อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ หารือเรื่องการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนผลไม้ของภาคใต้ โดยเฉพาะปัญหาการขายผลผลิตของเกษตรกร ซึ่งเกิดขึ้นในจังหวัดต่างๆ เช่น นครศรีธรรมราช ชุมพร สุราษฎร์ธานี พังงา และเสนอแนะให้เกษตรกรหาตลาดและขายผลผลิตของตนเอง โดยไม่พึ่งพาภาครัฐในการแก้ไขปัญหานี้
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมต้องขอขอบคุณท่านประธานที่ได้บรรจุระเบียบวาระกระทู้ถาม เรื่องการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนผลไม้ของภาคใต้เข้าสู่ที่ประชุมในวันนี้ เนื่องจากว่า ผมได้ตั้งกระทู้ถามเรื่องนี้ตั้งแต่วันแรกของการเป่ดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร เกษตรกร ในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะชาวสวนมังคุด ชาวสวนลองกองได้รับความเดือดร้อนจากราคา ผลผลิตที่ไม่แน่นอน แล้วก็ผลผลิตที่ล้นตลาดในช่วงฤดูการผลิตป้ ๒๕๕๐ ที่ผ่านมา ซึ่งเปึนปัญหาที่หนักอกของเกษตรกรในพื้นที่เปึนอย่างยิ่ง และปัญหาความเดือดร้อน ของชาวสวนผลไม้ไม่จํากัดอยู่เฉพาะในพื้นที่ภาคใต้เท่านั้น แต่ในพื้นที่ภาคตะวันออก หรือพื้นที่ภาคเหนือเองก็ประสบปัญหาในรูปแบบที่คล้ายคลึงกันมาตลอดเวลา ในป้นี้ ก็มีทีท่า มีแนวโน้มที่จะเกิดปัญหาเช่นนั้นขึ้นมาอีก ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อป้ ๒๕๕๐ ประมาณเดือนสิงหาคมถ้าเรายังจํากันได้ ได้มี ตัวแทนเกษตรกรส่วนหนึ่งเดินทางเข้ามาที่กรุงเทพมหานครมาร้องเรียนที่ทําเนียบรัฐบาล ส่งตัวแทนเข้าไปเพื่อที่จะบอกกับรัฐบาลว่าราคาผลผลิตผลไม้ โดยเฉพาะมังคุดในเวลานั้น ตกต่ําอย่างมากเหลือเพียงกิโลกรัมละ ๓-๕ บาท และความเดือดร้อนเหล่านั้นได้นํามาสู่ การปฏิบัติการของกลุ่มเกษตรกรด้วยการเอาผลมังคุดมาเททิ้งกลางถนนสร้างความเดือดร้อน ไปทั่ว แล้วก็หาผู้ที่จะมาช่วยเยียวยาแก้ไขได้อย่างทันท่วงทีในช่วงเวลานั้นไม่ได้ ท่านประธาน ที่เคารพ ภาครัฐซึ่งในเวลานั้นต้องบอกว่าไม่ได้อยู่ในภาวะที่เตรียมพร้อมที่จะแก้ไขปัญหานี้ อย่างแท้จริง วิธีการที่จะแก้ไขก็คือ เรียกประชุมกันในช่วงเวลาที่ผลผลิตออกมาล้นตลาดแล้ว ราคาตกต่ําอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนแล้วซึ่งไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาได้ทัน อันที่จริงแล้วปัญหาเรื่องผลผลิตทางการเกษตร ปัญหาเรื่องผลไม้ราคาตกต่ํานี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีการพยากรณ์ตัวเลขผลผลิตมาล่วงหน้าทุกป้ เมื่อป้ ๒๕๕๐ ก็ได้ประเมินตัวเลขออกมาแล้วเหมือนกัน อย่างเช่น ในพื้นที่ของจังหวัดนครศรีธรรมราช ของกระผมซึ่งมีพื้นที่ปลูกมังคุดมากถึงประมาณ ๗๐,๐๐๐ ไร่ ก็มีตัวเลขออกมาก่อน แล้วว่าจะมีมังคุดออกมาประมาณ ๖๓,๐๐๐ ตัน จะมีทุเรียนออกมา ๔๕,๐๐๐ ตัน จะมีเงาะออกมา ๔๖,๐๐๐ ตัน จะมีลองกองออกมา ๑๐,๐๐๐ กว่าตัน แต่ว่าการตั้งรับของ ภาคราชการได้ตัวเลขไปแล้วแต่ไม่ได้นําไปใช้ประโยชน์ในการเตรียมการที่จะรับมือแก้ไข ปัญหา ก็เลยเกิดความล้มเหลวในการดูแลปัญหาผลผลิตของพี่น้องเกษตรกรกลุ่มนี้ ตลอดมา โดยเฉพาะในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคมเปึนช่วงเวลาที่ผลไม้ ทางภาคใต้จะให้ผลผลิตแล้วก็ออกสู่ตลาด โดยเฉพาะลองกองซึ่งออกดอกตั้งแต่ เดือนเมษายน พฤษภาคม และให้ผลผลิตในเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมเปึนช่วงเวลา ที่อันตรายที่สุดของพี่น้องเกษตรกร และไม่มีหลักประกันใด ๆ ว่าผลผลิตที่ออกมาแล้ว จะขายได้ราคาดี ฤดูการผลิตป้ที่แล้วสิ่งที่เกษตรกรได้แก้ปัญหาให้กับตัวเองก็คือ
ในส่วนที่เปึนกลุ่มหรือเปึนสหกรณ์ก็รวมตัวกันสู้ราคากับกลุ่มพ่อค้าที่ไป กดราคาถึงสวนด้วยการรวมตัวกันแล้วก็นําผลผลิตไปหาตลาดด้วยตัวเองนะครับ
ส่วนที่ ๒ ที่เปึนเกษตรกรรายย่อยซึ่งไม่ได้รวมกลุ่ม ซึ่งตัวเลขมีมากกว่า ครึ่งหนึ่งของที่เปึนสมาชิกสหกรณ์และสมาชิกที่เปึนกลุ่ม คนเหล่านี้ก็ต้องหาตลาดในพื้นที่ เอาเอง ในแหล่งผลิตเอาเอง แล้วก็อยู่ที่ว่าพ่อค้าจะมารับซื้อในราคาเท่าไรก็ต้องยอม ไปตามนั้น
ส่วนที่ ๓ ก็คือส่วนที่สู้ทนกับภาวะขาดทุนไม่ไหวก็ยอมให้มังคุดหล่นกับพื้น ดําพรืดไปหมดก็คือยอมขาดทุนไปเลย ไม่ยอมเอาผลผลิตนี้ไปขายในราคาที่ขาดทุน ยิ่งขาดทุน มากขึ้นไปอีก วันนั้นพวกเราซึ่งเปึนผู้แทนราษฎรในพื้นที่ไม่ว่าจะที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่จังหวัดชุมพร จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดพังงาต้องออกมาดูแลปัญหานี้ด้วยตัว ของพวกเราเอง เข้ามารับรู้ทุกข์ความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรเหล่านั้นเอง ผู้แทนราษฎรของเราหลายคนซึ่งมีสถานะเปึนอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในขณะนั้น ต้องพาเกษตรกรมานั่งขายมังคุดกับพี่น้องเกษตรกรในกรุงเทพมหานครเองเพื่อที่จะ ช่วยเหลือเยียวยา เนื่องจากว่าเราหวังพึ่งภาครัฐในการเข้าไปแก้ไขปัญหาส่วนนั้นไม่ได้ ช่วงเวลานั้นเรามีองค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ได้พยายามเข้ามาแบกรับปัญหานี้ เช่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดที่จังหวัดนครศรีธรรมราชได้มอบรถสิบล้อให้กับกลุ่มเกษตรกร ขนมังคุดขึ้นมาขายในตลาดในกรุงเทพมหานคร ด้วยความร่วมมือของผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร คุณอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่จัดหาตลาด ๑๔ แห่งในกรุงเทพมหานคร ให้เปึนแหล่งระบายมังคุดให้กับพี่น้องเกษตรกรในภาคใต้ นี่เปึนตัวอย่างของการที่ต้อง ช่วยเหลือดูแลพึ่งพาตัวเองในเรื่องของมังคุด
อีกเรื่องหนึ่งซึ่งมีความสําคัญก็คือลองกอง ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ของผมเองมีพื้นที่ปลูกลองกองเยอะมาก แล้วก็ผลผลิตในป้ที่แล้วอย่างที่เรียนว่ามีประมาณ ๑๐,๐๐๐ ตัน แต่ว่าความเดือดร้อนของพี่น้องในจังหวัดนครศรีธรรมราชอาจจะไม่เท่ากับ พี่น้องเกษตรกรที่ปลูกลองกองในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งประสบปัญหา รุนแรงมาก ป้ที่แล้วนี่นะครับลองกองใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มีผลผลิตรวมกันแล้ว ประมาณ ๘๕,๐๐๐ ตัน มากกว่าป้ ๒๕๔๙ ถึง ๓ เท่าตัว เพราะว่าในป้ ๒๕๔๙ มีตัวเลข เพียง ๒๓,๐๐๐ กว่าตันเท่านั้นเอง ตัวเลข ๘๕,๐๐๐ ตันเปึนของจังหวัดปัตตานี ๑๐,๐๐๐ ตันกว่า ของยะลาประมาณ ๓๐,๐๐๐ กว่าตัน นราธิวาส ๔๐,๐๐๐ กว่าตัน เยอะที่สุด ลองกองใน ๓ จังหวัดเคยเปึนลองกองที่มีราคาสูงและเปึนที่นิยมของตลาด เคยขายได้ราคายืนพื้นอยู่ที่ประมาณกิโลกรัมละ ๙๐-๑๐๐ บาท แต่ป้ที่แล้วลดเหลือ ประมาณ ๓๐ บาท สูงสุดนี่คือลองกองเกรดเอ (A) ชั้น ๑ ราคานี้ตกต่ําอย่างมาก พ่อค้าแม่ค้า ถือว่าเปึนภาวะที่เลวร้ายที่สุดในรอบ ๑๐ ป้ แล้วก็ที่ร้ายแรงกว่านั้นก็คือว่าผลผลิตของ ลองกองใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่สามารถออกสู่ตลาดได้ทันเนื่องจากว่าพ่อค้า คนกลางไม่กล้าที่จะเข้าไปตัดลองกอง ไม่กล้าที่จะเข้าไปรับซื้อเนื่องจากว่าเกรงปัญหา ความไม่ปลอดภัย นี่ซ้ําร้ายเข้าไปอีก ทางราชการแก้ไขปัญหาเรื่องลองกองใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้อย่างไรครับ มีการนําลองกองไปขายที่ประเทศจีน ส่งขึ้นเครื่องบิน ซี ๑๓๐ (C ๑๓๐) ไปขาย ส่งไปได้ ๑๐ ตันจากปริมาณ ๘๕,๐๐๐ ตันส่งไปขายได้ ๑๐ ตัน และลองกอง จาก ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ส่งออกได้ทั้งหมดเพียงแค่ ๕๐๐ ตันเท่านั้นเองในป้ ๒๕๕๐ ซึ่งเปึนภาวะที่สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องเกษตรกรใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างมาก ท่านประธาน ในป้ ๒๕๕๑ มีตัวเลขของสํานักงานเศรษฐกิจการเกษตร พยากรณ์ไว้แล้วครับว่าผลผลิตของผลไม้ ๔ ประเภท คือ มังคุด เงาะ ทุเรียน ลองกอง จะมีปริมาณใกล้เคียงกับป้ ๒๕๕๐ เพราะฉะนั้นถ้าเกิดว่าไม่ได้มีการเตรียมตัว ไม่ได้มี ความพร้อมในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ ปัญหาแบบเดิม ๆ ก็จะเกิดขึ้นอีก มังคุดป้ ๒๕๕๑ จะออกมาทั้งหมด ๓๑๑,๐๐๐ กว่าตัน เฉพาะภาคใต้แห่งเดียว ๑๙๔ ตัน เงาะไม่ต้อง พูดถึงแล้ว ๔๙๕,๐๐๐ ตัน และในพื้นที่ภาคใต้ ๑๘๖,๐๐๐ ตัน ภาวะแบบนี้แหละครับ ที่จะทําให้เกษตรกรส่อเค้าว่าจะเดือดร้อนอีก ลองกองเปึนเรื่องที่น่าแปลกที่สํานักงาน เศรษฐกิจการเกษตรไม่ได้พยากรณ์เอาไว้ ผมคิดว่าท่านรัฐมนตรีคงจะมีตัวเลขอันนี้อยู่ เพราะฉะนั้นคําถามที่จะถามไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ในช่วงแรกนี้ ก็คือว่า จากภาวะผลผลิตผลไม้ของภาคใต้ที่ผมเรียนกับท่านประธานไปสักครู่นี้ รัฐบาล จะมีแนวทางในการดูแลผลผลิตเหล่านี้อย่างไรในแต่ละชนิด ทั้งเรื่องแนวโน้มถึงเรื่องของปัญหาการล้นตลาด และปัญหาราคาที่ตกต่ํา รัฐบาลมีแนวทาง ในการเตรียมตลาดไว้รองรับเกษตรกรที่จะนําผลผลิตออกจําหน่ายในป้ ๒๕๕๑ นี้อย่างไรครับ