทธิมนุษยชนไม่ว่าจะเปึนเรื่องการเจรจาการค้าความตกลงใด ๆ หลายเรื่องที่ประเทศไทยถูกละเมิดสิทธิ ท่านต้องยืนยันอย่าให้มีการแก้ไขมาตรา ๑๙๐ ท่านให้ความเห็นได้ว่า ถ้าแก้ไขมาตรา๑๙๐ แก้ไขไปในสิ่งที่ดีกว่า ท่านก็ให้ทํา แต่กระผม คิดว่า มาตรา ๑๙๐ ที่มีอยู่ปัจจุบันแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนด้านสิ่งแวดล้อม ได้ดีที่สุดเลยครับ

อีกเรื่องหนึ่งครับที่กระผมจะฝาก วันนั้นท่านสุนี ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน นะครับ ท่านไปพัทลุง พบกับกระผมที่พัทลุง ท่านไปเรื่องที่กระผมได้อภิปรายไว้ และเปึน เรื่องที่ท่านทํางานต่อเนื่องอยู่ คือ มหาวิทยาลัยทักษิณ แต่ว่ากระผมไม่ขออนุญาต อภิปรายเรื่องนี้ กระผมเรียนกับท่านวันนั้นว่า มีกลุ่มชนอยู่กลุ่มหนึ่งเผ่าพันธุ์หนึ่ง ชื่อ ซาไก อยู่ในเทือกเขาบรรทัด-โตนงาช้าง ป์าบาลา-ฮาลา โดยเฉพาะพัทลุง ๑๐๐ กว่าคนนี่ครับ กระผมคิดว่าเขาถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง หลายฝ์ายใช้เขาเปึนอุปกรณ์ เปึนทรัพยากรการท่องเที่ยว ให้คนเข้าไปดู เชิญชวนโฆษณาให้คนไปดูการหลับนอน ที่อยู่ อาศัย เข้าไปดูในบ้าน บ้านเขาก็ไม่มีฝากั้นนะครับ เข้าไปดูที่นอน ที่หุงหาอาหาร ละเมิด ความเปึนอยู่ที่เคยสงบสุขของเขาครับ กระผมคิดว่าถ้าเราจะร่วมมือเรื่องการท่องเที่ยว ทําได้ โดยเชิญซาไกลงมาข้างล่าง มาพบปะกับนักท่องเที่ยวได้ แต่ไม่ควรเชิญ นักท่องเที่ยว ดึงนักท่องเที่ยวขึ้นไปในกลางป์าเพื่อไปดูบ้าน ไปดูที่เขาหุงหาทํามาหากินใน วิถีชีวิตที่กระทบของเขา ไม่ควรทําเปึนอย่างยิ่งนะครับ กระผมอยากให้ทางคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ถือเรื่องนี้เปึนเรื่องสําคัญ เช่นเดียวกันครับ ชาวเล ที่อยู่ในหลาย อุทยานแห่งชาติก็ถูกกระทบ ถูกละเมิดทางด้านสิทธิมนุษยชนเรื่องสิทธิชุมชนเปึนอย่างยิ่ง นะครับ นี่เปึนเรื่องที่ ๑ ที่กระผมกราบเรียน

อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องสิทธิที่ดิน กระผมเคยกราบเรียนในสภาแห่งนี้ หลายครั้งแล้วว่าที่ดินในประเทศไทยมีหลายประเภท มีที่รกร้างว่างเปล่า มีที่สาธารณประโยชน์ มีที่ป์าสงวน มีที่ป์าอนุรักษ์ แล้วก็มีที่เอกชน ทับกันไปทับมาจนไม่รู้ ว่าใครจะเปึนผู้ชี้ขาด และตราบใดที่แนวเขตป์ากับเอกชนไม่ชัดเจน ตราบนั้น การแก้ปัญหาเรื่องสิทธิทํากินประเทศไทยไม่จบ ตราบใดที่แนวเขตป์าไม่มีความชัดเจน ตราบนั้นการละเมิดสิทธิที่ดินจะมีอยู่ตลอดเวลา กระผมจึงอยากให้คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติถือว่าเรื่องแนวเขตป์าเปึนเรื่องสําคัญที่จะต้องร่วมกันแก้ไข ท่านได้ รายงานเอาไว้ว่าท่านจะใช้การมีส่วนร่วมของประชาชนในการเข้ามาดูแล กระผมคิดว่า เหมาะสมแล้วครับ ถูกต้องแล้วครับ แต่ว่าใช้เทคโนโลยีอื่นด้วยนะครับ ภาพถ่ายทาง อากาศ ภาพถ่ายทางดาวเทียมเข้ามาจัดแจงเรื่องแนวเขตให้จบ กระผมคิดว่ารัฐบาลชุดนี้ ก็พร้อมที่จะทําเรื่องแนวเขตให้จบ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็ผลักดันเข้ามา กระผมคิดว่าเมื่อแนวเขตจบ ทุกอย่างจะจบแล้วการละเมิดสิทธิมนุษยชนเรื่องที่ดิน ก็น้อยลง กระผมขออนุญาตจบด้วย กระผมรับทราบรายงานที่เปึนรายงานที่กระผม ทั้งชีวิตทํางานด้านอนุรักษ์มา พึงพอใจมากก็คือ เรื่อง อ.อ.ป. (องค์การอุตสาหกรรมป์าไม้) การปลูกป์าของ อ.อ.ป. ท่านเสนอบอกว่า อ.อ.ป. ไม่ควรปลูกป์าอีกต่อไป เพราะว่า การปลูกป์าของ อ.อ.ป. เปึนปลูกป์าเพื่อผลทางเศรษฐกิจเท่านั้น กระผมเห็นด้วย เปึนอย่างยิ่งครับ การปลูกป์าไม่เพียงแต่ อ.อ.ป. ปลูกป์าเพื่อเศรษฐกิจ การปลูกป์าของรัฐเอง กระผมก็ยังไม่เห็นด้วยเสียทีเดียวร้อยเปอร์เซ็นต์ กระผมคิดว่าให้ประชาชนเปึนคนปลูก เถอะครับ ป์าเศรษฐกิจ ประชาชนเขาปลูกแล้วเศรษฐกิจเปึนของเขา กระผมคิดว่า เปึนวิธีที่ดีที่สุด และกระผมคิดว่าเรามีอีกหลายวิธี ยกตัวอย่างวิธีเดียวเช่น รัฐจะให้เงิน คนที่มีต้นไม้ไว้ครอบครอง ไม้ขนาดพอสมควร เช่น ๕๐ เซนติเมตร เส้นรอบวง ให้ค่าดูแล ต้นไม้ที่อยู่ในที่ดินกรรมสิทธิ์ของเขาต้นละ ๑๐ บาทต่อเดือน กระผมคิดว่าคนปลูกป์า ทั้งประเทศ กระผมคิดว่าคนสามารถรักษาป์าไว้ได้ทั่วประเทศ ดีกว่าเราทุ่มเทงบประมาณ ไปปลูกป์า แล้วดีกว่าให้ อ.อ.ป. ไปปลูกป์าแล้วเพื่อผลประโยชน์ขององค์กรเขาเท่านั้น โดยผลประโยชน์นั้นไม่เกิดขึ้นกับแผ่นดินกับประชาชนเลย กระผมเรียนตั้งแต่ต้นมาจนถึง ขณะนี้ เพียงเพื่อที่จะให้กําลังใจคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และขอบคุณที่ได้ ให้ความสําคัญกับเรื่องการละเมิดสิทธิที่ดิน การละเมิดสิทธิชุมชน การละเมิดทางด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศ หวังว่าข้อเสนอแนะ ของกระผมจะเปึนประโยชน์บางประการต่อการทํางานของท่านนะครับ กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ