ชาดา ไทยเศรษฐ์ หารือเรื่องงบประมาณแผ่นดิน และเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงการบริหารงบประมาณ โดยให้กระทรวงต่าง ๆ มีงบประมาณในการแก้ไขปัญหาอย่างเพียงพอ และให้ท้องถิ่นมีศักยภาพในการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดแบ่งงบประมาณให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นรายหัว เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศ เช่น อาชญากรรม สุขภาพประชาชน และปัญหาอื่น ๆ ที่เกิดจากความไม่เท่าเทียมและความไม่ชัดเจนในข้อมูลพื้นฐาน
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดอุทัยธานี ในนามของพรรคชาติไทย วันนี้พี่น้องสมาชิกได้พูดกันถึงเรื่องงบประมาณไปมากมายนะครับ ผมเองก็คงจะกล่าว คร่าว ๆ ว่าในส่วนของงบประมาณแผ่นดิน ป้ ๒๕๕๒ นั้น ในเรื่องของรายจ่ายประจํา รายจ่ายประจําซึ่งมีถึง ๗๒ เปอร์เซ็นต์ เพิ่มขึ้นจากป้ ๒๕๕๑ ถึง ๑๐.๑ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งผมอยากจะฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งท่านได้อยู่ ณ ที่นี้ด้วยนะครับว่า วันข้างหน้าเราจะคิดอย่างไร เราจะทําอย่างไรที่จะสามารถหยุดรายจ่ายประจําให้อยู่ เพียงเท่านี้ เพราะเรามีการผ่านการปฏิรูประบบราชการมาแล้ว เราผ่านการแบ่ง กระทรวงใหม่แล้ว เรียนท่านประธานที่เคารพว่า การปฏิรูประบบราชการที่ผ่านมานั้น ไม่ได้มีผลกระทบในด้านดีกับงบประมาณแผ่นดินเลย แล้วผมเองก็ต้องขอชื่นชมรัฐบาล ในนามของผู้นํารัฐบาลก็คือ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช ที่ท่านได้จัด งบประมาณแผ่นดินออกมาภายในระยะเวลาของการทํางานเพียง ๔ เดือน แต่สิ่งที่อยากจะบอกกับท่านประธานผ่านไปถึงคณะรัฐมนตรีว่าวันนี้เรามีองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในป้ ๒๕๕๒ นั้นได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาล ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็มีในส่วนของภาษีที่จัดเก็บโดยรัฐบาลแบ่งให้อีกประมาณ ๓ แสนกว่าล้านบาท รวมเปึน ๔ แสนล้านบาท วันนี้มีการอุดหนุนในลักษณะอุดหนุน ทั่วไปกับอุดหนุนเฉพาะกิจ ตรงนี้ละครับคือปัญหาในฐานะที่ผมเคยอยู่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นมาก่อน เปึนปัญหาของท้องถิ่นทั่วไปในเรื่องของการดําเนินงาน เพราะไม่ทราบว่าป้หน้าจะได้งบประมาณเท่าไร และป้ต่อ ๆ ไปจะได้อย่างไร เพราะอุดหนุนทั่วไปนั้นมีหลักเกณฑ์และมีตัวชี้วัดหลายประการ แต่สิ่งที่สําคัญ ผมอยากให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นมีความสําคัญต่อการพัฒนาประเทศ อยากจะบอกท่านประธานว่า ถ้าให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเปึนรายหัวแล้วจํานวน ที่มากพอสมควร ผมจะบอกว่าสามารถแก้ปัญหาอาชญากรรม สามารถแก้ปัญหาของ สุขภาพประชาชนและแก้ปัญหาได้อีกหลาย ๆ ปัญหาตามมา หลายคนสงสัยว่า เพราะอะไร วันนี้ประเทศไทยของเรา ๖๓ ล้านคนอยู่ในความดูแลของท้องถิ่นทุกระบบ ไม่ว่าจะเปึน กทม. เมืองพัทยา องค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์การบริหารส่วนตําบล และเทศบาล กฎหมายประชากรหรือสํามะโนครัวของประเทศไทยเรานั้นถูกละเมิด อยู่ตลอดเวลา วันนี้ กทม. มีประชากรแฝงจํานวนหลายล้านคน แล้วก็ไม่สามารถ ที่จะแก้ปัญหาไม่ว่าใครจะมาเปึนผู้ว่าราชการ กทม. ก็ตาม เพราะว่าข้อมูลพื้นฐานนั้น ไม่มี แต่ถ้าเรามีการปรับโดยใช้เงินอุดหนุนเปึนรายหัวจะทําให้ท้องถิ่นทั่วประเทศสนใจ ในเรื่องของการโยกย้ายตามระบบบัญชีทะเบียนราษฎร โดยใช้บัญชีทะเบียนราษฎร เปึนตัวชี้วัดว่าองค์กรใดมีจํานวนเท่าใดตามจํานวนคนก็มอบให้จํานวนนั้น เปรียบเหมือนกับว่า ใน ๑ ตําบลท้องถิ่น อบต. จะรู้หมดว่ามีพี่น้องประชาชนอยู่กี่คน เพราะว่าเปึนตัวรายได้ เกิดเหตุอาชญากรรมมาก็สามารถให้ข้อมูลได้ ปัญหาสุขภาพอนามัยก็แก้ไขได้ คุณภาพ ชีวิตก็ลงไปดูได้ รู้ว่าผู้สูงอายุในตําบลนี้ หมู่บ้านนี้มีกี่คน แล้วที่สําคัญจะเกิดแรงคิก (Kick) มากมายในประเทศไทยก็คือว่า วันนี้ทุกคนมาอยู่ในกรุงเทพมหานคร ๒ ป้ ๓ ป้ก็ไม่ได้ย้าย ทะเบียนบ้าน ซึ่งตามกฎหมายสํามะโนครัวนั้นต้องถือว่าภายใน ๑๕ วันไปอยู่ที่ใด ก็ต้องย้ายทะเบียนบ้านจะเกิดผลมากมาย กทม. จะได้รับผลประโยชน์มากที่สุด พี่น้อง ประชาชน ๖๓ ล้านคน ถ้าวันนี้รัฐบาลให้หัวละ ๑๐,๐๐๐ บาท เปึนเงินไม่มากครับ ทุกวันนี้ ๔ แสนล้านคน จาก ๖๓ ล้านคนก็คนละ ๗,๐๐๐ กว่าบาท แต่ไม่ได้ตรงตัว ไปถึงท้องถิ่นนั้นเพราะมีลักษณะเรื่องของการจัดแบ่งรายได้ตามสภาพที่ภาษีต้นทุน ที่ได้ในจังหวัดนั้น ๆ ถ้ารัฐบาลให้ความสําคัญตรงนี้ผมเชื่อว่าท้องถิ่นจะทําให้เกิดศักยภาพ วันนี้รัฐบาลต้องคิดแล้วครับว่างบประมาณแผ่นดินที่มีอยู่แล้วต้องแบ่งตามกฎหมาย พ.ร.บ. ขั้นตอนกระจายอํานาจนั้น จะทําอย่างไรให้เม็ดเงินเกิดประโยชน์ ท้องถิ่นรับหน้าที่ ไปดูแลในเรื่องเล็กเปรียบเสมือนครอบครัวครับท่านประธาน ผู้เปึนพ่อก็ต้องหาเงิน เข้าบ้านทํางานนอกบ้าน ท้องถิ่นก็เปรียบเหมือนกับว่าเปึนแม่บ้านดูแลเรื่องภายในบ้าน ท้องถิ่นยุคใหม่หลังจากทํางานหน้าที่เสร็จแล้วก็แม่บ้านยุคใหม่ส่งเสริมการท่องเที่ยวก็คือ การหารายได้เข้าบ้านอีกทางหนึ่งช่วยพ่อบ้าน แต่วันนี้ประเทศไทยของเราตื่นเช้ามา พ่อบ้านมาช่วยแม่บ้านล้างจาน ถูบ้าน เราก็เลยไม่รู้ว่าอเมริกาคิดอย่างไร เราก็เลยไม่รู้ว่าสิงคโปร์เขามีเทมาเส็กอย่างไร เราก็ไม่รู้ว่าประเทศต่าง ๆ เขาไปอย่างไร เพราะว่าเรามัวแต่แย่งงานทํากันเอง วันนี้ ต้องคิดใหม่ครับ แล้วผมเชื่อว่าศักยภาพของคณะรัฐมนตรีในชุดปัจจุบันสามารถทําได้ เพียงแต่เอาท้องถิ่นมาให้เกิดประโยชน์ และกราบเรียนว่าในเรื่องของปัญหาการทุจริต หรืออะไรต่าง ๆ ก็ตาม ในเมื่อมอบอํานาจไปแล้วก็ต้องมีการตรวจสอบอย่างเข้มข้น ผิดภายใน ๖ เดือน ต้องให้จบเลย เพราะว่าเงินที่ให้ไปแล้วรัฐบาลก็ไม่ต้องมายุ่งกับ เรื่องที่ไม่เปึนเรื่อง นายกรัฐมนตรีไม่ต้องมาให้สัมภาษณ์ในเรื่องเล็ก ๆ ตามท้องถิ่น นายกรัฐมนตรีจะได้มองไปข้างหน้าว่าจะนําประเทศไทยก้าวไปในเวทีโลกอย่างไร อันนี้เปึนเรื่องสําคัญ ผมอยากเห็นรัฐบาลให้ความสําคัญกับท้องถิ่นในเงินงบประมาณ ที่มอบให้กับท้องถิ่นไป
ท่านประธานครับ แล้วสิ่งที่สําคัญอีกประการหนึ่งก็คือ องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นนั้นใกล้ชิดกับประชาชน รู้ปัญหา รู้ความต้องการ ผมเองเรียนว่า ขออนุญาต เอ่ยนาม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านนายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ซึ่งท่านมี วิสัยทัศน์ที่กว้างไกล และเปึนนักธุรกิจที่ประสบความสําเร็จมาก่อน ต้องถือว่าท่านจะวาง รูปแบบงบประมาณของประเทศไทยไปแบบนักธุรกิจรุ่นใหม่ ดังเช่นกับที่เราเคยกล่าวกัน ตลอดมาว่า รายจ่ายประจํานั้นเราจะไม่พูดถึง นี่ล่ะครับที่ทําให้รายจ่ายประจํานั้นเพิ่มขึ้น ทุกป้ ในป้ ๒๕๕๑ แล้วก็ป้ ๒๕๕๒ เพิ่มขึ้นมา รายจ่ายประจําของงบประมาณแผ่นดิน ของประเทศไทยนั้นประกอบด้วย ค่าตอบแทน เงินเดือน แต่ยังมีค่าวัสดุ ยังเปรียบ เหมือนกับมีงบก้าวหน้า หรืองบลงทุนแฝงอยู่ในรายจ่ายประจํา ไม่ใช่เปึนรายจ่ายประจํา จริง ๆ ล้วน ๆ เพราะสิ่งที่เราพูดกันว่าเราจะไม่ยุ่งกับรายจ่ายประจํา ทําให้เกิดรายจ่าย ประจําโตขึ้นทุกป้ ๆ แล้วผมเชื่อว่าท่านรัฐมนตรีเองก็คงไม่อยากจะไปก้าวล่วงในเรื่อง แต่ละกระทรวง แต่มีเหตุผลเพราะมันหมายถึงงบแต่ละบาท แต่ละสตางค์ที่จะมา พัฒนาประเทศ มาในด้านของการลงทุน แล้วที่สําคัญที่ผมเฝัาดูแล้วแปลกใจมากก็คือว่า ในปัญหาของกระทรวงต่าง ๆ มีท่านสมาชิกคงได้เคยชี้ไปบ้างแล้ว ผมเองก็อยากจะชี้ ให้พี่น้องและให้ท่านประธาน และพี่น้องสมาชิกอยู่ ณ ที่นี้ได้ทราบ กรณีของงบในเรื่อง ของการแก้ไขปัญหายาเสพติด วันนี้ผู้มีหน้าที่โดยตรงคือสํานักงานตํารวจแห่งชาติ และ ป.ป.ส. กลับมีงบประมาณในการดําเนินการไม่เพียงพอ แต่ในส่วนของ กระทรวงสาธารณสุขกลับมีในเรื่องของการปราบปรามผู้มีอิทธิพล ปัญหายาเสพติด ซึ่งไม่น่าจะเกี่ยวข้อง คณะกรรมการอาหารและยาก็มีงบประมาณในส่วนนี้หลายล้านบาท กรมสุขภาพจิตก็อาจจะเกี่ยวข้องบ้าง แต่ก็ไม่น่าจะมากมาย ถ้าท่านประธานดูจาก เล่มขาวนะครับ และที่สําคัญในส่วนของกรมการแพทย์ แผนงานปัองกันและแก้ไข ปัญหายาเสพติดเร่งด่วน ปราบปรามผู้มีอิทธิพล ๓๐๐ กว่าล้านบาท คณะกรรมการ อาหารและยา แผนงานปัองกันแก้ไขปัญหายาเสพติดเร่งด่วน ปราบปรามผู้มีอิทธิพล ๑๔ ล้านบาท เปึนเงินหลายล้านบาทมากมายพอสมควร ผมก็ไม่ทราบว่าในด้านใด แต่ถ้าเกิดไปรวมอยู่ในหน่วยงานเดียวให้เจ้าหน้าที่ตํารวจ ป.ป.ส. ผู้ที่เกี่ยวข้องดําเนินการ ผมเชื่อว่าจะทําให้เกิดประโยชน์และจะได้ผลชัดเจนมากยิ่งขึ้น ผมเองด้วยเวลาอันจํากัด ก็คงขอใช้เวลาเพียงเท่านี้ แล้วก็ฝากถึงรัฐบาลว่าวันนี้ท่านต้องใช้ท้องถิ่น นําท้องถิ่นมา ให้เกิดศักยภาพเงิน ๔ แสนกว่าล้านบาท ที่ลงไปท้องถิ่นต้องมีผลต่อการพัฒนาประเทศ เงินหลายแสนล้านที่ลงไปต้องเกิดประโยชน์ ก็ขอบคุณท่านประธานครับที่ได้ให้โอกาสผม ในการชี้แจงงบประมาณครั้งนี้