มั่น พัธโนทัย หารือปัญหาภัยพิบัติธรรมชาติทั้งดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก โดยชี้แจงสาเหตุหลักจากสภาพภูมิประเทศและการตัดไม้ทำลายป่า พร้อมเสนอให้ยกระดับศูนย์ป้องกันภัยพิบัติแห่งชาติให้เป็นองค์กรเทียบเท่ากรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าระวังและเตือนภัย แทนการตั้งกระทรวงใหม่หรือหน่วยงานอิสระ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ สภาแห่งนี้ได้มีการอภิปรายญัตติ เกี่ยวกับรอยเลื่อนมีพลังที่ทําให้เกิดแผ่นดินไหวได้ ๒ ญัตติครับ คือญัตติของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านเจะอามิง โตะตาหยง จากนราธิวาส ญัตติหนึ่ง ซึ่งขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาเรื่องรอยเลื่อนด้วยนะครับ อีกญัตติหนึ่งเปึนของ ท่าน ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช จากจังหวัดขอนแก่น ซึ่งกระผมต้องขออภัยที่เอ่ยชื่อ ท่านสมาชิกเหล่านี้ด้วย ก็เปึนเรื่องของการให้ความรู้แก่ประชาชนทั่วไปด้วยในเรื่องของ แผ่นดินไหว ในเรื่องของการปัองกัน ในเรื่องข้อเสนอแนะในการที่ควรจะตั้งกระทรวงขึ้น และญัตติที่ ๓ ที่เข้ามาด้วยเปึนเรื่องไม่ได้เกี่ยวกับแผ่นดินไหวแต่ใกล้เคียงกัน ของท่านวัลลภ สุปริยศิลปี จากจังหวัดน่าน ท่านเปึนห่วงถึงกับตั้งญัตติเกี่ยวกับเรื่องดินถล่มกับน้ําป์า ไหลหลาก ซึ่งที่จริงแล้วเรื่องญัตติก็เปึนเรื่องของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะเปึน ผู้ปรึกษาหารือกันแล้วก็จะลงมติกันว่าจะส่งให้รัฐบาลรับไปดูแลแก้ไขหรือจะตั้ง กรรมาธิการศึกษาก็แล้วแต่ ซึ่งกระผมคงไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย แต่ด้วยความสํานึก ในหน้าที่ว่าเมื่อสภาซึ่งเปึนตัวแทนประชาชนพูดในเรื่องที่เกี่ยวกับเปึนภัยพิบัติของมนุษย์ ภัยพิบัติที่เกิดจากธรรมชาติ และภัยพิบัติที่เกิดจากฝ้มือมนุษย์ทําให้มีผู้คนตายเปึนหมื่น และเปึนมาอย่างนี้เสมอ ก็เปึนความจําเปึนที่ผมในฐานะที่เปึนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารหรือไอซีที ซึ่งมีฐานะเปึนประธาน คณะกรรมการแผ่นดินไหวแห่งชาติ และยังเปึนรัฐมนตรีที่ดูแลศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ก็จําเปึนต้องมานั่งฟังว่าท่านผู้แทนของประชาชนนั้นมีความคิดเห็นอย่างไร และจะถาม ผู้ที่ปฏิบัติงานอยู่อย่างไร จึงจําเปึนต้องมานั่งอยู่ด้วยต้องมาทําหน้าที่ที่จะรับฟัง ซึ่งในการอภิปรายนั้นในวันพฤหัสบดีที่แล้วเจ้าของญัตติได้อภิปรายไป ขณะเดียวกัน ก็มีอีกหลายท่านได้ให้ความสนใจอภิปรายด้วย เช่น ท่านสามารถ ราชพลสิทธิ์ กทม. ท่านวิชาญ มีนชัยนันท์ กทม. เปึนห่วงเรื่องเกี่ยวกับถ้าเผื่อมันมีแผ่นดินไหวกระทบมาถึง กรุงเทพฯ ถึงขนาดทางด่วนถล่มหรือว่าตึกถล่มจะเปึนอย่างไร มีการปัองกันอย่างไรบ้าง แล้วก็ท่านอัฏฐพล โพธิพิพิธ ก็เปึนห่วงเกี่ยวกับรอยเลื่อนกาญจนบุรีที่การไฟฟัาฝ์ายผลิต ไปสร้างโรงไฟฟัาคร่อมรอยเลื่อนเหล่านี้ นั่นเปึนวันพฤหัสบดีที่แล้วครับ และเมื่อวานนี้ ก็ยังได้มีการพิจารณาอภิปรายกันของท่านนายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ จากจังหวัดตรัง ท่านสุรเดช ยะสวัสดิ์ ผู้เคยเปึนประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวของวุฒิสภา ก็เน้นไปในทางการท่องเที่ยวว่าการระวังภัย ถ้าเราทําอย่างมีมาตรฐานและเปึนที่ยอมรับ มันก็เกิดผลในการที่จะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ซึ่งท่านได้โชว์ตัวเลขแล้วท่านก็จะมอบเอกสาร ให้ผม ซึ่งจริง ๆ ก็คืออยู่พรรคเดียวกันว่าให้ไปดูแลอย่างไรบ้าง และมีท่านนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม จังหวัดน่านนั้นก็มีปัญหาดินถล่ม น้ําป์าไหลหลาก ท่านให้ลิสท์ (List) มาเลยว่าป้ไหน ๆ ได้เกิดเช่นนี้ ทางการได้แก้ไขอย่างไร ท่านนริศ ขํานุรักษ์ จากพัทลุง ก็เช่นเดียวกันครับ ท่านบอกว่าทําไมได้งบประมาณน้อยเหลือเกินในการที่จะปัองกันภัยอันพิบัติอย่างใหญ่หลวง เทียบไม่ได้กับตัวงบประมาณ ก็อยากจะให้ตั้งงบประมาณเพิ่ม อย่างเช่น กรมปัองกัน และบรรเทาสาธารณภัยของกระทรวงมหาดไทยนั้นมีเพียง ๑ ล้าน ๕ แสนบาท รับผิดชอบ ในการฝ๊กซ้อมพลเมืองให้รู้จักวิธีการจะอพยพอย่างไร จะให้ชีวิตของตัวเองปลอดภัย อย่างไรถ้ามีน้ําป์าไหลหลากเข้ามา ท่านจุมพฏ บุญใหญ่ ท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล และสุดท้ายก็เปึนการสรุปในวันนี้ เมื่อคืนนี้ก็เปึนของท่านเจะอามิง โตะตาหยง แล้ว แล้วก็เมื่อกี้นี้ก็มีท่านพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ก็ได้เน้นในเรื่องการที่รัฐบาลควรจะต้อง ให้ความรู้กับประชาชนให้มากเหมือนอย่างที่เด็กอังกฤษที่ท่านปรีชาพลได้พูดมา ในวันพฤหัสบดีที่แล้ว เนื่องจากมันไม่ติดต่อกันทีเดียว ผมก็เลยต้องเรียบเรียงหน่อยว่า หลายท่านได้มีความเห็นอย่างไรบ้าง ผมก็พอสรุปได้ว่าอย่างนี้ ท่านเจ้าของญัตติ เจะอามิง โตะตาหยง จากนราธิวาส ท่านอยากให้ตั้งองค์กรอิสระเพราะท่านเห็นว่าตอนนี้ ยังไม่มีเอกภาพ และท่านเปึนห่วงในเรื่องของรอยเลื่อนกาญจนบุรีเปึนอย่างยิ่งเลยว่า ถ้าหากว่าถ้าเผื่อมันเกิดขึ้นก็ทําให้อาจจะมีน้ําท่วมถ้าเขื่อนมันแตกมีน้ําท่วมเข้าเมือง กาญจนบุรี และอาจจะมีแผ่นดินไหวเข้ามาถึงกรุงเทพฯ ด้วย ท่านก็อยากให้มีองค์กร ที่มันเปึนเอกภาพกว่านี้แทนที่จะเปึนคณะกรรมการแผ่นดินไหวซึ่งเปึนการตั้งขึ้นหลวม ๆ โดยกระผมเปึนประธานคณะกรรมการนี้อยู่ ส่วนท่าน ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช ก็อยากให้ถึงขั้นตั้งกระทรวง ก็มีอีกท่านหนึ่งที่อภิปรายเมื่อวานนี้ให้ตั้งกระทรวง รวมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับแผ่นดินไหวบนบกและในน้ําที่เรียกว่าสึนามิมาเปึน กระทรวงเดียว เพราะเวลานี้กระจัดกระจาย คือมีกรมอุทกศาสตร์ มีกรมทรัพยากรธรณี ซึ่งขึ้นอยู่กับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีกรมปัองกันและบรรเทา สาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย กรมโยธาธิการก็อยู่กระทรวงมหาดไทย แล้วก็ ของทางผมก็มีศูนย์ปัองกันภัยพิบัติแห่งชาติ เวลาสั่งการมันก็ไม่พร้อมนัก แต่ทําได้แค่ การประสานงาน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่น่าสนใจและเปึนสิ่งที่รัฐบาลจะต้องพิจารณาที่จะ แก้ไขแล้วก็ปรับปรุง ให้มันดีขึ้น ทีนี้ผมขอเรียนอย่างนี้ครับ แผ่นดินไหวบนบก ก็เปึน ที่ทราบว่าจนถึงปัจจุบันนี้ยังไม่มีใครทํานายได้ ได้แต่ว่ามันเกิดแล้ว มันน่าแปลกว่า มนุษย์นี่คิดไปถึงอวกาศ ไปเดินเล่น ไปเดินบนพระจันทร์ได้ แต่ลึกลงไปใต้โลกเรานี่ ยังไม่มีใครเข้าไปถึง แค่ไม่กี่ร้อยกี่พันกิโลเมตรยังเข้าไปไม่ถึง เพราะฉะนั้นไม่มีใคร สามารถจะทํานายได้ว่าแผ่นดินจะไหวเมื่อไร อันนี้ล่ะครับคือปัญหา มันเหมือนกับว่า รอยเลื่อนต่าง ๆ ถ้ามันแตกเปรี๊ยะมันก็จะเปึนเสียงเปรี๊ยะ ๆ เท่านั้น แต่เราไม่รู้ว่าเมื่อไร เหมือนเราเอาไม้ไผ่มาดัด มันแตกเรารู้ แต่มันหักตอนไหนนี่ไม่มีวันรู้ เพราะฉะนั้นทําได้ อย่างมากก็คือการเฝัาระวัง แล้วก็หลังจากเกิดเหตุแล้วก็คือใครไปเร็วที่สุดไปช่วยพี่น้อง ที่มีปัญหาเหล่านี้ได้อย่างไร นั่นคือภาระหน้าที่ที่ผู้ที่มีภาระรับผิดชอบจะต้องดําเนินการ ไปถึงที่ให้เร็วที่สุดแจ้งข่าวให้เร็วที่สุดอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ แต่จะบอกว่าพรุ่งนี้แผ่นดิน จะไหวนี่บอกไม่ได้ครับ ในโลกนี้ยังไม่มีเทคโนโลยีที่ไหนบอกได้ว่าแผ่นดินจะไหวเมื่อไร มีการทําอยู่เหมือนกันครับ คือกรมทรัพยากรธรณีซึ่งรับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรงอยู่ใน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสถาบันการศึกษาอย่างเช่น จุฬา มหิดล สงขลานครินทร์ เชียงใหม่ ขอนแก่นครับ มีการศึกษาสภาพ ตรวจวัดสภาพ ของเปลือกโลก คือตรวจวัดแรงโน้มถ่วง ตรวจวัดกัมมันตภาพรังสีซึ่งเกิดจากฝ้มือมนุษย์นี่เอง ทดลอง นิวเคลียร์ใต้ดินกันบ่อยนัก ตรวจสนามแม่เหล็ก ซึ่งตอนนี้ก็เชื่อกันว่ามีการเอียงไปนิดหนึ่ง ท่านอัล กอร์ อดีตรองประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาที่ได้รับรางวัลโนเบล (Nobel) เกี่ยวกับ การรณรงค์เกี่ยวกับโลกร้อนก็เกิดจากเรื่องเหล่านี้ เพราะฉะนั้นการศึกษาอุณหภูมิ วัดระดับน้ํา สิ่งเหล่านี้พอชี้วัดได้แต่เขาสรุปกันมาว่าทํานายได้ถูกแค่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ฝ้มือมนุษย์ทําลายได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ปัองกันรู้ก่อนนี่ทําได้แค่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ทั้ง ๆ ที่ ไปนอกโลกกันมามากมาย แต่มีอยู่ชาติหนึ่งครับ ชาติหนึ่งที่ว่าสามารถจะรู้ได้ก่อน วันสองวันแผ่นดินไหวก็คือชาติจีน จีนมีตํานานตําราเก่าแก่ เขาทําอย่างไรรู้ไหมครับ เขาก็ดูจากสัตว์ที่อาศัยอยู่ใต้ดิน ดูมดที่มันวิ่ง มีกลิ่นของฟอสฟอรัส หนู งู แมลงสาบ ถ้ามันวิ่งเพ่นพ่านก่อน นี่มีตําราจีนซึ่งโมเดิร์น (Modern) ยิ่งกว่าเทคโนโลยีใด ๆ หรือดูจาก บ่อน้ําที่มันมีสีแปลก ๆ มีอะไรนี่ เขาสามารถทายได้ว่าอีกวันสองวันจะมีแผ่นดินไหว ซึ่งเทคโนโลยีอันนี้ยังไม่ถึงกับเปึนที่ยอมรับ แต่ว่าตํารานี้ก็พอใช้ได้แต่เรายังไม่เอามาใช้ เปึนบรรทัดฐาน เพราะฉะนั้นเราต้องใช้บรรทัดฐานของความเปึนวิทยาศาสตร์คือดูจาก กรมทรัพยากรธรณีซึ่งมีการศึกษาอย่างมากในเรื่องของเปลือกโลกต่าง ๆ เพราะฉะนั้น ผมก็คิดว่าเชื่อใจได้ กรมทรัพยากรธรณีได้ทํางานศึกษาเปลือกโลกแล้วก็รอยเลื่อนมีพลัง ที่จะนําไปสู่แผ่นดินไหวซึ่งจะเกิดเมื่อไรไม่มีวันรู้ แต่ถ้าเกิดในน้ําพอรู้ เพราะฉะนั้นเมื่อสิ่งที่ เกิดบนบกนี่เนื่องจากว่าแผ่นดินมันไหวนอกประเทศแล้วก็ส่งผลกระทบมา อย่างเช่น กรุงเทพฯ เรานี่รู้สึกได้เพราะว่าพื้นดินเราเปึนดินเปึนเลน เพราะฉะนั้นตึกสูง ๆ จะรู้สึก แต่ยังไม่เคยเจอสักทีหนึ่งว่ามันจะไหวที่กรุงเทพฯ หรือรอบกรุงเทพฯ แต่กระนั้นก็ดีก็ได้มี การเตรียมการตั้งจุดล้อมไว้ประมาณ ๑๒ แห่ง คอยเฝัาดู แต่ยังไม่มีการพิสูจน์ว่าอันนี้ จะเปึนจุดรอยเลื่อนจริงหรือไม่ เพราะฉะนั้นคนกรุงเทพฯ คงไม่ต้องห่วงมาก ห่วงแต่เพียงว่า มันเกิดมีแผ่นดินไหวจากทางจีนบ้าง ทางฝัืงพม่าบ้าง แล้วมันก็มีคลื่นกระทบมาถึงกรุงเทพฯ ของเรา เพราะฉะนั้นก็เรียนว่าหลายท่านในนี้ก็ได้อภิปรายไปว่าไม่ต้องห่วงเท่าไร แต่ไม่ใช่ ปล่อยปละละเลย เราจะต้องคอยติดตามอยู่เสมอ เพราะฉะนั้นระบบที่เราทํามาแล้วก็คือ ของคณะกรรมการแผ่นดินไหวแห่งชาติ ซึ่งกระผมเปึนประธานอยู่ ก็มีหน่วยงานที่มาเกี่ยวข้อง ก็คือเปึนกรุ๊ป (Group) ที่เปึนผู้ทรงคุณวุฒิในด้านนี้จริง ๆ เปึนวิศวกร เปึนนักธรณีวิทยา เปึนอาจารย์มหาวิทยาลัย ส่วนหน่วยงานต่าง ๆ ที่เข้ามาเปึนกรรมการด้วยก็คือ กรมโยธาธิการ กรมทรัพยากรธรณี กรมชลประทาน การไฟฟัาฝ์ายผลิตแห่งประเทศไทย สมาคมวิศวกรรม กทม. กรมการปกครอง กรมปัองกันและบรรเทาสาธารณภัย สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กรมอุตุนิยมวิทยา สํานักงบประมาณ เหล่านี้แหละครับเปึนคณะกรรมการใหญ่ระดับชาติ ซึ่งในความเห็น ของกระผมแล้วคงไม่ต้องเปึนกระทรวงก็ได้ หรือว่าเปึนองค์กรอิสระก็คงยังไม่ถึงขั้น ที่จะต้องตั้ง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องแล้วแต่มติของสภา รัฐบาลคงไม่ได้เกี่ยวด้วย สิ่งที่เราทํา อยู่เวลานี้ก็คือกรมอุตุนิยมวิทยาได้มีการเฝัาระวัง วิธีเฝัาระวังของเขาก็คือว่าติดตั้ง สถานีตรวจแผ่นดินไหว ในป้ ๒๕๕๑ นี่ครบ ๔๐ แห่งทั่วประเทศ แล้วก็จะมีการติดตั้ง อีกในเฟส ๒ (Phase ๒) อีก ๒๖ แห่ง มีทั้งรอบ กทม. ด้วย แล้วก็ยังมีระบบที่ได้ให้ข้อมูล ได้กําหนดกฎเกณฑ์ในการควบคุมการสร้างอาคารเพิ่มขึ้นอย่างที่ท่านวิชาญ มีนชัยนันท์ ได้แสดงความเปึนห่วง กฎนี้ก็เริ่มใช้บังคับว่าคุณจะสร้างตึกสูง ๆ เท่าไร จะต้องลงเสาเท่าไร ขณะที่ทางด่วนก็ให้ความมั่นใจว่าถ้าแผ่นดินไหวกระทบมาถึงกรุงเทพฯ จริง ๆ แล้ว ฐานของเขาในการสร้างทางด่วนก็คงแข็งแรงพอคงไม่ทําให้ถล่มลงมาได้ จากนั้นแล้ว ก็ยังมีสถานีตรวจวัดอัตราเร่งของพื้นดิน ซึ่งใน กทม. กับจังหวัดใกล้เคียงก็มีอยู่ เรามี การติดตั้งเครื่องตรวจสอบความสั่นสะเทือนของพื้นดินที่เปึนหลุมขุดเข้าไปประมาณ ๕๐ เมตรที่กรมอุตุนิยมวิทยา บางนา ดูแลกรุงเทพฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันนี้ เปึนเรื่องของกรมอุตุนิยมวิทยา แต่ว่ากรมทรัพยากรธรณีนั้นเปึนแม่แบบเปึนกรมสําคัญ ในการศึกษารอยเลื่อนตลอดมาหลายสิบป้ก็ยังทําอยู่ตลอด เพราะฉะนั้นท่านที่เปึนห่วงว่า มีการศึกษามีการดูกันไหมนั้นได้มีอยู่ที่กรมทรัพยากรธรณี นอกจากนั้นแล้วสถาบันการศึกษา ที่ผมได้กราบเรียนไปกับท่านประธานแล้วว่า มีหลายมหาวิทยาลัยแล้วก็สถาบันได้ทํา ในเรื่องนี้อยู่แล้ว ส่วนศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติซึ่งเกิดขึ้นหลังภัยสึนามินั้น เนื่องจาก สึนามิเปึนแผ่นดินไหวที่อยู่แถวเกาะสุมาตราแถวอินโดนีเซียตามที่ท่านได้พอทราบกันอยู่ แล้วกว่ามันจะมาถึงประเทศไทยมันก็ใช้เวลาประมาณชั่วโมงครึ่งถึง ๒ ชั่วโมง ซึ่งคราว ที่เกิดสึนามินั้น ท่านสุรเดช ยะสวัสดิ์ เคยเล่าให้ผมฟังว่าสึนามิมันคล้ายกับเราหยิบ ผ้าแพรขึ้น เวลาภูเขาไฟมันเกิดในน้ําปัูบมันจะขึ้นมาอย่างนี้ทําให้คลื่นมันเหมือนกับ ไหลกลับไปเปึนกิโลเมตร แล้วมันทุ่มลงมาทีเดียวก็เต็มบ้านเต็มช่องไปหมด อันนี้ เปึนทฤษฎีตัวอย่างง่าย ๆ ที่ท่านสุรเดชเล่าให้ฟังว่าสึนามิมันเปึนอย่างนี้ เพราะฉะนั้น ก่อนจะเกิดประมาณชั่วโมงหนึ่งที่กว่าน้ํามันจะกลับเข้ามามันจะดูดขึ้นไปก่อน อันนี้เอง ทางอเมริกาก็ให้ทุ่นมาอยู่หลังเกาะนิโคบาร์ แล้วเราก็มีเองทุ่นหนึ่งแล้วก็มีอีก ๒ ทุ่น อยู่ใกล้อ่าวไทย นี่ทํามาเปึนลําดับหลังจากเกิดเหตุการณ์สึนามิขึ้น เพราะฉะนั้น ของสหรัฐอเมริกานั้นเมื่อมีความเคลื่อนไหวใต้น้ําสัญญาณมันจะยิงดาวเทียมขึ้นไป ที่ฮาวาย ฮาวายจะใช้เวลาประมาณ ๔ วินาที วิเคราะห์ว่ามันจะรุนแรงแค่ไหน แล้วก็ส่งมา ที่ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติของเรา แล้วเราก็แจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเปึน จังหวัดหรือว่าท้องถิ่นหรือว่ากรม กองที่เกี่ยวข้อง กรมปัองกันและบรรเทาสาธารณภัย ที่จะออกประกาศเตือนชาวบ้านต่าง ๆ ทีนี้ในทะเลเรามีการวางทุ่นในทะเล แล้วก็ป้นี้ได้ขอ งบประมาณทําอีก ๒ แห่ง แต่ว่าผมได้ไปตรวจดูศูนย์ปัองกันภัยพิบัติแห่งชาติเมื่อสัปดาห์ ที่แล้ว ก็ท่านสมิทธ ธรรมสโรช ซึ่งเปึนประธานกรรมการก็บอกว่าเราอาจจะไม่ต้องซื้อ ๒ ทุ่นนี้ก็ได้เพราะว่าอินเดียกําลังทําอยู่ที่มหาสมุทรอินเดีย เราอาจจะไปขอยืมแชร์ (Share) ข้อมูลกับเขาให้เขาแจ้งเราก็ได้ นอกจากนี้แล้วก็ยังมีหอกระจายข่าว ปัจจุบันก็ตั้งอยู่ใน พื้นที่เสี่ยงภัยด้านอันดามัน ๗๙ แห่ง เสร็จแล้วใช้แล้ว นักท่องเที่ยวพอมาภูเก็ตตอนนี้ เห็นหอเตือนภัยก็รู้สึกสบายใจซึ่งเปึนระบบสากลอยู่แล้ว บางท่านห่วงว่าอาจจะไม่ดีพอ แต่ว่าใช้ระบบที่ดีอยู่แล้ว แล้วป้นี้ก็ตั้งงบซื้ออีก สําหรับการดําเนินการหอกระจายข่าวนี่ ผมเรียนว่ามี ๗๙ แห่ง ที่ด้านอันดามันนั้นในระยะที่ ๒ ก็จะติดอีก ๑๔๔ แห่ง แล้วนอกจากนั้น ยังมีหอเตือนภัยอีก ๔๘ หอ ทางฝัืงอ่าวไทย ๓๑ หอ กับจังหวัดเสี่ยงภัยจากดินถล่มทางภาคเหนือที่ท่านวัลลภเปึนห่วง เวลานี้ก็จะมีติดตั้งทางภาคเหนืออีก ๑๗ หอ จะดูเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา อุตรดิตถ์ น่าน ตาก สุโขทัย เพชรบูรณ์ แม่ฮ่องสอน ลําปาง ลําพูน ก็คงพอจะสบายใจไปได้ สําหรับท่านผู้แทนราษฎรของประชาชนที่อยู่ทางภาคเหนือได้แสดงความเปึนห่วงมา ส่วนที่หลายท่านเหมือนกันโดยเฉพาะเจ้าของญัตติท่านเจะอามิง ท่านบอกว่าห่วง เรื่องแผ่นดินไหวที่เขื่อนที่กาญจนบุรี ถ้ามันไหวเพราะเขื่อนนั้นไปสร้างคร่อมรอยเลื่อน กาญจนบุรีเข้าพอดีก็จะเกิดน้ําท่วม นึกภาพในหนังแล้วก็น่ากลัวอยู่ แต่ว่าความเปึนจริง นั้นทางผู้ว่าราชการจังหวัดกับ กฟผ. (การไฟฟัาฝ์ายผลิตแห่งประเทศไทย) มีการประชุม กันอยู่ตลอด ได้มีการประชุมแล้วเขาก็บอกว่าถ้าเผื่อมัน ๗ ริกเตอร์ ระดับกลางก็สามารถ รับได้ แล้วทางเขื่อนนั้นจะไม่มีวันล้มเพราะว่าได้สร้างไว้อย่างแข็งแรง ก็ต้องดูอีกทีหนึ่ง แต่ว่ามีการตรวจดูอยู่ตลอดว่ามันมีสภาพอย่างไรบ้าง เอาล่ะครับตอนนี้เมื่อเราปัองกัน กันแล้วถ้าเผื่อมันเกิดแล้วจะทําอย่างไร ก็มีการเยียวยารักษาโดยกรมปัองกันและบรรเทา สาธารณภัยได้มีการเตรียมพร้อมทุกอย่างสําหรับสถานการณ์ภัยพิบัติเกิดขึ้นก็ได้มี การจัดแผนปัองกันภัยฝ์ายพลเรือนสําหรับฝ๊กซ้อมระดับจังหวัด ระดับอําเภอ อย่างน้อย ป้ละ ๒ ครั้ง ป้นี้ได้งบเพิ่มมาหน่อยกรมปัองกันและบรรเทาสาธารณภัยบอกว่าจะซ้อม เปึนป้ละ ๔ ครั้ง มีการให้ความรู้ ซ้อมวิธีอพยพ มีการเตรียมเครื่องมือ เครื่องจักรกลหนัก สนับสนุนจังหวัด อําเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยแบ่งเปึน ๑๒ เขต ทั่วประเทศ และมีศูนย์ในทุกจังหวัด มีการแจ้งเหตุข้อมูลแผ่นดินไหวกรมอุตุนิยมวิทยา เปึนผู้รับผิดชอบ พอเขาตรวจรู้ว่ามีแผ่นดินไหวปัูบเขาก็จะรีบส่งข้อมูลไปยังจังหวัด และกรมปัองกันและบรรเทาสาธารณภัยให้ไปช่วยประชาชน แต่ที่สําคัญคือว่าชุมชน เปึนองค์กรที่สําคัญที่สุดในการที่จะดูแล เพราะฉะนั้นจะมีการฝ๊กชุมชนเข้มแข็ง โดยมี การฝ๊กอบรมจัดการบริหารภัยพิบัติโดยใช้ชุมชนเปึนฐาน ขณะนี้ทั่วประเทศทําไปแล้ว ๒,๔๐๐ ชุมชน แล้วก็มีอาสาสมัครปัองกันภัยฝ์ายพลเรือนหรือ อปพร. ปัจจุบันมีสมาชิก เกือบ ๒๐,๐๐๐ คน เพราะฉะนั้น อปพร. ก็จะรู้เรื่องในการที่จะอพยพผู้ประสบภัยต่าง ๆ แล้วก็โครงการหนึ่งตําบลหนึ่งทีมกู้ชีพ เพราะฉะนั้นอันนี้จะเปึนส่วนที่ช่วยให้ทุกตําบล ได้เรียนรู้ ในขณะนี้ทําไปแล้วทั้งหมด ๓,๗๐๐ กว่าแห่ง คือ อบจ. ๒๒ แห่ง เทศบาล ๕๙๔ แห่ง และ อบต. ๓,๐๐๐ กว่าแห่ง ใน ๖,๐๐๐ กว่าแห่ง ครึ่งหนึ่งแล้วครับ ป้นี้ ก็คงจะขยายไปทั่ว เพราะฉะนั้นเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับเรื่องจะมีภัยพิบัติคิดว่า ครอบคลุมไป ๘๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว แล้วก็มีการจัดทําคู่มือประชาชน รู้สึกว่าทางกรม ได้ส่งมาให้ผมดูแต่ไม่รู้วางไว้ไหน แต่มีให้ประชาชนดูว่าในเมื่อเกิดขึ้นจะต้องปัองกัน ตัวเองอย่างไร และนอกจากนี้หลังเกิดภัยแล้วก็มีการร่วมกันระหว่างคณะกรรมการระดับจังหวัด ระดับอําเภอ ที่จะประเมินความเสียหายแล้วก็นําความช่วยเหลือไปสู่ประชาชน เพราะฉะนั้นก็เปึนเรื่องของแผ่นดินไหวที่ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างคร่าว ๆ ก่อนนะครับ
ตอนนี้ก็เรื่องของน้ําป์า ดินถล่ม ซึ่งส่วนใหญ่ก็เปึนทางภาคเหนือกับ บางจังหวัดทางภาคใต้ได้เกิดบ่อย ซึ่งท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทางภาคเหนือ ๒-๓ ท่านได้กราบเรียนดังที่ผมได้เอ่ยนามไปแล้ว ถ้าเผื่อว่าดินถล่มนี่เปึนเรื่องอยู่บนภูเขา บนภูเขานี่เปึนเรื่องของกรมทรัพยากรธรณีเปึนผู้ดูแลครับ เขาได้อธิบายให้ผมฟังว่า การที่ดินถล่มนั้นมันมี ๔ สาเหตุ จากสภาพธรณีวิทยาซึ่งไม่เคยเปลี่ยน เขามันอยู่อย่างไร ก็ต้องอยู่อย่างนั้น สภาพภูมิประเทศมันเปึนอย่างไรก็เปึนอย่างนั้น แต่สิ่งที่เปลี่ยนก็คือ สภาพสิ่งแวดล้อม เช่น เราไปตัดไม้ทําลายป์าทําให้ฝนตกน้ําท่วม และสุดท้ายก็คือ ปริมาณน้ําฝนถ้ามันมีมากน้ําก็ท่วม ถ้าท่วมบนภูเขา ท่วมอย่างไร การเฝัาติดตามดูแลนั้น เปึนเรื่องของกรมทรัพยากรธรณี เปึนกรมทรัพยากรธรณีที่จะคอยติดตามดูว่าฝนมันตก มากเท่าไร ถึงเท่าไรดินมันจะถล่ม เขาก็พูดให้ผมฟังว่าน้ําฝนถ้าหากว่ามากกว่า ๑๐ มิลลิเมตรใน ๒๔ ชั่วโมงหรือมากกว่า ๑๕๐ มิลลิเมตรเหล่านี้จะสะสมกันจะทําให้ ดินถล่มลงมาได้ อันนี้เขาก็จะแจ้งมายังศูนย์เฝัาระวังอะไรต่าง ๆ ที่อยู่ในระดับท้องถิ่น ส่วนเรื่องน้ําป์านั้นก็เกิดจากฝนตกเช่นเดียวกัน ใน ๕๑ จังหวัดของประเทศไทยจะมี ฝนตกมากแล้วก็มีโอกาสที่น้ําป์าไหลหลากลงมา ในภาคเหนือมี ๑๕ จังหวัด พื้นที่ ๕๑ จังหวัดที่ผมกราบเรียนไปแล้วเปึนพื้นที่ที่ทางการถือว่าเปึนพื้นที่ที่เฝัาระวัง เพราะฉะนั้น จะระวังได้ดีแค่ไหนนั้นก็อยู่ที่สมรรถภาพงบประมาณอะไรต่าง ๆ ครับ อย่างศูนย์ปัองกัน ภัยพิบัติแห่งชาติที่ผมได้กราบเรียนไปแล้วว่าอยู่ในกระทรวงไอซีทีนี้มีเจ้าหน้าที่ ๑๐๐ คน เฝัาดู ๒๔ ชั่วโมงครับ โอที (OT) ก็ได้น้อยตามระเบียบราชการ แล้วทุกคนก็มาในแบบ ของการยืมตัวมา พอเขามีที่ไหนดีพอเราฝ๊กเรียบร้อย พอที่ไหนได้งานดีเปึนประจําได้ เขาก็ไป เพราะฉะนั้นอันนี้รัฐบาลยอมรับว่าบกพร่อง แต่ในขณะนี้ได้ทําการที่จะทําให้เปึน องค์กรเทียบเท่าระดับกรม เวลานี้เรื่องอยู่ในกฤษฎีกาครับ ถ้ามาอย่างนี้ได้ศูนย์นี้จะมีประโยชน์ อย่างยิ่งต่อการที่จะให้ความมั่นใจแก่ประชาชน ให้ความมั่นใจแก่ท่านผู้แทนราษฎร ในสิ่งเหล่านี้ครับว่าจะสามารถช่วยแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ภัยพิบัติทุกภัยที่จะมานี้ ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติคงจะสามารถช่วยแก้ไขได้ เพราะฉะนั้นในความเห็น ของรัฐบาลเอง ขอประทานกราบเรียนด้วยความเคารพว่า คงจะไม่ต้องถึงขั้นตั้งกระทรวง อย่างที่ท่านปรีชาพลหรืออีกท่านหนึ่งเสนอนะครับ หรือองค์กรอิสระที่ท่านเจะอามิง โตะตาหยง แต่ว่าได้พยายามที่มีคณะกรรมการแผ่นดินไหวแห่งชาติที่ผมเปึนประธานอยู่ ก็ภาวนาว่าอย่าให้มีแผ่นดินไหว มันใช้คําว่า ภาวนา เพราะเราไม่ทราบว่ามันจะไหวเมื่อไร ไม่รู้นะครับ รู้แต่ว่าเราปัองกันได้ดีไหม แล้วเมื่อเกิดแล้วเราจะเยียวยาความเสียหาย เหล่านั้นอย่างไร ก็ขอประทานกราบเรียนท่านประธานให้ทราบครับ