นิภา พริ้งศุลกะ หารือเรื่องการขาดทุนของการรถไฟแห่งประเทศไทย และเรียกร้องการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาที่พบในการปฏิบัติงานประจําปัญญบประมาณ 2550 ของสํานักงานการตรวจเงิน แผ่นดิน นอกจากนี้ยังแสดงความเข้าใจและความเห็นอกเห็นใจต่อผู้ที่ทำงานในกระทรวงการคลังที่เผชิญกับความกดดันและวิพากษ์วิจารณ์ นิภา พริ้งศุลกะ เสนอแนะการตรวจสอบเงินรับอื่นที่รอการหักโอน และเรียกร้องการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในด้านต่างๆ เช่น การจ่ายคืน, สัญญาหมดอายุ, รถไฟไม่ได้แก้ไขให้ถูกต้อง, ลูกหนี้เดินรถร่วม ค้างนาน, บัญชีอาคารอุปกรณ์ ไม่สามารถกระทบยอดได้, ภาษีโรงเรือนที่ดินและภาษีบํารุงท้องที่, โครงการต่าง ๆ ที่ไม่ได้เคลื่อนไหว, ค่าสํารวจสายทาง, การดําเนินการของฝ่ายบริหารทรัพย์สิน, กรณีให้เช่าที่ดินใช้ประโยชน์ และบัญชีทดรองจ่าย
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นิภา พริ้งศุลกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ จากการรายงานการปฏิบัติงานประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๐ ของสํานักงานการตรวจเงิน แผ่นดินนี้ ดิฉันให้ความสนใจเรื่องของรถไฟ เพราะว่ารถไฟเปึนบริการของรัฐที่ให้กับพี่น้อง ประชาชนผู้มีรายได้น้อยนะคะ แล้วก็รถไฟก็เต็มทุกขบวนมาตลอด แต่ว่าเปึนรัฐวิสาหกิจ ที่ขาดทุนมาตลอดเช่นเดียวกัน จากการที่ สตง. ได้เข้าไปตรวจสอบ ดิฉันเชื่อและศรัทธา ในการทํางานของ สตง. โดยผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินคุณหญิงจารุวรรณ แล้วก็เชื่อว่า ทุกอย่างที่ท่านตรวจสอบมานั้นเปึนเรื่องที่พวกเราสนใจแล้วก็เปึนความจริง ท่านประธานคะ การรถไฟแห่งประเทศไทยนั้นมีอยู่ ๔ ข้อสําคัญที่ สตง. ได้ไปตรวจสอบมา ดิฉันก็เลยหาย ข้องใจเลยว่าทําไมถึงมีการขาดทุนมาตลอด เพราะว่า ๔ ข้อสําคัญนั้นก็คือ
ข้อ ๑ ก็คือ ลูกหนี้การค้าและบริการตั้งแต่ป้ ๒๕๔๙ เกือบ ๓๕๐ ล้านบาท ที่มียอดไม่ตรงกัน ในหน้า ๕๗ จากการส่งยอดลูกหนี้ก็พบว่าสาเหตุจากสัญญาเช่าไม่ได้ ลงนาม แต่ฝ์ายบริหารทรัพย์สินบันทึกบัญชีลูกหนี้แล้ว อันนั้นก็ทําให้งวดป้ต้องปรับปรุง บัญชี ซึ่งก็เปึนการยุ่งยากสําหรับผู้ที่เข้าไปตรวจสอบ แล้วก็มีลูกหนี้ค้างงานตั้งแต่ ป้ ๒๕๔๒ ถึง ๒๕๔๘ เปึนลูกหนี้ค่าเช่าที่ดินที่ฝ์ายบริหารทรัพย์สินเปึนคู่สัญญา ถึง ๗๒ ราย ก็ ๑๐๐ กว่าล้านบาท เหล่านี้ พร้อมทั้งลูกหนี้ของรถไฟที่ฟัองร้องลูกหนี้ค่าเช่า ที่ดินตั้งแต่ป้ ๒๕๔๑ – ๒๕๔๙ จํานวน ๔ เขต ๑๖ ราย ก็ ๑๐๐ กว่าล้านบาท
ข้อ ๒ จากการตรวจสอบบัญชีที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ รายละเอียดทรัพย์สิน จําแนกประเภทสายการเดินรถ มีราคาทุน ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่บันทึกค่าเสื่อมราคา สะสมเปึนจํานวน ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาทค่ะ เปึนการบันทึกค่าเสื่อมราคาและสะสมสูงกว่า ราคาทุนของสินทรัพย์เปึนจํานวนถึง ๖๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งผิดปกติมากเลยนะคะ
ข้อ ๓ ที่บันทึกไว้ก็คือ เงินรับอื่นที่รอการหักโอนเมื่อเสร็จกิจการจํานวน ถึง ๙๐๐ กว่าล้านบาท เปึนรายการที่ตรวจพบ ท่านประธานคะ บัญชีรายได้ค่าเช่ารอ การจ่ายคืน สัญญาหมดอายุแต่ยังไม่ส่งคืนบริษัทผู้เช่า ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ๒๕๔๙ ก็มี จํานวนมาก แล้วก็ตรวจพบว่ารถไฟไม่ได้แก้ไขให้ถูกต้อง ลูกหนี้เดินรถร่วม ค้างนานตั้งแต่ เดือนกันยายน พ.ศ. ๒๕๔๕ ถึงมิถุนายน ๒๕๔๘ ๖ ล้านกว่าบาท บัญชีอาคารอุปกรณ์ ยังไม่สามารถกระทบยอดแตกต่างระหว่างเงินทรัพย์สินที่อยู่ตามบัญชี ทรัพย์สินอื่น ๆ ก็ประกอบการตีราคาสินทรัพย์เพิ่มดังกล่าวก็ไม่มีเอกสาร ภาษีโรงเรือนที่ดินและภาษี บํารุงท้องที่ที่รถไฟจ่ายแทนผู้เช่า แต่ไม่สามารถเรียกคืนถึง ๒๔ ล้านบาท โครงการต่าง ๆ ตั้งเอาไว้ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๑ อย่างรถไฟเล็กศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ยอดก็ไม่เคลื่อน ไม่ทราบ ว่าเงินยังอยู่หรือเปล่า แล้วค่าสํารวจสายทางต่าง ๆ เปึนการสํารวจตั้งแต่ธันวาคม ๒๕๐๘ ถึงเมษายน ๒๕๑๒ ยอดก็ไม่เคลื่อนไหว จํานวน ๔ ล้านกว่าบาท อันนี้ก็ไม่ทราบว่าเงิน ยังอยู่หรือเปล่า แล้วจากการติดตามผลการดําเนินการของฝ์ายบริหารทรัพย์สิน ตั้งแต่ ป้ ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๔๘ ไม่มีความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าวเลย กรณีให้เช่าที่ดินใช้ประโยชน์ อาคารสถานีกรุงเทพฯ ตามโครงการเช่า ๑๐ ประโยชน์ อาคารสถานีกรุงเทพฯ ของบริษัท แห่งหนึ่ง ต้องก่อสร้างสินทรัพย์ให้รถไฟ วงเงิน ๖๒ ล้านกว่าบาท แต่ทางบัญชีรถไฟบันทึก สินทรัพย์ไว้เพียง ๓๘ กว่าล้านบาท แตกต่างกันตั้ง ๒๔ กว่าล้านบาท ได้ตั้งคณะกรรมการ ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วแต่ยังไม่แจ้งผลการดําเนินการ แล้วบัญชีทดรองจ่ายก็ เช่นเดียวกัน มีคนทดรองจ่ายตั้งล้านกว่าบาท เปึนการยืม ๔๑ ครั้ง จากคนคนเดียวกัน ตอนนี้ก็ตรวจสอบทางวินัย ก็ยังไม่แจ้งผลการตรวจ
ข้อสุดท้าย บัญชีสิ่งของที่เหลือกรรมการไม่ได้ตรวจสอบรับและชดใช้ ค่าเสียหาย เงินถึง ๓๐๐ กว่าล้านบาท จัดซื้ออะไหล่เครื่องจักรตั้งแต่ป้ ๒๕๓๖ ใช้งาน ไม่ได้จนส่งคืนคลัง แล้วก็ให้ฝ์ายพัสดุดําเนินการแจ้งผู้ขาย มีการแต่งตั้งคณะกรรมการ ตรวจ สอบสวนข้อเท็จจริงป้งบประมาณ ๒๕๔๗ ๔ ป้แล้วก็ยังไม่มีการแจ้งผลการ ตรวจสอบ เหล่านี้ ถ้านับจํานวนก็แทบจะเปึนหมื่นล้าน เพราะฉะนั้นดิฉันก็เสียดายว่าวันนี้ รัฐบาลไม่ได้ให้ความสนใจกับการทํางาน กับการตรวจสอบของ สตง. มิฉะนั้นเราจะได้ ทราบว่าจะดําเนินการต่อไปอย่างไร ดิฉันขอฝากว่าการที่ท่านทํางานเหน็ดเหนื่อย แล้วก็ เสี่ยงกับความกดดัน มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ แต่พวกเราเข้าใจ ทราบว่าท่านถูกวางเพลิงไฟ ที่บ้าน หลายอย่างพวกเราติดตามอยู่เปึนกําลังใจมาตลอด เพราะเราทราบว่า สตง. เปึน ที่พึ่งของพี่น้องประชาชน เพราะเรื่องการทุจริตนั้น พวกเรารับไม่ได้ เงินทุกบาททุกสตางค์ ที่เปึนภาษีอากรของพี่น้องประชาชน เราตรวจสอบไปไม่ถึง แต่ว่าการทํางานของท่าน ทําให้พวกเราหูตาสว่างขึ้น เพราะฉะนั้นขอเปึนกําลังใจนะคะ แล้วก็ขอให้ท่านปลอดภัย ด้วยประการทั้งปวง ขอบคุณค่ะ