สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๑๙ มีนาคม ๒๕๕๑

บุญเลิศ ครุฑขุนทด หารือเรื่องแหล่งน้ำที่ไหลลงทะเลและขอให้กรมชลประทานบริหารจัดการน้ำให้เป็นระบบและใช้น้ำใต้ดินในการเกษตร

นายบุญเลิศ ครุฑขุนทด นครราชสีมา

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม บุญเลิศ ครุฑขุนทด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครราชสีมา พรรคพลังประชาชน ก็ขอเสริมจากที่ท่านสมชาย เพศประเสริฐ ได้นําเรียนกับที่ประชุมและท่านประธาน เกี่ยวกับปัญหาแหล่งน้ํา ถ้าเรามองภาพรวมหรือบูรณาการในสภาพภูมิศาสตร์น้ําไหลผ่าน ประเทศไทยลงทะเลทั้งนั้นทุกสาย ทําไมเราไม่คิดว่าน้ําที่มาใช้ในการอุปโภคบริโภค มันมี ๒ น้ําครับ น้ําเหนือดินและน้ําใต้ดิน มันต้องบริหารจัดการน้ําให้เปึนระบบครับท่าน น้ําสายใหญ่ ๆ เรามาเน้นอยู่ที่เจ้าพระยามาลงตรงไหนครับ อีกสายหนึ่งที่ท่านสมชาย พูดเมื่อกี้นี้ ผมอยากจะเรียนเพิ่มเติมคือแม่น้ําบางปะกงก็ลงจากเขาใหญ่มาเปึน แม่น้ํานครนายกแล้วลงตรงนั้น และอีกหลาย ๆ สายแม่น้ําแม่กลองก็ลงมาจาก ในฝัืงตะวันตกผ่านตะนาวศรีแล้วก็มาลงตรงนั้น ทีนี้เราปล่อยให้น้ําแต่ละสายไหลทิ้ง ลงทะเลทุกป้ทุกครั้ง ในขณะที่เราไม่ได้คิดถึงในเรื่องของการทําอย่างไรจะให้มีน้ําใต้ดิน เพียงพอกับการใช้ในการเกษตรหรืออุปโภคบริโภค หลายครั้งหลายหนครับที่ชลประทาน มักจะคิดในเรื่องของการกักน้ํา โดยไม่คิดถึงเรื่องที่จะเอาน้ําใต้ดินมาใช้ คิดแต่จะกักน้ํา ที่มันไหลเทลงทะเลแล้วกักเก็บไว้ใช้ ผมขอเรียนอย่างนี้ครับเปึนเรื่องที่ผมเห็นตลอดเวลา แล้วก็ในหลายป้ที่ผ่านมาผมได้นําข้อคิดตรงนี้นําเสนอกับสังคม คือการผันน้ํากลับ จากเขื่อนป์าสักชลสิทธิ์ เขื่อนป์าสักชลสิทธิ์นี่น้ําหลัก ๆ ก็คือน้ําจากเขื่อนป์าสักชลสิทธิ์ ที่ไหลมาจากทางด้านเหนือนั่นละครับ ไหลผ่านมาแล้วก็มาเก็บกักกันไว้ที่ในเขต จังหวัดสระบุรี ลพบุรี ปริมาตรน้ําประมาณ ๑,๒๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ถามว่าน้ําตรงนี้ใช้ ในการเกษตรหรือเปล่า ไม่มีเลยนะครับ อยู่ในพระราชดําริครับเพื่อที่จะกักน้ําไว้ไม่ให้ ที่จะมาท่วมขังในเขตภาคกลางเท่านั้นเอง กันน้ําไว้ในฤดูน้ําหลาก กันไว้แล้วก็กักไว้ ก็มีประโยชน์ส่วนหนึ่งคือใช้ในการท่องเที่ยว แต่จริง ๆ แล้วในด้านของการเกษตรตรงนี้ ใช้ประโยชน์น้อยมาก พอในช่วงเลยในช่วงน้ําหลากจะระบายน้ําออกเพื่อทิ้งทะเลครับ ท่านรัฐมนตรีครับ เพื่อรอน้ําใหม่ที่มันจะหลากจากภาคเหนือมาเติมไม่ให้น้ํามันล้น ๑,๒๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ตรงนี้ เราจะทําอย่างไรให้มันเกิดผลประโยชน์ในทางการเกษตร วิถีชีวิตของพี่น้องประชาชน ในทางการเกษตรจริง ๆ แล้วนี่มันอาศัยปัจจัย ๕ ปัจจัยครับ ดิน เมื่อมีดินแล้วนี่ ดินก็เปรียบเหมือน ผมเคยอ่านข้อเขียนของอดีตท่านนายกรัฐมนตรีว่า ดินก็เปรียบเสมือน โรงงานกษาปณ์ โรงงานที่จะขับเคลื่อนไปได้ก็ต้องมีเชื้อเพลิงครับ เชื้อเพลิงคือน้ํา น้ําต้องหล่อลื่นครับ ต้องมีน้ํา มีดินต้องมีน้ํา เพราะฉะนั้นเราจะบริหารน้ําอย่างไรให้มันเปึน ประโยชน์กับดินให้มากที่สุด มีที่ดินร้อยไร่พันไร่ถ้าไม่มีน้ําก็ไม่มีประโยชน์ แต่บริหารน้ําได้ นี่มันต้องมีอะไรตามมาครับ ทุนครับ ปัญหาทุกวันนี้พี่น้องประชาชนที่มีปัญหาหนี้สิน ก็คือทุน ทุนของตัวเองไม่มี กู้หนี้ยืมสิน หนี้สินนอกระบบ ในระบบสารพัดสาระเพ จนมาสู่ หนี้สินของชุมชนเพื่อเอามาเปึนทุนนะครับนี่ปัจจัยที่ ๓ แรงงานครับ สมัยก่อนมีแรงงานวัว แรงงานควายครับ ปัจจุบันนี้ไม่มีแล้วครับต้องจ้างทุกบาททุกสตางค์ แรงงานที่จะเปึน เครื่องจักรกลก็ต้องใช้เชื้อเพลิงที่มันแพงขึ้นปัจจัยที่ ๔ สุดท้ายคือ ที่ชาวบ้านประชาชน ที่เปึนเกษตรกรไม่เข้าใจคือการบริหารจัดการ ทําอย่างไรที่จะให้เขาเข้าใจอย่างนี้ มีปัจจัยดิน ปัจจัยน้ํา ปัจจัยของทุน ปัจจัยแรงงานแล้วนี่บริหารไม่ได้พี่น้องประชาชนไม่เข้าใจ มันถึงเปึนปัญหาทุกวันนี้ว่าประชาชนประสบปัญหาของความขาดทุนและเปึนหนี้เปึนสิน และยากจนครับ เพราะฉะนั้นนี่คือปัจจัยหลัก ๆ ของการที่เราจะต้องเข้าไปดูแลตรงนี้ครับ เมื่อกี้ผมพูดถึงแหล่งน้ําที่ไหลลงมาจากทุกภาคส่วนของประเทศไทยน้ําทุกสายไหลลงทะเล แล้วเราก็มาพูดกันว่าน้ําไหลลงทะเล ๆ กักเขื่อน กักฝายไม่ได้คิดถึงว่าน้ําที่มันอยู่ใต้ดิน ทําไมมันถึงเกิดน้ําใต้ดิน น้ําใต้ดินทุกวันนี้มันหายไปไหน มันก็เกิดจากภาพมวลรวมครับ การตัดไม้ทําลายป์าไม่มีแหล่งซึมซับ ไม่มีแหล่งน้ําที่จะเปึนปัจจัยให้เกิดลําธารสายเล็กสายน้อย เพราะฉะนั้นทุกอย่างมันต้องเปึนบูรณาการแล้วครับท่านรัฐมนตรีครับ แต่ไม่เปึนไรวันนี้ ผมจะขอนําเรียนท่านว่า เขื่อนป์าสักชลสิทธิ์นี่ ๑,๒๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรที่ไม่ได้ใช้ทํา ประโยชน์ในการเกษตรเลยก็เพื่อกักกันไว้ไม่ให้น้ําท่วมภาคกลาง ไม่ให้น้ําจากแม่น้ําป์าสัก ไหลลงแม่น้ําเจ้าพระยาเพื่อจะมาท่วมภาคกลาง แต่จริง ๆ แล้วยังเปึนปัจจัยหลักสําหรับ พี่น้องอีกหลาย ๆ จังหวัดในภาคเหนือและภาคอีสาน ผมเรียนว่าภาคอีสานนี้มีความจําเปึน น้ําที่ไหลเติมลงมาในเขื่อนป์าสักชลสิทธิ์ ผมเรียนเลยว่าน้ํามาจากบ้านผมด่านขุนทดครับ มาจากด่านขุนทด มาจากเทพารักษ์ครับ มาจากสันเขาพังเหยที่มีความยาวจากเหนือจดใต้ ๒๔-๒๘ กิโลเมตร ด้านตะวันตกเปึนที่ลาดชัน ด้านตะวันออกไหลเทลาดลงมาเรื่อย ๆ แล้วก็ไปลงสู่ที่ราบลุ่มแม่น้ํามูล ทําให้เกิดลุ่มน้ําลําเชียงไกร แต่ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของน้ํา ที่ตกในลําเชียงไกรของปริมาณน้ําฝนลงมาเติมน้ําแม่น้ําป์าสักแล้วลงเขื่อนป์าสักชลสิทธิ์ ทําอย่างไรครับน้ําตรงนี้จะกลับไปให้กับชาวอีสานชาวโคราชตรงนั้น ผมเคยนําเรียนตรงนี้ กับพี่ผม แล้วเคยมีการหาข้อมูลตรงนี้ว่าทําอย่างไรจะเอาน้ําตรงนี้กลับคืนไปให้กับคนอีสาน ๕-๖ อําเภอตรงนั้นในเวลาขาดแคลนน้ําทั้ง ๆ ที่เปึนน้ําที่มาจากตรงนั้น เปึนไปได้ไหมครับ ท่านรัฐมนตรีครับ เพราะชายน้ําตรงนั้นคือสระบุรีติดต่อกับอําเภอมวกเหล็ก ติดต่อกับ อําเภอกลางดง ปากช่อง ค่อย ๆ ที่จะผันน้ํากลับจากตรงใกล้ ๆ สันเขื่อนของเขื่อนป์าสักชลสิทธิ์ เติมน้ําเข้าไปที่เขื่อนลําตะคองครับที่เก็บน้ําได้เปึนหลายพันหลายหมื่นลูกบาศก์เมตร นี่เก็บสะสมไว้ครับ ส่วนหนึ่งเอาไปใช้ในการอุปโภคบริโภคของชาวจังหวัดนครราชสีมา เอาไปเติมให้กับอําเภอเมือง อําเภอสูงเนิน อําเภอสีคิ้ว ก่อนจะไหลลงแม่น้ํามูลที่อําเภอพิมาย และกักเก็บน้ําไว้ ผ่านขึ้นไปทางด้านทิศเหนือประมาณ ๔๐ กิโลเมตร ระดับความสูง ๙๖ กิโลเมตร เอาไป เติมที่อ่างเก็บน้ําห้วยปราสาทใหญ่เปึนอ่างขนาดใหญ่ครับ เอาไว้สําหรับในการที่จะ ระบายน้ําไว้อีก ๕-๖ อําเภอ ในการเติมน้ําเข้าไปห้วยสับพัง เอาไปที่อ่างเก็บน้ําที่ตําบลบัลลังก์ ของอําเภอโนนไทย และกระจายน้ําในหลาย ๆ สายเพื่ออุปโภคบริโภค ไม่ว่าจะเปึนระบบท่อ ระบบราง นี่คือวิธีการหนึ่งที่ผมขอนําเรียนท่านเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาในการบริหารจัดการน้ํา ขอขอบพระคุณมากครับ