สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๑

อภิวันท์ วิริยะชัย รายงานผลการสอบสวนกรณีทะเลาะวิวาทในสภา โดยมีมติเห็นว่า การุณ โหสกุล ทำร้ายอาจารย์สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์จริง และทั้งสองฝ่ายพูดจาไม่สุภาพ อภิวันท์ วิริยะชัย เสนอการแก้ไขปัญหาการเสียหายภาพพจน์ของสภาผู้แทนราษฎรโดยการหารือเรื่องหน้าที่ของคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงที่ไม่มีอำนาจตัดสินใจ และตั้งข้อบังคับเกี่ยวกับข้อบังคับประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งให้ที่ประชุมทราบนะครับ ก่อนจะ เข้าวาระที่ ๒.๑ ผมมีเรื่องที่จะต้องรายงานต่อที่ประชุมนะครับ ซึ่งเมื่อกี้คุณบุญยอดก็ได้ ทวงถาม ผมเองได้เรียนต่อที่ประชุมเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมานะครับว่า เรื่องนี้ผมจะรายงาน ต่อที่ประชุมในวันพุธที่ ๑๔ คือวันนี้นะครับก็คือ เรื่องเกี่ยวกับกรณีที่เกิดเหตุการณ์ทะเลาะ วิวาทกันในสภาผู้แทนราษฎรของเรา สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติให้ตั้งคณะกรรมการสืบหา ข้อเท็จจริง โดยมีผมเปึนประธานคณะกรรมการแล้วมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรวมทั้ง ผมด้วยแล้ว ๘ ท่านเปึนคณะกรรมการ คณะกรรมการสืบหาข้อเท็จจริงได้ประชุม พิจารณาทั้งสิ้น ๗ ครั้ง ได้สอบถามพยานบุคคล ๑๙ ปาก กรอบในการพิจารณามี ๒ ประเด็นครับ ประเด็นแรก มีการทําร้ายร่างกายกันจริงหรือไม่ ประเด็นที่สอง มีการกล่าวถ้อยคําไม่สุภาพ อย่างยิ่งจริงหรือไม่ ผลจากการสอบสวนการประชุมทั้ง ๗ ครั้ง คณะกรรมการสอบสวน ข้อเท็จจริงมีมติเห็นพ้องต้องกันโดยไม่ต้องลงมติ สรุปผลการสืบสวน ๒ ประเด็นดังนี้ครับ

ประเด็นแรก ในเรื่องการทําร้ายกันจริงหรือไม่ คณะกรรมการมีมติเห็นว่า มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าคุณการุณ โหสกุล ได้ทําร้ายอาจารย์สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ จริง

ประเด็นที่สอง มีการกล่าวถ้อยคําไม่สุภาพอย่างไรหรือไม่ คณะกรรมการ พิจารณาแล้วเห็นว่าคุณการุณ โหสกุล ได้มีการโต้เถียงกับอาจารย์สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ด้วยถ้อยคําที่ไม่สุภาพอย่างยิ่ง จริง โดยอาจารย์สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ก็ได้พูดจาตอบโต้ บ้างเล็กน้อย ทั้งนี้เนื่องจากคุณการุณ โหสกุล เข้าใจว่าท่านอาจารย์สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ได้พูดจาท้าทายในห้องประชุมเปึนผลสรุปของคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงโดยมติเอกฉันท์ ผมมีเรื่องที่จะต้องเรียนชี้แจงต่อที่ประชุมอีก ๒ ประเด็นด้วยนะครับ

ประเด็นแรกก็คือ คณะกรรมการชุดนี้มีหน้าที่แต่เพียงสืบสวนหาข้อเท็จจริง เดี๋ยวขออนุญาตให้ผมเรียนชี้แจงต่อที่ประชุมให้จบครับ แล้วเดี๋ยวจะเชิญแต่ละท่านนะครับ คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงชุดนี้มีหน้าที่แต่เพียงสืบสวนหาข้อเท็จจริงไม่ได้มีอํานาจ อื่นใดนอกจากนี้นะครับ เพราะว่าเปึนมติของสภาผู้แทนราษฎร แต่อย่างไรก็ตามตามข้อบังคับ เรื่องประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ป้ ๒๕๔๐ การเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ถือว่า ไม่ได้รุนแรง ก็จะมีขั้นตอนนะครับ จะว่ากล่าวตักเตือนหรือจะทําอะไรก็เปึนขั้นตอนของ ข้อบังคับประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ประเด็นที่สอง ที่ผมจะเรียนชี้แจงก็คือว่า เมื่อวันพุธที่ผ่านมาคณะกรรมการ ได้สรุปผลการสอบสวนไว้ชัดเจนก่อนที่จะพิมพ์นําเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร คณะกรรมการ ส่วนใหญ่ได้มีความเห็นว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่ทําให้ภาพพจน์ของสภาผู้แทนราษฎรของเรา เสียหาย ทําอย่างไรภาพพจน์ของสภาผู้แทนราษฎรของเรานี้จะได้ลดความเสียหายลง เปึนไปได้หรือไม่ที่จะให้คู่กรณีได้มีการพูดคุยปรับความเข้าใจกัน จึงมีมติให้ผมเรียนเชิญ คู่กรณีทั้ง ๒ ท่านครับคือ คุณการุณ โหสกุล อาจารย์สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ไปพูดคุย ที่ห้องทํางานผม ผมได้เรียนเชิญคู่กรณีทั้ง ๒ ท่านมาพูดคุยกันที่ห้องผม ก่อนที่ผมจะพูดคุย กับทั้ง ๒ ท่าน ผมได้เรียนทั้ง ๒ ท่านไปว่า การที่เราได้มาพูดคุยกันในวันนี้จะไม่มี ผลกระทบใด ๆ ต่อผลการสอบสวนซึ่งคณะกรรมการสรุปผลไปแล้ว จากผลการพูดคุยกัน บรรยากาศเปึนไปด้วยดีครับ ทั้ง ๒ ท่านก็ทักทายกันเปึนอย่างดี คุณการุณก็สวัสดี ท่านอาจารย์สมเกียรติ อาจารย์สมเกียรติท่านก็เข้ามาจับมือคุณการุณ ผมก็ถามทั้ง ๒ ท่านว่า เปึนไปได้หรือไม่คดีความที่ฟัองร้องกันจะเลิกแล้วต่อกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจะต้องเปึนความสมัครใจ ของทั้ง ๒ ท่าน คุณการุณ โหสกุล ก็บอกว่าแล้วแต่ท่านอาจารย์สมเกียรติเห็นสมควร ยินดีรับปฏิบัติ ในขณะเดียวกันอาจารย์สมเกียรติก็บอกว่า ผมเปึนผู้ใหญ่พอเรื่องนี้ผมไม่ติดใจ สงสัยนะครับ อันนี้คือข้อเท็จจริงที่ได้พูดคุยกัน แต่อาจารย์สมเกียรติได้แนะนําว่าเรื่องนี้ขอให้ ท่านประธานคือหมายถึงผมได้พูดคุยกับผู้หลักผู้ใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ผมขอเรียนข้อเท็จจริงนะครับว่า ผมไม่ได้คุย กับท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรด้วยเหตุผลที่ผมเห็นว่าถ้าหากว่าผมพูดคุยกับ ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรจะเปึนการเสียมารยาทของผมอย่างยิ่งที่เท่ากับโยน ภาระรับผิดชอบไปให้ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ผมจึงไม่ได้ไปพบท่านผู้นํา ฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร อันนี้คือความรู้สึกจากใจนะครับ ก็มีเรื่องที่จะเรียนชี้แจงต่อ ที่ประชุมเท่านี้ แล้วขอเรียนยืนยันนะครับว่า ผลสรุปของคณะกรรมการนั้นถือเปึนเอกฉันท์ แล้วก็คงได้ข้อยุติเท่านี้ ส่วนการจะไปฟัองร้อง จะไปพิจารณาอย่างไรก็จะต้องให้กระบวนการ ยุติธรรมดําเนินการไปนะครับ ถ้าไม่จําเปึนแล้วผมว่าเรื่องนี้เราไม่ควรอภิปรายกันต่อ แต่ก็จะอนุญาตให้พูดได้สัก ๒-๓ ท่าน ในกรณีที่เปึนประโยชน์ต่อสภาผู้แทนราษฎร ท่าน ร้อยตํารวจโท เชาวรินครับ