สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๑

สุพัชรี ธรรมเพชร พูดถึงนโยบายการท่องเที่ยวของท่านนายกรัฐมนตรี โดยแบ่งมิติออกเป็น ๒ มิติ และหารือเรื่องการท่องเที่ยวแบบลอง สเตย์ พร้อมเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการพัฒนาเศรษฐกิจในระดับจุลภาคและมหภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดพัทลุง

นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร พัทลุง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขอใช้ เวลาไม่นานนะคะในการอภิปรายในเรื่องของการท่องเที่ยวเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีนะคะ เพราะว่ายังมีเพื่อนสมาชิกอีกหลายท่านที่จะลุกขึ้นมาอภิปรายนะคะ ดิฉันรู้สึกดีที่ได้ฟังคําแถลงนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรีในเรื่องของการท่องเที่ยวว่า ในป้ ๒๕๕๑ ป้ ๒๕๕๒ จะเปึนป้ทองแห่งการท่องเที่ยวของไทยนะคะ แล้วก็จากเมื่อกี้ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติเขาได้พูดไปแล้วว่าท่านรัฐมนตรีได้มีนโยบายในเรื่องของ การท่องเที่ยวนี่โดยแบ่งเปึนมิติออกเปึน ๒ มิตินะคะ

มิติแรกก็คือในเรื่องของมิติด้านคุณค่า แล้วก็อีกมิติหนึ่งก็คือเปึนมิติ ด้านมูลค่า มิติด้านมูลค่านี้ก็จะเน้นในเรื่องของนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพมากกว่าปริมาณ ให้การท่องเที่ยวกระจายตัวไปยังชุมชนมากขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบลอง สเตย์ การท่องเที่ยวแบบลอง สเตย์ก็คือการท่องเที่ยวแบบพํานักระยะยาวนะคะให้เปึนระดับ เวิลด์ คลาส (World class) ซึ่งการท่องเที่ยวแบบลอง สเตย์นี่ดิฉันคิดว่ามีความสําคัญ เปึนอย่างยิ่งค่ะท่านประธาน เพราะว่าจะช่วยในเรื่องของการพัฒนาเศรษฐกิจในระดับ จุลภาคก็คือในระดับท้องถิ่นแล้วก็ระดับจังหวัดนะคะ แล้วก็ยังส่งผลไปให้กับการพัฒนา ในระดับมหภาคก็คือในส่วนของระดับประเทศให้มีการเจริญเติบโตมากยิ่งขึ้นด้วยค่ะ ในเรื่องของการท่องเที่ยวแบบลอง สเตย์นี่เปึนการท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวได้เข้ามาสัมผัส วิถีชีวิตของสังคม วัฒนธรรมแล้วก็ประเพณีของประเทศไทยในแต่ละท้องถิ่นนั้น ๆ นะคะ จังหวัดพัทลุงก็เปึนจังหวัดหนึ่งที่มีศักยภาพที่ได้มีการพัฒนาในเรื่องของการท่องเที่ยว แบบลอง สเตย์เช่นกันนะคะ ซึ่งผู้คนแล้วก็วิถีชีวิตในจังหวัดพัทลุงจะเปึนวิถีชีวิตที่สงบ เรียบง่ายแล้วก็มีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ถือว่ายังมีความสมบูรณ์อยู่นะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือในส่วนของเขตห้ามล่าสัตว์ป์าทะเลน้อยหรือว่าที่หลาย ๆ คนรู้จัก ก็คือ อุทยานนกน้ําทะเลน้อยนะคะ เปึนเขตห้ามล่าสัตว์ป์าแห่งแรกของไทยแล้วก็เปึน แรมซา ไซต์ (Ramsar site) แห่งแรกของประเทศด้วย ซึ่งวิถีชีวิตของคนพื้นที่ในทะเลน้อย นี่จะประกอบอาชีพทําการประมงพื้นบ้าน และทําอาชีพก็คือผลิตผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ทํา จากกระจูด ก็อย่างเช่น เสื่อก็ดี กระเปิาก็ดี แล้วก็หมวกก็ดีค่ะ จึงอยากจะให้นักท่องเที่ยว ที่เปึนชาวต่างชาติหรือว่านักท่องเที่ยวที่เปึนคนไทยได้เข้าไปสัมผัสวิถีชีวิตของชาวทะเลน้อย คืออยู่ที่จังหวัดพัทลุงให้เพิ่มมากยิ่งขึ้นค่ะ แต่ท่านประธานทราบไหมคะว่า ชาวทะเลน้อยที่จังหวัดพัทลุงในพื้นที่ของเขตอุทยาน ทะเลน้อยต้องมีการพัฒนาแล้วก็ต้องมีการดูแลที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของ โครงสร้างพื้นฐาน ถนนรอบ ๆ ทะเลน้อยที่ควรได้รับการปรับปรุงเพิ่มยิ่งขึ้น เพราะว่าตอนนี้ ถนนโดยรอบของทะเลน้อยยังเปึนถนนลูกรังอยู่ควรที่จะมีการปรับปรุงให้มีเปึนถนนลาดยาง หรือว่าเปึนถนนคอนกรีตนะคะ

แล้วอีกอย่างหนึ่งก็คือในเรื่องของที่พักของนักท่องเที่ยวที่ยังมีน้อยอยู่ ไม่เพียงพอกับปริมาณนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยี่ยมชมทะเลน้อยของเรา

ส่วนในเรื่องที่สําคัญของทะเลน้อยอีกที่หนึ่งก็คือในส่วนของที่พักพระตําหนัก ของสมเด็จพระเทพฯ ซึ่งตอนนี้ทรุดโทรมมากแล้วก็อยากจะให้มีการปรับปรุงหรือว่ามี การก่อสร้างขึ้นมาใหม่ ดังนั้นดิฉันจึงจะฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีให้ช่วยดู ในเรื่องของงบประมาณให้กับจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่เปึนจังหวัดเล็ก ๆ บ้างเพราะว่า ดิฉันได้เห็นนโยบายของท่านรัฐมนตรีว่าที่จะมีการขยายการท่องเที่ยวไปยังแหล่งท่องเที่ยว รองมากขึ้นเพื่อสร้างความสมดุล

แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะฝากก็คือ ในเรื่องของการจัดสรรงบประมาณ ในการพัฒนาแล้วก็ส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบลอง สเตย์แล้วก็โฮม สเตย์ให้มีงบประมาณ มากขึ้น เพราะว่าได้ดูในส่วนของงบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๑ ที่ได้จัดสรร งบประมาณให้กับโครงการลอง สเตย์แล้วก็โฮม สเตย์นี้เพียงแค่ ๖ ล้านบาทเท่านั้นค่ะ ซึ่งดูแล้วไม่สอดคล้องกับนโยบายที่ท่านรัฐมนตรีได้พูดว่าจะให้ความดูแลในเรื่องของ นโยบายลอง สเตย์ ในส่วนตรงนี้ก็อยากจะให้มีการเพิ่มงบประมาณมากยิ่งขึ้น แล้วก็ดิฉัน เชื่อว่าถ้าประเทศไทยของเราได้มีการพัฒนาในเรื่องของแหล่งท่องเที่ยว การท่องเที่ยว เพิ่มมากขึ้น เราจะได้มีรายได้เข้ามายังประเทศเพิ่มมากขึ้นอีกหลายร้อยเท่า แล้วก็จะ ทําให้เกิดรายได้กับคนในระดับรากหญ้าอีกด้วยค่ะท่านประธาน ขอกราบขอบพระคุณค่ะ