สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๑๓ มีนาคม ๒๕๕๑

อนันต์ ผลอํานวย หารือเรื่องความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่ตกอยู่ในสถานการณ์ขาดทุนจากการปลูกอ้อย และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการแก้ไขปัญหานี้

นายอนันต์ ผลอํานวย กําแพงเพชร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม อนันต์ ผลอํานวย พรรคพลังประชาชน กําแพงเพชร เขต ๒ วันนี้ผมมีเรื่องจะหารือท่านประธาน เรื่องของความเดือดร้อน เรื่องของเกษตรกรชาวไร่อ้อย ทั้งที่จังหวัดกําแพงเพชรแล้วก็ ทั่วประเทศ ท่านประธานครับ เนื่องจากว่าอุตสาหกรรมอ้อยและน้ําตาลทราย เปึนอุตสาหกรรมที่มีขนาดใหญ่ของประเทศเรา คาดว่าป้นี้ปริมาณอ้อยและน้ําตาลทราย ทั้งประเทศเกือบ ๗๐ ล้านตัน ฉะนั้นคนที่อยู่ในอุตสาหกรรมการปลูกอ้อย แล้วก็การทํา น้ําตาลนั้นมีจํานวนมากมาย วันนี้เกษตรกรชาวไร่อ้อยทั่วทั้งประเทศเดือดร้อนมาก ทั้งที่อ้อยเปึนพืชชนิดเดียวที่มีกฎหมายรองรับที่เราเรียกว่า พระราชบัญญัติอ้อยและ น้ําตาลทราย ป้ ๒๕๒๗ ฉะนั้นการดูแลจัดการบริหารเรื่องของอ้อยนั้นก็ถูกกํากับดูแล ด้วยกฎหมายฉบับนี้ แต่สิ่งที่มันเกิดขึ้นมาตลอดนับหลายสิบป้ไม่เคยได้แก้ปัญหาให้กับ ชาวไร่อ้อยได้จริง ๆ เลยก็คงมีในช่วงที่สมัยรัฐบาลอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ที่บรรดากลุ่มชาวไร่อ้อยและโรงงานน้ําตาลค่อนข้างจะมีความสุขในช่วง ๔-๕ ป้ และในป้นี้ก็เหมือนกันปัญหาเดิมมันกลับวนเวียนเข้ามาอีก วันนี้ต้นทุนของเกษตรกร คนปลูกอ้อยตันหนึ่งอยู่ที่ประมาณ ๘๐๐ บาท แล้วก็นับวันต้นทุนจะสูงขึ้น ๆ เปึนทวีคูณ เกือบ ๙๐๐ บาท เนื่องจากสภาพของราคาน้ํามันก็ดี เรื่องของปุิยอะไรก็ดีที่มันเปึน ตัวแปรตามกันไป ดังนั้นเมื่อเดือนธันวาคมก่อนสิ้นป้ใหม่ซึ่งเปึนฤดูหีบอ้อย แล้วในฤดู หีบอ้อยป้หนึ่งของเกษตรกรชาวไร่อ้อยตัดอ้อยจะใช้อยู่ในช่วงประมาณ ๕ เดือน ก็จะไป สิ้นสุดเอาประมาณเดือนเมษายนคือเดือนหน้า แต่ปรากฏว่าคณะกรรมการอ้อยและ น้ําตาลทรายซึ่งเปึนคณะกรรมการที่เกิดขึ้นตามกฎหมายอ้อยและน้ําตาลทราย ได้ประกาศราคาอ้อยเบื้องต้นให้กับชาวไร่อ้อยตันละ ๖๐๐ บาท พอประกาศมานี่ ชาวไร่อ้อยก็ขาดทุนแน่นอน ขาดทุนตั้งแต่ยังไม่ได้ตัดอ้อย เมื่อเปึนอย่างนี้เสร็จบรรดา สมาคมชาวไร่อ้อยต่าง ๆ ทั่วประเทศไทยก็พยายามผลักดันให้กับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องก็ดี ให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ก็ดี ให้ขอราคาอ้อยเพิ่มขึ้น จนท้ายที่สุดบรรดาคณะกรรมการ อ้อยและน้ําตาลทรายก็ได้ขอความร่วมมือจากโรงงานน้ําตาล ขอให้จ่ายสํารองราคาอ้อย ค่าเบื้องสุดท้ายนี้อีกตันละ ๓๘ บาท เพื่อเปึนการบรรเทาความเดือดร้อนของชาวไร่อ้อย เปึนราคาอ้อยที่ชาวไร่ได้รับวันนี้ ๖๓๘ บาทแล้วมติคณะรัฐมนตรีคือรัฐมนตรีชุดที่แล้ว ที่ผ่านไปนี้ก็มีมติเห็นชอบให้กู้เงินจาก ธ.ก.ส. เอามาให้กับชาวไร่อ้อยอีกตันละ ๖๒ บาท รวมเปึนตันละ ๗๐๐ บาท แต่ว่ามันมีเงื่อนไขครับท่านประธาน เมื่อได้ ๗๐๐ บาทแล้ว ราคาอ้อยเบื้องสุดท้ายที่จบลงนี้ถ้ามันเกินกว่า ๖๓๘ บาทก็ต้องนําเงินทั้งหมดนี้ไปคืน ให้กับ ธ.ก.ส. (ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร) ในเมื่อมันเปึนอย่างนี้ ราคาอ้อยต้นทุนเกือบ ๙๐๐ บาท เกษตรกรเขาอยู่ไม่ได้ ป้หน้าไม่มีอ้อยตัดแน่ครับ ท่านประธาน เมื่อไม่มีอ้อยตัดชาวไร่ก็ต้องล้มหายตายจากไป สิ่งที่เขาเดือดร้อนแล้วก็ จะฝากไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมซึ่งมีสํานักงานอ้อยและน้ําตาลทราย อยู่ในกระทรวงแห่งนี้ ท่านได้ช่วยพิจารณาดูแลช่วยเหลือเกษตรกรซึ่งเปึนคนกลุ่มใหญ่ ของประเทศจํานวนหลายแสนคนนี้ให้ผ่านพ้นวิกฤติ ก็คือถ้าเงินกู้ ธ.ก.ส. นี่เปึนไปได้ไหมว่าให้หักสักครึ่งหนึ่งคืนไป ธ.ก.ส. แล้วอีกครึ่งหนึ่ง ให้เกษตรกรนี่เข้ามาได้เปึนค่าใช้จ่ายในป้หน้า แล้วสิ่งหนึ่งในกฎหมายฉบับนี้น้ําตาล ในประเทศไทยนี่เปึนน้ําตาลที่ถูกควบคุมด้วยคณะกรรมการควบคุมของบริษัทอ้อยและ น้ําตาลไทย น้ําตาลบ้านเรานี่มี ๓ โควตา ท่านประธานครับ โควตา ก คือน้ําตาลที่ขาย ภายในประเทศประมาณ ๑๙ ล้านกระสอบ โควตา ข ๘ แสนตัน คือโควตาที่เปึนต้นแบบ ในการคิดราคาอ้อยทั้งหมดของประเทศ แล้วโควตา ค คือน้ําตาลทั้งหมดเลยจากที่เหลือ ดังนั้นการใช้โควตา ข มาคิดราคาน้ําตาลภายในประเทศเปึนต้นแบบคิดราคาอ้อยของ ชาวไร่ผมว่ามันไม่เปึนธรรม คณะกรรมการการขายนี่ท่านทราบไหมว่ามาจากภาคราชการ ๕ คน เกษตรกรชาวไร่อ้อย ๓ คน ส่วนราชการ ๓ คน แต่เวลาโหวต (Vote : ลงคะแนน) ในการขายน้ําตาลปรากฏว่าภาคราชการ ๕ คนโหวตได้ ๕ เสียง ชาวไร่อ้อยมีอยู่ ๓ คน โหวตได้เสียงเดียว ภาคของโรงงานน้ําตาล ๓ คนโหวตได้เสียงเดียว ๑๑ คนทั้งหมด มีอยู่ ๗ เสียง โหวตทีไรก็ไปอยู่ภาคราชการหมด แล้วเวลาจะเปึนจะตายเวลาชาวไร่ เขาเดือดร้อน โรงงานเขาเดือดร้อนนี่ข้าราชการเขาไม่ได้เดือดร้อนด้วยนะครับ ผมก็ ขอฝากหารือเรื่องนี้ไปยังท่านประธานที่เคารพ ก็ขอขอบคุณในเรื่องของอุตสาหกรรม อ้อยและน้ําตาลทรายที่คนทั้งประเทศเขาเดือดร้อนกันอยู่ครับ