สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๑

สมชาย วงศ์สวัสดิ์ กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อหลายปีที่แล้ว เมื่อเข้าประชุมในสภาผู้แทนราษฎร มีการป่ดล้อมและบุกเข้ามาในสถานที่ประชุม ทำให้เขาต้องออกไปโดยเฮลิคอปเตอร์ของตำรวจ และมีการตัดไฟและไม่มีน้ำดื่มหรืออาหารในสถานที่ประชุม นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 6 และการย้ายที่ประชุมไปที่อื่นหลังจากที่มีผู้ชุมนุมที่รัฐสภา

นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม

ท่านประธานที่เคารพ ผม สมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ขออนุญาตตอบคําถามของท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ประการแรกท่านถามถึงการประชุม ครม. ในคืนวันที่ ๖ ขอเรียนว่า ในวันที่ ๖ นั้น ตอนเย็นตอนค่ํา ๆ ก็มีผู้ส่งข่าวมาว่าจะมีผู้ไปชุมนุมที่รัฐสภาเพื่อป่ดทาง ไม่ให้มีการเข้าไปประชุม ผมก็มีความกังวลใจว่าจะดําเนินการอย่างไรกับการประชุม ในตอนเช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อทราบคืนวันนั้นก็ได้เชิญรัฐมนตรีทุกท่านไปประชุม เพราะว่า ไม่ต้องการที่จะตัดสินปัญหาด้วยตัวคนเดียว มิฉะนั้นจะไม่รอบคอบ ได้มีการพร้อมกันเมื่อ ประมาณห้าทุ่ม ท่านรัฐมนตรีมาเกือบทั้งหมด รู้สึกจะติดภาระอยู่ ๓ ท่าน ผลการประชุม เราก็มีการวิเคราะห์กันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเปึนอย่างไรบ้าง เท่าที่รู้ก็คือว่ามีผู้คน จํานวนมาก ขณะนั้นคงประมาณสัก ๔,๐๐๐ – ๕,๐๐๐ คน ตามรายงานที่สอบถามจาก ทางเจ้าหน้าที่ตํารวจ ประการแรกที่ประชุมก็เสนอซึ่งผมก็ค่อนข้างจะคล้อยตาม ในประการแรกก็คือว่าถ้าหากว่าเข้ามาประชุมไม่ได้จะมีการย้ายไปประชุมที่อื่นหรือไม่ ในที่สุดก็มีการพูดกันหลายท่าน มีหลายท่านเหมือนกันบอกว่าการประชุมที่ สภาผู้แทนราษฎรนั้นท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรเปึนผู้นัด ไม่ใช่คณะรัฐมนตรี หรือผู้ที่มาแถลงนโยบายเปึนผู้นัด เพราะฉะนั้นในการที่จะย้ายที่ประชุมนั้นก็ต้องไป สอบถามหารือท่านประธานหรือรอท่านประธานสั่งว่าจะเปึนประการใด สุดท้ายเราก็สรุป กันว่าถ้าเช่นนั้นตอนเช้าก็ต้องมาดูที่สภาผู้แทนราษฎรก่อน ถ้าเข้าไปไม่ได้ก็คงต้องรอ คําสั่งท่านประธานว่าจะทําอย่างไร หรือว่าจะเลื่อนไปที่ไหน จะเลื่อนไปวันไหนหรือจะ เปลี่ยนสถานที่ไปประชุมที่ใด ก็รอฟังนะครับ เว้นแต่เข้าไปแถลงได้เข้าไปแล้วก็สุดท้าย ทางที่ประชุมก็มอบหมายให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่งท่าน พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ว่าท่านมาดูแลสถานการณ์ที่หน้ารัฐสภาว่าเปึนอย่างไร เพื่อเราจะได้ทราบข้อมูล หลังจาก นั้นก็แยกย้ายกันกลับ อันนี้ก็คือสิ่งที่เปึนการประชุมใน ครม. แล้วก็ผมก็มีข้อความที่บันทึก การประชุมไว้เรียบร้อยว่าเปึนการประชุมดังนี้

ประการที่ ๒ ที่ท่านถามว่าเมื่อปรากฏเหตุการณ์ในช่วงเช้ามีการ ดําเนินการอย่างไร ในช่วงเช้าเมื่อมาก็ได้รับแจ้งว่าเข้ามาได้ทางประตูด้านทิศที่อยู่ถนน ราชวิถี ผมก็เข้ามาทางนั้น ก็มาประชุมในสภาผู้แทนราษฎรแถลงนโยบาย เมื่อแถลง นโยบายเสร็จก็ได้รับรายงานเพิ่มเติมอีกว่ามีบุคคลผู้มาประท้วงก็มาป่ดไม่ให้ ส.ส. กับ รัฐมนตรีที่มาแถลงนั้นออกจากสภาผู้แทนราษฎร วันนั้นผมก็มีนัดกับทางที่ประชุม รู้สึกจะเปึนคณะกรรมการเกี่ยวกับที่จะไปหารือกับทางกัมพูชา นัดประชุมกันไว้ที่ กองบัญชาการกองทัพไทย เมื่อใกล้เวลาก็ออกไปไม่ได้ ออกไปไม่ได้ก็ถามทางเจ้าหน้าที่ ตํารวจก็บอกว่าตอนนี้มีประชาชนมาป่ดล้อมสภาผู้แทนราษฎรเปึนจํานวนมาก แต่เนื่องจากว่าใกล้เวลาที่จะต้องประชุม และผมก็คิดว่าทางกระทรวงการต่างประเทศ ด้วย ทางกองทัพด้วยเขาก็ไปรออยู่ ก็ไม่สามารถจะไปประชุมได้ ก็มีคนมาบอกว่ามีคน กําลังจะบุกเข้ามาในสภาผู้แทนราษฎร ถ้านายกรัฐมนตรียังอยู่อาจจะทําให้เกิดความ วุ่นวายแล้วก็อาจจะเกิดเหตุร้าย ผมก็ป้นออกไปทางข้างหลัง มีบันไดพาดป้นขึ้นไป ก็ทุลักทุเลเล็กน้อย ออกไปแล้วก็ยังไปไม่ได้ครับ ไปไม่ได้เพราะว่ามีการไปป่ดล้อม วัตถุประสงค์อาจจะเพื่อทําร้ายผมหรืออะไรอันนี้ผมไม่ยืนยันในตรงนี้นะครับ แต่สรุปก็คือ ออกไปไม่ได้ ออกไปไม่ได้แล้วทางเจ้าหน้าที่ก็บอกว่าถ้าเช่นนั้นถ้าขืนผมอยู่ในนั้นก็อาจจะ ทําให้สถานที่เหล่านั้นเกิดความเดือดร้อน ผมก็ให้เฮลิคอปเตอร์ของตํารวจมารับออกไป นะครับ แต่ว่าเพื่อน ๆ ทั้งหลายที่ยังอยู่ในสภานั้นก็ยังออกไปไม่ได้ ไฟในนี้ก็ดับหมด นะครับ แล้วใช้ไฟสํารอง น้ําดื่มก็ไม่มี อาหารก็ไม่มี เพราะว่าถูกป่ดอยู่ในนี้ ท่านประธาน นั่งอยู่ในนี้ก็ทราบว่าไฟนี่ถูกตัดนะครับ ก็ใช้ไฟสํารอง อากาศก็ร้อน ก็ประชุมไป ตอนช่วง นั้นนะครับ แล้วหลังจากนั้นก็ทราบว่าทางผู้ที่มาป่ดล้อมก็อนุญาตให้ทางเจ้าหน้าที่ สภาผู้แทนราษฎรออกไปได้ เว้นแต่ ส.ส. กับรัฐมนตรีออกไปไม่ได้ แล้วก็ยังมีคนบุกเข้ามา หลังจากนั้นก็มีการผลักดันจนกระทั่งเป่ดทางให้คนที่ติดอยู่ในนี้ออกไป อันนี้คือสิ่งที่ผม ได้ทราบและก็เรียนให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ทราบ ขอบคุณท่านประธานครับ