บุญยอด สุขถิ่นไทย พูดถึงปัญหาค่าครองชีพในภาคใต้ โดยวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของรัฐบาลที่ลดราคาสินค้าบางชนิด แต่ไม่แน่ใจว่าเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของคนหรือไม่ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ค่ารถเมล์ การให้บริการรถโดยสาร การขึ้นราคารถบขส. และการปรับปรุงหรือแก้ไขสัญญาสัมปทานของโทลล์เวย์ โดยวิพากษ์วิจารณ์การขึ้นราคาที่ไม่สมเหตุสมผล และเรียกร้องให้กระทรวงคมนาคมตรวจสอบความสมเหตุสมผลของการขึ้นราคานั้น
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย ประชาธิปัตย์ เขต ๔ กรุงเทพมหานครครับ จะขออนุญาต ใช้เวลาของสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ในเวลาเท่าที่จําเปึนนะครับ เรามีประเด็นที่สําคัญ ของประเทศชาติของเราก็คือปัญหาภาคใต้รออยู่ในวันนี้ ผมขออนุญาตที่จะได้พูดถึง ๒-๓ ประเด็นเท่านั้นเองที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของปัญหาค่าครองชีพของคนในยุคนี้นะครับ
เรื่องแรก เราก็ติดตามเฝัาดูการทํางานของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ซึ่งท่านเปึนรองนายกรัฐมนตรีด้วย ในการแก้ไข ปัญหาสินค้าราคาแพง ก็มี ๒-๓ เรื่องที่ออกมาครับ เรื่องแรกก็คือหมูลดราคา ปัญหาก็ตามมา เท่าที่เราจะได้ยินสดับตรับฟังกันในสังคมก็คือว่า หมูลดราคามันก็ลดคุณภาพลงด้วย เหมือนกัน ถึงแม้ราคาจะถูกกว่าในสมัยก่อนซึ่งกิโลกรัมละ ๑๐๐ กว่าบาท ลงมาไม่ถึง ๑๐๐ บาทนะครับ ดูเหมือนว่ารัฐบาลก็จะภาคภูมิใจมากว่าเปึนนโยบาย เปึนโครงการ ที่ถูกใจกับผู้คน แต่ว่าโดยแท้จริงแล้วหลายท้องที่ก็ยังคงมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าคุณภาพ ของหมูที่ได้มานั้นมันก็ไม่ค่อยจะดีสักเท่าไร มาเรื่องที่ ๒ ก็คือ เรื่องของการลดราคาสินค้า อุปโภคบริโภคที่จะมียี่ห้อนั้นยี่ห้อนี้ลดราคามา บางที่ก็ซื้อไม่ได้เหมือนกัน แต่สุดท้ายสิครับ ผมก็รู้สึกแปลกใจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ท่านก็มาช่วยขายซิม (SIM) โทรศัพท์มือถือ ลดราคา ผมไม่เข้าใจครับ เพราะฉะนั้นผมต้องขออนุญาตถามท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่า ซิมโทรศัพท์มันเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตประจําวันของคนอย่างไร และท่านทําตัว เปึนเซลส์แมน (Salesman) ช่วยเขาขายซิมโทรศัพท์ทําไม ในเมื่อซิมโทรศัพท์บางยี่ห้อแทบจะให้ฟรี อยู่แล้วนะครับ ถ้าท่านอยากจะได้ซิมโทรศัพท์สักอันหนึ่ง สักเบอร์หนึ่ง เบอร์สวย ๆ ด้วยซ้ําไป สามารถที่จะไปขอฟรี แทบจะ ๐ บาทด้วยซ้ํานะครับ เราไม่จําเปึนต้องซื้อครับ เพราะว่า เขาก็อยากจะได้ลูกค้าเปึนประจําอยู่แล้ว โทรศัพท์มือถือไม่ใช่ของจําเปึนในชีวิตประจําวัน เพราะฉะนั้นผมยังไม่เข้าใจว่า ทําไมรัฐมนตรีจึงเห็นเรื่องนี้เปึนเรื่องสําคัญอย่างยิ่ง ของสังคมไทยครับ
นอกจากนั้นเรื่องค่าแรงขั้นต่ํามีการขอให้มีการขึ้นค่าแรงขั้นต่ําให้กับ พวกบรรดาผู้ใช้แรงงาน ก็ดูเหมือนว่าการเจรจาจะเปึนไปด้วยความยากลําบากอย่างยิ่ง เขาขอจํานวนหนึ่ง มักจะได้แค่บาทสองบาทเท่านั้นเองต่อวัน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ครับประชาชน รอคอยท่านนะครับว่าท่านจะต้องแก้ไขให้กับพวกเขา เพราะว่าค่าครองชีพที่สูงขึ้น ราคาสินค้าแพงขึ้น แต่ค่าแรงของทุกคนยังคงเท่าเดิม แล้วเราจะอยู่กันได้อย่างไร ในขณะที่อัตราเงินเฟัอนั้นป้หนึ่งก็ ๓ เปอร์เซ็นต์ ๔ เปอร์เซ็นต์ ในแต่ละป้ถ้าเราไม่มีเงินเดือน ที่ขึ้นไปเราก็ได้เงินน้อยลงอยู่แล้ว ๑๐๐ บาท เราก็จะเหลือแค่ ๙๖ บาท ๙๗ บาทเท่านั้นเองครับ เรื่องค่ารถเมล์ที่จะมีการขอขึ้นกันอีก ๑.๕๐ บาท ของรถร่วมบริการ โดยอ้างว่าน้ํามัน ดีเซลนั้นขึ้นราคา การผูกโยงระหว่างการขึ้นราคาของน้ํามันดีเซลกับการขึ้นราคาของ ค่าโดยสารนั้นเปึนเรื่องที่ไม่ยุติธรรมอย่างยิ่งครับ เพราะว่าค่าน้ํามันนั้นเปึนเพียงส่วนหนึ่ง ของต้นทุนของการเดินรถเท่านั้นเอง มีทั้งค่าน้ํามัน มีทั้งตัวรถ ค่าซ่อมแซม มีทั้ง ค่าพนักงาน ค่าน้ํามันเปึนเพียงส่วนเดียวเท่านั้น ค่าน้ํามันจึงไม่ควรจะเอาไปผูกโยง ซ้ํายิ่งกว่านั้นถ้าเราไม่ใช้น้ํามันเราก็จะมีพลังงานทดแทนอย่างอื่น อย่างเช่น แก๊ส มีตัวเลขบอกว่ารถร่วมบริการซึ่งมีอยู่ประมาณ ๓,๕๐๐ คันนั้น ติดแก๊สไปแล้วประมาณ ๑,๙๐๐-๒,๐๐๐ คัน การลงทุนในการติดตัวแก๊สนั้นแน่นอนว่ามีการลงทุน แต่ก็สามารถ คุ้มทุนได้ภายใน ๖-๗ เดือนเท่านั้นเอง ถ้าท่านขึ้นราคาให้กับทุกคันนั่นหมายความว่า รถแก๊ส ซึ่งแก๊สไม่ได้ขึ้นราคาก็ได้รับผลประโยชน์ที่มากเกินไป ผมต้องขอถาม ท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมว่าท่านกําลังปล้นประชาชน ร่วมกับบรรดาผู้ที่ให้บริการของรถร่วมบริการเหล่านี้หรือไม่ครับ นอกจากนั้นมินิบัส (Minibus : รถโดยสารขนาดเล็ก) ถ้าหากว่าท่านได้เห็น ทุกท่านผมเชื่อว่าในสภาแห่งนี้ คงไม่มีใครขึ้นมินิบัสหรือที่เขาเรียกกันว่ามฤตยูเขียวหรอก คุณภาพของการให้บริการ เปึนเรื่องอันตรายมาก คุณภาพรถ คุณภาพบริการ คุณภาพของการขับรถเปึนเรื่องที่ ทุกคนก็ฝากชีวิตเอาไว้กับบรรดามินิบัสสีเขียวในกรุงเทพมหานครและชานเมือง ผมขอเรียกร้องแทนประชาชนว่า ขอให้ท่านได้ตรวจสอบการให้บริการ ขอให้ยกระดับ คุณภาพบริการก่อนที่จะขึ้นราคา พวกเขาเหล่านี้ได้รับการขึ้นราคาทุกครั้งที่มีการร้องขอ และมันก็ไม่เคยที่จะเปลี่ยนแปลงการให้บริการให้มีคุณภาพที่ดีขึ้นเลยแม้แต่น้อยครับ นอกจากนั้นก็มีตัวเลขอีกด้วยว่ามีการค้างค่าตอบแทน ค่าสัมปทานที่ทางรถร่วมบริการ จะต้องให้กับทาง ขสมก. (องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ) เปึนเวลา ๒ ป้แล้ว ตัวเลข อยู่ประมาณ ๗๐๐ ล้านบาท เมื่อไรท่านจะทวงถามกัน ๗๐๐ ล้านบาท เขายังไม่เคย จ่ายค่าตอบแทนสัมปทานแล้วเรายังให้เขาเดินรถอยู่ต่อไป ผมเชื่อว่าคําพูดที่มักจะพูด เสมอว่าเดินรถทุกวันขาดทุนทุกวันเปึนคําพูดที่ไม่เปึนจริง เพราะผมเชื่อว่าไม่มีเอกชน รายใดที่จะยอมขาดทุนทุกวันออกมาให้บริการประชาชน เอกชนนั้น ๆ ไม่ได้เปึนมูลนิธิ ที่จะทํางานโดยที่ไม่หวังผลตอบแทน เขายังออกมาได้ทุกวันเขาต้องมีกําไรอยู่บ้างนะครับ เพราะฉะนั้นขอให้ท่านได้ไปตรวจสอบดูด้วยนะครับ
เรื่องรถ บขส. ก็ขอขึ้นราคาอีกเหมือนกัน ล่าสุดขออีก ๙ สตางค์ต่อกิโลเมตร ถ้าหากว่าท่านจะยินยอมให้ขึ้นกันไปอีกก็ถือว่าปล้นประชาชนชัด ๆ เพราะว่าท่านมักจะพูด เรื่องนี้ก่อนหน้าเทศกาลสําคัญอย่างเทศกาลสงกรานต์ที่กําลังจะมาถึงทุกครั้ง มันมีตัวเลข อยู่อย่างหนึ่งว่าบรรดาเจ้าแม่ เจ้าพ่อของรถร่วมบริการ บขส. ที่มีเส้นทางอยู่ตามต่างจังหวัด มักจะขอเพิ่มสัมปทานเส้นทางและมักจะขอเพิ่มจํานวนรถด้วยซ้ําไป สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ มันขัดแย้งกับความเปึนจริงครับ ขาดทุน ๆ ขอเพิ่มราคาแต่ทําไมขอเพิ่มสัมปทานและเพิ่ม รถทุกครั้งไป ขอให้ท่านไปตรวจสอบ ขอให้กระทรวงคมนาคมช่วยตรวจสอบว่าการขึ้น ราคานั้นมีความสมเหตุสมผลจริงหรือไม่ การขึ้นราคาในทุก ๆ ครั้งจะมีรัฐกับประกอบการ นั่งคุยกัน ๒ ฝ์าย ฝ์ายของประชาชนเคยเรียกร้องทุกครั้งไหมนะครับว่า จะขอเข้าไปร่วม ในการเจรจาการขึ้นราคาด้วย ฝ์ายประชาชนไม่เคยได้รับการตอบรับนะครับว่า จะให้เข้า ไปเปึนส่วนหนึ่งของคณะกรรมการที่จะพิจารณาเรื่องนี้ได้หรือไม่ครับ
อีกเรื่องหนึ่งนะครับ สุดท้ายแล้วที่ผมอยากจะฝากท่านประธานเพื่อที่จะให้ มีการปรับปรุงหรือว่ามีการแก้ไขในอนาคต นั่นก็คือเรื่องทางยกระดับโทลล์เวย์ (Tollway) ล่าสุดก่อนการเลือกตั้งป้นี้ขึ้นราคามาจากแต่ก่อนเคยให้มาที่ ๒๐ บาท เท้าความกันหน่อยนะครับ สมัยรัฐบาลซึ่งมีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ขออนุญาตที่ต้องเอ่ยนาม เปึนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมก็ได้มีการเจรจากับบริษัททางยกระดับตอนแรกเขาเก็บอยู่ที่ ๔๓ บาท เปึนระยะเวลาในระยะเวลาหนึ่งมีสัญญาสัมปทานอยู่ ๒๕ ป้ นับตั้งแต่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๓๒ เปึนต้นไป ถ้ามี ๒๕ ป้จริงแล้วไม่ไปแก้ไข ป้ ๒๕๕๗ เราก็ได้ทางด่วนโทลล์ เวย์กลับคืน มาแล้วสามารถที่จะบริหารเองได้ แต่ปรากฏว่าก่อนหน้าที่จะมีการเลือกตั้งป้ ๒๕๔๘ ปลายป้ ๒๕๔๗ มีการเจรจาขอให้ลดราคาลงมาเหลือ ๒๐ บาทต่อคัน สําหรับรถ ๔ ล้อ ซึ่งทุกคนก็ดูเหมือนว่าจะชื่นชมยินดีนะครับ แล้วนี่ก็เปึนนโยบายหาเสียงชัด ๆ เพราะว่า ทํากันในช่วงก่อนการเลือกตั้งป้ ๒๕๔๘ มีการวิพากษ์วิจารณ์กันมากครับว่า นโยบาย หาเสียงเหล่านี้จะทําให้เกิดการผูกพันจนกระทั่งต้องไปชําระหรือว่ามีการชดเชยให้กับเขา หรือไม่นะครับ สุดท้ายในป้ ๒๕๔๙ ๑๑ มีนาคม คณะรัฐมนตรีในขณะนั้นจ่ายเงินของ กองทุนพลังงานจ่ายไปให้กับโทลล์เวย์ ๓๐ ล้านบาท เนื่องจากว่ามีเงื่อนไขในการแก้ไขสัญญาสัมปทานว่า ถ้าหากว่ามีรายได้ที่ลดลงทางรัฐจะต้อง จ่ายเงินช่วยเหลือให้กับบริษัท ๘๐ เปอร์เซ็นต์ เราจ่ายเขาไปแล้ว ๓๐ ล้านบาท นอกจากนั้น ก็ยังมีการเจรจาขยายสัญญาต่าง ๆ ตามมาอีกจาก ๒๕ ป้ สุดท้ายได้ไปจนถึงป้ ๒๕๗๗ ๒๕ ป้ เดิมจะหมดที่ป้ ๒๕๕๗ สุดท้ายเราต้องอยู่กับดอนเมืองโทลล์เวย์ต่อไปจนถึงป้ ๒๕๗๗ แล้วข่าวร้ายยิ่งกว่านั้นก็คือในการเจรจากันว่า ๕ ป้จะขึ้นเงินครั้งหนึ่ง ป้ที่ผ่านมาขึ้นไปแล้ว เปึน ๓๕ บาท บวก ๒๐ บาท ป้ต่อ ๆ ไปที่เขาจะขอขึ้นเขาจะใช้เปึนเพียงแค่ ๒ ป้เท่านั้นเอง ในราคานี้ ป้ ๒๕๕๒ ปลายป้จะขึ้นจาก ๓๕ บาท เปึน ๖๐ บาท สําหรับรถ ๔ ล้อ รถมากกว่า ๔ ล้อ เขาจะขึ้นจาก ๖๕ บาท เปึน ๙๐ บาท ช่วงดอนเมืองอนุสรณ์สถาน ๔ ล้อที่มีอยู่ ๒๐ บาท จะขึ้นเปึน ๒๕ บาท มากกว่า ๔ ล้อจาก ๓๐ บาท เปึน ๓๕ บาท ถ้าหากว่าท่านขับรถ ในป้ ๒๕๕๒ ปลายป้ รถ ๔ ล้อท่านต้องเสีย ๘๕ บาท แล้วมากกว่า ๔ ล้อ ท่านต้องเสีย ๑๒๕ บาท สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เปึนนโยบายของรัฐบาลที่ผ่าน ๆ มามีการแก้ไขสัญญาสัมปทาน ผมต้องทวงถามแทนประชาชนครับว่า สัญญาที่มีอยู่เดิมซึ่งแต่ละคนกว่าเขาจะได้สัญญามา ก็คงต้องมีการประมูลกัน ประมูลเสร็จแล้วผู้ที่ได้ไปก็ไปแก้ไขสัญญาสัมปทานต่าง ๆ ได้ รัฐกําลังปล้นประชาชนอยู่หรือไม่ ฝากไปที่ท่านผู้ที่ดูแลเรื่องนี้ด้วย ขอบคุณท่านประธานครับ