สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๑

นริศ ขํานุรักษ์ หารือเรื่องการท่องเที่ยวในจังหวัดพัทลุง โดยระบุ 5 ปัญหาที่เกิดขึ้น และเสนอข้อเสนอในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเพิ่มศักยภาพในการท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังหารือเรื่องควายหรือวอเตอร์ บัฟฟาโล ที่อาศัยอยู่ในทะเลสาบพัทลุง และเรียกร้องให้รัฐบาลซื้อและปล่อยให้เป็นของหลวง เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ดูวอเตอร์ บัฟฟาโล นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการอนุมัติเงินรายได้สำหรับการอบรมเจ้าหน้าที่ในอุทยานแห่งชาติ และเรียกร้องให้มีการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณนี้อย่างจริงจัง

นายนริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ สําหรับประเด็นปัญหา การท่องเที่ยวโดยทั่วไปนั้น กระผมกราบเรียนท่านประธานว่า

ประเด็นที่ ๑ คือทรัพยากรการท่องเที่ยวที่เปึนทั้งทรัพยากรธรรมชาติและ ทรัพยากรทางด้านศิลปวัฒนธรรมนั้นถูกใช้อย่างหนักขาดการปรับปรุง ขาดการอนุรักษ์

๒. รายได้ที่เกิดจากการท่องเที่ยวนั้นถูกจัดแบ่งไปสู่ท้องถิ่นและหน่วยดูแล รักษาอย่างไม่เปึนธรรม

๓. การพัฒนาบริบทของการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเปึนศูนย์บริการการท่องเที่ยว ปัายสื่อความหมาย บ้านพัก สุขายังไม่ได้ในระดับสากลนะครับ

๔. คนในท้องถิ่นและท้องถิ่นเองไม่ได้รับรายได้หรือผลประโยชน์จาก การท่องเที่ยวเท่าที่ควร

๕. การจัดการท่องเที่ยวไม่เปึนไปตามความเหมาะสมและความเปึนธรรม แล้วก็ความเปึนไปได้ด้วยนะครับ

ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬาเพื่อให้เห็นความเหมาะสมของจังหวัดพัทลุง ว่าหากท่านกรุณาทุ่มเทสนับสนุน ผมคิดว่าพัทลุงมีศักยภาพในการท่องเที่ยว เพราะจังหวัดพัทลุงเปึนจังหวัดที่มียุทธศาสตร์ เหมาะสมสําหรับการท่องเที่ยว คือ ๑. ยุทธศาสตร์เมืองเกษตรยั่งยืน ๒. เมืองของ การท่องเที่ยว ๓. เมืองที่อยู่อาศัย ที่ตั้งของจังหวัดพัทลุงห่างจากสนามบินหาดใหญ่ ๔๐ กิโลเมตร ห่างจากสนามบินตรังเข้าสู่จังหวัดพัทลุง ๔๐ กิโลเมตร ห่างจากสนามบิน นครศรีธรรมราช ๑๐๐ กิโลเมตร และห่างจากใจกลางกรุงเทพฯ ๘๐๐ กิโลเมตร ที่ตั้งนี่ เหมาะสมสําหรับการท่องเที่ยว และสภาพของจังหวัดพัทลุงแบ่งออกเปึน ๓ พื้นที่ พัทลุง มีเนื้อที่อยู่ ๒ ล้านไร่ ๗ แสนไร่แรกเปึนที่สูง มีภูเขา มีลําธาร มีเขตอุทยาน มีเขตรักษา พันธุ์สัตว์ป์า มีวนอุทยาน มีเขตห้ามล่า มี ๔๙ น้ําตก มี ๓ บ่อน้ําร้อนแล้วก็มีเขื่อนอีก ๓ แห่ง พื้นที่ที่ ๒ เปึนที่ราบอีก ๗ แสนไร่ มีที่นา มีชุมชนแล้วก็มีโบราณสถาน โบราณวัตถุ มีศิลปะมีวัฒนธรรมเปึนทรัพยากรการท่องเที่ยว และส่วนที่ ๓ เปึนทะเลสาบ มีเนื้อที่ อีก ๗ แสนไร่ ซึ่งโดยสรุปมีที่ราบสูง ๗ แสนไร่ ที่ราบตอนกลาง ๗ แสนไร่ แล้วก็ที่ลุ่ม เปึนทะเลสาบอีก ๗ แสนไร่ ทะเลสาบสงขลามีป์าไม้ มีป์าพรุ เปึนพื้นที่ชุ่มน้ําที่มีความสําคัญ ระดับนานาชาติเปึนแห่งแรกของประเทศที่เราลงนามในอนุสัญญาแรมซาร์ คอนเวนชั่น (Ramsar Convention) เรามีสัตว์ป์าทั้งหมด ๒๐๐ กว่าชนิด แล้วก็มีปริมาณมากกว่าแสนตัว ปัญหาของการท่องเที่ยวจังหวัดพัทลุงก็เหมือนปัญหาโดยทั่วไปก็คือ ๑. ทรัพยากรธรรมชาติ ถูกใช้อย่างหนักและไม่มีการพัฒนา ๒. โครงสร้างพื้นฐานในจังหวัดยังถูกละเลย ๓. ภาพพจน์ ของจังหวัดพัทลุงในอดีตนั้นมีปัญหามาก แต่ว่าขณะนี้ได้รับการแก้ไขคลี่คลายไปแล้ว สําหรับภาพพจน์ของความรุนแรงบ้าง คน นักเลงบ้าง ตอนนี้ภาพพจน์ส่วนนี้มาอยู่ที่ นครปฐมกับฝัืงธนบุรี

ข้อเสนอนะครับ ผมมีเวลาอีกนิดเดียว เพราะว่าที่จริงแล้วผมเตรียมไว้ ๗ นาทีนะครับท่านประธาน ข้อเสนอก็คือ

๑. ขอให้ทางคณะรัฐมนตรีได้ทุ่มเทพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทั้งที่ราบ และทะเลสาบ

๒. กรุณาโฆษณาแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดพัทลุง กิจกรรมและปฏิทิน การท่องเที่ยว

๓. โฆษณาภาพพจน์คนพัทลุงว่าได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว

๔. กรุณากําชับข้าราชการในจังหวัดพัทลุงที่ทํางานการท่องเที่ยว ผมเรียน กับท่านว่าผมขอข้อมูลที่จะอภิปรายวันนี้ตั้งแต่วันที่ ๗ ผมบอกว่าจะอภิปรายและ เปึนประโยชน์ต่อหน่วยงานของท่านในการทําหน้าที่ ผมบอกเบอร์แฟกซ์ (Fax) ผมบอก สถานที่ติดต่อมาจนถึงวันอภิปรายยังไม่แฟกซ์เข้ามา นี่ถือเปึนเรื่องสําคัญนะครับ

๕. อยากให้มีอควาเรียม (Aquarium) เกี่ยวกับทะเลสาบเอาแบบเดียวกับ ที่ท่านทําที่สุพรรณบุรี โดย อบจ. พัทลุงพร้อมที่จะลงทุนร่วมนะครับ

๖. มีควายหรือวอเตอร์ บัฟฟาโล (Water buffalo) นี่อยู่ ๕๐๐ ตัว อาศัยอยู่ ในทะเลสาบ มีเจ้าของแต่ว่าไม่มีเครื่องหมายใด ๆ ผมอยากให้ทางรัฐบาลซื้อแล้วก็ปล่อย ให้มันเปึนควายป์า คนจะได้ดูวอเตอร์ บัฟฟาโล ในโลกมีน้อยแล้วครับ เหลือเปึนฝูงใหญ่ ที่สุดในโลกนี่อยู่ที่จังหวัดพัทลุงนะครับ อยากให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาซื้อแล้ว ให้เปึนของหลวง ซื้อกรรมสิทธิ์เขามา

แล้วก็ให้ใช้งบประมาณและรายได้อย่างเปึนธรรมนะครับ คืนสู่ท้องถิ่น อย่างเปึนธรรม สั้น ๆ ครับ ๑ นาที ผมมีข้อมูลว่ารายได้จากอุทยาน ซึ่งเปึนรายได้จาก นักท่องเที่ยวไปจ่ายตอนเข้าอุทยาน เปึนค่าธรรมเนียมป้ ๒๕๔๘ ๓๒๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๔๙ ๓๕๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๕๐ นี่ ๔๕๐ ล้านบาทนะครับ แล้วก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ครับ เงินส่วนนี้ครับผมคิดว่าน่าจะกลับไปสู่ท้องถิ่นอย่างเปึนธรรมให้ได้รับการพัฒนา แต่ว่า กรมอุทยานแห่งชาติได้ใช้เงินส่วนนี้ไปอย่างไรนะครับ ผมอยากเรียนว่าผมดูแล้วไม่เหมาะ ไม่สมอยู่ ๒ รายการ

รายการที่ ๑ ได้นําเงินส่วนที่เปึนรายได้อุทยานแทนที่ไปให้กับท้องถิ่น ให้เจ้าหน้าที่อุทยานไปดูงานต่างประเทศที่ขั้วโลกนะครับ แถบสแกนดิเนเวีย ที่จริงประเทศเราเปึนเอฟวรี กรีน ฟอเรสท์ (Every green forest) นะครับ คนละป์ากันเลย เอาไปดูขั้วโลก ๓ ครั้ง แล้วก็ในจํานวน ๓ ครั้งนั้นมีเจ้าหน้าที่มากกว่าเจ้าหน้าที่อุทยาน เปึนเจ้าหน้าที่จากส่วนอื่นไปด้วย อยากให้ท่านรัฐมนตรีได้ไปตรวจสอบ

รายการที่ ๒ เรื่องสุดท้าย ได้อนุมัติเงินรายได้ฝ๊กอบรมเจ้าหน้าที่อุทยาน ทั้งที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และอุทยานแห่งชาติเขาสามหลั่นทุกครั้งที่พันธมิตรประชุม เดินขบวน ไม่ว่าจะเปึนที่สนามหลวงหรือสวนลุมพินีจะมีการประชุมอบรมเจ้าหน้าที่ อุทยานเกือบทุกครั้งโดยใช้เงินรายได้ของอุทยานหลายร้อยล้านบาทนี่นะครับ มาใช้ในการ อบรมเจ้าหน้าที่ บังเอิญอบรมเจ้าหน้าที่พร้อม ๆ กับที่พันธมิตรเคลื่อนไหวทุกครั้งนะครับ ผมอยากให้ท่านรัฐมนตรีได้ไปดูการใช้จ่ายงบประมาณส่วนนี้ด้วยครับ กราบขอบพระคุณ แล้วผมเห็นด้วยที่จะให้ตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อพิจารณาศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจังต่อไป ครับ กราบขอบคุณ ครับ