สัมพันธ ตั้งเบญจผล

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๖ มีนาคม ๒๕๕๑

สัมพันธ ตั้งเบญจผล หารือเรื่องมลพิษจากก๊าซธรรมชาติและการจัดสรรภาษีภาคหลวงปิโตรเลียมที่ไม่เท่าเทียมใน 3 จังหวัด และเรียกร้องให้กระทรวงพลังงานและมหาดไทยแก้ไข

นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสุโขทัย ซึ่งผมจะขอปรึกษาหารือต่อท่านประธานจะขอฝากผ่านไปถึง ๒ กรม ๒ กระทรวงก็คือ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน และกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีอยู่ว่าที่จังหวัดสุโขทัย จังหวัดกําแพงเพชร และจังหวัด พิษณุโลก ๓ จังหวัดนี้ครับท่านประธาน มีแหล่งน้ํามันดิบและแหล่งก๊าซธรรมชาติ เปึนจํานวนมาก ซึ่งมีบริษัทที่ได้เข้าไปขุดเจาะบ่อน้ํามันดิบและก๊าซธรรมชาติได้เข้าไป ขุดเจาะหลายบ่อด้วยกัน อย่างเช่น จังหวัดกําแพงเพชร จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดสุโขทัย นั้นนะครับก็จะเกี่ยวโยงไปที่มีบ่อน้ํามันคือ บ่อสิริกิติ์ ซึ่งเปึนฐานบ่อน้ํามันเดียวกัน ซึ่งทางรัฐบาลก็ได้นําน้ํามันดิบเหล่านี้สูบขึ้นมาส่งเพื่อที่ไปกลั่นเปึนน้ํามันต่าง ๆ เพื่อที่มา ใช้ในประเทศของเรา แต่ปัญหามีอยู่ว่าก๊าซธรรมชาติที่เกิดขึ้นเหนือผิวของน้ํามันดิบ เหล่านี้ทางบริษัทที่สูบน้ํามันได้ทําการเผาก๊าซทิ้งทุกวันโดยทําให้เกิดภาวะโลกร้อน ทําให้เกิดมลภาวะเปึนพิษกับอําเภอกงไกรลาศของจังหวัดสุโขทัย อําเภอบางระกํา จังหวัดพิษณุโลก และอําเภอลานกระบือของจังหวัดกําแพงเพชรทุกคืน ถ้าผมกลับไป ที่จังหวัดจะเห็นได้ว่าออกมานอกบ้านทุกคืนครับจะเห็นการเผาก๊าซทิ้ง ท้องฟัาแดงทุกวัน นะครับ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ผมว่ามันทําให้เกิดภาวะโลกร้อนอันหนึ่ง แล้วก็ในอนาคตข้างหน้า ก็จะทําให้เกิดการที่ประชาชนในพื้นที่นั้นต้องมีปัญหาเกี่ยวกับโรคผิวหนังหรือโรคอื่น ๆ ตามมานะครับ ผมก็อยากจะให้ทางกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติของกระทรวงพลังงานนั้น ได้เข้าไปแก้ไขในเรื่องของการเผาก๊าซ ทําอย่างไรจะให้การนําก๊าซธรรมชาติที่ท่าน เผาทิ้งนั้นมาทําให้เกิดประโยชน์ต่อไป อย่างเช่น ไปตั้งโรงเพื่อที่จะผลิตก๊าซธรรมชาติ เปึนก๊าซแอลพีจี (LPG) หรือเอ็นจีวี (NGV) ต่อไป ซึ่งทางกระทรวงพลังงานนั้นก็ได้ไป ประชุมเชิงปฏิบัติการและได้ทดลองในเรื่องของการนําก๊าซธรรมชาติมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ให้กับกลุ่มแม่บ้านบ้างก็พอใช้ได้ แต่ถ้าทางที่ดีผมว่าน่าจะนํามาใช้ให้หมด แล้วมาขาย ในราคาถูกให้กับชาวบ้านในการทําเปึนก๊าซแอลพีจีให้กับชาวบ้าน แล้วสิ่งที่ตามมา อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของการจัดสรรค่าภาคหลวงป่โตรเลียมของทั้ง ๓ อําเภอในจังหวัด ต่าง ๆ ก็คืออําเภอกงไกรลาศของจังหวัดสุโขทัย อําเภอบางระกําของจังหวัดพิษณุโลก และอําเภอลานกระบือของจังหวัดกําแพงเพชร ท่านประธานครับทั้ง ๓ อําเภอนี้ แต่ละอําเภอจะมีตําบลต่าง ๆ ล้อมรอบในแหล่งน้ํามัน แต่การจัดสรรภาษีป่โตรเลียมตามที่กระทรวงมหาดไทยเปึนผู้ออกกฎกระทรวงให้กับองค์การ บริหารส่วนตําบลก็ดี หรือองค์การบริหารส่วนจังหวัดก็ดีนั้น มันเกิดความไม่เท่าเทียมกัน อย่างกรณีเช่นขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนั้นก็จะมีกฎหมายขององค์การบริหารส่วน จังหวัด พ.ร.บ. ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดที่การจัดสรรค่าภาคหลวงป่โตรเลียมนั้น จังหวัดนั้นสามารถได้ค่าภาคหลวงป่โตรเลียมในป้หนึ่ง ๆ ประมาณร่วม ๒๐๐ ล้านบาท ของจังหวัดสุโขทัย จังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดกําแพงเพชร ทําให้องค์การบริหาร ส่วนจังหวัดนั้นสามารถนํางบประมาณของภาษีป่โตรเลียมนั้นไปพัฒนาได้ทุกอําเภอ ของในจังหวัดนั้น แต่มันมีปัญหาขององค์การบริหารส่วนตําบล ซึ่งองค์การบริหารส่วน ตําบลนั้นในการเขียนกฎกระทรวงของกระทรวงมหาดไทยซึ่งรับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่อง กฎกระทรวงตรงนี้ เขียนให้เฉพาะที่ภาษีป่โตรเลียมตั้งอยู่ในที่นั้นเท่านั้น อย่างเช่น ของจังหวัดกําแพงเพชร อําเภอลานกระบือ อําเภอลานกระบือมี ๗ ตําบล แต่ได้ภาษี ป่โตรเลียมไปแค่ ๔ ตําบลกับอีก ๑ เทศบาล อีก ๒–๓ ตําบลนั้นไม่ได้ อําเภอกงไกรลาศ มีทั้งหมด ๑๑ ตําบล ได้ภาษีป่โตรเลียมไปแค่ ๒ ตําบล แต่อีก ๘–๙ ตําบลนั้นไม่ได้ และอีก ๑ เทศบาลไม่ได้ อําเภอบางระกําก็เช่นกันก็ไม่ได้เหมือนกัน อย่างนี้เปึนต้น ทําให้ เกิดความเหลื่อมล้ําในเรื่องของรายได้ภาษีป่โตรเลียม ซึ่งทั้ง ๆ ที่ในอําเภอนั้นต้องรับ กรรมเกี่ยวกับเรื่องของภาวะโลกร้อน เกี่ยวกับเรื่องของอากาศเปึนพิษต่าง ๆ ซึ่งอันเกิด จากก๊าซธรรมชาติเหล่านี้ ฉะนั้นผมขอฝากไปถึงทางกระทรวงมหาดไทยให้ได้โปรดแก้ไข กฎกระทรวงให้องค์การบริหารส่วนตําบลที่ตั้งอยู่ในอําเภอนั้นได้ภาษีป่โตรเลียมเท่ากับ ตําบลอื่นที่อําเภอนั้น ๆ อยู่ในของอําเภอที่อําเภอนั้นมีอยู่ ก็ต้องฝากถึงกระทรวงมหาดไทย เพื่อที่จะได้เกิดความเท่าเทียมกัน เพราะภาษีป่โตรเลียมใน ๑ ตําบลจะได้ป้ละประมาณ ๒๐ ล้านบาท อําเภอกงไกรลาศได้ ๒ ตําบล ตําบลละ ๒๐ ล้านบาท แต่ตําบลอื่นนั้นไม่ได้ อําเภอลานกระบือ ตําบลอื่นก็ไม่ได้ ได้แค่ ๔ ตําบล อีก ๓ ตําบลก็ไม่ได้ อย่างนี้เปึนต้น นะครับ ก็ต้องฝากท่านประธานถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้โปรดพิจารณา แก้ไขในเรื่องของภาษีป่โตรเลียมให้กับในท้องถิ่นของจังหวัดนั้น ๆ ด้วยครับ ขอกราบขอบคุณ มากครับ