สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๑

พีระเดช ศิริวันสาณฑ์ หารือเรื่องราคาข้าว โดยขอให้รัฐบาลพิจารณาปรับราคาข้าวหอมมะลิให้สูงขึ้น พร้อมขอความช่วยเหลือในการปลูกข้าวหอมมะลิในจังหวัดนครสวรรค์ เพื่อให้ราคาข้าวหอมมะลิเป็นราคาที่เหมาะสมและไม่ต่ำกว่าราคาข้าวหอมจังหวัด

นายพีระเดช ศิริวันสาณฑ์ นครสวรรค์

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายพีระเดช ศิริวันสาณฑ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครสวรรค์ พรรคชาติไทย สืบเนื่องจากผลการประชุมของคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ครั้งที่ ๒ ในวันจันทร์ที่ ๒๐ ตุลาคม ตลอดจนกระทั่งมีมติคณะรัฐมนตรีออกมาในวันที่ ๒๘ ตุลาคม กําหนดให้มีการรับจํานําข้าวเปลือกนาป้ประจําป้ ๒๕๕๑ กําหนด ราคาข้าวเปลือกเจ้าไว้ที่ราคา ๑๒,๐๐๐ บาท และข้าวหอมมะลิไว้ที่ราคา ๑๕,๐๐๐ บาท ข้าวหอมจังหวัดในราคา ๑๓,๐๐๐ บาท ซึ่งแตกต่างจากราคารับจํานําข้าวเปลือกนาปรัง ป้ ๒๕๕๑ ซึ่งในข้าวเปลือกนาปรัง ป้ ๒๕๕๑ กําหนดข้าวเปลือกเจ้าไว้ที่ราคา ๑๔,๐๐๐ บาท ก่อนอื่นผมต้องขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์นะครับ ท่านไชยา สะสมทรัพย์ ที่ท่านได้สละเวลามาตอบกระทู้ถามสดของผมในวันนี้ วันที่ ๒๕ ตุลาคม ที่ผ่านมาในเขตพื้นที่ของผม จังหวัดนครสวรรค์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอําเภอหนองบัว ได้มีกลุ่มเกษตรกร พี่น้องเกษตรกรชาวนาประมาณ ๑,๐๐๐ คน รวมตัวกัน ที่หน้าศาลาประชาคม อําเภอหนองบัว เพื่อเรียกร้องราคาข้าว ชาวนาค่อนข้างที่จะ เดือดร้อน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งอําเภอหนองบัวเปึนอําเภอที่ปลูกข้าว เกษตรกรทั้งหมด แทบจะทั้งอําเภอก็ว่าได้ที่ทําอาชีพปลูกข้าว จริง ๆ แล้วผมได้มีโอกาสคุยกับเพื่อนสมาชิก หลาย ๆ ท่านในพรรคชาติไทยของผม ไม่ว่าจะเปึนท่าน ส.ส. เชวงศักดิ์ จากจังหวัดชัยภูมิ ท่านภราดรก็ดี ท่านสิริพงศ์ก็ดี รู้สึกค่อนข้างที่จะมีปัญหาใกล้เคียงกันในเรื่องของราคา ผลผลิตทางการเกษตร ข้อเรียกร้องของชาวนานี้นะครับ ได้เสนอข้อเรียกร้อง ได้ทําหนังสือ ถึงจังหวัด วันนั้นมีท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ ท่านนายอําเภอ ท่านพาณิชย์ จังหวัด การค้าภายในจังหวัด มาร่วมประชุมด้วย ก็มีข้อเรียกร้องมีดังนี้ครับ

ข้อ ๑ ขอให้ทบทวนราคารับจํานําข้าวหอมจังหวัด จากราคาตันละ ๑๓,๐๐๐ บาท ให้เปึน ๑๔,๐๐๐ บาท

ข้อ ๒ ขอให้ยกเลิกคําว่า ข้าวหอมจังหวัด โดยใช้คําว่า ข้าวหอมมะลิ

ข้อ ๓ ขออนุโลมเป่ดจุดผ่อนผันในการเป่ดจุดรับนําข้าวข้ามเขตจังหวัด

หนังสือฉบับนี้ได้มีส่งถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยฝาก ท่าน ส.ส. ในพื้นที่ผมอีกท่านหนึ่ง พรรคมัชฌิมาธิปไตย ท่านนุกูล แสงศิริ น่าจะผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ ท่านบรรยิน ไม่ทราบว่าท่านรัฐมนตรีได้รับหนังสือหรือยัง ทีนี้ ปัญหามันอยู่ตรงนี้ครับท่านรัฐมนตรี ปัญหาคือในเขตพื้นที่ของผม พันธุ์ข้าวที่ใช้ปลูกเปึน พันธุ์ข้าวหอมมะลิ ๑๐๕ ผมก็ได้มีโอกาสคุยกับหลาย ๆ ท่านนะครับ ไม่ว่าจะเปึน ท่านรัฐมนตรี สมศักดิ์ ก็ดีว่าการที่จะกําหนดว่าผลผลิตจะเปึนข้าวหอมจังหวัด หรือข้าวหอมมะลิดูจากอะไร ท่านสมศักดิ์ก็บอกผมว่าดูจากคุณภาพข้าว แต่ในทางปฏิบัติ กันจริง ๆ วันนี้ปรากฏว่ากรมการค้าภายใน ผมให้ทางเจ้าหน้าที่สภาสอบถามไปยัง กรมการค้าภายใน ปรากฏว่าไม่ทราบท่านรัฐมนตรีทราบหรือเปล่าครับว่าวันนี้ไม่ว่า ข้าวหอมมะลิ ๑๐๕ จะปลูกอย่างไรก็ได้ในจังหวัดนครสวรรค์หรือจังหวัดอื่นที่ไม่ใช่ ๑๙ จังหวัดภาคอีสาน กับ ๓ จังหวัดภาคเหนือ จังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัด พะเยา คือปลูกอย่างไรก็ได้ แต่สุดท้ายก็จะได้ราคาแค่ข้าวหอมจังหวัด นี่คือปัญหาที่พี่น้อง เกษตรกรในเขตอําเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์ ค่อนข้างที่จะเกิดความน้อยอกน้อยใจ ก็เลยเรียกร้องให้ผมเข้ามาตั้งกระทู้สดถามท่านรัฐมนตรี ทีนี้ปัญหาก็คือวันนี้เราโรงสีข้าว ในเขตพื้นที่ผมก็ใช้พันธุ์ข้าวเดียวกัน ข้าวเปลือกเดียวกันจากเกษตรกรเอาไปสีขาย แต่เวลาขายออกมาเขาก็ใช้คําว่า ข้าวหอมมะลิ แต่เวลามารับจํานํา รับจํานํากับโครงการ ของรัฐบาลไม่สามารถที่จะเปึนข้าวหอมมะลิได้ กลายเปึนเพียงข้าวหอมจังหวัด แปลว่า ในจังหวัดนครสวรรค์ถ้ามีโครงการรับจํานําขึ้นมาเมื่อไรก็จะไม่มีโอกาสเลยที่จะได้เปึน ข้าวหอมมะลิ ก็จะได้แค่ราคาข้าวหอมจังหวัด ซึ่งวันนี้ราคาข้าวหอมจังหวัดค่อนข้างที่จะ แตกต่างจากข้าวหอมมะลิอยู่พอสมควร วันนี้ราคาข้าวขาว ๑๒,๐๐๐ บาท ข้าวหอม จังหวัด ๑๓,๐๐๐ บาท แต่ข้าวหอมมะลิ ๑๕,๐๐๐ บาทครับ เกษตรกรก็ได้ทําต้นทุน การผลิตแจงเปึนรายการให้ผม ๑๙ รายการนะครับ ไม่ว่าจะเปึนค่าเช่าที่ดิน ค่าแรง หว่านเมล็ด ค่าไถแปร ค่าปุิยเคมี ค่าฮอร์โมนชีวภาพ สรุปรวมแล้วจะตกต้นทุนอยู่ที่ ประมาณ ๕,๓๖๗ บาทต่อไร่ นี่คือที่เกษตรกรทําให้ผมนะครับ ส่วนเกษตรกรที่ต้องกู้เงิน จากแหล่งเงินทุนก็จะมีดอกเบี้ยร้อยละ ๕ ต่อ ๖ เดือน ค่าใช้จ่ายจะตกขึ้นมาที่ไร่ละ ๕,๖๓๕ บาท ถ้าตีกลับไปเปึนราคาต่อต้นทุนต่อตัน จะตกราคาตันละ ๑๑,๒๗๑ บาท แต่ ๑๑,๒๗๑ บาทนี้นะครับ ราคาที่หลวงกําหนดให้ข้าวหอมจังหวัด ๑๓,๐๐๐ บาท ที่ความชื้น ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ปรากฏว่าเวลาไปเกี่ยว ไปขายจริง ๆ ความชื้นไม่มีใครได้ ๑๕ เปอร์เซ็นต์หรอกครับ เต็มที่ก็คือ ๒๕ – ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งก็จะโดนตัดลงไปอีก ประมาณ ๒,๐๐๐ ถึง ๓,๐๐๐ บาท ราคาก็อาจจะไม่ถึง ๑๐,๐๐๐ บาท วันนี้เกษตรกร ก็ค่อนข้างเดือดร้อน จริง ๆ วันนี้เขารอฟังคําตอบของผม มารวมตัวกันที่อําเภอหนองบัว เหมือนกัน ก็เห็นว่าน่าจะนัดรวมตัวกันอีกจนกว่าจะได้คําตอบ ผมเองในฐานะ ผู้แทนราษฎรก็ไม่รู้จะทําอย่างไร วันนี้เลยขออนุญาตตั้งกระทู้ถามสด ท่านรัฐมนตรีอย่างนี้ ครับ คําถามข้อแรกขออนุญาตถามว่า ทําไมราคารับจํานําข้าวเปลือกนาป้ในป้การผลิต ๒๕๕๑/๒๕๕๒ จึงราคาต่ํากว่าข้าวเปลือกนาปรัง ป้ ๒๕๕๑ แล้วเปึนไปได้ไหมครับที่จะ ขอราคาขึ้นตามข้อเรียกร้องของเกษตรกร ขอบคุณครับ