จุติ ไกรฤกษ์ หารือเรื่องปัญหาค่าครองชีพสูงและเรียกร้องให้รัฐบาลปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการแข่งขันเพื่อป้องกันการผูกขาดและเสริมส่งเสริมธุรกิจ จุติ ไกรฤกษ์ เสนอแก้ไขมาตราเพื่อป้องกันการผูกขาดและปรับเกณฑ์ใหม่ให้เหมาะสม
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก ผมขอขอบพระคุณท่านเจ้าของ ญัตติทั้ง ๕ ญัตตินะครับที่ได้นําปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ประสบเรื่องของ ปัญหาสินค้าราคาแพงแล้วก็ค่าครองชีพสูง ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สบายใจได้นะครับว่า เราคงไม่มาโทษกันหรือจับผิดกัน แต่อยากจะให้ว่าที่นี่เปึนที่ที่ระดมความคิดเสนอหาทางออกแก้ปัญหา โดยทุกคนรัฐบาล แล้วก็ฝ์ายค้านยึดผลประโยชน์ของประชาชนเปึนที่ตั้ง ผมก็ดีใจที่รัฐมนตรีสามารถเกลี้ยกล่อม ให้มีการลดราคาสินค้า ๖๐ รายการเปึนเวลา ๒ เดือนได้ แต่สิ่งที่อยากจะกราบเรียน ท่านประธานก็คือว่า การลดราคาสินค้านั้นจริง ๆ แล้วมันก็คงเปึนเพียงแค่มาตรการ ชั่วคราวที่ช่วยได้ในช่วง ๒-๓ เดือน เพราะว่าทุกคนก็ทราบว่าต้นทุนมันแพงจากปัญหา ของราคาน้ํามันแล้วก็ค่าไฟฟัา แต่ผมคิดว่ามีประเด็นอีกประเด็นหนึ่งซึ่งไม่อยากให้รัฐบาล มองข้ามไป คือประเด็นการแข่งขันที่เสรีและเปึนธรรม ท่านรัฐมนตรีมาจากภาคเอกชนที่มี การแข่งขันสูง ท่านจะทราบดีว่ากลไกการตลาดเมื่อมีการแข่งขันสูงแล้วนั้นผลประโยชน์ นั้นตกอยู่กับประชาชนและผู้บริโภคเปึนหลัก ถ้าท่านบอกให้มีการแข่งขันที่เสรี แต่ไม่เปึนธรรมมันก็เหมือนกับปล่อยให้ยักษ์ชกกับตัวเล็ก ๆ ครับ คนหนุ่ม ๆ อายุ ๒๐ ชกกับเด็กอายุ ๖ ขวบ คนอายุ ๒๐ แข็งแกร่งกว่าชนะแน่นอน เหมือนกับปล่อยให้ ยักษ์ข้ามชาติชกกับโชห่วยคนไทย คนไทยไม่มีทางสู้หรอกครับแพ้วันยันค่ํา ฉะนั้นที่มา ของตรงนี้ก็อยากจะขออนุญาตเสนอความคิดว่ากระทรวงพาณิชย์นั้นมีอาวุธครับ ไม่ใช่ เปึนยักษ์ที่ไร้กระบอง แต่เปึนยักษ์ที่มีกระบองแต่จะคิดว่ามีใจที่จะใช้กระบองนั้นเปึนอาวุธ ในการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนหรือไม่ ผมอยากจะขอให้กระทรวงพาณิชย์นั้นได้ปัดฝุ์น พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้าครับ เพราะว่าพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้านั้น ท่านรัฐมนตรีอาจจะมาอยู่กระทรวงพาณิชย์ไม่กี่เดือนนะครับ ซึ่งพระราชบัญญัติฉบับนี้ สภาผู้แทนราษฎรผ่านไปอนุมัติไปเมื่อป้ ๒๕๔๒ ในสมัยรัฐบาลชวน ๒ แล้วก็ในป้ ๒๕๔๓ นั้นมีการประกาศเกณฑ์อํานาจเหนือตลาด ซึ่งในขณะนั้นท่านดอกเตอร์ศุภชัย พานิชภักดิ์ ก็เปึนคนที่สนับสนุนการค้าเสรีคนหนึ่ง และเปึนการค้าเสรีที่เปึนธรรม เนื้อหาของ พระราชบัญญัติแข่งขันทางการค้านั้นก็คือปัองกันการกระทําอันเปึนการผูกขาด ลดหรือ จํากัดการแข่งขันในการประกอบธุรกิจอย่างเปึนธรรม ส่งเสริมให้มีการประกอบธุรกิจ อย่างเสรี และปัองกันมิให้เกิดการกระทําอันไม่เปึนธรรมในการประกอบธุรกิจ นี่คือหัวใจ ของ พ.ร.บ. แข่งขันทางการค้า และอยากจะให้ท่านรัฐมนตรีกรุณาไปดูครับว่าลักษณะ พฤติกรรมของการประกอบธุรกิจที่ต้องห้าม มาตรา ๒๕ มาตรา ๒๖ มาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘ และมาตรา ๒๙ นั้น
มาตรา ๒๕ ว่าด้วยการใช้อํานาจเหนือตลาดดําเนินธุรกิจโดยไม่เปึนธรรม
มาตรา ๒๖ การรวมธุรกิจที่ก่อให้เกิดการผูกขาดหรือไม่เปึนธรรม ในการแข่งขัน
มาตรา ๒๗ การตกลงร่วมกันเพื่อให้เกิดสภาพตลาดผูกขาด ลดหรือจํากัด การแข่งขัน
มาตรา ๒๘ การตกลงกับต่างประเทศเปึนผลให้ผู้บริโภคถูกจํากัด ในการเลือกซื้อสินค้าหรือบริการ
มาตรา ๒๙ คือการกระทําอันเปึนการมิใช่การแข่งขันเสรีเปึนธรรม
อยากจะฝากกระทรวงพาณิชย์ไปตรงนี้ครับว่า ให้ไปดูปัดฝุ์นตรงนี้ แล้วทราบ ดีครับว่า ถ้าเผื่อท่านรัฐมนตรีจะสามารถกรุณาดูว่าขณะนี้ท่านพยายามจะให้มีการแข่งขัน ลดค่าโทรมือถือเหลือนาทีละ ๕๐ สตางค์ ท่านก็สามารถแยกแยะได้เลยว่าขณะนี้ธุรกิจ โทรศัพท์ ที่ใช้โทรศัพท์มือถือนั้นแข่งขันกันรุนแรง เมื่อก่อนนี้ราคานาทีละ ๕ บาท นาทีละ ๓ บาท วันนี้ท่านพยายามจะให้เหลือนาทีละ ๕๐ สตางค์ แต่ถ้าท่านมองห่างไป นิดหนึ่งครับ ธุรกิจดาวเทียมครับท่านยังมีการผูกขาดอยู่ ยังไม่เสรีแล้วก็ยังไม่เปึนธรรม ธุรกิจเคเบิลทีวี (Cable TV) ครับ วันนี้ประชาชนมีทางเลือกมากไหม ยังไม่มาก ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า จริง ๆ แล้วเกณฑ์อํานาจเหนือตลาดนี่นะครับ รัฐบาลชวน ๒ ได้ออกเกณฑ์อํานาจเหนือตลาดมาก็คือว่า ธุรกิจใดที่มีส่วนแบ่งการตลาด เกิน ๓๓ เปอร์เซ็นต์ คือ ๑ ใน ๓ ของตลาด ที่เกินนะครับ สูงกว่านั้น ยอดขายส่วนแบ่ง การตลาด และมีปริมาณธุรกิจนั้นเกิน ๑,๐๐๐ ล้านบาท ก็อยู่ในข่ายที่จะต้องเข้าไปดูว่า มีเกณฑ์อํานาจเหนือตลาดหรือไม่ แต่ปรากฏว่านับตั้งแต่ป้ ๒๕๔๓ เปึนต้นมาครับ เกณฑ์อํานาจเหนือตลาดนั้นเมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาลชุดใหม่มาก็ไม่มีการรับรองเกณฑ์ อํานาจเหนือตลาดเดิมซึ่งออกไว้เมื่อป้ ๒๕๔๓ ท่านประธานทราบไหมครับว่า เกณฑ์อํานาจตลาดใหม่นั้นนับจากที่กฎหมายคลอดมาป้ ๒๕๔๒ ใช้เวลาเกือบ ๖ ป้กว่า จะคลอดเกณฑ์การตลาดใหม่ออกมา แล้วปรากฏว่าเกณฑ์ตลาดที่ออกใหม่มานั้น ต้องบอกว่าเอื้อต่อรายใหญ่เปึนอย่างยิ่ง เพราะว่าเกณฑ์เดิมนั้นบอกว่า ธุรกิจใดที่มี ส่วนแบ่งการตลาดเกิน ๓๓ เปอร์เซ็นต์ให้เข้าไปดู แต่ว่าเกณฑ์ใหม่บอกว่าปรับจาก ๓๓ เปอร์เซ็นต์ เพิ่มให้เปึนว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งทําให้ธุรกิจทั้งหลายหลุดจากเกณฑ์อํานาจ ที่ว่าเหนือตลาดเปึนอย่างยิ่ง เมื่อถึงจุดจุดหนึ่งกระทรวงพาณิชย์เคยทําครับ อยากจะ กราบเรียนท่านรัฐมนตรีได้ดูตรงนี้ครับว่า ถ้าเราไปจับดูแล้วว่าให้มีการแข่งขันจริง ๆ แล้ว ผมเชื่อว่าราคามันจะลดลงมา ผมอยากให้ท่านประธานได้เห็นว่าสิ่งที่กระทรวงพาณิชย์ เคยทําไว้ตอนที่เปึนเกณฑ์อํานาจเหนือตลาดว่าส่วนแบ่งการตลาดนั้นมีหมวดบริภัณฑ์ ขนส่งคือหมวดรถยนต์ ซึ่ง ๑ ในนั้นก็เปึนบริษัทยักษ์ใหญ่ บริษัทหนึ่งมีส่วนแบ่งการตลาด ๓๖ เปอร์เซ็นต์ อีกบริษัทหนึ่งทําบรรทุกเล็ก มีส่วนแบ่งการตลาด ๓๘ เปอร์เซ็นต์ มอเตอร์ไซค์มีบริษัทหนึ่งส่วนแบ่งการตลาดถึง ๕๒.๓ เปอร์เซ็นต์ ไม่เว้นครับ ยางรถยนต์ ยางรถยนต์นั้นมี ๒ ยี่ห้อที่เกินส่วนแบ่งการตลาดเดิมคือ ยี่ห้อหนึ่ง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ อีกยี่ห้อหนึ่ง ๓๘ เปอร์เซ็นต์ ไม่เว้นแม้กระทั่งแบตเตอรี่รถยนต์ แบตเตอรี่รถยนต์ ผู้ประกอบการรายหนึ่งก็มีส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง ๓๗ เปอร์เซ็นต์ ไม่เว้นแม้กระทั่ง รถแทรกเตอร์เพื่อการเกษตร บริษัทต่างประเทศบริษัทหนึ่งก็มีส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง ๗๙ เปอร์เซ็นต์ ทีนี้หันมาครับ สิ่งที่รัฐมนตรีจะลดราคา ๖๐ รายการนี้ หันมาหมวดผู้ผลิต อาหาร ซึ่งผมคิดว่าท่านน่าจะต้องให้ความสนใจเปึนกรณีพิเศษ เพราะว่าตัวเลขในขณะหนึ่ง ของกระทรวงพาณิชย์ขณะนั้นมีบะหมี่กึ่งสําเร็จรูปยี่ห้อหนึ่งมีส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ อาหารสําเร็จรูป เครื่องผสมอาหารสําเร็จรูปที่ทําซุปข้นมีหลายยี่ห้อ แต่มียี่ห้อหนึ่งส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ปลากระปิองที่คนจนบริโภค คนจนซื้อรับประทาน ส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ น้ําซีอิ๊วขาวที่ใช้ปรุงกับข้าว ส่วนแบ่งการตลาด ๕๓ เปอร์เซ็นต์ นมสดพาสเจอไรซ์ (Pasteurize) ๔๓ เปอร์เซ็นต์ นมสดสเตอริไลซ์ (Sterilize) ส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง ๙๕ เปอร์เซ็นต์ ไม่เว้นแม้กระทั่ง ผงกาแฟสําเร็จรูปซึ่งสูงถึง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ที่ผมกราบเรียนมาทั้งหมดนี้คือสินค้า อุปโภคบริโภค ซึ่งท่านสมาชิก ท่านปวีณ แซ่จึง ซึ่งได้นําปัญหาความทุกข์ของพี่น้อง ประชาชนนั้นมาเล่าให้ฟัง ผู้ผลิตแชมพูรายหนึ่งมีส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง ๔๒ เปอร์เซ็นต์ ผ้าอนามัย ๓๔ เปอร์เซ็นต์ กระดาษชําระ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ถ่านไฟฉายส่วนแบ่งการตลาด สูงถึง ๖๑ เปอร์เซ็นต์ยี่ห้อหนึ่ง ไม้ขีดไฟ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ที่ผมนํากราบเรียนตรงนี้ก็เพื่อที่ ให้ได้เห็นว่าจริง ๆ แล้วถ้ากระทรวงพาณิชย์จับมาปัดฝุ์นใหม่ แล้วท่านลองสิครับ ถ้าเผื่อจะ ช่วยประชาชนจริง ๆ ปรับเกณฑ์การตลาดใหม่ที่ว่าเคยเพิ่มมาเปึน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านลองปรับไปสิครับ ธุรกิจบางธุรกิจให้ส่วนแบ่งการตลาด ๓๓ เปอร์เซ็นต์เท่าเดิม บางแห่งที่มีการแข่งขันพอสมควรก็ให้เหลือ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ผมเชื่อว่าถ้าเผื่อท่านรัฐมนตรี สามารถให้มีช่องทางการแข่งขันเกิดขึ้น เพิ่มขึ้น ผมเชื่อว่าน่าจะเปึนช่องทางให้ผู้บริโภคนั้น มีทางเลือกมากขึ้น และกระผมเชื่อว่าถ้าท่านสามารถทําโครงสร้างของการแข่งขันให้เสรี โครงสร้างให้มีการแข่งขันมากขึ้น มีช่องทางในระบบตลาดมากขึ้น แล้วก็จํากัดต้นทุน แฝงเร้น เช่น การทุจริตใต้โต๊ะด้วย ก็จะเปึนการลดต้นทุนธุรกิจ ฉะนั้นก็กราบเรียน ท่านประธานตรงนี้ว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้คือสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์มีความห่วงใยว่า กระทรวงพาณิชย์นั้นควบคุมราคาอย่างเดียวคงไม่ได้ครับ เพราะสินค้าจะหายไปจากตลาดทั้งหมด แต่ถ้ากระทรวงพาณิชย์นั้นใช้กระบองที่มีอยู่ อย่าให้มีธุรกิจกึ่งผูกขาด ท่านประธานครับญัตติของผมที่ท่านประธานกรุณาบรรจุให้ คือปุิย ท่านประธานทราบไหมครับว่า ๔-๕ ยักษ์ใหญ่นั้นมีธุรกิจเกือบ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ของประเทศไทย ทั้ง ๆ ที่มีเปึนร้อยบริษัทนะครับ แต่ว่ารายใหญ่มีเพียงไม่กี่ราย ก็ทําให้ เกิดปัญหาว่าการแข่งขันมีไม่มาก เมื่อการแข่งขันมีไม่มากราคามันก็สูงไปโดยปริยาย ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปตรงนี้ว่าพรรคประชาธิปัตย์นั้นอยากจะเห็นกระทรวง พาณิชย์มีบทบาทที่เข้มแข็งเอาจริงเอาจัง แล้วก็เอาผลประโยชน์ของผู้บริโภคประชาชน เปึนที่ตั้ง ขยายช่องทางการแข่งขันครับ ลดต้นทุนที่แฝงเร้นครับ แล้วก็ลดธุรกิจกึ่งผูกขาด ลงให้หมดด้วยการปรับกฎหมายที่มีอยู่แล้วให้เปึนประโยชน์ต่อประชาชนครับ ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ