อาคม เอ่งฉ้วน หารือเรื่องปัญหาการผลิตทางการเกษตรที่ตกต่ำ โดยเฉพาะปัญหาเรื่องราคาข้าว ราคาปาล์มน้ำมัน และผลไม้ในภาคตะวันออก และเรียกร้องให้รัฐบาลเข้าไปแก้ไขปัญหานี้
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม อาคม เอ่งฉ้วน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้รับมอบหมาย จากพรรคประชาธิปัตย์ให้ตั้งกระทู้ถามสดท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านมิ่งขวัญในประเด็นปัญหาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ํา ถามตามมาตรา ๑๕๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ท่านประธานที่เคารพ ผมขออนุญาตถาม ผ่านไปยังรัฐมนตรีว่า วันนี้ผมต้องการคําตอบในพืชผลทางการเกษตรที่สําคัญ ของประเทศนี้คือเรื่องข้าวราคาตกต่ําและผลปาล์มน้ํามันราคาลดลง และขออนุญาต แจ้งข่าวให้กับรัฐบาลว่าขณะนี้ถนนสายเอเชียบริเวณอําเภอท่าชนะเกษตรกรมาชุมนุม เรียกร้องให้รัฐบาลเข้าไปแก้ไข ๒ เรื่อง ในขณะนี้ถนนสายเอเชียป่ดสนิทแล้วครับ ซึ่งพวกกระผมก็ไม่ประสงค์เช่นนั้นไม่อยากจะให้เปึนเช่นนั้น แต่เปึนความเดือดร้อน ที่เกษตรกรรับไม่ได้เพราะว่านอกจากราคาลดลงแล้วผลผลิตเวลานี้ถูกปฏิเสธการรับซื้อ แล้วยังไม่มีรัฐมนตรีคนไหนลงไปแก้ เพราะฉะนั้นผมจะถามเรื่องข้าว เรื่องปาล์มน้ํามัน และผลไม้ในภาคตะวันออก และขอความกรุณาเนื่องจากว่ามันมีเวลาจํากัด ผมอยาก จะให้ท่านรัฐมนตรีตอบให้ตรงคําถาม เอาแต่เนื้อ ๆ ครับ ที่ผ่าน ๆ มาผมเห็นบางทีก็มี น้ํามากไปหน่อย ผมขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้ครับท่านประธาน ผมต้องขออนุญาต พูดความจริงเพราะสภานี้เปึนที่พูดความจริงแล้วท่านรัฐมนตรีก็ชอบความจริง รัฐบาลไทย ในยุคนี้ผมคิดว่ารัฐบาลปัจจุบันนี้เกษตรกรไทยประสบปัญหาเรื่องของแพงอยู่ ๓ ประการ แม้นใครจะให้ฉายาว่ารัฐบาลลูกกรอกอะไรก็ตาม ผมฟังแล้วก็เฉย ๆ แต่ว่าสิ่งแรก ที่มันแพงมากในขณะนี้คือปัจจัยการผลิต อันนี้ท่านรัฐมนตรีก็พยายามชุลมุนแก้ อยู่เหมือนกัน ซึ่งปัจจัยการผลิตแพงทุกชนิดแล้วที่สําคัญที่สุดก็คือเรื่องปุิยเคมี เรื่องที่ ๒ น้ํามันแพง แม้นเราจะบอกว่าเราไม่สามารถกําหนดได้เพราะเปึนปัญหาปัจจัย ที่มาจากภายนอก แต่ว่ารัฐบาลต้องมีมาตรการอย่างหนึ่งอย่างใดที่จริงจังมากกว่า ปัจจุบันนี้ เพราะเวลานี้น้ํามันไปลิตรละเกือบ ๔๐ บาทแล้ว เรื่องที่ ๓ เรื่องนี้สําคัญมาก เกี่ยวข้องกับรัฐมนตรีโดยตรงคือค่าเสียโอกาสแพงครับ ในช่วงต้น ๆ ตอนที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ท่านออกมาพูดจาในนโยบายเรื่องข้าว ผมเห็นว่าเกษตรกรมีโอกาส ดีมากเพราะท่านบอกว่าขอให้ตั้งความหวังไว้เถอะ ท่านเชื่อมั่นว่าข้าวเปลือกของชาวนา จะขายได้ถึง ๑๗,๐๐๐ บาท และข้าวสารจะขายได้ถึง ๓๐,๐๐๐ บาท แต่วันนี้ท่านทําให้ ค่าโอกาสของเขาหายไปเลย อย่างเช่น จังหวัดพิษณุโลกเวลานี้ขายข้าวเปลือก ๗,๗๐๐ บาท หายไปหมื่นบาทครับท่านรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นผมจึงต้องยอมรับว่านี่คือ ค่าเสียโอกาสของเขาจริง ๆ ชีวิตของชาวนามันถูกแต่อย่างอื่นแพงหมด ชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน ผมจึงขออนุญาตพูดถึงเรื่อง ๓ แพงนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ แม้ว่ามีคนหลายคนพยายามจะให้กําลังใจรัฐบาลให้บริหาร ประเทศต่อไป รวมทั้งผลสํารวจของเอแบค โพลล์ (ABAC Poll) ก็ออกมาให้ข้อมูลว่า รัฐบาลนี้ ๓ เดือนสอบตกทั้งรัฐบาลเลย เรียกว่าสอบตกทั้งคณะออกมาเปึนคะแนนเลย แต่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เปึนคนที่ได้คะแนนดีที่สุด แต่แม้ว่าดีที่สุดคือว่า ได้ที่ ๑ ในจํานวนทั้งหมดนี้แต่ว่ามันก็ยังสอบตกครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่ารัฐมนตรี ต้องเอาจริงเอาจังมากกว่านี้เพื่อให้คะแนนเกิน ๕๐ คืออย่าดีแต่โม้ อันนี้สําคัญมากครับ ผมพูดกับท่านด้วยความรักด้วยความเคารพอย่างจริงใจ
เรื่องแรก ที่ผมอยากจะบอกกับท่านรัฐมนตรีก็คือเรื่องปัญหาราคาข้าว ปัญหาราคาข้าวนี่ไม่ใช่ผมเอาตัวเลขลอย ๆ หรือว่าไปหยิบหนังสือพิมพ์มาอ่านแล้วมา ตั้งกระทู้ถามสดถามท่านรัฐมนตรี ผมเชื่อว่ารัฐมนตรีก็ต้องรู้สึกได้ว่าเวลานี้ข้าว ที่จังหวัดลพบุรี ข้าวเปลือกเดิมทีเขาขายได้ ๑๓,๕๐๐ บาทเปึนราคาเฉลี่ย ปัจจุบันนี้เหลือ ๑๐,๕๐๐ บาท ท่านเห็นไหมโอกาสของเขาหายไปตันละหรือเกวียนละ ๓,๐๐๐ บาท จังหวัดพิษณุโลกหายไป ๒,๔๐๐ บาท เดิมทีเขาขายอยู่ ๑๑,๐๐๐ บาท เวลานี้ขายได้ ๗,๗๐๐ บาท จังหวัดพัทลุงภาคใต้ก็ไม่เว้น เพราะคนจังหวัดพัทลุงก็ปลูกข้าว เดิมเขาขายได้ ๑๓,๕๐๐ บาท วันนี้ขาย ๘,๕๐๐ บาท โรงสีก็ยังไม่ซื้อ ต้องไปหา ผู้ว่าราชการจังหวัด เพราะฉะนั้นที่รัฐมนตรีประกาศว่า ๑๗,๐๐๐ บาทนี่รัฐมนตรี ต้องทําให้ได้ ไม่อย่างนั้นท่านจะแก้ข้อกล่าวหาที่ผมว่าท่านโม้ไม่ได้ ท่านต้องทําให้ได้ ผมอยากจะให้กําลังใจว่าให้ทําให้ได้ แล้วท่านบอกว่าส่งออกตันละ ๓๐,๐๐๐ บาท เกษตรกรอย่ารีบขายมันจะถึงตรงนั้นแน่นอน อันนี้ท่านพูดไว้หมด ผมบันทึกไว้ มีคนให้ฉายาท่านว่าท่านเปึนนักพีอาร์ โพลิซี (PR policy) คือ นักโฆษณา แล้วตอนที่ เขาพูดถึงประวัติของท่านก่อนมานี้ผมก็แอบชื่นชมท่านว่าท่านแน่จริงเพราะว่าท่านมาจาก การขายรถโตโยต้า แต่เขาบอกว่าการขายรถโตโยต้านี่มันไม่ง่ายเหมือนกับแก้ปัญหาข้าว เพราะว่าโตโยต้ามันปัืนใบจอง อันนี้ผมไม่แน่ใจเพราะผมไม่ใช่นักการตลาด ท่านรัฐมนตรีครับ ข้าวนาป้ตอนที่รัฐบาลนี้เข้ามาเมื่อ ๓ เดือนที่แล้วมันหลุดไปอยู่ในมือเจ้าของโรงสีแล้ว แล้วข้าวก็แพง เกษตรกรก็ฝัน รัฐบาลก็มาพูด ท่านอะไรออกมาพูด ใจเย็น ๆ อย่ารีบขายข้าว แต่ตอนมาบอกว่าใจเย็น ๆ อย่ารีบขายข้าว มันขายไปหมดแล้ว ข้าวนาป้ขายหมดแล้ว ยังเหลือเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เขาได้กัน เราเห็นเปึนข่าวนะครับ แหมชาวนาก็ดีใจกันตั้งแต่ เกิดมาเปึนชาวนาก็เพิ่งเจอป้นี้ล่ะ บางคนถึงขนาดว่าไปขโมยปลูกข้าวในที่นาคนอื่น ก็มีข่าวเปึนอยู่ทุกวัน นี่ละครับที่เรียกว่า โอกาสทองของเกษตรกร แต่ทําไปทํามาจะเปึน ทองเค (K) นะครับท่านรัฐมนตรี ผมอยากจะกราบเรียนว่า พอเกษตรกรไม่ได้ข้าวนาป้ ก็ตั้งความหวังว่าสงสัยต้องป้หน้ากระมัง แต่อย่างน้อย ๆ ก็ถือว่าเปึนนิมิตหมายที่ดี ก็เลยมุ่งไปที่ข้าวนาปรัง ปลูกข้าวนาปรังกันใหญ่ โชคดีป้นี้ประเทศเราน้ําทําท่าจะดี ไม่น่าจะมีปัญหา ห้ามเท่าไรก็ไม่อยู่เพราะว่าราคาข้าวมันเชื้อเชิญเหลือเกิน แต่ว่า พอข้าวนาปรังทําท่าจะได้เก็บเกี่ยวทําไมมันตกวูบลงไปละครับ เพราะว่าจากคําพูดของ ท่านนั่นละครับ คนก็สต็อก (Stock) เขาเรียกว่า กักตุนข้าว กักตุนข้าวเพราะบอกว่า เก็บไว้อย่าขาย มันถึงแน่ ๑๗,๐๐๐ บาท กักตุนข้าวจะเอา ๑๗,๐๐๐ บาท พอกักตุนข้าว จะเอา ๑๗,๐๐๐ บาท ข้าวสารก็แพงสิครับ พอข้าวสารแพงท่านรัฐมนตรีก็มีวิธีการอีก ท่านมีอยู่ ๒ ล้าน ๑ แสนตันในมือ ไม่เปึนไรเดี๋ยวเอาข้าวธงฟัามาขาย แล้วท่านก็ไปทํา ข้าวธงฟัาขายตามห้างสรรพสินค้า กระทรวงพาณิชย์ทํากันใหญ่ มีผลทําให้พ่อค้าที่เปึน พ่อค้าข้าวเลยไม่ซื้อข้าวนาปรังของชาวนาอีก ชาวนาเลยตายทั้งขึ้นทั้งล่อง นี่คือคําถาม ที่ผมมาถามท่านว่าสิ่งที่ท่านพูดนี้ผมเชื่อว่าท่านอาจจะมีเจตนาดีคิดว่าจะให้กําลังใจ ชาวไร่ชาวนา แต่การพูดของท่านมันไม่ง่ายนะครับ มันมีผลกับกลไกตลาดตลอดและทําให้มีผลกระทบไปสู่มือเกษตรกร วันนี้คําถามแรก ที่ผมจะถาม เอาเรื่องข้าวล้วน ๆ ก่อนเลยว่าจากคําพูดของท่านที่บอกว่าให้ชาวนาป้นี้ หรือว่าในรัฐบาลนี้ผมให้เครดิตไปเลยจะขายข้าวได้ถึง ๑๗,๐๐๐ บาท ท่านจะทําได้ ตามเปัาหมายที่ท่านพูดได้เมื่อไรและทําอย่างไร