จตุพร พรหมพันธุ์

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๑

จตุพร พรหมพันธุ์ หารือเรื่องวาระการประชุมสภาและขอขยายเวลาอภิปรายรายงานประจำปีของ สตง. โดยชี้แจงว่านักการเมืองต้องตรวจสอบหน่วยงานอิสระอย่าง สตง. เพื่อรักษาความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส และเป็นกลาง ตามพระบรมราโชบายของรัชกาลที่ ๕ และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ต่อมา อภิปรายเรื่องอำนาจของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินและคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ โดยชี้ว่าอำนาจเดิมถูกโอนให้บุคคลเดียวตามคำสั่งคณะปฏิวัติ และเรียกร้องให้ยกเลิกประกาศฉบับดังกล่าวเพื่อคืนอำนาจให้หน่วยงานอิสระ พร้อมทั้งหารือเรื่องการขยายระยะเวลาการดำรงตำแหน่งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2550 โดยระบุว่าคำสั่งดังกล่าวมาจากคณะรัฐประหาร

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน ผมต้อง ขอกราบเรียนกับท่านประธานในเบื้องต้นว่าระยะเวลาที่ท่านประธานบอก ๗ นาทีนั้น ผมต้องบอกความจริงกับท่านประธานว่าผมเตรียมเอกสารมาเปึนหลายร้อยหน้า ไม่มีทาง ที่จะพูดได้ภายใน ๗ นาที เพราะในการอภิปราย ในการรับฟังรายงานประจําป้ขององค์กร อิสระนั้นเราได้เตรียมการในการอภิปรายในลักษณะไม่กําหนดเวลา แต่กระผมจะใช้เวลา ให้คุ้มค่าของสภานี้มากที่สุด ขอกราบเรียนกับท่านประธานนะครับว่ารายงานประจําป้ ของ สตง. ได้ขึ้นปกโดยมีพระราโชบายของรัชกาลที่ ๕ ว่าไม่ควรจะใช้เงินหลวงเลย เปึนการทําทานฉันก็เคยใช้เงินฉันเอง ไม่มีเงินก็ให้ขายผ้าไตรเขาแจกก็แล้วกัน แปลความ ว่า รัชกาลที่ ๕ ในฐานะที่เปึนคนจัดตั้งสถาบันการตรวจเงินแผ่นดินของไทย หรือที่เรียก กันว่า สตง. นั้น ได้มีความตระหนักในการทําหน้าที่ขององค์กร องค์กรนี้ ผมขอกราบเรียน กับท่านประธานนะครับว่า ปณิธานที่ได้รับความเชื่อถือของสาธารณะโดย สตง. ที่ผ่านมา นั้นจะมีในเรื่องของความซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส อิสระ และมีความเปึนกลาง ผมที่หยิบยก เรื่องนี้ขึ้นมาเริ่มต้นก่อนก็คือ ผมต้องกราบเรียนตรง ๆ ว่าผมต้องการอธิบายไปยัง ท่านประธานเพื่อบอกกล่าวไปยังท่านผู้ว่าการ สตง. ทําหน้าที่คณะกรรมการตรวจเงิน แผ่นดินด้วยว่า วันนี้ถือว่าเปึนการทําหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพราะว่าคนที่ เปึนนักการเมืองนั้นเขาจะหลีกเลี่ยงที่จะไปมีเรื่องหรือจะมีข้อขัดแย้งกับคนที่จะมาทํา หน้าที่ในการตรวจสอบนักการเมือง คือหมายความว่านักการเมืองใครก็ไม่อยากจะไป มีเรื่องวิพากษ์วิจารณ์ ป.ป.ช. ศาลรัฐธรรมนูญ สตง. แต่วันนี้ท่านประธานที่เคารพ เมื่อเรื่องนี้เปึนภาระหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎร ผมจึงมีความจําเปึนจะต้องลําดับความว่า วันนี้ท่านประธานที่เคารพ ผมเองขอเริ่มต้น อย่างนี้ว่า พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเปึนธงปักหลัก ซึ่งอยู่ใน หนังสือเอกสารของ สตง. ฉบับนี้ว่า การควบคุมและตรวจสอบเงินแผ่นดินเปึนสิ่งสําคัญ และจําเปึน เพราะเงินแผ่นดินนั้นคือเงินของประชาชนทั้งชาติ ผู้ทํางานนี้จึงต้องกําหนดแน่ แก่ใจอยู่เปึนนิจที่จะปฏิบัติหน้าที่ในความรับผิดชอบของตนด้วยความอุตสาหะพยายาม ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและด้วยความละเอียดถี่ถ้วน ระมัดระวังอย่างเต็มที่ เพื่อมิให้เกิด ความพลั้งพลาดเสียหาย และให้มั่นใจได้ว่าการใช้จ่ายเงินของแผ่นดินได้เปึนไปด้วยความ บริสุทธิ์และบังเกิดผลประโยชน์เต็มเม็ดเต็มหน่วย นี่เปึนพระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบันที่ให้ไว้ เมื่อวันเสาร์ที่ ๑๘ กันยายน ป้ ๒๕๔๒ เมื่อบวกกับพระบรมราโชบายของรัชกาลที่ ๕ แปลความกันว่า คนใน สตง. เอง จะต้องเปึนแบบอย่างในเรื่องการใช้เงินหลวงเปึนเรื่องสําคัญ แต่ก่อนที่จะเข้าประเด็น ดังกล่าวท่านประธานที่เคารพ ในหน้าที่ ๓ ของรายงานฉบับนี้นั้น องค์กรการตรวจเงิน แผ่นดิน องค์กรการตรวจเงินแผ่นดินตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๔๒ ประกอบด้วย

๑.๑ คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน

๑.๒ ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน

๑.๓ สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน

ท่านประธานที่เคารพ ท่านประธานจะเห็นว่าในหนังสือรายงานของ หน่วยงานแต่ละองค์กรขององค์กรอิสระนั้น จะมีรูปภาพประกอบ เช่นว่า ถ้าเปึนรายงานของ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุดที่ผมอภิปรายว่าไม่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ นั้น ก็จะมีรูปเรียงกัน เปึนการรายงานของศาลรัฐธรรมนูญ คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนั้น ก็จะลงรูปเรียง ๆ กัน แต่กรณีของ สตง. นั้น กรณีของ คตง. นั้น อยู่ในอํานาจของคน คนเดียว โดยอาศัยคําสั่งของหัวหน้าคณะปฏิวัติ ในเอกสารของ สตง. เอง นะครับผมหยิบ เอามา นั่นก็คือประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข ฉบับที่ ๑๒ เรื่อง ให้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ บางฉบับมีผลบังคับใช้ต่อไป เช่น ในข้อที่ ๒ ให้ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินที่ดํารงตําแหน่งอยู่ ในวันที่ ๑๘ กันยายน ป้ ๒๕๔๙ คงอยู่ในตําแหน่งต่อไปจนกว่าจะมีประกาศเปึนอย่างอื่น

ข้อ ๓ การใดที่กําหนดให้เปึนอํานาจของคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๔๒ ให้เปึนอํานาจของผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน สั่ง ณ วันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๔๙ พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าคณะรัฐประหาร ท่านประธานคงจะจําความกระผมได้ว่า คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ได้เดินทางไปพบกับหัวหน้าคณะรัฐประหาร ท่านชูมือ ๒ นิ้ว คําสั่งนี้ออกมา เอาละครับมีอีก ๑ คําสั่งครับท่านประธาน เพื่ออธิบายว่าการเปึนอยู่ ของผู้ว่าการ สตง. และการรักษาการทําหน้าที่คณะกรรมการ คตง. ทั้งคณะนั้น มันอยู่ อย่างไร หลังจากนั้นครับคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข ฉบับที่ ๒๙ ได้ออกเรื่องแก้ไขประกาศคณะปฏิรูปนะครับ ฉบับที่ ๑๒ ลงวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๔๙ มีข้อความที่สําคัญดังนี้ก็คือว่า

ข้อ ๒ นะครับให้ยกเลิกข้อความในข้อ ๒ ของประกาศคณะปฏิรูป การปกครอง ฉบับที่ ๑๒ ลงวันที่ ๒๐ กันยายน และให้ใช้ข้อความต่อไปนี้แทน

ข้อ ๒ ให้ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินซึ่งดํารงตําแหน่งนี้อยู่ในวันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๔๙ คงอยู่ในตําแหน่งจนถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๐ หมายความว่า ในคําสั่งของหัวหน้าคณะรัฐประหารเอง ได้สั่งให้คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ดํารงตําแหน่ง จนถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๐ นี่คําสั่งข้อที่ ๒

ข้อที่ ๓ ครับ ให้ดําเนินการสรรหาและแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจเงิน แผ่นดินและผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการ ตรวจเงินแผ่นดิน ๒๕๔๒ ภายใน ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินตาม ข้อ ๒ ของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึน ประมุข ฉบับที่ ๑๒ นะครับ ลงวันที่ ๒๐ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๔๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยประกาศฉบับนี้ พ้นจากตําแหน่ง แปลความกันว่า คุณหญิงจารุวรรณจะอยู่ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ถ้าว่าโดยคําสั่งนี้นะครับหลังจากนั้นภายใน ๙๐ วันก็จะมีการสรรหา ในวรรคต่อมาก็บอกว่า ในระหว่างที่ไม่มีคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินและผู้ว่าการ ตรวจเงินแผ่นดินตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินที่พ้นจากตําแหน่งตาม วรรคหนึ่งยังคงปฏิบัติหน้าที่ ตามคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินและผู้ว่าการตรวจเงิน แผ่นดินไปพลางก่อน ประกาศ ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๔๙ พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ท่านประธานที่เคารพ ประเด็นที่ ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ได้อธิบายความกับ ท่านประธานก็คือว่า วันนี้กระบวนการสรรหาผู้ว่า สตง. ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๑ ให้ดําเนินการสรรหาคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินและผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินภายใน หนึ่งร้อยยี่สิบวัน นับตั้งแต่มีการแต่งตั้งประธานสภาผู้แทนราษฎรและผู้นําฝ์ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรภายหลังจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเปึนการทั่วไป ในครั้งแรก แปลความกันว่าในรัฐธรรมนูญฉบับนี้นั้นได้ไปรองรับคําสั่งของหัวหน้า คณะรัฐประหารต่ออีกทอดหนึ่ง แต่ทั้งหมดวันนี้ท่านประธานที่เคารพ การดํารงอยู่ของ คุณหญิงจารุวรรณนั้นเมื่อยังไม่มีการสรรหาใด ๆ ๑. ไม่ได้ปฏิบัติตามคําสั่งของหัวหน้า คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินแล้ว องค์กรที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการสรรหาตาม มาตรา ๓๐๑ ก็ยังไม่ได้ปฏิบัติ คุณหญิงจารุวรรณก็จะรักษาการอย่างนี้โดยที่ว่าเงื่อนไข ๑๒๐ วันหลังจากเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร แต่งตั้งผู้นําฝ์ายค้านเรียบร้อยแล้วนั้น ไม่มีการขยับเขยื้อนในเรื่องนี้แต่ประการใด แล้วก็ไม่มีบทลงโทษเช่นเดียวกันว่าถ้าภายใน กรอบ ๑๒๐ วันไม่สามารถเลือกคณะกรรมการ คตง. ชุดใหม่ขึ้นมา เลือกผู้ว่า สตง. คนใหม่ขึ้นมาจะมีความผิดอย่างไร เพราะฉะนั้นคุณหญิงจารุวรรณท่านก็อยู่ในเงื่อนไข ดังกล่าว ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะมีการอภิปรายต่อไปนี้นั้น