สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๑

องอาจ คล้ามไพบูลย์ หารือเรื่องความสําคัญของผู้ใช้แรงงาน และเรียกร้องให้ท่านนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับผู้ใช้แรงงาน โดยเฉพาะในวันแรงงานแห่งชาติ

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม องอาจ คล้ามไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จากกรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานที่กรุณาปลีกเวลามาตอบกระทู้ถามสดในสภา ของเราในวันนี้ เพราะผมทราบดีว่าวันนี้เปึนวันแรงงาน เปึนวันที่ท่านมีภารกิจค่อนข้างมากภายนอกสภา ท่านประธานครับ อย่างที่ผมบอกไปว่าวันนี้เปึนแรงงาน ผมจึงมีความรู้สึกภาคภูมิใจ ที่ได้มีโอกาสถามกระทู้ถามสดซึ่งเกี่ยวข้องกับปัญหาของผู้ใช้แรงงานตรงกับวันแรงงาน แห่งชาติ ซึ่งประเทศไทยประกาศให้เปึนวันแรงงานแห่งชาติมาตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๑๓ ก่อนหน้านั้นก็ถือว่าเปึนวันหยุดตามประเพณีมาตั้งแต่ พุทธศักราช ๒๔๙๙ เพราะฉะนั้น จะเห็นได้ว่า ประเทศไทยของเรานั้นให้ความสําคัญกับวันแรงงานมาเปึนระยะเวลา ยาวนานหลายสิบป้ ความสําคัญของวันแรงงานนั้นผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมาจากการเลือกตั้งผ่านการคลุกคลีกับพี่น้องประชาชน ซึ่งส่วนมากก็คือคนยากคนจน หรือส่วนหนึ่งของคนยากคนจนเหล่านั้นก็คือผู้ที่อยู่ในกําลังแรงงานของประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ประมาณ ๓๖ ล้านคน ท่านประธานครับ ความสําคัญของวันแรงงานนั้น ความสําคัญของผู้ใช้แรงงานมีมาอย่างต่อเนื่อง เพราะเราทราบกันดีว่าผู้ใช้แรงงานนั้น ส่วนหนึ่งก็คือ ผู้ที่มีส่วนอย่างสําคัญในการพัฒนาประเทศของเรา ถ้าเราไม่มีผู้ใช้แรงงาน เราไม่มีลูกจ้าง แน่นอนที่สุดครับ คนที่เปึนผู้ประกอบการ คนที่เปึนนายจ้างก็คงไม่สามารถ ที่จะประกอบการนั้น ๆ ให้สําเร็จลุล่วงไปได้ เพราะฉะนั้นความสําคัญของลูกจ้าง ความสําคัญ ของผู้ใช้แรงงานจึงไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าความสําคัญของผู้ประกอบการ หรือความสําคัญ ของนายจ้าง และแน่นอนที่สุดทั้ง ๒ ส่วนนี้มีภาระความจําเปึนที่จะต้องทํางานร่วมกัน ทั้งในฐานะผู้ที่ประกอบอาชีพร่วมกันในวิชาชีพต่าง ๆ และในฐานะของบุคคลในสังคมที่ จะต้องอยู่ร่วมกัน ท่านประธานครับ ความสําคัญของผู้ใช้แรงงานถึงขนาดมีคํากล่าวว่า แรงงานคือผู้สร้างโลก แต่ปรากฏว่าวันนี้เปึนที่น่าเสียดายครับ ท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งเมื่อสักครู่นี้ผมคิดว่าท่านจะนั่งอยู่ที่นี่ไปจนกระทั่งถึงกระทู้ถามสดของผม แต่ท่านไม่ได้ มีโอกาสอยู่ แต่ท่านอยู่ท่านอาจจะได้ตอบคําถามสิ่งที่ผมจะปรารภก่อนที่จะถาม กระทู้ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานว่า ท่านมีงานราชการจําเปึนเรื่องใดอย่างไร เมื่อเช้านี้ถึงไม่ได้ไปร่วมงานกับผู้ใช้แรงงานของเรา ทั้ง ๆ ที่ ๑ ป้มีเพียงครั้งเดียว แล้วก็เปึน กําหนดการซึ่งใครก็ตามที่เข้ามาเปึนนายกรัฐมนตรีนั้นก็มักจะรู้ล่วงหน้า เท่าที่ผมจําได้ มีนายกรัฐมนตรีไม่กี่คนหรอกครับ ส่วนมากก็จะให้เกียรติกับผู้ใช้แรงงาน เห็นความสําคัญ กับผู้ใช้แรงงาน ไปให้กําลังใจผู้ใช้แรงงาน ซึ่งพวกเราก็ทราบกันดีว่า เขาเองเปึนผู้ที่มีฐานะ ไม่ว่าจะเปึนทางเศรษฐกิจ ทางสังคมด้อยกว่าผู้ที่ประกอบอาชีพด้านอื่น ๆ อยู่พอสมควรแล้ว เท่าที่ผมจําได้ก็มีนายกรัฐมนตรี พลเอก สุจินดา คราประยูร ตอนนั้นเดือนพฤษภาคม กําลังมีเหตุการณ์ที่สําคัญหลายเรื่องในบ้านเมืองของเรา นอกจากนั้นก็มีนายกรัฐมนตรี อีกสักท่านหนึ่ง แต่ขออภัยที่อาจจะจําไม่ได้ว่าเปึนใคร แต่กราบเรียนว่านายกรัฐมนตรี ส่วนมากนั้นเห็นความสําคัญของผู้ใช้แรงงาน แล้วก็ไปร่วมงาน ไปให้กําลังใจ ไปเปึนเกียรติ ไปร่วมรับฟังปัญหาต่าง ๆ ของผู้ใช้แรงงานด้วยตัวเอง แต่ผมไม่ทราบว่าป้นี้ ทําไมท่านนายกรัฐมนตรีของเราจึงไม่วางกําหนดการงานของท่านที่จะไปร่วมกิจกรรมกับ ผู้ใช้แรงงาน แต่ผมไม่แปลกใจครับ ท่านประธานเมื่อย้อนกลับไปดูความเปึนมาของท่าน ท่านนายกรัฐมนตรีของเราวันนี้ก็คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย วันที่ท่านลงนาม ในประกาศกระทรวงมหาดไทย ฉบับวันที่ ๘ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๑๙ เรื่องห้ามลูกจ้าง นัดหยุดงาน และในป้เดียวกันนั้นเองครับรัฐมนตรีที่ดูแลกระทรวงมหาดไทยในยุคสมัยของการปฏิวัติ นั้นเองที่ออกประกาศฉบับนี้และบริภาษผู้ใช้แรงงานเมื่อป้ ๒๕๑๙ ว่าเปึนแก๊งข้างถนน ผมไม่ทราบว่าท่านไม่ชอบ ไม่พึงพอใจผู้ใช้แรงงานเรื่องอะไร อย่างไร จนกระทั่งมาถึงป้นี้ พอเปึนนายกรัฐมนตรีแล้วก็ยังไม่ไปร่วมงานกับผู้ใช้แรงงาน แม้แต่คํากล่าวที่ผ่านทาง จอทีวีทราบจากสื่อสารมวลชนว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานก็ต้องไปขอร้องแล้ว ขอร้องอีกกว่าจะมีสุนทรพจน์ไปถึงผู้ใช้แรงงานผ่านทางหน้าจอทีวี ท่านประธานครับ ความสําคัญของผู้ใช้แรงงานมีจํานวนมากอย่างที่ผมได้บอกไปแล้ว แต่ชีวิตความเปึนอยู่ ของผู้ใช้แรงงานนั้นผมเชื่อว่า พวกเราที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรออกไปพบปะพี่น้อง ประชาชนคลุกคลีกับประชาชนทราบดีว่ามีปัญหามากมายหลายอย่างขนาดไหน มีปัญหา มากมายหลายอย่างจนถึงขนาดที่ว่าป้นี้เรื่องของการเรียกร้องค่าแรงขั้นต่ําเปึนเรื่องที่อยู่ใน ความสนใจของสังคมของผู้ใช้แรงงาน ทําไมป้นี้การเรียกร้องค่าแรงขั้นต่ําถึงเปึนเรื่องที่อยู่ ในความสนใจของสังคมของผู้ใช้แรงงาน เพราะท่านประธานคงทราบดีว่า ป้นี้ต้องยอมรับ ว่าเปึนป้ที่เกิดปัญหาวิกฤติทางด้านเศรษฐกิจมากมายหลายด้านด้วยกัน และปัญหาวิกฤติ ทางเศรษฐกิจเหล่านั้นก็ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้แรงงานของเราเปึนอย่างมาก มีคําเรียกร้องจาก ผู้ใช้แรงงานในการที่ต้องการได้รับค่าแรงขั้นต่ําเพิ่มจากสูงสุดที่เคยได้ ๑๙๔ บาทและ ต่ําสุด ๑๔๔ บาทนั้น ถ้าเราจับความก็จะมี ๒ กลุ่มใหญ่ ๆ กลุ่มหนึ่งพึงพอใจที่จะเพิ่มขึ้น ๙ บาท อีกกลุ่มหนึ่งพึงพอใจเรียกร้องที่จะได้ ๒๓๓ บาท ท่านประธานครับความต้องการ ของผู้ใช้แรงงานในเรื่องค่าแรงขั้นต่ํานี้ ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่าถึงแม้ว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานจะออกมาบอกก่อนหน้านี้ว่าน่าจะขึ้นได้ถึง ๙ บาท หรืออาจจะมากกว่านั้น ท่านได้บอกอย่างนั้นในวันที่การประชุมล่าสุดของคณะกรรมการ ค่าจ้างล้มเหลวลงไป ผมกราบเรียนท่านประธานว่า การดําเนินการของรัฐบาลในช่วง ที่ผ่านมานั้นดูเหมือนว่าทันทีที่เข้ามาเปึนรัฐบาลและบริหารงานสักระยะหนึ่ง ขณะนี้ผ่านมา ๓ เดือน ผมไม่เข้าใจว่าทําไมปล่อยให้การพิจารณาเรื่องค่าจ้างขั้นต่ําของผู้ใช้แรงงาน โดยคณะกรรมการค่าจ้าง ซึ่งมีรัฐบาลเปึนส่วนหนึ่งของไตรภาคีนั้น ต้องรอจนกระทั่งได้รับ การร้องเรียนจากผู้ใช้แรงงาน ทั้งที่รัฐบาลเองก็รู้อยู่ตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง และเมื่อเข้ามาได้ เปึนรัฐบาลก็ยิ่งทราบชัดเจนว่า ปัญหาต่าง ๆ ของผู้ใช้แรงงานและวิกฤติเศรษฐกิจ ก่อนเลือกตั้งพอออกไปหาเสียงพูดกับผู้ใช้แรงงานไว้ว่าจะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาเขาอย่างไร แต่ทําไมรัฐบาลจึงปล่อยให้เวลาเนิ่นนานมา จนกระทั่งจะถึงวันแรงงานแห่งชาติอยู่แล้ว ไปเรียกประชุมกันฉุกละหุก จนกระทั่งฝ์ายนายจ้างเขาไม่มีความพร้อมที่จะมาร่วมประชุมด้วยได้ แล้วก็เขาต้องเลื่อนออกไป ผมคิดว่าตรงนี้เปึนความบกพร่องของรัฐบาลที่ไม่ได้เตรียม ความพร้อมก่อนที่จะถึงวันแรงงานแห่งชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ ถึงแม้ท่านรัฐมนตรี ซึ่งกํากับดูแลกระทรวงแรงงานจะมีคําตอบอย่างไรก็ตามในช่วงที่ผ่านมาท่านพร้อมที่จะ ให้ขึ้น ๙ บาท แต่ผมอยากจะเรียนท่านรัฐมนตรีว่า เมื่อคิดในเชิงเศรษฐศาสตร์ และความคุ้มค่าแล้วการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ํา ๙ วันต่อวันหรือคิดเปึนเปอร์เซ็นต์ ก็ประมาณ ๔.๗ เปอร์เซ็นต์ ผมอยากเรียนท่านรัฐมนตรีว่าเท่ากับผู้ใช้แรงงานนั้นไม่ได้ ขึ้นค่าแรงเลยครับ เพราะตามหลักเศรษฐศาสตร์การขึ้นค่าแรงหรือเงินเดือนส่วนที่ ผู้ใช้แรงงานจะได้เงินรายวันหรือเงินเดือนเพิ่มจริงเมื่อคิดเปึนเปอร์เซ็นต์ คือส่วนที่มากกว่า เงินเฟัอเฉลี่ยในป้นั้น ๆ อยู่ในขณะนี้ ป้นี้ท่านรัฐมนตรีทราบไหมครับว่า กระทรวงพาณิชย์ ประเมินว่า เงินเฟัอทั้งป้จะอยู่ที่ ๕-๕.๕เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นค่าแรงถ้าขึ้นมาอย่างที่ ท่านว่านั้นจะได้เงินเพิ่มจริงค่าแรงขั้นต่ําที่รัฐกําลังจะขึ้นให้ก็จะเปึนเพียง ๔.๗ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งน้อยกว่าเงินเฟัอ เพราะฉะนั้นยังไม่นับเรื่องข้าวของราคาแพงอีกจํานวนมาก สิ่งที่ผมอยากจะถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเปึนเบื้องต้นก็คือว่า ในฐานะที่ รัฐบาลเปึนส่วนหนึ่งของไตรภาคีที่จะต้องประชุมปรึกษาหารือกันในคณะกรรมการค่าจ้าง ซึ่งมี ๓ ฝ์าย ทั้งลูกจ้าง นายจ้างและรัฐบาล ผมอยากจะเรียนถามว่า รัฐบาลจะพอบอกให้ พวกเราทราบได้หรือไม่ว่ารัฐบาลมีจุดยืนในเรื่องการเพิ่มค่าจ้างแรงงานขั้นต่ําในป้นี้ว่า ควรจะขึ้นไปเท่าไร อย่างไร แต่ที่สําคัญที่สุดที่อยากจะให้รัฐบาลคํานึงถึงอีกส่วนหนึ่งก็คือ คนกลุ่มไหนครับท่านประธาน กลุ่มแรงงานที่อยู่ในระบบประกันสังคม ไม่น่าเชื่อครับ ท่านประธาน ตามสถิติที่อยู่ในมือผมนี่เปึนสถิติของสํานักงานประกันสังคมนะครับ บอกว่ากลุ่มแรงงานซึ่งเปึนผู้ประกันตน ตามมาตรา ๓๓ จําแนกตามค่าจ้างและเพศ ณ เดือนธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๐ พวกที่มีเงินเดือนต่ํา พวกที่มีรายได้ต่ํากว่าค่าจ้าง ขั้นต่ํา มีอยู่ถึงประมาณ ๔.๕ ล้านคนครับ ไล่มาตั้งแต่ที่ได้ค่าจ้างประมาณ ๑,๖๕๐ บาท ต่อเดือน ไปถึงประมาณ ๕,๐๐๐ กว่าบาทต่อเดือน แต่ไม่เกิน ๖,๐๐๐ บาท คนเหล่านี้ ผมกราบเรียนถามท่านรัฐมนตรีด้วยครับว่า จะดําเนินการอย่างไรที่จะทําให้เขาได้ขึ้น ค่าจ้างขั้นต่ํา ไม่ใช่ปล่อยให้เขาอยู่ในสถิติของสํานักงานประกันสังคมมาเปึนระยะเวลาหนึ่ง แต่ไม่มีใครก็ตามเข้าไปดูแลที่จะทําให้เขาได้รับในสิ่งที่เขาควรจะได้รับ ขอเรียนถามท่านรัฐมนตรี เปึนคําถามแรกครับ