สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๑

ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ พูดเรื่องรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อสังเกตและข้อเสนอแนะในการแก้ไขกฎหมายท้องถิ่น เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายอื่น ๆ และเพิ่มประสิทธิภาพในการเลือกตั้ง

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทย รายงานของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือองค์กรอิสระต่าง ๆ ส่วนใหญ่แล้วผมจะให้ความสําคัญ ในส่วนที่เปึนข้อสรุปที่องค์กรนั้น ๆ ได้วิเคราะห์ให้เห็นถึงปัญหา ให้เห็นถึงอุปสรรค ให้เห็น ถึงข้อเสนอแนะ หรือข้อสังเกต เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพองค์กรนั้นให้มีศักยภาพเพิ่มยิ่งขึ้น ในอนาคต เช่นเดียวกันครับ รายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ฉบับนี้ ผมก็ดูไปในส่วนที่ ๔ ครับท่านประธานครับ ส่วนที่ ๔ หน้า ๑๑๗ จะเปึนเรื่อง เกี่ยวกับข้อสังเกตของคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อเสนอที่ให้มีการ แก้ไขกฎหมายท้องถิ่น หลายประการทีเดียว เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายอื่น ๆ ท่านขอ แก้ในเรื่องดังต่อไปนี้นะครับ กฎหมายท้องถิ่นนะครับ การประกาศผลการเลือกตั้งท้องถิ่น ควรจะประกาศใน ๑๕ วันหลังจากวันถัดจากการเลือกตั้ง การเสียสิทธิซึ่งเดิมกําหนดไว้ ๗ ประการ ให้ลดลงเหลือ ๓ ประการ การปัองกันไม่ให้มีการสมยอมหรือรับจ้างสมัคร รับเลือกตั้ง ในการเลือกตั้งท้องถิ่น การห้ามถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง การนับคะแนนที่หน่วย เลือกตั้ง ซึ่งปัจจุบันนั้นไปนับคะแนนรวมกัน และการลาออกของสมาชิกหรือผู้บริหาร ท้องถิ่น แล้วกลับมาสมัครใหม่ในตําแหน่งเดิม กกต. อยากจะให้มีการแก้ไขให้ผู้ที่ลาออก ชดใช้ค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งด้วย และอีกประการหนึ่งที่กระผมเห็นว่าสําคัญที่สุดก็คือ กกต. มีแนวความคิดครับว่าในอนาคต กกต. จะนําเครื่องลงคะแนนเลือกตั้ง หรือที่เรียกว่า เครื่องอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในการเลือกตั้ง ผมขออนุญาตในประเด็นนี้เรียนถาม ท่านประธานผ่านไปยังท่านเลขาคณะกรรมการเลือกตั้งว่า ท่านได้มีแนวความคิดนี้ จะนําไปใช้ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร นะครับ ในเรื่องของเครื่องลงบัตรคะแนนเสียงเลือกตั้ง ท่านประธานที่เคารพครับ ข้อสังเกตของคณะกรรมการการเลือกตั้งในการแก้ไขเพิ่มเติม กฎหมายท้องถิ่น ผมเห็นว่ายังไม่น่าจะสมบูรณ์ครับ ยังมีกฎหมายอีก ๓-๔ ฉบับด้วยกัน ที่เมื่อมีการแก้ไขแล้วจะทําให้การเลือกตั้งเปึนธรรม สุจริต เที่ยงธรรมมากยิ่งขึ้น กฎหมาย ฉบับแรกครับท่านประธาน ก็คือพระราชบัญญัติพรรคการเมือง มาตรา ๘๙ ครับ ท่านประธาน ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประกาศกําหนดจํานวนหลักเกณฑ์ และ วิธีการให้เงินทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด อันอาจคํานวณเปึนเงินได้ตามปกติประเพณี ซึ่งจะมี ๔ กลุ่มด้วยกันที่เกี่ยวข้องกับประกาศฉบับนี้นั่นก็คือ ๑.นักการเมือง ๒. ผู้ดํารงตําแหน่งในพรรคการเมือง ๓. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๔. ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ๔ กลุ่มด้วยกันครับ จะอยู่ในประกาศฉบับนี้ ถามว่า หลังจากวันเลือกตั้ง จนกระทั่งก่อนที่จะมีการเลือกตั้งครั้งต่อไป ๙๐ วัน หรือจะมีพระราช กฤษฎีกาก็ดี ระยะเวลาเกือบ ๔ ป้ ถ้าผู้สมัครรับเลือกตั้งไม่อยู่ในองค์ประกอบ ๔ กลุ่ม นี้แล้ว เขาสามารถที่จะดําเนินการในการบริจาคทรัพย์สินได้ทุกประการเลย แล้วถามว่า ความชอบธรรมเกิดขึ้นกับคนทุกกลุ่มไหม นอกจากนั้น ถามต่อไปว่าคณะกรรมการ การเลือกตั้งจะติดตามตรวจสอบการใช้จ่ายการบริจาคให้ทรัพย์สินอื่นใดเกิน ๓,๐๐๐ บาท กกต. มีวิธีการอย่างไร ในระยะยาว ๑ – ๔ ป้ เมื่อตรวจสอบไม่ได้ หลังจากการเลือกตั้ง ครั้งนั้น หลังจากนั้นจะมีการร้องเรียนกันมาก ก.ก.ต. ทํางานไหวไหม ตรวจสอบอย่างไร ติดตามอย่างไร ถ้าท่านเห็นปัญหาอย่างนี้แล้ว ท่านลองไปพิจารณาดูว่าพระราชบัญญัติ พรรคการเมือง มาตรา ๘๙ ควรจะมีการแก้ไขปรับปรุงหรือไม่อย่างไร รวมทั้งมาตรา ๙๐ ด้วย มาตรา ๙๐ คณะกรรมการการเลือกตั้งประชาสัมพันธ์น้อยมาก ซึ่งมีบทลงโทษด้วย ผู้ขอรับบริจาคจะถูกปรับ ๒ เท่าของเงินที่ขอรับการบริจาค คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ ประชาสัมพันธ์เรื่องนี้ไปอย่างทั่วถึงครอบคลุมทั้งประเทศหรือยังครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ สําคัญที่สุดกฎหมายอีก ๒ ฉบับ ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งควรจะ ได้ดูครับ การซื้อสิทธิขายเสียง การเลือกตั้งที่ไม่สุจริตเที่ยงธรรม ท่านได้เขียนไว้ในรายงาน ฉบับนี้หน้า ๑๑๖ ว่า ปัญหาการทุจริตเลือกตั้งและการซื้อสิทธิขายเสียงส่วนหนึ่งมาจาก การที่ประชาชนขาดความรู้ ขาดความเข้าใจที่ถูกต้อง การรู้ไม่เท่าทันการเมือง ถ้าแก้ไข เรื่องเหล่านี้ได้ก็จะทําให้ลดการทุจริตการเลือกตั้ง การซื้อสิทธิขายเสียง และจะหมดไป ในที่สุด ผมเห็นด้วยครับ ข้อสรุปตรงนี้ แต่ไม่ใช่ทั้งหมดครับ ท่านประธานครับ ยังมีส่วนอื่น ที่คงจะต้องพิจารณาด้วย ท่านประธานลองดูนะครับ ปัจจุบันนี้ภารกิจหน้าที่ของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง มีทั้งการออกเสียงประชามติ การจัดการออกเสียงประชามติ การยกร่างกฎหมาย การเตรียมการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร การสรรหา ส.ว. การเลือกตั้ง ส.ว. รวมทั้งต้องรับผิดชอบตลอดป้ การเลือกตั้งองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ในป้ ๒๕๕๐ รวมทั้งสิ้น ๒๕๖๙ แห่ง ที่หมดตามวาระ แล้วที่เลือกตั้งซ่อม อีกต่างหากตลอดป้เลย ภารกิจนี้ก็หนักหนาแล้วครับ แล้วยังมีภารกิจอื่นอีกครับ ท่านประธานครับ การพัฒนาการเลือกตั้ง การบริหารบุคลากรซึ่งปัจจุบันนี้คณะกรรมการ การเลือกตั้งมีจํานวนบุคลากรทั้งหมด ๒,๐๘๐ คน ระดับกรม ระดับกระทรวง ทีเดียว นะครับ ส่วนกลางมีเท่าไร ส่วนกลางมี ๘๐๒ คน ส่วนภูมิภาคมี ๑,๒๗๘ คนครับ ต้องบริหารบุคลากรเหล่านี้ด้วย บริหารงบประมาณด้วย รวมทั้งการส่งเสริมประชาชนให้มี ความรู้ความเข้าใจมีจิตสํานึกในวิถีประชาธิปไตย การเสริมสร้างการเมืองภาคประชาชน การสนับสนุนพรรคการเมืองให้เปึนสถาบันการเมืองที่เข้มแข็ง การพัฒนาองค์กรให้มี ประสิทธิภาพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ และการดําเนินการโครงการอื่น ๆ นี่เปึนภารกิจ หน้าที่ ของคณะกรรมการการเลือกตั้งทั้งสิ้น มหัศจรรย์จริง ๆ ครับ เปึนบุคคลมหัศจรรย์ที่ ทําได้ขนาดนี้ครับ และในท้ายที่สุดภารกิจหลักของคณะกรรมการการเลือกตั้งในการที่จะ ไปดูแลการเลือกตั้งให้สุจริตเที่ยงธรรม ไม่มีการปราศจากการซื้อสิทธิ ขายเสียง เปึนอย่างไรครับ ท่านประธาน ลองดูตัวเลขสถิติตรงนี้นะครับ หน้า ๘๔ – ๘๘ การเลือกตั้งท้องถิ่นครับ มีเรื่องร้องเรียนทั้งหมด ๒,๒๗๒ เรื่อง คณะกรรมการการเลือกตั้ง พิจารณาไปแล้ว ๑,๐๙๕ เรื่อง หรือคิดเปึน ๔๘.๒๐ ยังมีเรื่องที่อยู่ระหว่างการดําเนินการ เท่าไรครับท่านประธาน ๑,๑๗๗ เรื่อง หรือคิดเปึนร้อยละ ๕๑ ครับท่านประธาน นี่เปึน ภารกิจหลักที่จะปัองกันการทุจริตซื้อเสียงเลือกตั้ง รวมทั้งทําให้การเลือกตั้งสุจริต เที่ยงธรรม แต่สถิติตัวนี้เปึนตัวฟัองครับ ภารกิจหลักท่านยังมีจํานวนมาก การคัดค้าน การเลือกตั้งมีทั้งหมด ๔๑๕ เรื่อง ท่านพิจารณาไปแล้ว ๒๙๒ เรื่อง อันนี้พิจารณาไปได้ มากหน่อย ๗๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ร้อยละ ๗๐ อยู่ระหว่างการพิจารณา ๑๒๓ เรื่อง หรือประมาณร้อยละ ๓๐ ท่านประธานที่เคารพครับ ดูระดับประเทศครับ การดําเนินคดี กับผู้กระทําผิดเลือกตั้งระดับประเทศ สมาชิกวุฒิสภามีเรื่องร้องเรียน ๒๓ คดี อยู่ระหว่าง การสอบสวน อยู่ระหว่างรอสํานวนเพื่อส่งสํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัด อยู่ระหว่างการคัดแยกสํานวน ๙ คดีครับ หรือคิดเปึนเปอร์เซ็นต์ ๓๙ เปอร์เซ็นต์ ส.ส. ครับ มีเรื่องที่ดําเนินคดี ๕๐๘ คดี ขณะนี้มีเรื่องอยู่ระหว่างการสอบสวน ส่งสํานวน แยกสํานวน ๔๔๙ เรื่อง ๔๔๙ คดี คิดเปึนร้อยละ ๘๘ ครับ มากเหลือเกิน ยังค้างอยู่ องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ๑,๐๒๑ คดี ยังมีคดีค้างอยู่นี่นะครับ ๗๙๑ คดี หรือคิดเปึนทั้งหมด ๗๗ คดี ร้อยละ ๗๗ ครับ นี่เปึนภารกิจหลักของคณะกรรมการการเลือกตั้งทั้งหมดทั้งสิ้น ผมหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาทําไม ผมไม่เหมือนคนอื่นครับ เมื่อภารกิจคณะกรรมการ การเลือกตั้งมาก ท่านเคยมีการทําการศึกษาวิจัยไหมครับว่าแยกเสียเถอะครับ แยกกระบวนการจัดการเลือกตั้งออกไปต่างหาก คณะกรรมการการเลือกตั้งดูแลเฉพาะ การเลือกตั้งให้สุจริตเที่ยงธรรม การปราศจากการซื้อสิทธิขายเสียงเรื่องเดียวครับ ถามว่า จะทําอย่างนี้ได้อย่างไร ต้องไปแก้รัฐธรรมนูญครับ มาตรา ๒๓๕ ผมฝากท่านลอง ไปศึกษาวิจัยดูนะครับว่าถ้าทําออกมาเปึนเอกเทศอย่างนี้แล้ว ประสิทธิภาพในการซื้อสิทธิ ขายเสียงมันจะหมดไปได้เร็วไหม ท่านประธานที่เคารพ ผมกําลังจะสรุปครับท่านประธาน สรุปอย่างนี้ ถ้าท่านสามารถที่ทําให้การเลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรมได้ ลงไปดูลึก ๆ เลย ถ้าลงไปดูลึก ๆ ได้มาตรา ๒๓๗ มีอยู่ได้ครับ แต่ถ้าขณะนี้ท่านมีทั้งบุคลากร มีทั้งเครื่องไม้ เครื่องมือ มีทั้งงบประมาณ มีทั้งวิธีการบริหารจัดการ แต่ท่านยังไม่สามารถที่จะดูแล การเลือกตั้งให้สุจริตเที่ยงธรรม แล้วมีมาตรา ๒๓๗ อย่างนี้ ถามว่า คณะผู้บริหาร พรรคการเมือง คณะกรรมการบริหารพรรคการเมือง ไม่ว่าจะเปึนหัวหน้าพรรคก็ดี รองหัวหน้าพรรคก็ดี เขาจะมีปัญญาไปดูไหมว่าผู้สมัครของพรรคเขานี่ซื้อสิทธิ ขายเสียง ไหม กกต. มีทุกจังหวัด ยังดูไม่ทั่วถึงเลย แล้วพรรคการเมืองไม่มีหน่วยงานอยู่ในแต่ละ จังหวัดนี่นะครับ จะเอาปัญญาที่ไหนไปดู แล้วกฎหมายมาเขียนว่า เราต้องรับผิดชอบ ให้ยุบพรรค ทั้ง ๆ ที่ผมยกตัวอย่าง ท่านนายกรัฐมนตรี บรรหาร ย้ําอยู่เสมอว่าต้องปฏิบัติ ตามกฎหมายต้องปฏิบัติตามระเบียบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง แล้วเราจะไปทราบ ได้อย่างไร ผมก็เปึนคณะกรรมการบริหาร ผมไม่กลัวหรอกนะครับ อะไรจะเกิดขึ้น ตามกฎหมายที่มีอยู่แต่ผมอยากจะฝากไว้ครับว่าเราต้องทําในสิ่งที่ถูกต้อง ในการกําหนด ใด ๆ ให้เปึนไปได้ตามกฎหมายด้วย ท่านประธานที่เคารพ ผมต้องขอขอบพระคุณ ท่านประธานที่กรุณาให้ผมอภิปรายได้เกินเกือบ ๆ ๔ นาทีนี่ครับ ขอบคุณท่านประธาน แล้วฝากท่าน กกต. ช่วยพิจารณาเรื่องดังกล่าวด้วย ขอบพระคุณครับ