สงวน พงษ์มณี หารือเรื่องการซื้อเสียงในการเลือกตั้ง โดยอ้างว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ส่งเสริมการซื้อเสียง และวิธีการซื้อเสียงคือการปลดปล่อยโหวตเตอร์จากอิทธิพลท้องถิ่น และเรียกร้องการแก้ไขข้อผิดพลาดในกระบวนการประชาธิปไตย
ขอบคุณครับท่านประธาน ผม สงวน พงษ์มณี พรรคพลังประชาชน จังหวัดลําพูน ผมเปึน ส.ส. เขตนะครับ ก่อนที่จะพูด เพื่อน ๆ หลายคนก็บอกว่าเปึน ส.ส. เขตอย่าพูดนะ กกต. มา ผมคิดว่าผมเชื่อมั่น องค์คณะนี้ เพราะว่าท่านเปึนดอกผลของรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ ซึ่งผมมีส่วนในการ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนั้นอยู่ ท่านครับ กระผมคิดว่าผมจะพูดเรื่องที่ผ่านมาให้น้อย สักหน่อย แต่จะพูดเรื่องที่กําลังเปึนอยู่กับเรื่องที่จะไปข้างหน้า เพราะว่าผมเชื่อมั่น ในองค์คณะของ กกต. ตรงที่ท่านมาจากศาล เหตุผลเพราะว่าในกระบวนการชั่งน้ําหนัก พยานท่านจะเปึนคนเก่งที่สุดในความเชื่อของผม ก่อนที่ผมจะพูดถึงรายงาน ทําหน้าที่ รับฟังรายงานของท่าน และท่านมาฟังความเห็นจากพวกผม ผมจะพูดทางปรัชญา ของการปกครองนิดหนึ่ง เพื่อต่อเนื่องกับท่านผู้อภิปรายเมื่อกี้ ซึ่งเคารพนับถือกันอยู่ ผมคิดว่าวันนี้คนเราสับสนอยู่ ๒ เรื่อง สับสนกับคําว่า อนาธิปไตย กับ ประชาธิปไตย สับสนมากครับท่าน อนาธิปไตยในประเทศของเราร้ายยิ่งกว่าการทุจริตทุกเรื่อง วันนี้ ทุกคนชื่นชมประชาธิปไตยและอยากจะเห็นการไม่มีการซื้อเสียง และคนที่คิดอย่างนี้ นะครับ ไม่ได้ตําหนิรัฐธรรมนูญฉบับนี้เลย รัฐธรรมนูญฉบับนี้ส่งเสริมการซื้อเสียง ทําไมหรือครับ ในป้ ๒๕๔๐ นะครับท่าน ที่ท่านบอกว่าป้ ๒๕๔๘ นั้นคนทําลายภาคใต้ ไม่ได้เพราะอะไร เพราะว่าโหวตเตอร์ (Voter) มันถูกปลดปล่อยจากอิทธิพลท้องถิ่น การซื้อเสียงท่านจําไว้นะครับ การซื้อเสียงมันซื้อผ่านอิทธิพลท้องถิ่น นับคะแนนรวมนี่ โหวตเตอร์มันถูกปลดปล่อยจากอิทธิพลท้องถิ่น ท่านกลัวเปลี่ยนหีบเลือกตั้ง แต่ไปนับคะแนนในหน่วย นี่ล่ะการซื้อเสียงจะเกิดขึ้น ซื้อเสียง ก็เกิดขึ้น อนาธิปไตยยิ่งเกิดขึ้น ในหมู่บ้านนี้ถ้าผมเปึนใหญ่ ใครจะขัดผมได้สามโมง ท่านนับมาไม่มี ๓๐๐ เสียงนายคนนี้ ผมเล่นงานตายเลย วันนี้เราเอาโหวตเตอร์ไปขึ้น ต่ออิทธิพลท้องถิ่น แล้วเราจะไปเรียกร้องให้มันบริสุทธิ์ยุติธรรมได้อย่างไร อันนี้เปึน เรื่องที่ ๑
เรื่องที่ ๒ เวลาเราพูดถึงประชาธิปไตยเสียงข้างมาก ข้างน้อยพูดได้ว่า เราเห็นด้วยไม่เห็นด้วยอย่างไร แต่ในระบอบการปกครองท่านครับ มันจะต้องบอกว่า ประชาธิปไตยในระบอบการปกครองเช่นไร คุณธรรมมันก็จะออกมาอย่างนั้น วันนี้เราปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เปึนประมุข มันเปึน กระบวนการนะครับท่าน มันมีการอภัยโทษ มันมีอะไรต่าง ๆ คนที่เขาจะทําตามนี้ ถูกตําหนิไม่ได้เพราะนี่เปึนระบอบ ผมอยากจะบอกให้ท่านผู้อภิปรายเมื่อสักครู่นี้ ผมไม่ได้ พาดพิงท่านเสียหาย ท่านถาม กกต. ว่าตอบหน่อยว่าประชาธิปไตยอยู่ตรงไหน ผมอ่าน อย่างรวดเร็ว ผมมองเห็นท่านครับ และสิ่งนี้เปึนสิ่งใหม่มากเลยผมไม่เคยเห็นและผม ชื่นชมท่านมาก ท่านต้องทําหน้าที่นี้ต่อไป ตรงไหนครับ ท่านครับ ท่านเขียนไว้สวยงาม มากผมเห็นแล้ว ผมอ่านเลย อ่านหลายรอบเลย โครงการการเลือกตั้งเชิงสมานฉันท์ ใหม่มากครับท่าน ในนี้ท่านชี้อะไร ท่านชี้ว่ามันมีการร้องเรียนกันมากเพราะอะไรครับ เพราะสําคัญผิดในข้อกฎหมายกระบวนการสําคัญผิดในข้อกฎหมายเกิดการร้องเรียน อะไรอีกล่ะ ไม่รู้ข้อเท็จจริงอันเปึนองค์ประกอบของความผิด เห็นไหมครับ นี่คือ รายละเอียดของสิ่งที่ท่านถามว่าประชาธิปไตยท่านเข้าใจอย่างไร แล้วท่านบอกว่าแก้ไข อย่างไร ท่านกรุณาบอกว่าต้องสร้างเสริมความรู้ แล้วใช้กระบวนการสร้างสมานฉันท์ ในชุมชนอย่างไร ผมคิดว่านี่เปึนกระบวนการที่ผมว่าน่าสนใจมาก ผมคิดว่าเอกสารฉบับนี้ มีคุณค่ามากหลายส่วนหลายตอน ท่านทําได้อย่างดีครับ มันตรวจสอบท่านได้ด้วย ท่านครับ ผมไม่มีเวลามาก ไม่อยากรบกวนเพื่อนสมาชิก และอยากจะพูดแต่สาระที่เปึน ประโยชน์กับการรับฟังความเห็น ท่านครับ ท่านฟังผมนิดหนึ่ง ผมว่าหน้าที่ของท่าน ผมสนใจ ๓ ส่วน ส่วนที่ ๑ คืออํานาจการกํากับดูแลคุณสมบัติของนักการเมือง ผมยกตัวอย่างให้ท่านฟัง ๒ เรื่องและท่านจะเจ็บปวดเหมือนผมเจ็บปวด กกต. เชียงใหม่ บอกว่าผู้สมัครนายกเทศมนตรีไม่มีสิทธิสมัคร กกต. บอกว่าคุณสมบัติไม่ได้ สมัครไม่ได้ ส่งเรื่องมา กกต. กลาง กกต. กลางเห็นชอบตาม กกต. จังหวัด เปึนคําวินิจฉัยของ กกต. ทั้ง ๒ ระดับ ทั้งระดับจังหวัดและระดับกลาง ท่านเชื่อไหมครับ ผู้สมัครก็ใช้ช่องทางอื่น ไปร้องต่อศาลปกครอง ศาลปกครองคุ้มครองชั่วคราวให้คนนี้มีสิทธิสมัคร แต่ชั่วคราว จนกระทั่งคนนี้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะของนายกเทศมนตรีเกือบ ๒ ป้ท่าน อย่างนี้ ผมไม่เข้าใจว่าอํานาจนี้ที่รัฐธรรมนูญเขียนให้เปึนอํานาจของ กกต. ศาลปกครอง มาคุ้มครองชั่วคราวจนหมดไปได้อย่างไร อันนี้ผมเรียนถามท่านว่าเปึนประเด็น ทางปรัชญา เปึนประเด็นทางหลักการครับท่าน ว่าเราแยกอํานาจระหว่างศาลปกครอง กับทาง กกต. ได้อย่างไร อันนี้เปึนอํานาจของ กกต. โดยแท้ ศาลปกครองในภาคอีสาน บอกว่าเปึนอํานาจของ กกต. รับไม่ได้ แต่ศาลปกครองเชียงใหม่ท่านรับครับท่าน ท่านรับ และท่านคุ้มครองชั่วคราว ที่ผมพูดผมไม่ได้ตําหนิในคําพิพากษาศาลปกครองเลย ผมไม่ได้ก้าวล่วงตรงนั้น แต่ผมกําลังจะพูดว่าคุ้มครองชั่วคราวระหว่างองค์กร มันต้องมี ระยะเวลากําหนด เช่นว่าหลังจากนั้น ๑ เดือนหรือ ๒ เดือน มันต้องมีตรงนี้ออกมา ตรงนี้ ท่านต้องมีส่วนในการที่จะขอแก้กฎหมายหรือคุยกันระหว่างองค์กรว่ามันจะทําอย่างไร ท่านครับ เรื่องที่ ๒ อันนี้เปึนเรื่องของศาลยุติธรรม ท่านอยู่ในกระบวนศาลยุติธรรมท่านคง เข้าใจดี นายก อบจ. ได้ใบเหลือง เสร็จแล้วในคําพิพากษาใบเหลืองนั้นมีช่องให้ผู้ร้อง เมื่อเลือกตั้งใหม่แล้วก็สามารถจะไปร้องต่อศาลปกติได้ ไปร้องต่อศาลปกติ ศาลปกติ พิพากษาว่าอย่างไร ว่าอันนี้ผิดซ้ําแล้วซ้ําอีก ลงโทษ ๒ ป้ โทษจําคุกไม่รอลงอาญานะครับ แล้วก็ให้เพิกถอนสิทธิ ๕ ป้ ผู้ถูกลงโทษก็ยื่นอุทธรณ์ ท่านเชื่อไหมครับ อุทธรณ์ ๔ ป้ จนกระทั่งหมดวาระ หมดวาระแล้วเปึนอย่างไรต่อ มาสมัครใหม่ยังสมัครได้อีก ประเด็นนี้ ต่างหากที่ผมกําลังจะเรียนถามว่าในกฎหมายเขียนไว้ว่าอยู่ระหว่างเพิกถอนสิทธิ ไม่มี สิทธิ ถ้าอยู่ในระหว่างเพิกถอนสิทธิไม่มีสิทธิสมัคร ผมกําลังจะเรียนถามท่านว่า กรณีเช่นนี้เราจะพิจารณาอย่างไร คืออํานาจนี้ผมไม่เข้าใจว่ามันซ้ําไปซ้ํามาซึ่งผมกําลัง จะเรียนถามท่านว่าอํานาจนี้มันเปึนอย่างไร อํานาจการรับรองคุณสมบัติของผู้สมัคร ของนักการเมือง ท่านครับ ผมอ่านรัฐธรรมนูญเรื่องการทําหน้าที่ของนักการเมือง ท่านฟัง หน่อยนะครับ ผมอ่านท่านประธานฟังช้า ๆ เผื่อจะไล่กันทัน ผมอ่านรัฐธรรมนูญในเรื่อง ของการทําหน้าที่ของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ผมดูเรื่อง ส.ส. ส.ว. ในการทําหน้าที่ ถูกกํากับโดยมาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖ มาตรา ๒๖๗ และ มาตรา ๒๖๘ ในมาตรา ๒๘๔ ยังเอาไปอนุโลมใช้กับท้องถิ่นด้วย นี่คือผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ผมเห็นช่องทางครับ ช่องทางที่ ส.ว. ท่านหนึ่งมองเห็นว่านายกรัฐมนตรีนี้มีความผิดขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๕ รายการทําอาหาร บอกว่าเปึนลูกจ้างแน่นอน กกต. ก็ส่งไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญก็มีคําตัดสินอย่างที่พวกเรารู้ นั่นแสดงว่าช่องทางในการที่พวกผม จะตรวจสอบผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองต้องผ่านไปทาง กกต. ท่านประธานครับ ในประเด็นนี้ผมเองคิดว่าวันนี้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ประกาศใช้แล้ว ถ้าสาธารณะต้องการใช้ รัฐธรรมนูญอย่างเข้มข้นผมก็จะขอทําหน้าที่นี้ โดยขอร้องต่อ กกต. ร้องเรียนต่อ กกต. ผ่านท่านประธาน ณ บัดนี้ ท่านประธานครับ ท่านเลขาธิการท่านกรุณาฟังนิดหนึ่ง มี ส.ว. กลุ่มหนึ่งเรียกว่า ส.ว. กลุ่ม ๔๐ ได้ให้สัมภาษณ์ ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเปึนข่าวคราว มาหลายวัน คําให้สัมภาษณ์ผมดูแล้วเปึนการก้าวก่ายแทรกแซงขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๖ ผมก็เพียงแต่รู้สึก แต่บังเอิญท่านได้แสดงทรรศนะชัดเจนว่าท่านประสงค์ จะก้าวก่ายจะแทรกแซง ไม่กลัวรัฐธรรมนูญ ไม่กลัว กกต. ไม่กลัวศาลรัฐธรรมนูญ ท่านทําหนังสือถึงอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ โดยหัวเรื่องอ้างว่ามีข้อกังวลต่อการกระทํา และการชุมนุมของรายการโทรทัศน์รายการหนึ่ง แล้วก็เขียนเสียยืดยาว แล้วในเอกสาร ฉบับนี้ก็ประสงค์จะใช้สถานะของตัวเองเข้าไปกังวลก็คือก้าวก่าย มีกล่าวถึงว่าสมาชิก วุฒิสภาจํานวนหนึ่งดังมีรายชื่อแนบท้าย ผมเช็กดูมี ๒๒ ท่านที่ประสงค์จะก้าวก่าย และบทสุดท้ายยังบอกว่าสมาชิกวุฒิสภาดังรายชื่อตามบัญชีนี้รู้สึกวิตกกังวลแล้วก็บอกว่า เพื่อให้ท่านระมัดระวังหากท่านไม่ทําหน้าที่อย่างนี้จะเกิดความเสียหายต่อประเทศชาติ และลงชื่อ ๒๒ คน ผมดูแล้ว ผมไม่ใช่นักกฎหมายครับท่านประธาน ผมเปึนคนศึกษา เท่านั้นเอง และเปึนเพียงรู้กฎหมายมหาชนบ้างเนื่องจากไปร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มา แล้วก็สนใจเรื่องเหล่านี้ องค์กรของ กกต. นี้รู้จักผมดีในบางส่วน เพราะว่าผมอยู่ใน คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองมา ๒ ครั้ง ผมก็จะนําเรื่องนี้เสนอต่อท่านประธาน เพื่อผ่านไปยัง กกต. ระดับหนึ่งก่อน แล้วผมจะได้รวบรวมเอกสารส่งมาให้ท่านอีก เพื่อจะ ให้ท่านเอาช่องทางที่ท่านเคยทําส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ เพราะการตีความว่า แทรกแซงหรือเปล่าไม่ใช่หน้าที่ท่าน เปึนหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะผมเห็นท่าน ส่งเรื่องของท่านนายกรัฐมนตรีขึ้นไปท่านก็ใช้ช่องทางนี้เหมือนกัน ทําไมผมพูดประเด็นนี้ ผมย้ําใหม่นะครับ ผมว่าเมื่อเราจะใช้รัฐธรรมนูญอย่างเข้มข้น ผมก็ต้องขอใช้สิทธินั้นด้วย เพราะวันนี้หลายท่านมาตรวจสอบ ส.ส. ๓๐๐ กว่าท่าน ว่าไม่มีบัตรเครดิต โดยพูดเพียงแค่ว่า ๖๖ ท่านแจ้งไป อีก ๓๐๐ กว่าท่านไม่ได้แจ้งก็ขอ ตรวจสอบ ไม่ทราบหรือครับว่า ส.ส. จน ๆ ก็มีหลายคนที่ในชีวิตไม่เคยมีบัตรเครดิตเลย อย่างผมก็ไม่เคยมี แต่คุณก็มาให้ตรวจสอบผมด้วย ผมพูดเรื่องประเด็นนี้เพราะอะไรครับ เพราะว่าวันนี้จะต้องใช้รัฐธรรมนูญอย่างเข้มข้น อย่างทั่วถึง ท่านเปึนช่องทางหนึ่ง ท่าน ส.ว. ทั้งหลายใน ๒๒ ท่านที่เซ็นชื่อก็ต้องยอมรับการตรวจสอบจากสภา จากผม จาก กกต. ท่านครับ ความผิดมันสําเร็จตรงที่ท่านยืนยันในการแทรกแซง ในการก้าวก่าย โดยการทําหนังสือแล้วก็เซ็นชื่อไป แล้วในหนังสือฉบับนี้อ้างเลยครับว่าท่านเปึนวุฒิสภา ถ้าทําหน้าที่ในนาม นาย ก นาย ข ไม่เปึนไรครับ ตรวจสอบใครก็ได้หมด อันนี้เขาไม่ให้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีอยู่ ๒ มาตรา ท่านประธานครับ เราทําความเข้าใจร่วมกันก่อน เขาบอกว่า ส.ส. และ ส.ว. เขียนอย่างนี้เลยนะครับ คุณสามารถตรวจสอบคนอื่นได้ ตามมาตรา ๑๓๕ เท่านั้นนะครับ มาตรา ๑๓๕ หมายความว่าอย่างไร มาตรา ๑๓๕ หมายความว่าเราตั้งคณะทํางานเปึนกรรมาธิการขึ้นมา กรมไหน กองไหน ทําอย่างไร เราเห็นว่าจะมีความผิดก็เชิญเขามาชี้แจง เมื่อชี้แจงเสร็จแล้วและได้ข้อสรุปแล้ว เราก็ ชอบที่จะทําในนามกรรมาธิการไปบอกเขา แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ห้ามไว้ในมาตรา ๒๖๕ คุณไม่ควรเปึนอะไร เปึนลูกจ้างก็ไม่ได้ เปึนอะไรก็ไม่ได้ ไม่ควรเปึนอะไร มาตรา ๒๖๖ คุณทําอะไรไม่ได้บ้าง วันนี้มาตรา ๒๖๖ ห้ามคุณไปก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ ของข้าราชการประจํา แต่คุณทํา คุณทําแล้วการแทรกแซงนี้ไม่ใช่ทําด้วยหนังสือ อย่างเดียว การแถลงข่าวก็แทรกแซงด้วยวาจาได้ ด้วยการกระทําได้ การข่มขู่ทางสื่อ ได้หมดเลย ทีนี้คุณยังยืนยันการแทรกแซงของคุณโดยการทําหนังสือ ผมจึงได้หยิบเรื่องนี้ ขึ้นมาเปึนประเด็น เพื่อที่จะรายงานต่อ กกต. วันนี้ท่าน กกต. โดยท่านเลขาธิการ ต้องถือว่าเมื่อท่านมารายงานและมารับฟังสมาชิก ผมเปึนคนหนึ่งที่เอาเรื่องนี้ขึ้นมา เปึนประเด็นแล้วให้ท่านได้พิจารณา ในเมื่อสังคมความยุติธรรมของเราเปึน สังคมกล่าวหา ผมก็จะได้นําเอกสารทั้งข่าวสารต่าง ๆ รวบรวมมาส่งไปยังท่าน เพื่อขอให้ ท่านได้กรุณาตรวจสอบสิ่งที่ผมเสนอไปด้วย ท่านครับ ช่องทางในการทํางานของ กกต. ถ้าเราอ่านในหนังสือเล่มนี้ท่านจะเห็นอะไรหลายอย่าง ว่าความตั้งใจของ กกต. เนื่องจาก ทํามาหลายสมัย แล้วเกิดปัญหากับหลายองค์กร กกต. มีความตั้งใจอย่างไร ท่านดู ส่วนหลังครับ ส่วนหลังพูดถึงค่าใช้จ่าย รายงานค่าใช้จ่าย ถ้าดูส่วนหน้าเห็นองค์กรอื่น ผมอยากจะให้องค์กรอื่นทําอย่างนี้บ้าง เพราะอะไรครับ เปึนขั้นเปึนตอน ตรวจสอบง่าย พูดแล้วเข้าใจ ท่านดูนะครับ บอกเรื่องโครงการและกิจกรรมหลักมีเปัาหมายอะไร ผลเปึนอย่างไร อ่านแล้วเข้าใจเลย อันนี้ต้องขอชมเชยท่าน แต่สิ่งที่ผมพูดให้ท่านประธาน ฟังทั้งหมด ผมจะจบลงตรงอย่างนี้นะครับ ท่านประธานครับ วันนี้ความแตกแยก ในสังคมนี้เปึนเรื่องจริง อนาธิปไตยของคนกลุ่มหนึ่งได้ฟาดฟันทุกองค์กร แต่เขากลับ เรียกว่าสิ่งนั้นเปึนประชาธิปไตย ในขณะเดียวกันองค์กรภาครัฐอื่น เมื่อรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เขียนขึ้นให้รัฐบาลอ่อนแอ เครื่องมือของรัฐบาลก็ไม่สามารถจะบังคับใช้กฎหมายได้ องค์กรตามรัฐธรรมนูญท่านก็มีอํานาจน้อยลง ท่านถูกชี้หน้าด่า ท่านถูกอภิปราย ไม่ไว้วางใจหน้าสํานักงานเลยโดยคนหลายกลุ่ม ซึ่งผมคิดว่าเปึนเรื่องแปลกที่เรายอมให้ สิ่งนี้เกิดขึ้นได้ นั่นคืออนาธิปไตย วันนี้คนที่สนับสนุนอนาธิปไตยมาตลอดเริ่มตกใจ เพราะประชาชนธรรมดาเขาก็ใช้อนาธิปไตยของประชาชนตอบโต้ ผมพูดเรื่องนี้ทําไมครับ ผมฟังชาวบ้านคนหนึ่งในจังหวัดภาคเหนือเขาเล่าให้ผมฟังอย่าง ตกใจว่าเขาเห็นการเลือกตั้งในสหรัฐอเมริกาแล้วเขารู้สึกสงสาร กกต. ประเทศไทยสงสาร ตรงไหนครับ มีอํานาจเหมือนไม่มีอํานาจครับท่าน เพราะอะไรครับ เพราะเขาไม่มีใคร ยอมรับอํานาจท่าน คนได้ประโยชน์ก็ชื่นชม คนเสียประโยชน์ก็ด่า แต่ผมเชื่อมั่นท่าน เพราะอะไรครับ ผมเห็นคําพิพากษาล่าสุดของท่านเรื่องกรณีอุบลราชธานีครับ ท่านพิพากษาท่านแถลงผมเห็นชัด เพราะว่าอะไรครับท่านครับ ผมพูดทางหลักการของ กฎหมาย มาตรา ๒๓๗ วรรคแรก ใครไม่ผิดตามวรรคนั้นท่านก็บอกว่าท่านลงโทษไม่ได้ ชัดเจนมากเลย แต่ถ้าใครผิดตามวรรคแรกท่านก็ดําเนินการตามวรรคสอง ในอุบลราชธานีมีข้อตัวอย่างถ้าศาลสูงศาลทางการเมืองพิพากษาให้เปึนไปตามที่ท่าน เสนอคือให้ใบเหลือง ๒ ใบแดง ๑ เข้าตามวรรคหนึ่งเลยนะครับ กรรมการบริหาร พรรคประชาธิปัตย์ก็จะต้องโดนตามวรรคสอง เพราะท่านไม่มีสิทธิที่จะพิจารณา เพราะว่าเขาให้ถือว่าถ้าเกี่ยวข้องด้วยอยู่ในสถานการณ์เดียวกันเขาให้ถือว่าผิดด้วยท่านก็ ต้องเสนอยุบพรรคประชาธิปัตย์ตามมาตรานั้นเลยครับตามวรรคสอง ตอนนี้ท่านยังทํา อะไรไม่ได้เพราะอะไรครับ เพราะศาลยังไม่ได้เอาตามท่าน ลําพูนครับท่านลําพูนอีก ป์าซางท่านเสนอใบแดงชัด ๆ เพราะว่าเพิกถอนสิทธิแล้วไม่พอให้ฟัองทางอาญาอีก ศาลยกคําร้องท่าน นี่เปึนเรื่องของนายกเทศบาลที่ลําพูน ผมมาอ่านคําพิพากษา แล้วผมก็มึนเพราะอะไรครับ เพราะว่าผมไม่เข้าใจกระบวนการชั่งน้ําหนักพยานดีพอ ผมเลยไปหาผู้รู้พอผู้รู้อธิบายผมถึงเข้าใจว่าการกล่าวหาใครจะต้องมีการกล่าวหาที่เข้ากับ ข้อกฎหมาย ถ้าหากกล่าวหาไม่เข้าข้อกฎหมายศาลก็สามารถจะยกคําร้องได้ ผมพูด ประเด็นนี้ทําไมครับท่านครับ ไม่ใช่ผมจะเสนอให้ท่านยุบพรรคประชาธิปัตย์อย่างเดียว เพราะอันนั้นมันเปึนข้อกฎหมายผมไม่ต้องเสนอท่านก็ทําอยู่แล้ว ที่นี้ครับท่านครับผมจะ พูดอย่างนี้ ผมไม่เห็นด้วยเลยกับการให้อํานาจ กกต. น้อยลงถ้ามีการแก้รัฐธรรมนูญใหม่ ช่วยดูด้วยนะครับ ผมอยากให้ กกต. จังหวัด ทําเหมือนหลังจากประกาศเสร็จแล้ว กกต. จังหวัด ทําตัวเหมือนอัยการแล้วฟัองต่อ กกต. กลางแล้วก็มีกระบวนการพิจารณา มีวิธีพิจารณาคดีของ กกต. เกิดขึ้นแล้วให้สิ้นสุดที่ กกต. อํานาจมันถึงจะเปึนจริงครับผม ตอนนี้เอาไปให้ศาลหมด ผมว่าหลังจากประกาศภายใน ๓๐ วันแล้ว กกต. ต้องกลายเปึนศาล แล้วพิพากษาตามกฎหมาย เพราะตอนนี้ที่ให้ไปขึ้นศาลเพราะอะไรครับ เพราะหมวดว่าด้วย การลงโทษไม่ได้เขียนว่าให้ กกต. เปึนคนตัดสิน ตอนนี้ผมอยากให้ กกต. กลายเปึนศาล ถ้าใครมีโอกาสไปร่างรัฐธรรมนูญใหม่ผมจะทําอย่างนี้ คือว่าให้ กกต. จังหวัดมีสภาพเปึน เหมือนอัยการเลยรวบรวมข้อมูลเสร็จก็ฟัองฟัองคณะ กกต. กลางเหมือนศาลแล้ว มีกระบวนการไต่สวนเหมือนศาลเลยครับ เสร็จแล้วก็จะรวดเร็วคําสั่งของท่านเปึนที่สิ้นสุด นี่เปึนความเห็นผม วันนี้เปึนอย่างไรครับหลังจากนั้น ๓๐ วัน จากท่านที่มีอํานาจตัดสิน กลายเปึนผู้รวบรวมเอกสารเท่านั้นเอง ถ้าหากว่าท่านเสนอไป ๑๐ คดี หลุด ๙ คดี มันจะ อย่างไรผมไม่เข้าใจ เพราะอะไรครับ เพราะว่าประเทศเราตั้งอยู่บนพื้นฐาน ความหวาดระแวงไป เชื่อว่าไม่ไว้ใจ กกต. ชุดไหน ๆ ก็มา พอมาถึง กกต. ชุดนี้ก็ประเมินว่า ต้องเหมือนชุดนั้นอย่าให้ตัดสินเลยส่งไปศาลก็คิดกันง่าย ๆ แบบนี้ตลอดแล้วเราจะ พัฒนาอย่างไรครับ นักการเมืองไม่ให้ยุ่งเพราะเปึนคนเลว ต่างประเทศที่เรากําลัง ชื่นชมเขาเขาเลือกศาลเองเลยนักการเมืองเลือกศาล แล้ววันนี้ต่อสู้กันในพรรคพอเสร็จแล้ว ก็ช่วยกันวันนี้มีการแถลงแล้วยอมรับมาช่วยกันแก้ปัญหาประเทศผมอยากจะเห็นสิ่งนี้ ในประเทศเราเริ่มต้นตรงไหนครับ เริ่มต้นตรง กกต. ดีที่สุด เพราะว่าการทํางานของ กกต. จะส่งผลให้กระบวนการที่ท่านเขียนเรื่องการเลือกตั้งแบบสมานฉันท์ถ้าท่านทําสัก ตัวอย่างหนึ่ง สักจังหวัดหนึ่งเปึนตัวอย่างผมเรียกร้องให้ท่านไปทําที่ลําพูนครับ เพราะลําพูนเปึนอย่างไรครับเปึนจังหวัดเล็ก ๆ มี ๔ แสนกว่าคน แต่ว่ามีคนจบ ม. ๓ แล้วไปเรียน ม. ๖ มากที่สุดในประเทศเพราะอะไรครับมันเปึนเขตนิคมอุตสาหกรรม มีกระบวนการปฏิวัติอุตสาหกรรมแบบฝรั่งเศสเลยคืออุตสาหกรรมมีผลกับทุกครัวเรือน และลําพูนมาเลือกตั้ง ๘๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ทั้งนั้น เพราะเขาถือว่าการเมืองคือลูกหลาน ผมคิดว่าท่านไปทดลองดู และจังหวัดลําพูนก็เปึนจังหวัดทดลองเรื่อง ป.ป.ช. ด้วย ที่ผมพูด เรื่องนี้เพราะอะไรครับ เพราะ กกต. จังหวัดลําพูนทํางานให้ท่านในเรื่องที่ผมพูดเมื่อกี้ได้ดี เพราะว่าเขาโฆษณาเก่ง เขาออกพื้นที่ดี และเขาเข้าใจชาวบ้าน ส.ส. จัดประชุมที่ไหน เขาไปเลยครับ ผมถือว่าตรงนี้น่าจะเปึนตัวอย่างได้ ถ้าตรงนี้ได้คําตอบของคําว่า ประชาธิปไตยของคนไทยจะไปทางไหน ผมว่าไปตามนี้เลย เพราะกระบวนการท่านได้พูด อย่างชัดเจนมาก และพูดถึงปัญหาที่ผมประทับใจมากท่านครับ ท่านพูดถึงปัญหา ท่านบอกอย่างนี้ผมจะย้ํานิดหนึ่ง ผมอยากให้ทุกคนอ่านนะครับ ท่านบอกว่าอย่างไรครับ ท่านบอกว่ามันมีปัญหาที่สําคัญคือว่าในนี้คนไม่รู้ข้อกฎหมาย ในนี้คนสําคัญผิดว่าตัวเอง ทําไม่ผิด คนสําคัญผิดในข้อเท็จจริง สําคัญผิดในข้อกฎหมาย แล้วก็ร้องกันมั่วหมดเลย ถ้าสมมุติชาวบ้านไม่ได้สําคัญผิดอย่างที่ท่านบอก เขาเข้าใจอย่างนี้ภาระในการร้องน้อย ไม่พอเลยครับท่าน นักการเมืองจะถูกกํากับดูแลโดยชาวบ้าน ผมจบลงแค่นี้ครับ แต่ท่าน อย่าลืมที่ผมได้ร้อง เมื่อกี้ผมถือว่าผมได้ร้องต่อท่านประธานผ่านท่านประธานไปยังท่าน ให้ทราบโดยวาจาแล้วว่า ส.ว. ๒๒ ท่านที่เซ็นชื่อนี้มีปัญหาไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๖ ท่านจะต้องส่งให้กับศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา แล้วก็ถ้าจะเอาอย่างเข้มข้น มีอันหนึ่งที่ค้างท่านอยู่ คนอื่นร้องนะครับไม่ใช่ผมร้อง ก็คือว่าใครที่ถือหุ้น หุ้นสัมปทาน ในนี้ไม่ได้จํากัดว่าเปึนหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยนี่ครับท่าน ใครถือหุ้นสัมปทาน ถ้าเอาตามนี้ก็ต้องไปหมด เพราะว่าผมคิดว่าถ้าเราใช้รัฐธรรมนูญอย่างเข้มข้นก็ต้องใช้ จริง ๆ มันเปึนอย่างไรก็ให้มันเปึนไป เพราะว่านี่คือสิ่งที่เราจะต้องยอมรับครับ ท่านครับ ผมยอมรับในหลัก ผมไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้เลย แต่เมื่อประกาศใช้ผมก็ต้อง ยอมรับ และเมื่อคนใช้อย่างเข้มข้นผมก็เลยขออนุญาตใช้อย่างเข้มข้นอีกท่านหนึ่ง เท่านั้นเองครับ ขอบคุณครับ