สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล หารือเรื่องงบประมาณของรัฐบาลปี 2552 และเรียกร้องให้กรมสรรพากรจัดเก็บภาษีในจุดประสงค์ที่เหมาะสม เพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการดูแลระบบน้ำของกรมชลประทานและขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในภาคเหนือ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสุโขทัย ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้กระผมก็ได้มีโอกาสศึกษาดูงบประมาณของรัฐบาล ในป้ ๒๕๕๒ นี้ ซึ่งทางรัฐบาลนั้นได้ตั้งงบประมาณไว้สูงถึง ๑,๘๓๕,๐๐๐ ล้านบาท ป้นี้ที่น่าเปึนห่วงแล้วน่าวิตกก็คือในเรื่องของกรมสรรพากรนิดหนึ่ง เพราะเห็นว่า ทางกรมสรรพากรนั้นได้ตั้งเปัาการจัดเก็บภาษีทั้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษี เงินได้นิติบุคคลที่เพิ่มสูงถึงแสนกว่าล้านบาท ตรงนี้ถ้าหากว่ากรมสรรพากรนั้นจะจัดเก็บ ภาษีตรงนี้เพิ่มให้เข้าเปัาแล้วไปเก็บกับตามร้านค้า ตามตลาด หรือว่าร้านค้าแผงลอย ตามรถเข็นก็จะสร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนเปึนอย่างสูงนะครับ ก็ต้องฝาก กับทางท่านนายกรัฐมนตรีด้วยว่า ขอให้ไปเก็บตามทางโทรคมนาคมที่พยายามจะ หลีกเลี่ยงภาษีในเรื่องนี้
กระผมเองนั้นก็ได้รับมอบหมายจากทางพรรคว่าให้อภิปรายเกี่ยวกับ เรื่องของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะเห็นได้ว่าในพื้นที่ของประเทศไทยซึ่งมีพื้นที่ ประมาณ ๓๐๐ ล้านกว่าไร่ จะมีพื้นที่ที่เปึนการเกษตรนั้นประมาณ ๑๓๑ ล้านไร่ และพื้นที่ที่เปึนการเกษตรที่กรมชลประทานดูแลและมีศักยภาพอยู่ก็ประมาณแค่ ๖๐ ล้านไร่ แล้วก็กรมชลประทานทําไปแล้ว ๒๘ ล้านไร่ ส่วนที่เหลือนั้นทางกรมชลประทาน ก็ยังดูแลเข้าไปไม่ทั่วถึง แล้วจะเห็นได้ว่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการที่ผมได้ศึกษาดู ในคําชี้แจงของสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาตินั้นจะเห็นได้ว่า ความต้องการใช้น้ําของประเทศไทยเรานั้นมีถึง ๗๓,๗๘๘ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อป้ แล้วต้นทุนน้ําของประเทศก็มีเพียง ๕๒,๐๐๐ กว่าล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งจะขาดไป ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านลูกบาศก์เมตร ฉะนั้นจะเห็นได้ว่าน้ํานั้นก็ยังไม่เพียงพอ แต่ท่านประธานครับ ฝนตกจากฟัาลงมาแผ่นดิน แต่ประเทศไทยเรานั้นไม่สามารถที่จะเก็บกักน้ําไว้ได้เลยปล่อยให้น้ํานั้นท่วมแล้วไหลไป แล้วก็มาเปึนภัยแล้งอย่างนี้นะครับ จะเห็นได้ว่าทางรัฐบาลนั้นโดยเฉพาะทางกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ของกรมชลประทานได้ตั้งงบประมาณไว้ประมาณ ๓๕,๐๐๐ กว่าล้านบาทเศษ ป้ที่แล้วป้งบประมาณ ๒๕๕๑ ก็ ๓๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งจะสูงกว่ากันมานิดหน่อย เท่านั้นเอง แต่ทั้ง ๆ ที่ในป้ ๒๕๕๒ ทางรัฐบาลก็ประกาศอยู่แล้วว่าจะส่งเสริมทางด้าน เกษตรเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่ว่างบประมาณดูแล้วก็ไม่น่าที่จะเพียงพอ แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในกระทรวงหลักของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็คือกรมชลประทาน ซึ่งจะต้องดูแล เกี่ยวกับระบบเรื่องน้ํา ปัญหาในเรื่องของการพัฒนาแหล่งน้ําก็มีปัญหาในเรื่องของ ศักยภาพ เอกภาพการบริหารงานของน้ํา ซึ่งทางรัฐบาลนั้นก็ยังไม่สามารถที่จะแก้ไข ได้อย่างครบถ้วน ก็อันเนื่องมาจากมีหลายหน่วยงานที่จะต้องรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเปึน ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทางกรมชลประทาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งกรมทรัพยากรน้ําเขาดูแล แม้กระทั่งกระทรวงคมนาคม กรมขนส่ง ทางน้ําและพาณิชยนาวีก็เปึนผู้ดูแล ก็เลยไม่รู้ว่าเจ้าภาพจริง ๆ ใครจะดูแลอะไรอย่างไร แบ่งโซน (Zone) กันอย่างไร ทําอย่างไรให้ถูกต้อง ให้เปึนกระบวนการที่ดีที่สุด ก็ต้องฝาก กับทางรัฐบาล จะเห็นได้ว่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคเหนือตอนล่างไม่ว่าจะเปึน จังหวัดแพร่ สุโขทัย มาถึงพิษณุโลก ไปพิจิตร ไปนครสวรรค์ ภาคเหนือตอนล่างนั้น ท่านประธานครับ น้ํานั้นจะท่วมทุกป้ถ้าฝนตกมาทีไรจะทําให้เกิดความเดือดร้อนลําบาก กับพี่น้องประชาชนแม้กระทั่งทางด้านเศรษฐกิจ แม้กระทั่งทางด้านการเกษตร ก็จะเกิดภาวะจากผลกระทบอย่างนี้ทุกป้ เพราะว่ายังไม่มีการแก้ไขให้เปึนระบบ แล้วก็การแก้ไขอย่างจริงจังในการที่จะพัฒนาในลุ่มน้ําต่าง ๆ ของภาคเหนือ แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งแม่น้ํายมที่จังหวัดสุโขทัย จังหวัดพิษณุโลกไปถึงจังหวัดพิจิตร จังหวัดนครสวรรค์ก็จะต้องมีปัญหา แล้วถ้าน้ําท่วมในลุ่มแม่น้ํายมทุกครั้งจะเห็นได้ว่า ผลกระทบจะไปถึงที่ภาคกลาง ทําให้ท่วมไล่ไปตั้งแต่นครสวรรค์ อุทัยธานี พระนครศรีอยุธยา สิงห์บุรีอย่างนี้เปึนต้น เพราะฉะนั้นก็ฝากกับทางท่านนายกรัฐมนตรีครับ แม่น้ํายมนั้น ตื้นเขินอย่างมากน่าจะลอกแม่น้ํายมทั้งสายให้หมด แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งเขื่อนแก่งเสือเต้น ถ้าหากว่าสามารถทําได้จะบรรจุน้ําได้ประมาณ ๑,๐๐๐ กว่าล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งก็ไม่ใหญ่ เท่ากับเขื่อนภูมิพลซึ่งบรรจุถึง ๑๓,๐๐๐ กว่าล้านลูกบาศก์เมตร แล้วเราน่าจะมาใช้ชื่อ คําว่า อ่างห้วยสัก ด้วยซ้ําไปนะครับ ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณและฝากกับทาง ท่านนายกรัฐมนตรีด้วยครับ ขอบคุณมากครับ