อรรถพร ชี้วิกฤตเมืองจาก 3 กลุ่มความคิด ยันรัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๐ · ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๑

อรรถพร พลบุตร ระบุปัญหาวิกฤตเมืองโดยชี้ว่าสังคมไทยแบ่งเป็น 3 กลุ่มความคิดที่แตกต่างกัน โดยกลุ่มหนึ่งมองรัฐบาลปัจจุบันว่าเป็นรัฐบาลหุ่นเชิดที่ทุจริต ในขณะที่อีกกลุ่มเชื่อว่ารัฐบาลมาจากการเลือกตั้งอย่างถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ อรรถพร พลบุตร หารือเรื่องความขัดแย้งทางการเมืองและการแบ่งแยกสีเสื้อ โดยเน้นย้ำว่าปัญหาเกิดจากการยึดติดความคิดฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และเรียกร้องให้ประชาชนและนักการเมืองเสียสละเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติในระยะยาว แทนที่จะมุ่งเน้นผลประโยชน์ส่วนตัวหรือพรรคการเมือง

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วนจากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมใช้ช่วงเวลาสั้น ๆ ให้เกิดประโยชน์ สูงสุดนะครับ ตลอดเวลาเกือบ ๑ ป้ที่ทําหน้าที่เปึนผู้แทนราษฎรในสภาแห่งนี้ ผมได้รับฟัง การแสดงความคิดเห็นในประเด็นวิกฤติการณ์ของบ้านเมืองที่เกิดขึ้นหลายแง่หลายมุม หลายความคิดเห็นผมฟังแล้วเกิดความชื่นชมว่านั่นคือความคิดเห็นที่สร้างสรรค์และ สร้างชาติ สร้างแผ่นดิน แต่บางความคิดเห็นฟังแล้วผมก็สยดสยอง แล้วก็ไม่น่าเชื่อว่า จะเปึนความคิดเห็นที่เกิดขึ้นในสภาแห่งนี้ แต่ไม่ว่าความคิดเห็นจะมีความแตกต่าง หลากหลายอย่างไร นั่นก็คือความงดงามของประชาธิปไตยที่จะต้องมีความแตกต่างทาง ความคิดเห็นและเปึนมูลเหตุที่ทําให้เกิดสภาผู้แทนราษฎรขึ้นมา แต่ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนกับท่านว่าในบางสถานการณ์ที่มันได้ก้าวล่วงเกินกว่าขอบเขตความคิดเห็น ถูกหรือผิดมันแก้ปัญหาไม่ได้ ถ้าเราเอาความถูกความผิด ผมทําผิดอะไรมาพูดกัน ปัญหา คงไม่จบ ถ้าเอาความเปึนจริง ความคิดมาพูดกันก็ต้องยอมรับความจริงว่าวันนี้สังคมไทย อย่างน้อยก็มีคนอยู่ ๓ กลุ่ม แต่ละกลุ่มมีความเชื่อ มีความคิด มีสิ่งรองรับความคิดของตนเองเปึนร้อยเปึนกระบุงเกวียน ทั้งนั้นครับ กลุ่มแรกเขาเชื่อว่ารัฐบาลนี้เปึนร่างทรงของรัฐบาลที่แล้วซึ่งเปึนทุนการเมือง ซึ่งมีการทุจริตคอร์รัปชั่น มีการจะล้มล้างราชบัลลังก์อะไรก็เปึนข้อที่ได้กล่าวอ้าง กล่าวหา กันไป มีประจักษ์พยานหลักฐานมากมายก่ายกองปรากฏอยู่แพร่หลายไปทั่วโลก นั่นความคิดที่ ๑ มีสิ่งรองรับ

อีกความคิดหนึ่ง อีกกลุ่มหนึ่งบอกว่าจะอย่างไรก็แล้วแต่ก็เปึนรัฐบาลที่มา จากประชาธิปไตยตามวิถีทางของระบอบรัฐธรรมนูญ ผ่านการเลือกตั้งมาจากประชาชน อย่างน้อยก็มีคนหลายสิบล้านเสียงเปึนพื้นฐานสนับสนุน แล้วคน ๒ แสนคน ๓ แสนคน มีสิทธิอะไรที่จะมาขับไล่ นั่นก็เปึนมุมมอง ก็มีเหตุมีผลรับฟังได้

อีกมุมมองหนึ่ง มุมมองนี้ผมว่าคนกลุ่มใหญ่เขาบอกว่าอย่างไรก็ได้ แต่ขอให้เขาตื่นเช้าขึ้นมาเขาไม่ต้องมาพะวงว่าเขาจะต้องใส่เสื้อสีอะไรออกจากบ้าน เขาไม่ต้องพะวงว่าใส่เนคไทสีแดงแล้วเขาจะต้องไปถูกซุ่มตีหรือเรียกแท็กซี่แล้วถูกไล่ลง หรือเรียกแท็กซี่แล้วไปรุมยํากลางซอยเพราะบังเอิญใส่เสื้อสีเหลือง เขาอยากให้เมืองไทย พระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตก ต่อสู้ชีวิตอย่างทรหดแล้วก็มีลมหายใจอยู่บนความสันติสุข มันหลายความคิดครับ ฉะนั้นเราเอาความคิดใดความคิดหนึ่งมายุติปัญหายุติไม่ได้ ความที่เราไปยึดติดความคิดและข้อมูลในแต่ละด้านมันจึงนําปัญหามาจนถึงทุกวันนี้ จนกระทั่งวันหนึ่งสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้มีคนพูดถึงขนาดใช้คําว่า สงครามประชาชน ในสภาแห่งนี้ มีคนพูดถึงการแบ่งแยกประเทศ มีคนพูดถึงการตั้งเมืองหลวงที่นั่นที่นี่ ท่านประธานท่านผ่านโลกมามากมาย ผมเชื่อว่าท่านก็ไม่นึกว่าประเทศไทยประเทศที่ หลวงพ่อทวด วัดช้างให้ อยู่ปัตตานีก็ตั้งอยู่ไม่ไกลมัสยิดกรือเซะ เราอยู่อย่างสันติสุข มัสยิดท่าแร้งบ้านผมก็ตั้งอยู่ห่างจากวัดชมพูพน ๒ กิโลเมตร หมู่บ้านแม้วที่เชียงใหม่ ก็อยู่ข้างกับหมู่บ้านคนไทย ผสมกลมกลืน ลูกหลานก็แต่งงานเปึนคนเนื้อเดียวกันไปหมด นั่นคือเมืองไทยเมื่อไม่กี่ป้มานี้เอง แล้ววันนี้มันเกิดอะไรขึ้น เพราะการเชื่อ การคิด การต่อสู้ การเอาชนะ เอาแพ้ แล้วประโยคที่ว่า ผมผิดอะไร วันนี้ผมเชื่อว่าประโยคคําพูด เหล่านี้มันไม่แก้ปัญหาหรอกครับ มันคิดอย่างแคบ มันคิดอย่างนี้ และวันพรุ่งนี้เราอาจจะ ต้องมาสภาแห่งนี้ในฐานะอดีตคนเปึนผู้แทนราษฎรก็ได้ มันจะมีประโยชน์อะไรที่จะเปึน ผู้แทนราษฎรที่มาจากชาวบ้านแล้วเดินไปบนซากปรักหักพังของบ้านเมือง เดินไป บนแผ่นดินที่ต้องเลือกสีเสื้อที่จะใส่ เดินไปบนแผ่นดินที่ไม่รู้ว่าคืนนี้จะมีคนตายสักร้อย สักพันหรือไม่ เมื่อ ๒ ป้ที่แล้วเมืองไทยไม่ได้เปึนอย่างนี้เลยนะครับ แล้วเราจะหาทางออก จากห้วงหายนะนี้อย่างไร มันก็ต้องเสียสละกันนะครับ ความเสียสละมันอาจจะหมายถึง ความเจ็บปวด มันอาจจะหมายถึงการที่ต้องกล้ํากลืนเลือดเนื้ออยู่ในหัวใจของตนเอง แต่มันก็ต้องทํา ประโยชน์ของเราคนเดียว ส.ส. คนเดียว พรรคการเมืองพรรคเดียว หรือคนรวย ๆ คนเดียว มันจะยิ่งใหญ่กว่าประโยชน์ของประเทศชาติที่มีอายุยาวนาน เปึนร้อยเปึนพันป้ได้อย่างไร ต้องเสียสละ แม้ว่าจะต้องเจ็บปวด แม้ว่าจะต้องตายไป โดยไม่มีคนอยู่รอบข้าง แต่ประเทศชาติอยู่รอด ต้องเสียสละ พูดทําไม ผมทําผิดอะไร ทําไมประโยคว่า ผมทําผิดอะไร มันไม่ดังขึ้นมาที่คลองโคกขามเมื่อร้อยป้ที่แล้ว ที่สมุทรสาครล่ะครับ ผมขออีกครึ่งนาที ที่คลองโคกขาม สมุทรสาคร ๑๐๐ ป้ที่แล้ว นายท้ายเรือคนหนึ่งทําผิดอะไร ก็พยายามสุดวิสัยล่ะครับที่จะคัดท้ายเรือไม่ให้หัวเรือ ไปชน แต่มันสุดวิสัย น้ํามันเชี่ยว น้ํามันไหล ก็ชนตลิ่ง หัวเรือหัก ไม่เห็นนายท้ายคนนั้น ถามว่า ผมทําผิดอะไร มีแต่ขอถวายหัวเพื่อรักษากติกาของบ้านเมือง ยอมตายเพื่อรักษา กติกาของบ้านเมืองให้มันเดินไปได้ ที่ชื่อ พันท้ายนรสิงห์ นี่ล่ะครับ วันนี้ พรุ่งนี้ถ้าเราหาคน ชื่อ พันท้ายนรสิงห์ เจอในวงการการเมือง เมืองไทยรอดพ้นวิกฤติ ขอบคุณครับ