ยงยุทธ ติยะไพรัชแสดงความไว้อาลัยต่อสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และอธิบายถึงบทบาทและหน้าที่ของประธานสภาและรองคณะกรรมการ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือจากสมาชิกสภาในการทำงานให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ต่อมายงยุทธ ติยะไพรัชเสนอข้อบังคับในการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี โดยกำหนดว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องรับรองและลงคะแนนเสียงโดยเปิดเผย และเสนอนายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เป็นนายกรัฐมนตรี
ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ เนื่องจากสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟัากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ สิ้นพระชนม์ เมื่อวันที่ ๒ มกราคม ๒๕๕๑ นั้นนับเปึนความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง ยังความโทมนัสอย่างยิ่งต่อพี่น้องปวงชนชาวไทยทั้งประเทศ ผมจึงขอท่านสมาชิกได้โปรด ยืนขึ้นเพื่อแสดงความไว้อาลัยครับ
(สมาชิกและผู้ที่อยู่ในที่ประชุมได้ยืนขึ้นเพื่อแสดงความไว้อาลัยเปึนเวลา ๑ นาที)
เชิญนั่งครับ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพทุกท่านครับ กระผมแล้วก็ท่านรองทั้งสองนั้นรู้สึก เปึนเกียรติอย่างยิ่งครับที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง ให้เปึนประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎรตามที่สภาได้มีมติ ผมและท่านรอง ทั้งสองจึงขอขอบคุณท่านสมาชิกผู้มีเกียรติทุกท่านที่ได้มอบความไว้วางใจให้กับ พวกกระผมในการปฏิบัติหน้าที่อันทรงเกียรติครั้งนี้ ผมแล้วก็ท่านรองประธานทั้งสองนั้นได้คุยกัน ปรึกษาหารือกันถึงเรื่องความเปึนกลาง ผมขอยืนยันนะครับว่าวันนี้บรรยากาศในการทํางาน ร่วมกัน จากที่ผ่านมานั้นที่ผมเคยอยู่ในสภานี้ ๑๐ กว่าป้ได้รับทราบแล้วก็ได้เห็นถึง บรรยากาศโดยเฉพาะการให้เกียรติสมาชิก การให้โอกาสสมาชิก การให้บทบาทกับ สมาชิกในสภาแห่งนี้เปึนเรื่องสําคัญที่สุด เราจะใช้ความอะลุ่มอล่วยแล้วก็มุ่งมั่น ในเปัาหมายที่สําคัญที่จะผลักดันภารกิจของสภาไปข้างหน้า แม้บางครั้งการออก ความคิดเห็นนั้นอาจจะไม่จําเปึนที่จะต้องตรงกันมากนักแต่ว่าเรามุ่งเปัาหมายที่สําคัญ ผมก็ต้องขอโทษเพื่อนสมาชิกที่อาจจะมาจากพรรคที่ผมมาก็คือพรรคพลังประชาชน หรือเพื่อนสมาชิกที่อยู่ในฝ์ายของรัฐบาลเองบางครั้งอาจจะไม่ถูกใจเพื่อนสมาชิก โดยเฉพาะในส่วนของต้องเอ่ยนามนะครับพรรคประชาธิปัตย์ด้วยเช่นกันนะครับ แต่ว่า ผลที่ออกมาแล้วเปึนประโยชน์กับคนส่วนรวมแล้วผมก็ขออนุญาตตัดสินที่จะทําเช่นนั้น แล้วก็ขอเรียนแจ้งเพื่อนสมาชิกโดยเฉพาะสมาชิกใหม่ซึ่งเกรงว่าผู้ทําหน้าที่ในการเปึน ประธานนั้นอาจจะไม่รู้จัก ในช่วงเที่ยงหรือหลังจากเลิกประชุมแล้วท่านสามารถเดินไป พบปะพูดคุยกับผมและท่านรองประธานสภาผู้แทนราษฎรทั้งสองเพื่อที่จะคุ้นเคยกัน รู้จักกันแล้วก็จะได้จดจํากันนะครับ อันนี้ผมคิดว่าเพื่อนสมาชิกใหม่ก็คงจะได้ไปพบปะกัน ในเวลาที่เราว่าง สําหรับข้อคิดเห็นต่าง ๆ ในส่วนของสภานั้นผมได้ฝากเจ้าหน้าที่ ที่หน้าห้องไว้ว่าผู้หลักผู้ใหญ่ที่ให้คําแนะนํา ตลอดจนเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทั้งหลาย ที่อยากแสดงความคิดเห็นในภารกิจของสภา โดยเฉพาะสิ่งอํานวยความสะดวกไม่ว่า จะเปึนข้าวปลาอาหารหรือเรื่องของอินเทอร์เน็ต (Internet) เรื่องอะไรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ที่ทําให้ท่านทํางานได้สะดวกมากขึ้นนั้น บางครั้งการบริหารงานนั้นเปึนส่วนของเจ้าหน้าที่ ในส่วนของสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรแต่พวกผมก็จะช่วยดูแลให้นะครับ ก็จะ รับฝากความคิดเห็นเหล่านั้นส่งผ่านไปยังเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติด้วยเช่นกัน ในวันนี้ผมคิดว่า ไม่มีประธานที่ไหนที่จะทําได้ดีถ้าหากสมาชิกผู้ทรงเกียรติไม่ให้ความร่วมมือ เพราะฉะนั้น กิจการสภาทั้งหลายจะไปได้ด้วยดีนั้นผมคิดว่าก็อยู่ที่ความร่วมมือของทุกท่านด้วย แล้วพวกผมก็ขอตั้งจิตด้วยนะครับว่าให้เกียรติท่าน ให้โอกาสท่าน แล้วก็ให้บทบาท สมาชิกทุกคนในการที่จะออกแสดงความคิดเห็นในวาระโอกาสที่จําเปึนแล้วก็จะปฏิบัติ หน้าที่ต่อไป ผมแล้วก็รองทั้งสองจึงหวังเปึนอย่างยิ่งว่าจะได้รับความร่วมมือจากสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ขอขอบคุณครับ
ตอนนี้ผมขออนุญาตเรื่องของการปฏิญาณตนในที่ประชุมก่อนเข้ารับ หน้าที่ตามมาตรา ๑๒๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (รัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐) เนื่องจากมีสมาชิกใหม่ที่เข้ามารับหน้าที่แล้ว ยังไม่ได้ปฏิญาณตนตามมาตรา ๑๒๓ ผมจึงขอท่านสมาชิกที่ยังไม่ได้ปฏิญาณตน ได้กรุณาลุกขึ้นแล้วก็กล่าวคําปฏิญาณพร้อมกับผมด้วยครับ ขอเชิญครับ
(สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับการเลือกตั้งใหม่ และได้มาประชุมวันนี้ ได้ยืนขึ้นและกล่าวคําปฏิญาณตนต่อที่ประชุมตามที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้กล่าว นําพร้อมกัน)
“ข้าพเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้ และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ”
ขอบคุณครับ เชิญนั่งครับ สําหรับเรื่องของการถ่ายทอดการประชุมทางวิทยุกระจายเสียงและวิทยุ โทรทัศน์นั้น ในการประชุมพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้ง เปึนนายกรัฐมนตรีตามมาตรา ๑๗๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย นอกจากมี การถ่ายทอดทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย แล้วก็สถานีวิทยุกระจายเสียง รัฐสภาตามปกติแล้วนี้ ผมได้อนุญาตให้มีการถ่ายทอดการประชุมทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ แห่งประเทศไทย ช่อง ๑๑ กรมประชาสัมพันธ์ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑ วรรคสอง จนสิ้นสุดการประชุมด้วยนะครับ อันนี้ก็ขอเรียนแจ้งให้ท่านสมาชิกได้รับทราบ
(ที่ประชุมรับทราบ)
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี
สําหรับระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่ค้างพิจารณา ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๖ เรื่องที่เสนอใหม่
ก็คือการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเปึน นายกรัฐมนตรีตามมาตรา ๑๗๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย
มาตรา ๑๗๒ นั้นได้บัญญัติไว้ว่า ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเปึนนายกรัฐมนตรีให้แล้วเสร็จภายใน สามสิบวันนับแต่วันที่มีการเรียกประชุมรัฐสภาเปึนครั้งแรกตามมาตรา ๑๒๗
การเสนอชื่อบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเปึนนายกรัฐมนตรีตามวรรคหนึ่ง ต้องมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ของสภาผู้แทนราษฎรรับรอง
มติของสภาผู้แทนราษฎรที่เห็นชอบด้วยในการแต่งตั้งบุคคลใดให้เปึน นายกรัฐมนตรี ต้องมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ของสภาผู้แทนราษฎร การลงมติในกรณีเช่นว่านี้ให้กระทําโดยการลงคะแนนโดยเป่ดเผย
อันนี้เปึนรัฐธรรมนูญที่ได้กําหนดไว้ หลายท่านที่ได้มีการซักถามว่าจะมี การลงมติเปึนการลับได้หรือเปล่า อันนี้รัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้เปึนเช่นนั้นครับ ผมขออนุญาตชี้แจงแล้วเดี๋ยวจะเชิญท่านเชาวรินนะครับ ขออนุญาตนิดหนึ่งครับ สําหรับ ข้อบังคับในวันนี้จากการประชุมครั้งที่แล้วทางเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรนั้นได้ขอมติ ในที่ประชุมที่จะขอใช้ข้อบังคับ ป้ ๒๕๔๔ ไปพลางก่อน ทั้งนี้ ต้องไม่ขัดต่อบทบัญญัติของ รัฐธรรมนูญแล้วก็กฎหมายนะครับ วันนี้ก็ได้มีการอนุโลมจากครั้งที่แล้วแล้ว ครั้งนี้เราก็ใช้ ข้อบังคับของป้ ๒๕๔๔ ซึ่งการประชุมในครั้งหน้าก็จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อที่จะ แก้ไขข้อบังคับการประชุมต่อไปนะครับ ในครั้งหน้าก็คงจะมีการนัดหมายกันในวันที่ ๓๐ ช่วง ๐๙.๓๐ นาฬิกา สําหรับเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหลักเกณฑ์ วิธีการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งนั้น ท่านสมาชิกสามารถเสนอชื่อผู้สมควรได้รับแต่งตั้งเปึนนายกรัฐมนตรีต้องมีสมาชิก รับรองไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๕ ก็คือ ๙๖ คน แล้วสมาชิกแต่ละคนมีสิทธิรับรองได้ ๑ ชื่อ ยก ๒ ครั้งไม่ได้หรือโหวต ๒ ครั้งไม่ได้ โดยการรับรองนั้นให้กระทําเปึนการเป่ดเผยโดยจะ ใช้เครื่องออกเสียงลงคะแนน สําหรับการออกเสียงลงคะแนนเลือกนายกรัฐมนตรีนั้น ให้กระทําเปึนการเป่ดเผย ซึ่งใช้วิธีเรียกชื่อสมาชิกตามลําดับอักษรนะครับ แล้วก็ให้ ออกเสียงลงคะแนนเปึนรายคน โดยให้สมาชิกมาเปึนกรรมการนับคะแนนไม่น้อยกว่า ๖ คน ถ้าการออกเสียงลงคะแนนไม่มีผู้ใดได้รับคะแนนเสียงเห็นชอบมากกว่ากึ่งหนึ่ง ของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่คือตั้งแต่ ๒๔๐ คนขึ้นไป ผมก็จะดําเนินการให้มี การเลือกนายกรัฐมนตรีใหม่อีกครั้งหนึ่งโดยจะนัดประชุมใหม่แต่ต้องอยู่ภายใน ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่มีการเรียกประชุม เพื่อให้สมาชิกได้มาประชุมเปึนครั้งแรกจนกว่าจะได้รับ คะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่ง เหตุการณ์ตรงนี้คงไม่ถึงแค่วันนี้ก็คงน่าจะจบ ถ้าการดําเนินการ ตามข้อ ๓ ที่ผมได้พูดเมื่อสักครู่นี้ครบกําหนด ๓๐ วันแล้วไม่มีผู้ใดได้คะแนนเสียงเห็นชอบ มากกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกเท่าที่มีอยู่ภายใน ๑๕ วันนับตั้งแต่วันที่พ้นกําหนดเวลา ก็คือ ๓๐ วัน ผมก็จะดําเนินการเสนอชื่อบุคคลผู้ได้รับคะแนนสูงสุดครั้งสุดท้ายเปึนผู้ได้รับ แต่งตั้งเปึนนายกรัฐมนตรีตามมาตรา ๑๗๓ แห่งรัฐธรรมนูญ และข้อบังคับ ข้อ ๑๕๒ (ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๔๔ ข้อ ๑๕๒) ก็จะดําเนินการไปตามนั้น
ลําดับถัดไปก็จะเปึนเรื่องของการให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินั้นเสนอชื่อ ผู้สมควรได้รับแต่งตั้งเปึนนายกรัฐมนตรีครับ เชิญท่านนายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ครับ