สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑

อาคม เอ่งฉ้วน หารือเรื่องปัญหาน้ำปุ๋ยที่แพงและขาดทุน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการให้ความรู้แก่เกษตรกรเกี่ยวกับพืชชนิดใดที่เหมาะสมกับพื้นที่การเกษตร และธาตุอาหารที่พืชต้องการ นอกจากนี้ยังเสนอแนวทางแก้ไขโดยการลดราคาปุ๋ยให้เกษตรกรโดยตรง และเรียกร้องการลดการใช้สารเคมีในการเกษตร เพื่อช่วยเกษตรกรไทยที่มีปัญหาเรื่องความยากจน

นายอาคม เอ่งฉ้วน กระบี่

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อาคม เอ่งฉ้วน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ เปึนผู้เสนอญัตติร่วมกับ คุณจุติ เปึนญัตติด่วน เรื่อง ขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาปัญหาราคาปุิย และเมื่อสักครู่ท่านจะเห็นว่ามีพรรคชาติไทยและพรรคพลังประชาชนเสนอญัตติเข้ามา ประกบด้วย ซึ่งถือว่าหลังจากการเลือกตั้งผ่านมาแสดงว่าการรับรู้ข่าวสารของ พี่น้องประชาชนเหมือนกัน ปัญหานี้เปึนปัญหาเร่งด่วน แต่ว่าถ้าท่านเสนอญัตติเข้ามา ในสภาแล้ว พอตอนลงมติเพื่อจะให้ตั้งคณะกรรมาธิการท่านคัดค้าน ตรงนั้นละครับผมจะ เอารายชื่อคนที่คัดค้านลงไปเป่ดเผยว่าท่านไม่เห็นด้วยกับการตั้งคณะกรรมาธิการ ทําไม ผมถึงพูดอย่างนั้นครับ เพราะว่าสภานี้ไม่ใช่สภาที่จะมาพูดกันแล้วจบไปเฉย ๆ รัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีอาจจะมารับปากจะทํานั่นทํานี่ แต่ในที่สุดก็กลับไปเฉย ๆ เราไม่สามารถจะไปติดตามได้ แต่ถ้าได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาเรื่องนี้ ทุกพรรคร่วมกันจะเปึนคณะกรรมาธิการของสภา เราจะได้ศึกษาว่าทําไมปุิยจึงแพง ทําไมผู้นําเข้าเอามาแล้วไม่ส่งออกไปขายให้ทั่วภูมิภาค มันมีปัจจัยอะไร ทําไม กรมวิชาการเกษตรเพิกเฉย ทําไมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่เอาไหน นี่สมมุตินะครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญนี่ ก็เปึนเรื่องหนึ่งที่ฝ์ายนิติบัญญัติจะไปกํากับฝ์ายบริหารได้ เปึนที่ทราบกันดีนะครับ ท่านประธานครับ มีคนอยู่ ๑๐๐ กว่าล้านไร่ที่ทําการเกษตรอยู่ในประเทศนี้ ซึ่งมีเกษตรกร ตั้งแต่ ๒๐ ล้านคนขึ้นไป ปัญหาของการเกษตรก็คือปุิย ผมมีตัวเลขว่าปัจจุบันนี้นะครับ ที่เราเปึนปัญหามากที่สุดก็คือปุิยเคมี เพราะเราไม่มีวัตถุดิบไม่ว่าจะเปึนตัวเอ็น (N) ตัวพี (P) ตัวเค (K) ซึ่งเปึนธาตุอาหาร ๓ ตัว ประเทศไทยนี่ยังผลิตไม่ได้ ก็เหมือนที่ยืนยัน กันว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์เราต้องนําเข้ามาจากต่างประเทศ จะเอามาในลักษณะเปึนปุิยสําเร็จ ที่เราเรียกว่าปุิยคอมพาวด์ (Compound) หรือจะเอามาในลักษณะที่เรียกกันว่าหัวปุิย หรือว่าสูตรตัวเอ็น ตัวพี ตัวเค แล้วมาผสมในประเทศก็แล้วจะเอามาทํา ในเมื่อมันมีปุิยอยู่ ๓ อย่าง ปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ก็คือว่าเกษตรกรบางกลุ่มถูกรัฐบาลไปส่งสัญญาณผิด ให้หลงผิดคิดแต่ว่าปุิยเคมีเปึนปุิยที่ไม่ดี แพง เพราะฉะนั้นให้หันกลับมาใช้ปุิยอินทรีย์ อันนี้ส่งสัญญาณผิด รัฐบาลของ ฯพณฯ ดอกเตอร์ทักษิณตลอดระยะเวลา ๕ ป้ ส่งสัญญาณเรื่องนี้มาตลอด ทําไมผมจึงกราบเรียนอย่างนี้ครับท่านประธานครับ ในการ ผลิตหรือว่าในการปลูกพืชไม่ว่าชนิดใดก็ตามในดินมันมีธาตุอาหารอยู่แล้ว ตัวเอ็น ตัวพี ตัวเค หรือ เราจะเรียกเปึนไนโตรเจน (Nitrogen) ฟอสฟอรัส (Phosphorus) หรือ โปแตสเซียม (Potassium) มันมีอยู่แล้ว แต่ว่าเนื่องจากว่าประเทศไทยเปึนประเทศ เกษตรกรรมเราทําการเกษตรมาเปึน ๑๐๐ ป้ อาจจะตั้งแต่รุ่นปู์ ย่า ตา ยาย เพราะฉะนั้น ธาตุในดินเหล่านี้มันก็ต้องมีโอกาสที่จะลดน้อยลงไปเปึนธรรมดา นี่พอมันลดน้อยลงไป เปึนธรรมดาครับ เมื่อเราปลูกไป ๆ ผลผลิตมันจึงต่ําลง ๆ ปุิยเคมีนี่แหละเปึนตัวหนึ่งที่จะ มาแทนที่เขาเรียกว่าธาตุอาหารในดิน ท่านประธานครับ ผมได้คุยกับนักวิชาการเขายืนยัน ว่าไม่ได้ปฏิเสธปุิยอินทรีย์ ปุิยอินทรีย์มีประโยชน์จริง แต่จะมีคุณค่าสําหรับการผลิต สู้ปุิยเคมีไม่ได้ เพราะปุิยอินทรีย์คือมาจากซากพืช ซากสัตว์ต้องมาหมัก หน้าที่ของปุิย อินทรีย์ก็คือเมื่อเราใส่ลงไปในดินแล้วมันจะทําให้ดินร่วน ที่เขาเรียกว่าปรับสภาพดิน ถามว่าทําให้ดินร่วนแล้วมันดีอย่างไร เมื่อทําให้ดินร่วนแล้ว มันก็จะช่วยทําให้รากของพืช ชอนไชไปได้ไกล เพื่อที่จะไปหาธาตุ ๓ ตัวนั่นแหละ เอ็น พี เค แต่ว่าเกษตรกรนี่ต้องใช้ ปริมาณมาก เพราะปุิยอินทรีย์มันต้องใช้มากใส่ลงไปในดิน เพราะฉะนั้นการผลิตถ้าจะ หวังกําไรหรือจะให้ดีที่สุดก็คือว่าต้องมีปุิยเคมีเข้ามาผสม ผมพูดตรงนี้ก็คือว่าผมกําลังจะ อภิปรายโน้มน้าวไปถึงบอกว่าจําเปึนต้องใช้ปุิยเคมี ถ้าคุณทําการเกษตรโดยไม่มีปุิย อินทรีย์ ไม่มีปุิยเคมีครับ คุณจะได้ผลผลิตต่ําและขาดทุน ส่วนปุิยชีวภาพก็มาจากกาก ของโรงงานอุตสาหกรรมที่เราพูดกันเมื่อสักครู่นะครับ กากเอามาจากโรงงานน้ําตาลบ้าง โรงงานอ้อยบ้าง ก็มาทําเปึนปุิยน้ํา เพราะฉะนั้นในตลาดของการเกษตรมันใช้กันอยู่ ๓ ตัว แต่ถ้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะส่งสัญญาณใหม่ไปว่าต่อไปนี้ประเทศไทยมีปัญหา แล้ว เพราะตัวปุิยอินทรีย์เราไม่มีวัตถุดิบในประเทศ เกษตรกรไทยน่าจะใช้ปุิยเคมีร่วมกับ ปุิยอินทรีย์อย่างนี้ถูกต้อง ต้องใช้ร่วมกันเลยแต่อย่าไปแยก หรือว่าไม่ให้ใช้อย่างหนึ่ง อย่างใด ถ้าใช้อย่างเคมีล้วน ๆ ได้ แต่นั่นแหละครับมันแพง เพราะปุิยเคมีมันกําลังจะ ขึ้นไปเรื่อย ๆ เมื่อผมได้พูดมาถึงตรงนี้ผมจะบอกกับประธานว่าอยากจะเรียกร้องให้เราไป ศึกษาให้ละเอียด เพราะตัวเลขหรือข้อมูลที่ผมได้มาเหมือนที่เพื่อนสมาชิกฝัืงทางโน้นพูด นับตั้งแต่วันนี้เปึนต้นไป ท่านประธานครับปุิยจะขึ้นไปตลอด ผมพูดถึงปุิยเคมีนะครับ ถามว่าทําไมจึงขึ้นไปตลอด เพราะตัวเลขที่ผมมี พรรคพวกผมนี่ที่เขาทําการเกษตร เขาให้มาเลยราคาปุิยในโลก นี่เปึนตัวเลขนําเข้าของประเทศไทยทั้งหมด ๓๖ ประเทศ ประเทศที่เราสั่งปุิยมามากที่สุดคือประเทศซาอุดีอาระเบีย รองลงมาก็คือจีน ๓๖ ประเทศ คิดเปึนมูลค่าทั้งหมด ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท ประเทศไทยต้องสั่งปุิยและคิดเปึนจํานวนตันก็ ๔ ล้านเมตริกตัน ท่านประธานครับ จากตัวเลขเหล่านี้เราจึงพบว่าประเทศไทยมีแนวโน้มจะใช้ปุิยเพิ่มขึ้น ผมเอาตัวเลขกลม ๆ มาให้ท่านเห็น ป้ ๒๕๔๘ ป้ ๒๕๔๙ รัฐบาลทักษิณใช้ปุิยเคมีน้อย ใช้เพียง ๓.๓ ล้านตัน ป้ ๒๕๔๘ ป้ ๒๕๔๙ ใช้เพียง ๓.๕ ล้านตัน เพราะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไปส่งสัญญาณให้เขาใช้ปุิยอินทรีย์ แต่ปรากฏว่าพอเขาใช้ปุิยอินทรีย์แล้วผลผลิตมันลด ป้ ๒๕๕๐ ที่ผ่านมามันกระโดดไป ๔.๓ ล้านตัน เห็นไหมครับ เกษตรกรเริ่มรู้แล้วว่าใช้ แต่อินทรีย์มันไปไม่ไหวก็ต้องหันกลับไปหาเคมี พอหันกลับไปหาเคมีมันก็เจอวิกฤติราคา ผมกําลังจะบอกท่านประธานว่า ราคาไม่มีแนวโน้มจะลดลงเลย ถ้าเกษตรกรฟังผมอยู่ ณ ขณะนี้นะครับ เกษตรกรเตรียมตัวได้นะครับ เตรียมตัวว่าจะทําการเกษตรอย่างไร ให้มีกําไรเหมือนที่ผมอภิปรายในวันแถลงนโยบาย ไม่ใช่เตรียมตัวเพื่อจะหาเชือกมา ผูกคอตายนะครับ ไม่ใช่ เพราะว่าผมได้รับข้อมูลมาว่าปุิยจากประเทศจีนจะเข้าประเทศ ไทย เมื่อกี้ผมให้ดูตัวเลขแล้วนะครับ จีนเปึนอันดับ ๒ นะครับ จีนนี่เปึนโรงงานปุิยผลิต แต่ ว่าประเทศเขาก็เปึนประเทศเกษตรกรรมเหมือนกัน ป้นี้ถ้าเราดูข่าวเราจะเห็นว่าหิมะตก มากในประเทศจีน และมันมาผิดฤดู มาเอาตอนที่เขากําลังเก็บเกี่ยวพอดีและพืชผลของ เขานะครับ ทั้งพืชชนิดล้มลุกและยืนต้นเสียหายมาก นั่นก็คือประเทศจีนจะต้องปลูกใหม่ เมื่อเขาปลูกใหม่เขาต้องใช้ปุิยให้กับเกษตรกรของจีนเอง เราจึงไม่แปลกใจเลยว่าทําไมปุิย ที่มาจากจีนมันขึ้นตลอดเวลา เราก็ตรวจสอบไปปรากฏว่าจีนเขาตั้งกําแพงภาษีครับ เขาขึ้นภาษีปุิยที่นําออกจากประเทศเขานะครับ จาก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เมื่อ ณ วันที่ผมพูด ในเวลานี้ ปุิยที่ออกจากประเทศจีนขึ้นถึง ๔๓ เปอร์เซ็นต์ ขอโทษนะครับเขาจะเก็บภาษี ๔๓ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นพ่อค้าที่สั่งปุิยมาจากจีนเจอราคาแพงแน่นอน ถามว่า ถ้าไม่เอาจากจีนเอาจากไหนครับ จากตัวเลขนี้เอาจากประเทศยุโรป เอาจากประเทศ อเมริกา แต่เนื่องจากว่าเกิดปัญหาในโลกวิกฤติการณ์ด้านพลังงาน ประเทศยุโรปเขาก็หัน ไปปลูกพืชให้เยอะ เพื่อเอาไปทําไบโอดีเซล (Bio-diesel) เมื่อเอาไปทําไบโอดีเซลก็ต้องใช้ ปุิยอีก นั่นก็คือว่าเมื่อปุิยจีนแพงแล้ว ปุิยที่มาจากประเทศยุโรปก็จะแพงด้วย เห็นไหมครับ เพราะฉะนั้นเกษตรกรก็อย่าหวังว่าจะได้ปุิยเคมีถูก นอกจากนั้นยังมีค่าเงิน เมื่อสักครู่มีคน บอกว่า เอ๊ะ ท่านจุติก็พูดนะครับ ว่าประเทศไทยเงินบาทแข็งปุิยน่าจะถูก เงินบาทแข็ง แต่ว่ามันแข็งเพียง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ปุิยราคาเพิ่มขึ้น ๒๐๐ เปอร์เซ็นต์ เห็นไหมครับ มันเพิ่ม ๒๐๐ เปอร์เซ็นต์ จนค่าของเงินมันไม่มีส่วนทําให้ปุิยถูกลงได้เลยเพราะว่าราคาปุิย มันกระโดดไป ๒๐๐ เปอร์เซ็นต์ และนอกจากนั้นนะครับนโยบายเศรษฐกิจของประเทศจีน ผมได้รับข้อมูลมา ถ้าผิดท่านรองนายกรัฐมนตรีก็ตอบผมว่าผิดนะครับ ประเทศจีนนี่เขา ต้องการให้ค่าเงินหยวนของเขาแข็งมาก อัตราแลกเปลี่ยนเมื่อก่อนนะครับ ๑ ยูเอส (US) แลกกับเงินหยวนได้ ๘.๘ หยวน แต่ ณ วันที่ผมกําลังพูดวันนี้นะครับ ๑ ยูเอส เขากําลังจะ ดําเนินการให้ได้ ๖.๘ หยวน เห็นไหมครับเขาต้องการให้ปุิยออกจากประเทศเขาไม่ได้ เพราะฉะนั้นประเทศอื่นเดือดร้อน เขาถือว่ามันคนละเรื่องกัน เพราะฉะนั้นเปึนนโยบาย ของประเทศจีนทางด้านเศรษฐกิจ และจีนเปึนประเทศที่ผลิตปุิยได้มาก ท่านประธานครับ เมื่อผมได้บอกที่มาได้ว่าปุิยเคมีที่จะเข้ามาในประเทศมีแนวโน้มที่จะแพง ทีนี้เรามาดู อีกครับว่า ประเทศไทยมีบริษัทกี่บริษัทนําเข้าปุิย คุณจุติก็บอกแล้วขึ้นทะเบียนเปึนร้อย แต่ค้าขายปุิยอยู่ในตลาดไม่มากหรอก เขาเรียกกันวงการปุิยว่า อาซ้อ ๆ ท่านประธาน ถ้าอยากจะรู้ว่าอาซ้อไหนเดี๋ยวไปถามผมข้างหลัง ผมพูดแค่นี้วงการปุิยเขารู้หมดนะครับ มันมีปุิยอยู่ ๓–๔ บริษัทที่นําเข้ามา ผมกําลังจะตั้งประเด็นให้ท่านประธานทราบเพื่อ ท่านรองนายกรัฐมนตรี พลตรี สนั่นที่เคารพของผมท่านจะได้เอาไปตรวจสอบดูว่าเปึนไป ได้ไหม เขาบอกว่าส่วนหนึ่งที่ปุิยแพงท่านครับ เกิดจากผู้นําเข้าปุิยนี่กักตุน คําว่า กักตุน ก็คือว่าปล่อยปุิยออกไปช้า ๆ เพื่อรักษาตลาด ของตัวเองไว้ แต่ว่าไม่ได้ปล่อยอย่างเสรีตามกลไกตลาดที่มีการแข่งขัน ปล่อยช้า ๆ อันนี้ พ่อค้าเขาถนัด เพราะว่าเขารู้ว่าออกช้าไปเท่าไร กําไรมากเท่านั้น เพราะรู้อยู่แล้วว่าปุิย แพงแน่ ๆ ปุิยที่จะเข้ามา เวลาสั่งไปนี่มันบอกอยู่แล้วว่าราคานี้ไม่รับ ต้องส่งราคาใหม่มา นั่นก็แสดงให้เห็นว่าใครมีสินค้าอยู่ในโกดังรวยแน่ ๆ แต่เกษตรกรจนไม่สนใจ เพราะฉะนั้น ท่านสนั่นครับท่านกรุณาไปเช็คตรวจสอบเหมือนที่ผมว่า เช็คก็ไม่ยาก ตรวจสอบก็ไม่ยาก ถ้าเอาจริง เพราะว่ามันจะมีบัญชีการนําเข้าปุิยอยู่นี่ ขนาดผมยังเอาได้เลยท่านทําไม จะเอาไม่ได้ บอกหมดเลยว่าบริษัทไหนนําปุิยยี่ห้ออะไรสูตรไหนเข้ามาเท่าไร และวันนี้ปุิย ที่คุณนําเข้ามา คุณขายหมดหรือยัง อยู่โกดังไหนตรวจสอบหน่อย รับรองครับปุิยมันจะ ออกมาเอง พอปุิยออกมาราคามันก็ตก ชาวเกษตรกรก็ได้ประโยชน์ นี่เปึนข้อมูลหนึ่ง ที่ผมอยากจะกราบเรียนว่า สภามันจึงเปึนประโยชน์อย่างไรครับท่านประธาน หลายคน มีความคิดหลากหลายไปค้นคว้ามาและนํามาเสนอ เพราะฉะนั้นเมื่อผมบอกกับ ท่านประธานอย่างนี้แล้วนะครับ

ผมอยากจะกราบเรียนในประเด็นต่อไปว่า ในประเด็นอีกประเด็นหนึ่ง นะครับที่ผมไปประสบมาและได้รับการร้องเรียนมา เพราะว่าราคาปุิย ปุิยชาวนา ยูเรีย (Urea) ขึ้นจาก ๘,๐๐๐ บาท ๙,๐๐๐ บาท มาเปึน ๑๕,๐๐๐ บาท ปุิยโปแตสเซียมขึ้นมา จาก ๑๕,๐๐๐ บาท เวลานี้ ๓๐,๐๐๐ บาทท่านประธาน ที่ผมบอกว่ามันขึ้นไป ๒๐๐ เปอร์เซ็นต์อย่างไร ของโปแตสเซียมนะครับ พวกผลไม้พวกนี้ใช้เยอะ พวกปาล์ม ยางพารา ๐-๖-๐ จากเมื่อก่อนเดิม ๘,๐๐๐ บาท วันนี้ตันละ ๓๐,๐๐๐ บาท ตัวเลข อย่างนี้ครับท่านประธานครับ เกษตรกรรับไม่ได้หรอกครับ มันแพง แล้วเขาไม่เข้าใจ เหตุผลด้วย ทีนี้วิธีที่จะช่วยเกษตรกร ผมคิดว่าจะช่วยอย่างไร ก็เปึนประเด็นที่พวกเราจะต้อง หาวิธีครับ แต่มันก็มีทางออกนะครับ ไม่ใช่ไม่มี ผมคิดว่าน้ํามันป่โตรเลียมเปึนส่วนหนึ่งคือ น้ํามันแพงนี่มันมีส่วนทําให้ปุิยแพง เพราะว่ามันมีตัวไนโตรเจน มันมาจากการผลิตหรือ การกลั่นของน้ํามันป่โตรเลียมที่เราเรียกกันเปึนภาษาอังกฤษว่าบาย โพรดักท์ (By product) ตัวเอ็น (N) ตัวนี้มันเลยแพง ตราบใดก็ตามที่ราคาน้ํามันแพง ตัวนี้เกษตรกรก็พอเข้าใจ ได้นะครับ เพราะว่าแปลก พอน้ํามันแพงปุิยก็แพงด้วย เพระว่าแทนที่เงินเหล่านั้นจะไปชดเชยให้เกษตรกรกิโลกรัมละ ๒ บาท กิโลกรัมละ ๓ บาท ในการซื้อปุิยอย่างนี้ได้ตรง แต่กลายเปึนว่ารัฐบาลประมูลปุิยผ่านองค์กรเหล่านี้แล้ว ปล่อยให้มีการทุจริต ปล่อยให้มีการโกง แล้วเวลาส่งมอบได้ปุิยที่ไม่มีคุณภาพที่เรา เรียกกันว่า ปุิยปลอม อีก อย่างนั้นรัฐบาลก็เสียท่า เพราะฉะนั้นวิธีนี้เราต้องขู่ภาคเอกชน บอกว่าถ้าคุณไม่ลดราคา ถ้าคุณไม่เอาปุิยออก รัฐบาลจะซื้อตรงแล้วก็ให้เกษตรกร โดยตรง เพราะว่ามีองค์กรของเกษตรกรเครือข่ายมีอยู่แล้ว อันนี้ก็จะเปึนวิธีหนึ่งที่จะ ช่วยเหลือเกษตรกรได้

วิธีที่ ๓ ผมเห็นว่าท่านรัฐมนตรีพูดเมื่อสักครู่ตอนตอบกระทู้ถาม ผมว่านั่นก็ เปึนวิธีหนึ่งที่แก้ปัญหาได้คือ ท่านประธานครับถึงเวลาเราจะต้องให้ความรู้กับเกษตรกร เหมือนที่ผมพูดตอนต้นรัฐมนตรีอยู่หลังบัลลังก์ เราต้องให้เกษตรกรรู้ว่าเวลาคุณจะ เพาะปลูกชนิดใด มันขาดธาตุอาหารอะไร มันต้องการธาตุอาหารอะไร เกษตรกรไทย ผมเคยอยู่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เขาไม่ค่อยเข้าใจ เขาคิดว่าถ้าเปึนดินแล้วปลูก อะไรก็ได้หมด ไม่จริงครับ มันมีธาตุอาหารของมันเหมือนมนุษย์นั่นแหละ มันชอบอาหาร นั้น มันชอบอาหารนี้ บางทีพื้นที่การเกษตรบางพื้นที่มันไม่มีความเหมาะสมกับปลูกพืช ชนิดหนึ่ง หรือว่าในการปลูกพืชชนิดหนึ่งดินตรงนั้นมันขาดธาตุตัวใด เกษตรกรต้องหา ความรู้เสียก่อน ตรงนี้เปึนหน้าที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปึนหน้าที่ของกรมส่งเสริม การเกษตร กรมวิชาการเกษตรและกรมพัฒนาที่ดิน เขาตั้งอยู่แล้วหมอดิน แต่แปลกครับ หมอดินนี่เกษตรกรใช้น้อยมาก ถ้าเกษตรกรเขารู้ว่าพืชเขาต้องการธาตุตัวไหน เขาจะได้ ไม่ซื้อปุิยสะเปะสะปะให้มันแพงเปล่า ๆ เลือกซื้อแต่ตัวที่มันขาดแล้วมาใส่ แล้วก็ใช้ร่วมกับ ปุิยอินทรีย์ อย่างนี้พอจะทําการเกษตรไปได้ ผมจึงพูดตั้งแต่ตอนต้นว่าบางครั้งการทํา โซนนิ่ง (Zoning) ก็จําเปึน นี่ละครับวิธีที่ ๓ การให้ความรู้กับเกษตรกร ผมว่าถึงเวลาแล้ว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยุคนี้ต้องรีบทํา

และอันที่ ๔ ผมคิดว่าจะเปึนประโยชน์อย่างมากก็คือว่าเนื่องจากสภา มันมาจากทุกภาคและมีความหลากหลายแต่ละคนรู้ไม่เหมือนกัน รู้แต่ผมยอมรับว่าถ้า ไม่มีความรอบรู้มาเปึนผู้แทนราษฎรไม่ได้หรอกครับ เพราะฉะนั้นเมื่อเราตั้ง คณะกรรมาธิการขึ้นมา คณะกรรมาธิการชุดนี้แหละจะไปให้ข้อมูลกับกระทรวงเกษตร และสหกรณ์จะเปึนประโยชน์ และตรงไหนที่เปึนประเด็นที่น่าจะแก้ไขได้ ก็จะได้รับการ แก้ไข สิ่งทั้งหมดที่ผมกราบเรียนมานี่คือปัญหาหลักของปุิยของประเทศนี้ ส่วนปุิยอินทรีย์ ที่เกษตรกรทําอยู่แล้วท่านก็เห็น ต้องหมัก ต้องใช้เวลามาก และต้องใช้ปริมาณมาก ทําไมเกษตรกรจึงใช้ปุิยเคมี ผมบอกแล้วว่ามันเหมือนเอาอาหารโดยตรงไปให้กับพืช

แต่ว่าในประเด็นสุดท้าย ผมอยากจะกราบเรียนครับมันมีความสับสน อยู่มาก นักวิชาการฝากผมมาบอกว่าช่วยพูดให้หน่อย คือคนทั่วไปเข้าใจว่าปุิยเคมีกับ สารเคมีเปึนอันเดียวกัน คนละเรื่องครับ ที่สิ่งแวดล้อมมันออกมาโวยวายนั่นพวกสารเคมี พวกสารเคมีที่เอาไปใส่ ที่เอาไปฉีด พวกนี้แหละมันจะมีสารตกค้างตกอยู่ พวกนี้ ทําลายสัตว์ ทําลายแมลง ทําลายวัชพืช สารเคมีนี่แหละนําความยากจนมาสู่เกษตรกร มีบทความของนักวิชาการอยู่เลยนะครับ ความยากจนของเกษตรกรมาจากสารเคมี ไม่ใช่ ปุิยเคมี ใช้มากแล้วแพงเหมือนที่กระทู้ถามเมื่อเช้านั่นแหละ เพราะฉะนั้นถ้าลดสารเคมีลง ใช้ปุิยเคมีให้ถูกกับความต้องการของพืชแล้วบวกกับปุิยอินทรีย์ อย่างนี้เกษตรกร ประเทศไทยมันก็จะกลายเปึนเกษตรกรก้าวหน้า ดังที่ผมเรียนตั้งแต่วันที่แถลงนโยบายว่า เราน่าจะมีการพัฒนาเกษตรกรไทยที่เรียกกันว่าทรัพยากรมนุษย์ภาคเกษตร ผมว่าถึง เวลาแล้ว ไม่ใช่ปล่อยให้ปู์ ย่า ตา ยาย ญาติพี่น้องเราทําการเกษตรไปตามยถากรรม โดยใช้ความรู้สึกว่าเคยทํามาอย่างไรก็ทําอย่างนั้น ไม่มีทางครับ จะมีหนี้ท่วมตลอด จนตลอด เพราะฉะนั้นข้อมูลทั้งหมดที่ผมได้กราบเรียนต่อท่านประธานสภานะครับ คิดว่า จะเปึนประโยชน์อย่างมากถ้าได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญในสภาต่อไปนี้หลังจากญัตติ นี้พิจารณาเสร็จสิ้น ขอขอบคุณครับ