ประเสริฐ จันทรรวงทอง แสดงความชื่นชมต่อรัฐบาลที่แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายเกี่ยวกับผู้พิการ และเห็นด้วยกับร่างกฎหมายที่ให้ผู้มีรายได้ลดหย่อนภาษีในการดูแลผู้พิการ โดยเน้นย้ำถึงสิทธิของผู้พิการและเรียกร้องการแก้ไขข้อจำกัดในกฎหมายนี้ เช่น การกำหนดให้ผู้มีเงินได้ต้องมีทะเบียนบ้านอยู่ในที่แห่งเดียวกับผู้พิการ และการกำหนดว่าผู้พิการที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการดูแลผู้พิการให้ครอบคลุมในทุกคน และการช่วยเหลือผู้พิการให้สามารถช่วยเหลือตัวเองได้
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคพลังประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้อง ขอแสดงความชื่นชมต่อรัฐบาลนี้ที่ได้นําร่างกฎหมายพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลรัษฎากร (ฉบับที่..) พ.ศ. .... เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ แสดงให้เห็นถึงความจริงใจของรัฐบาลในการที่อยากจะมาแก้ไขและช่วยเหลือผู้พิการ นอกจากนั้นแล้วยังสอดคล้องกับนโยบายที่รัฐบาลนั้นได้แถลงต่อรัฐสภา ในเรื่องของ การช่วยเหลือผู้พิการที่ขาดโอกาสทางสังคมในเรื่องต่าง ๆ ผมอยากจะกราบเรียนถึง ข้อคิดเห็นและข้อสังเกตบางประการให้รัฐบาลและที่ประชุมแห่งนี้ได้รับทราบ
ในเรื่องแรกนั้น ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับสาระสําคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้ เพราะร่างกฎหมายฉบับนี้นั้นจะเปึนการให้ผู้มีเงินได้ได้นําค่าอุปการะที่เลี้ยงดูบิดา มารดา สามี ภรรยา บุตรตามกฎหมาย บุตรบุญธรรม มาหักลดหย่อนในการคํานวณภาษีเงินได้ คนละ ๓๐,๐๐๐ บาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งในร่างกฎหมายฉบับนี้ สาระสําคัญบอกว่า ถ้าป้ ๒๕๕๑ ใครดูแลผู้พิการแล้วก็สามารถนําไปหักได้ในป้ ๒๕๕๒ สิ่งเหล่านี้ผมเชื่อว่า เปึนประโยชน์อย่างยิ่ง นอกจากนั้นแล้ว สามีและภรรยาที่แยกยื่นรายการเสียภาษี สามารถนํามาหักค่าลดหย่อนอุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้พิการได้คนละกึ่งหนึ่ง ผมเรียนว่า สาระสําคัญของกฎหมายฉบับนี้เปึนประโยชน์อย่างยิ่งในสถานการณ์เศรษฐกิจ ในยุคปัจจุบัน
ความเห็นในเรื่องที่ ๒ อยากจะเรียนว่ากฎหมายฉบับนี้นั้นเปึนการ สร้างแรงจูงใจให้กับผู้มีเงินได้ได้ดูแลผู้พิการในการขยายขอบเขตได้มากขึ้น ท่านประธาน ที่เคารพครับ สถานการณ์ของผู้พิการในประเทศของเรา ซึ่งป้ ๒๕๕๑ คิดถึง เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๑ ตามตัวเลขนั้นมีทั้งหมด ๗๕๐,๐๐๐ คน เปึนผู้พิการ ที่อยู่ในจังหวัดในเขตภาคอีสาน ๒๒๘,๐๐๐ คน จริง ๆ แล้วเปึนจํานวนมาก ผมเชื่อว่า ยังมีผู้พิการอีกเปึนจํานวนมากที่อยากจะจดทะเบียนขึ้นเปึนผู้พิการ แต่อุปสรรค ทางเศรษฐกิจ ทางด้านรายได้ต่าง ๆ นั้น ทําให้เขามีข้อจํากัดในการเดินทางไปที่จังหวัดก็ดี เพราะหน่วยงานของกรมพัฒนาชุมชนนั้นไม่ได้มีหน่วยงานในระดับอําเภอ ท่านประธาน ที่เคารพ ปัจจุบันจํานวนผู้พิการ แม้ว่าวิทยาการทางการแพทย์นั้นจะดีขึ้น อย่างไรก็ตาม แต่จํานวนผู้พิการนั้นก็ยังปรากฏเปึนจํานวนมากอยู่ในสังคมไทย และเงินสงเคราะห์ ผู้พิการที่รัฐได้จัดสรรให้นั้นก็ไม่ได้เพียงพอแต่อย่างใด ผมยังเห็นว่าการสร้างแรงจูงใจ ให้กับผู้ที่มีเงินได้นั้น จะเปึนการลดภาระอย่างหนึ่งของรัฐบาลในการที่จะมี บุคคลภายนอกนั้นมาดูแลผู้พิการ ซึ่งถือได้ว่าเปึนบุคคลที่พวกเรานั้นจะต้องให้ ความสําคัญเปึนพิเศษ
ประการถัดมานั้นผมเห็นว่าร่างกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร ฉบับนี้นั้นสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญในมาตรา ๕๔ ในเรื่องของการให้บุคคลซึ่งพิการนั้น มีสิทธิเข้าถึงบริการสาธารณะได้มากขึ้นแล้วก็โดยเท่าเทียมกัน เพราะฉะนั้น การนําร่างกฎหมายฉบับนี้เข้ามาจึงเปึนการปฏิบัติให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นอกจากนั้นแล้วเมื่อไปดูตามมติของคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการแห่งชาติ ในเรื่องมาตรการภาษีที่ช่วยเหลือผู้พิการเขาได้กําหนดเอาไว้ทั้งหมด ๘ เรื่อง ไม่ว่าจะเปึน เรื่องมาตรการที่จะให้โรงงานอุตสาหกรรมที่จ้างแรงงานจํานวน ๒๐๐ คน ต้องจ้างผู้พิการ ๑ คนในแต่ละโรงงานนั้น ก็เปึน ๑ ใน ๘ มาตรการ มาตรการที่นํามาเปึนหลักการ ของกฎหมายในวันนี้ก็เปึนมาตรการในเรื่องภาษีแก่ผู้พิการ เปึนการสร้างแรงจูงใจแล้วก็ ทําให้ผู้มีเงินได้นั้นได้มีเจตนาที่จะช่วยเหลือผู้พิการในวงกว้างที่มากขึ้น ท่านประธาน ที่เคารพครับ อย่างไรก็ตามข้อสังเกตของกฎหมายฉบับนี้ ร่างกฎหมายฉบับนี้นั้นแม้จะ เปึนการแก้ไขเพิ่มเติมแต่กฎหมายฉบับนี้มีข้อจํากัดอยู่หลายอย่าง ท่านสมาชิกหลายท่าน ได้อภิปรายไป ผมขอย้ําอีกครั้งหนึ่ง ๑. ในเรื่องของกฎหมายฉบับนี้นั้นได้กําหนดให้ ผู้มีเงินได้ต้องมีทะเบียนบ้านอยู่ในที่แห่งเดียวกับผู้พิการ สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าน่าจะ มีการแก้ไข เพราะว่าเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้ให้เหตุผลไป ยามใดที่ผู้ดูแลผู้พิการนั้น ไม่ได้มีทะเบียนอยู่อาจจะเพราะเหตุใดก็ตาม จะทําให้ผู้พิการท่านนั้นได้ขาดการดูแล อย่างสิ้นเชิง นอกจากนั้นแล้วข้อสังเกตในเรื่องของคําว่านิยามของผู้พิการนั้น ในร่างกฎหมายฉบับนี้บอกว่าผู้พิการที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผู้พิการในประเทศนั้นมีถึง ๔ ล้านกว่าคน เปึนตัวเลขที่ปรากฏขึ้นน่าจะเปึนความจริง ในยุคปัจจุบัน ผมเชื่อว่าถ้าเราดูแลในการครอบคลุมในทั้งหมด ๔ ล้านคนที่มากขึ้นนั้น ผมคิดว่าเราจะทําให้ผู้พิการเหล่านั้นได้รับประโยชน์อย่างสูงสุด แม้ว่ารัฐนั้นอาจจะ เสียรายได้ในเรื่องของภาษีแต่รัฐก็ลดค่าใช้จ่ายบางส่วนในเรื่องของการดูแลผู้พิการลง ผมมีโอกาสได้ไปจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการในฐานะที่เปึนกรรมาธิการเด็ก สตรี เยาวชน และผู้พิการ ได้มีโอกาสคุยกับผู้พิการหลายคน เขาบอกว่าสิ่งที่เขาอยากได้รับนั้น จริง ๆ แล้วมาตรการทางการเงินนั้นก็เปึนเรื่องหนึ่ง แต่สิ่งที่สําคัญนั้นก็คือการได้อยู่ ในสังคมอย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรีและสิ่งที่เขาต้องการนั้นคือเขาอยากช่วยเหลือตัวเองให้ได้ เขาไม่อยากเปึนภาระให้กับสังคมโดยตลอดไป ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธาน ถึงข้อสังเกตในเรื่องที่ ๒
ข้อสังเกตในเรื่องสุดท้าย ผมเองมีความเห็นเหมือนกับท่าน ส.ส. ฟาริดา การที่นําเงินค่าลดหย่อนมาหักได้ ๓๐,๐๐๐ บาทนั้น จริง ๆ แล้วจะมองว่ามากก็มาก จะมองว่าน้อยก็น้อย น่าจะขยายเงินจํานวนนี้ให้ได้มีวงเงินที่ลดหย่อนได้สูงขึ้น ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเห็นว่าข้อสังเกต ๓ – ๔ เรื่องนั้นน่าจะเปึนประโยชน์ มากมายหลายอย่าง แล้วก็เปึนข้อคิดที่รัฐบาลนั้นน่าจะนําไปสู่การแปรญัตติในขั้นที่ ๒ อย่างไรก็ตาม ผมเห็นว่าผมอยากให้สภาแห่งนี้ได้เห็นชอบต่อร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แล้วก็นําไปสู่กระบวนการขั้นที่ ๒ คือขั้นแปรญัตติ แล้วก็เร่งนําประกาศใช้ในโอกาสต่อไป ขอขอบคุณครับ