สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๐ · ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๑

นิสิต สินธุไพร แสดงความเห็นเกี่ยวกับการประชุมข้าราชการ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของระบอบประชาธิปไตยและความจำเป็นในการเคารพกฎหมายและหลักการประชาธิปไตย นอกจากนี้ยังชี้แจงถึงความสำคัญของการชุมนุมโดยสันติวิธี

นายนิสิต สินธุไพร ร้อยเอ็ด

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิสิต สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดร้อยเอ็ด พรรคพลังประชาชน ท่านประธาน ที่เคารพครับ สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้ช่วยกันระดมความคิดเห็นหลากหลายซึ่งเปึนเรื่อง ที่มีประโยชน์ เปึนเรื่องที่เปึนความจริง ไม่ว่าเปึนพรรครัฐบาลหรือพรรคฝ์ายค้าน ก็ได้อธิบายข้อเท็จจริงในสภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นล้วนแต่เปึนประโยชน์ การอธิบาย ความทางการเมืองนั้นต้องมีมุมมองต่างกัน นั่นถือว่าเปึนเรื่องที่เกิดประโยชน์ต่อ สภาผู้แทนราษฎร ต่อประชาชน ผมเองมีแนวความคิดที่อธิบายความทางการเมือง นั่นก็คือเรื่องของเหตุการณ์วันนี้เกิดขึ้นในกรณีที่ พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการ ทหารบกและคณะเหล่าข้าราชการซึ่งเปึนอธิบดี ปลัดกระทรวง ภาคเอกชนกว่า ๒๐๐ คน ประชุมกันในนามคณะกรรมการติดตามสถานการณ์ทางการเมือง แล้วก็มีการอภิปรายกัน ไม่มากครับ ในที่ประชุมแห่งนั้นกว่า ๒๐๐ คน อภิปรายไม่ถึง ๑๐ คน ในกลุ่มดังกล่าวนั้น มีผู้อภิปรายแสดงความคิดเห็นน่าสนใจมากนั่นก็คือ ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์สุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่านได้อธิบายความทางการเมืองว่า ทางออกของการแก้ปัญหาทางการเมืองไทยขณะนี้ นั่นก็คือขอนายกรัฐมนตรีพระราชทาน เกิดเสียงฮือฮาในที่ประชุม ๒๐๐ กว่าคน ในที่ประชุมกองทัพบก ท่านศาสตราจารย์ ดอกเตอร์สมบัติ ธํารงธัญวงศ์ อธิการบดีสถาบันนิด้าหรือสถาบันบัณฑิต พัฒนบริหารศาสตร์ ได้มีการเสนอให้มีการยุบสภาผู้แทนราษฎร หลังจากนั้นก็พูดไม่มาก อธิบดี ปลัดกระทรวง ไม่ค่อยพูดมาก ในที่ประชุมก็สรุปกันแบบรวบรัดตัดตอนให้ยุบสภา ผู้แทนราษฎร แต่ในที่ประชุมไม่มีการอธิบายหาทางบอกว่าเมื่อยุบสภาผู้แทนราษฎร แล้วเหตุการณ์จะจบเกิดความสงบหรือไม่อย่างไร เปึนการเสนอทางออกสั้น ๆ เท่านี้ นี่คือ สิ่งที่มันเกิดขึ้นในที่ประชุมวันนี้ ก็ถามว่าการเสนอความเห็นของข้าราชการนั้นเปึนเรื่อง ถูกต้องหรือไม่ ในส่วนตัวผมครับ ผมมองว่าหลักการระบอบประชาธิปไตย อํานาจ อธิปไตยแบ่งเปึน ๓ ฝ์าย นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ ข้าราชการอยู่ภายใต้อํานาจบริหาร ในโลกประชาธิปไตยครับ ข้าราชการโดยมารยาท โดยหลักการไม่แสดงความคิดเห็น ทางการเมืองเลย ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศอังกฤษ หลายประเทศไปดูงานทั่วโลก ไม่มีข้าราชการคนไหนที่แสดงความเห็นทางการเมืองต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้น นี่คือ เรื่องข้อเท็จจริง เปึนโลกของระบอบประชาธิปไตย เขาเคารพรัฐบาลอย่างมาก เคารพระบอบประชาธิปไตย แต่ของเราต้องยอมรับความเปึนจริงว่า ประเทศไทยไม่ได้ ปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุขอย่างแท้จริง ยังมี อํานาจนอกระบบเข้ามาแทรกแซงโดยตลอด ผมถือว่าการประชุมของเหล่าข้าราชการวันนี้ เปึนสภาข้าราชการ ใส่ชุดสีกากีและชุดเขียวมาเสนอทางออกทางการเมือง ท่ามกลาง ความขัดแย้งของประชาชน และข้อเสนอให้ยุบสภานั้นก็เปึนทางออกและแลกกับว่าให้กลุ่มพันธมิตรออกจาก สนามบินสุวรรณภูมิ และให้มีการยุบสภาแลก แค่นี้ครับ และเมื่อยุบสภาจะเปึนทางออก อย่างไร ไม่มีข้ออธิบายทางการเมือง เพราะฉะนั้นผมจึงไม่เห็นด้วยในหลักการของระบอบ ประชาธิปไตยว่าข้าราชการจะต้องอยู่ภายใต้รัฐบาลและเปึนกลางทางการเมือง ถ้าเมื่อใด ผู้ท่านบัญชาการทหารบกหรือปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาแถลงข่าวอย่างนี้คงไม่ถูกต้อง โดยหลักการแล้วนะครับจะเปึนความคิดเห็นอย่างไร ก็ตาม ข้าราชการต้องอยู่ภายใต้รัฐบาล ภายใต้ฝ์ายบริหารอย่างเคร่งครัด ไม่เช่นนั้น ก็ไม่ใช่ประชาธิปไตย เปึนอมาตยาธิปไตย นี่ประเด็นที่ ๑ ที่ผมไม่เห็นด้วย

ประเด็นที่ ๒ ผมคิดว่าทางออกทางการเมืองขณะนี้ ผมไม่อยากจะให้ สังคมไทยวิตกวิจารณ์มากจนเกินไป เห็นพี่น้องประชาชนขัดแย้งกันอย่างนี้ก็กลัว อย่างมากจะเกิดความรุนแรง เกิดการฆ่ากันเลือดตกยางออก ผมว่าประสบการณ์ ทางการเมืองของสังคมไทยมีไม่มากพอ ท่านอย่าลืมว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์เมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม วันที่ ๒๔ – ๒๕ - ๒๖ รัฐบาลถอย สภาถอย ทําให้เหตุการณ์ไม่รุนแรง ผมว่า สังคมน่าจะพอใจได้ระดับหนึ่ง แต่สิ่งหนึ่งที่มีข้อกังขามากก็คือว่า การเมืองภาคประชาชน ก็ต้องเคารพกฎหมาย เคารพระบอบประชาธิปไตย ชุมนุมโดยปราศจากอาวุธ นี่เปึน หลักการใหญ่โดยสันติวิธี ซึ่งคานธีบัญญัติอย่างนี้ แต่เมื่อชุมนุมโดยมีอาวุธพกไปด้วย ไม่ใช่การเมืองภาคประชาชนครับ เพราะฉะนั้นสิ่งทั้งหลายทั้งปวงคือข้อเท็จจริง ท่านประธานต้องฟังครับ เปึนข้อเท็จจริงในสภาแห่งนี้