นิสิต สินธุไพร ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ..... เพื่อให้ กกต. เสนอภายในกรอบ 1 ปี โดยมีเหตุผลที่มีการยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2550 และมีกระบวนการที่วิพากษ์วิจารณ์ นอกจากนี้ยังมีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยออกมาคัดค้านและไม่เห็นด้วย การออกเสียงประชามติเป็นทางออกของสังคมไทยและเป็นประชาธิปไตยสูงสุด
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิสิต สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดร้อยเอ็ด พรรคพลังประชาชน ร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. .... ซึ่งเสนอโดยคณะกรรมการ การเลือกตั้ง ซึ่งเปึนไปตามกรอบของรัฐธรรมนูญให้ กกต. ได้เสนอภายในกรอบ ๑ ป้ ท่านประธานครับ หลังจากที่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ได้บัญญัติให้มีการออกเสียงประชามติ ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ นั่นถือว่าเปึนความต่อเนื่องของการออกเสียงประชามติของ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๙ เหตุที่ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีความสําคัญและเปึนที่สนใจของ ผู้คนในบ้านเมือง ก็เหตุจากว่ามีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสมาชิกจํานวน ๑๖๔ ท่าน ได้ยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ และนําไปสู่กระบวนการที่วิพากษ์วิจารณ์กันว่า สมควรแก้หรือไม่สมควรแก้ และก่อนหน้านี้ก็มีคณะกรรมการเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประชาชนได้ยื่นรายชื่อเพื่อให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ๑๕๐,๐๐๐ ชื่อ แล้วก็มี กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยออกมาคัดค้านและไม่เห็นด้วย แม้แต่คณะอดีต สภาร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ และหลายส่วน แม้แต่ในสภาแห่งนี้ก็ไม่เห็นด้วยในการแก้ไข รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ผมกราบเรียนว่าหลังจากที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กลัวที่จะเปึน ปัญหาทางสังคม เกิดความขัดแย้งทางการเมืองและความขัดแย้งนี้น่าจะมีทางออก ก็เปึน ดําริของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช ได้เสนอทางออกบอกว่าสมควรที่จะให้ ผู้คนในบ้านเมืองนี้ได้ตัดสินใจความแตกต่างทางความคิดโดยให้มีการลงประชามติ เพื่อตัดสินว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ สมควรแก้หรือไม่แก้ ซึ่งทุกฝ์ายก็มีความเห็นสอดคล้องต้องกันว่าน่าจะเปึนเรื่องที่เหมาะสม เพราะนําไปสู่ให้ กกต. ชุดนี้แหละครับเร่งรัดในการออกพระราชบัญญัติเพื่อเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ท่านประธานครับ การออกเสียงประชามติถามว่ามีความจําเปึนไหม มีความจําเปึน ในประเทศที่ปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยไม่ว่าปกครองระบอบประชาธิปไตยในระบบ รัฐสภาอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข ปกครองโดยประธานาธิบดี ปกครองโดย ระบอบประชาธิปไตยกึ่งประธานาธิบดีและกึ่งระบบรัฐสภาก็ใช้เครื่องมือการออกเสียง ประชามติในการยุติข้อขัดแย้ง ลดข้อขัดแย้ง และเปึนทางออกของสังคม และใช้การออกเสียง ประชามติในการพัฒนาระบอบประชาธิปไตย ต้องยอมรับว่าระบบการเลือกตั้งประชาธิปไตย แบบตัวแทนนั้นได้มีการเลือกตั้ง ส.ส. ส.ว. เปึนตัวแทนในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งโดยหลัก ประชาธิปไตยหลายอย่างก็ต้องไม่เบ็ดเสร็จในสภาผู้แทนราษฎร จึงจําเปึนต้องมีประชาธิปไตย แบบมีส่วนร่วม นั่นก็คือให้มีการออกเสียงประชามติให้ประชาชนตัดสินในบางเรื่อง บางกรณีไป นี่คือประชาธิปไตยสูงสุดเปึนประชาธิปไตยทางตรงให้กับประชาชน เมื่อคราวที่แล้วครับ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ได้กําหนดให้มีการออกเสียงประชามติซึ่งเปึน เรื่องที่ดี การออกเสียงประชามติคราวนั้นต้องยอมรับว่าเปึนความยากลําบากของระบอบ ประชาธิปไตย เพราะมีสิ่งที่เปึนอุปสรรคต่อกระบวนการตัดสินใจของประชาชนอย่างมาก ๑. เปึนการออกเสียงประชามติภายใต้กฎอัยการศึก ๒. เปึนการออกเสียงประชามติ ภายใต้การปกครองระบอบเผด็จการ ๓. เปึนการออกเสียงประชามติซึ่งมีธงนําหน้าอยู่แล้ว ซึ่งมีท่านสมาชิกอภิปรายหลายท่าน จนในที่สุดรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ก็มีคนที่ออกเสียง เห็นชอบ ๑๔ ล้านคนเศษ ผู้ที่คัดค้านไม่เห็นชอบ ๑๐ ล้านคนเศษ ซึ่งก็ปรากฏว่าจังหวัด ที่มีเสียงไม่เห็นชอบสูงสุดคือ จังหวัดนครพนม อันดับที่ ๑ อันดับที่ ๒ คือ จังหวัดร้อยเอ็ด คือจังหวัดของผมเองครับ จังหวัดที่ ๓ คือ จังหวัดมุกดาหาร แล้วพื้นที่ต่าง ๆ ของอีสาน เปึนพื้นที่สีแดง นั่นก็คือบรรยากาศในการออกเสียงประชามติในคราวที่แล้วซึ่งถามว่า เมื่อมีการออกเสียงประชามติคนที่คัดค้าน ๑๐ ล้านเสียงรวมทั้งกระผมด้วยยอมรับมติ เสียงข้างมากไหม ยอมรับครับ เมื่อยอมรับพวกเราเข้าสู่กระบวนการการเลือกตั้ง จนในที่สุดพรรคพลังประชาชนก็ได้เสียงอันดับ ๑ ท่ามกลางปัญหาอุปสรรคอย่างมาก ในช่วงการเลือกตั้งครั้งที่ ๒ นั่นแสดงนัยว่า ๑๐ ล้านเสียงนั้นไม่เห็นชอบรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ และการเลือกตั้ง ๒๓ ธันวาคมก็เปึนประจักษ์พยานได้ว่าพี่น้องประชาชน ส่วนใหญ่เห็นชอบกับนโยบายของพรรคพลังประชาชนที่ประกาศชัดเจนว่าต้องแก้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แล้วถ้ามีการออกเสียงประชามติคราวนี้อีกก็จะเปึนการตอกย้ําครั้งที่ ๓ ว่าประชาชน ต้องการอะไร ต้องการแก้ไขหรือไม่แก้ไข เพราะฉะนั้นการออกเสียงประชามติจึงมีความสําคัญ ที่จะสามารถเปึนทางออกของพี่น้องประชาชน เปึนทางออกของสังคมไทย แต่หลักการทุกคน ต้องยอมรับเสียงข้างมาก คุ้มครองเสียงข้างน้อย นี่คือหลักใหญ่ ๆ แล้วผมเองก็ไปศึกษาว่า ประเทศต่าง ๆ นี่เขาใช้กระบวนการออกเสียงประชามติเพื่อตัดสินลดความขัดแย้งแก้ปัญหา ความขัดแย้งแล้วก็นําไปสู่การพัฒนาระบอบประชาธิปไตยให้มั่นคงแข็งแรงได้อย่างไร ก็ปรากฏว่าหลายครั้งครับ หลายประเทศครับ ประเทศฝรั่งเศสได้มีการออกเสียงประชามติตั้งแต่ป้ ๒๓๓๖ ๒๑๕ ป้ มาแล้วครับ ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศอังกฤษ ประเทศเยอรมันี กลุ่มเอเชียก็มีครับ ประเทศเหล่านี้ใช้การออกเสียงประชามติในการแก้ปัญหาทางการเมือง จนถึงที่สุดขณะนี้ ก็ถือว่าเปึนเรื่องหลัก ๆ สําคัญ นั่นคือป้ ๒๓๓๖ ประเทศฝรั่งเศสได้ให้พี่น้องประชาชน ออกมายืนยันสัตยาบันรัฐธรรมนูญของฝรั่งเศส จนกระทั่งว่าขณะนี้ก็มีการออกเสียง ประชามติมากครับ ประเทศฟ่ลิปป่นส์ข้าง ๆ เราก็ใช้กระบวนการออกเสียงประชามติ ๗ ครั้ง ประเทศอียิปต์ ๑๓ ครั้ง ล่าสุดประเทศพม่าก็ทําครับ อยู่ในบรรยากาศเผด็จการ ประเทศเวียดนามก็มี โชคดีประเทศไทยไม่หลุดมีครั้งเดียว จะมีรอบสองปรากฏว่า เสียดายเงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นกระบวนการประชามติของกลุ่มประเทศที่มี การพัฒนาระบอบประชาธิปไตยถือเปึนเรื่องปกติ ถือเปึนเรื่องสวยงาม ถือเปึนเรื่องที่ดีงาม ในการแก้ปัญหา แม้แต่ระดับท้องถิ่น ระดับมลรัฐ ระดับประเทศเขาใช้กันอย่างมาก เพื่อเปึนการเสริมระบบตัวแทน นั่นคือ ส.ส. หรือ ส.ว. และรัฐสภา นี่คือสิ่งที่มีความจําเปึน เพราะฉะนั้นการออกเสียงประชามติในสังคมไทยจําเปึนต้องเอามาใช้อย่างบ่อยครั้ง เพื่อเปึนการเรียนรู้ของประชาชน เมื่อมาเจอต้องขอบคุณครับ ต้องขอบคุณเปึนพิเศษ ที่ท่านจัด ต้องยอมรับ กกต. ท่านก็จัดได้ดีพอสมควร แต่ท่านเองก็อยู่ภายใต้ระบอบ เผด็จการก็เปึนปัญหา ต้องยอมรับตรง ๆ แต่คราวหน้าก็กราบเรียนท่านว่าจัดให้ดี เปึนกลาง ขอให้ท่านเปึนกลางทางการเมือง ท่านจะมาจาก คมช. ก็ตามไม่เปึนไรครับ ที่แล้วก็แล้วกันไปอันที่ใหม่ก็ให้มันเปึนกลางอย่างนี้พอใจครับ เปึนกลางบ้างก็ยังดี เพราะมันมีผลต่อกระบวนการยุติธรรมทางการเมืองและนําไปสู่บรรทัดฐานทางการเมือง ในระบอบประชาธิปไตย ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้ผมเองมีข้อสังเกตอยู่ ๒-๓ ประเด็น และหลายคนก็บอกว่ากฎหมายประชามติมันจะใช้เร็วหรือใช้ช้า ผมไปนั่งคํานวณดู ในรัฐธรรมนูญ คํานวณดูระยะเวลาในการแก้ไขโดยระบบรัฐสภาเปึนป้ครับ ประมาณป้หน้า เดือนมิถุนายน ๒๕๕๒ จึงจะใช้กฎหมายฉบับนี้ได้ เพราะอะไรครับ เพราะในกฎหมาย รัฐธรรมนูญต้องพิจารณาในสภาไม่น้อยกว่า ๑๒๐ วัน ๔ เดือน พวกผมจะเร่งเต็มที่เลย วุฒิสภา ๓ เดือน เผื่อวุฒิสภาจะมีการแก้ไขอีก ตั้งคณะกรรมาธิการร่วมประมาณ ๒ เดือน เมื่อพิจารณาเสร็จส่งศาลรัฐธรรมนูญอีกก่อนลงพระปรมาภิไธย ๑ เดือน รวมแล้ว ๑๐ เดือน ธุรการประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาอีก ๒ เดือน ๑ ป้ครับ เพราะฉะนั้นคนที่ยื่นญัตติ แก้ไขรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ บอกว่าจะรอฟังผลประชามติก็ป้หน้า เดือนมิถุนายน เพราะฉะนั้นเรื่องปัญหาความขัดแย้งของรัฐธรรมนูญ กลุ่มพันธมิตรก็ควรหยุดได้แล้ว ป้หน้ารอฟังผลถ้าบริสุทธิ์ใจต้องหยุดแล้ว เพราะฉะนั้น ๑ ป้ก็จะนําไปสู่การยื่นญัตติศึกษา แก้ปัญหารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เร็ว ๆ นี้ เพราะฉะนั้นความขัดแย้งในการแก้ไข รัฐธรรมนูญน่าจะหมดไป ต้องรอฟังผลประชามติป้หนึ่งครับ ไม่รู้สภาแห่งนี้จะอยู่ถึงป้ หรือเปล่า นี่คือเงื่อนไขที่ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีความล่าช้าประมาณ ๑ ป้ ประเด็นที่ ๒ ผมเองไม่เห็นด้วยกับสาระสําคัญของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้คือมาตรา ๘ ซึ่งกําหนดให้การออกเสียงประชามติของประชาชนต้องเกินกึ่งหนึ่งของจํานวนผู้มีสิทธิ จึงจะมีความสมบูรณ์ ซึ่งคราวที่แล้วมีพี่น้องประชาชนมีสิทธิออกเสียงประชามติ ๔๕ ล้านคนเศษ มีผู้มาออกเสียงประชามติ ๒๕ ล้านคนเศษ ถ้ากึ่งหนึ่ง ๒๒ ล้าน ๕ แสนคน ซึ่งผมไปดูร่าง พระราชบัญญัติการออกเสียงประชามติเทียบเคียงหลายประเทศไม่ได้กําหนดอย่างนี้ครับ เขากําหนดให้รับรองเสียงผู้มาใช้สิทธิไม่ใช่รับรองเสียงผู้ไม่มาใช้สิทธินอนอยู่บ้าน ทั่วโลก เขากําหนดอย่างนี้ เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ต้องมีการแก้ไขเพราะอะไรครับ เพราะเปึน การกําหนดขัดหลักประชาธิปไตย เพราะเสียงทุกเสียงต้องนับเสียงที่มาใช้สิทธิไม่ได้นับเสียง ซึ่งนอนอยู่บ้านสละสิทธิ อันนี้ประเด็นที่ ๑ ประเด็นที่ ๒ การออกเสียงประชามติกรณีผู้มาใช้ สิทธิออกเสียงไม่มากกว่า ๑ ใน ๕ ของจํานวนผู้มีสิทธิให้ถือว่าประชาชนเสียงข้างมาก ไม่เห็นชอบกับเรื่องที่ขอจัดทําประชามติ อันนี้ก็ไปรับรองสิทธิของผู้ไม่มาใช้สิทธิ โดยหลัก ๑ ใน ๕ ผมเห็นด้วยครับ แต่ว่าเราต้องไปรับรองผู้มาใช้สิทธิไม่ใช่ไปรับรองผู้สละสิทธิ ประเด็นที่ ๓ มาตรา ๓๓ ส่วนที่ ๙ การคัดค้านการออกเสียง ซึ่งท่านกําหนดให้คัดค้าน การออกเสียงประชามติภายใน ๒๔ ชั่วโมง แล้วก็มีลงลายมือชื่อ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของผู้มีสิทธิ ในหน่วยเลือกตั้งนั้น ๆ กระผมไม่เห็นด้วย กระผมเองอยากจะให้มีการไม่กําหนดจํานวน ผู้ลงลายมือชื่อ คนเดียวก็ได้ ๒ คนก็ได้ โดยใช้หลักของการคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา เอาหลักเดียวกันครับ เพราะฉะนั้นผมอยากให้ถือหลัก ระบบการเลือกตั้งไม่ว่าคนจะมาออกใช้สิทธิ ๒๐ เปอร์เซ็นต์เปึนต้น เอา ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ของระบบเลือกตั้งเหมือนรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็ได้ เพราะฉะนั้นก็ขอฝากท่าน กกต. ที่เคารพว่าประเด็นต่าง ๆ ที่ผมกราบเรียนมานี้เหนือสิ่งอื่นใดก็คือความเปึนกลางทางการเมือง ของท่าน กกต. ซึ่งจะทําให้การพัฒนาระบอบประชาธิปไตยอยู่ภายใต้หลักนิติรัฐจะทําให้ การแก้ไขปัญหาทางการเมืองเปึนไปด้วยดี ถ้า กกต. เปึนกลางทุกเรื่อง ผมมีความเชื่อมั่นว่า บรรยากาศประชาธิปไตยนั้นจะนําไปสู่การพัฒนาที่มั่นคงแข็งแรง และผมมีความเชื่อมั่นว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เราต้องร่วมกันแก้ไข เราต้องพัฒนารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ให้เปึน ประชาธิปไตย เพื่อให้สังคมไทยได้อยู่ในกระบวนการประชาธิปไตยและหลักประชาธิปไตย ขอบคุณครับ