สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๑๐ กันยายน ๒๕๕๑

รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท พูดถึงกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชนของเด็กทารกที่เกิดมาพิการ และเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเยียวยาและดูแลเด็กนี้ด้วยการให้การรักษาพยาบาลที่เหมาะสม โดยหารือเรื่องการรื้อฟื้นเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนและเรียกร้องให้รัฐบาลตั้งกลไกในการแก้ไขปัญหา และขอให้สภาเป็นวาระเพื่อพิจารณาและรับเรื่องนี้

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท แบบสัดส่วน

ท่านประธานคะ ก็กําลังพูด ถึงว่า ตามกฎหมายของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เมื่อพิจารณาเสร็จแล้ว ก็จะต้องแจ้งไปตามหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องว่าจะให้ทําอย่างไร ตั้งแต่วันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๐ ก็ได้แจ้งไปที่โรงพยาบาลพญาไทซึ่งเปึนคู่กรณี แล้วก็ส่งไปที่ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข แล้วก็แพทยสภา ซึ่งแพทยสภาเห็นมีข้อเรียกร้องว่าให้รื้อฟุ๋น การที่จะพูดคุยพิจารณาเรื่องนี้อีกภายใน ๓๐ วัน แล้วทางกระทรวงสาธารณสุขก็ส่งไปที่ กฤษฎีกาให้กฤษฎีกาตีความ แล้วกฤษฎีกาก็ตีความกลับมา บอกว่าผลการดําเนินงาน ของแพทยสภามิได้มีผลกระทบต่อสิทธิทางปกครองของผู้ร้องเรียนแต่อย่างใด ดังนั้นมติ กรรมการแพทยสภาให้ยกเลิกข้อกล่าวหาว่าไม่มีมูล ย่อมไม่เปึนคําสั่งทางปกครอง เพราะฉะนั้นกฤษฎีกาก็บอกว่า คุณปรียนันท์ไม่อาจยื่นข้อเสนอให้พิจารณาใหม่ได้ แล้วหลังจากนั้นกระทรวงก็ตอบกลับไปที่สํานักปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี คือกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาตินี้นะคะ ถ้าหน่วยงานต่าง ๆ ไม่ทําตาม โดยกฎหมายก็บอกว่า กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติต้องทําเรื่องส่งไปถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อให้พิจารณา เมื่อสํานักนายกรัฐมนตรีส่งไปที่กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุขส่งไปที่ กฤษฎีกากลับมาก็แปลว่ายังไม่ได้ทําอะไรจนครบ ๖๐ วัน กรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติถึงได้ส่งเรื่องเข้ามาที่สภา เพราะฉะนั้นการส่งเรื่องเข้ามาที่สภานี้นะคะแล้วบอก ว่าเพื่อทราบมันเปึนเรื่องน่าแปลก เพราะว่าให้สภาทราบว่าตอนนี้ไม่มีใครทําอะไรเลย ถ้าเพื่อทราบยังไม่มีใครทําอะไรเลย ส่งเข้าสภาน่าจะมีการพิจารณาว่าจะต้องทําอะไร อย่างไร เราจะเรียกร้อง เราจะเสนอให้ใครทําอะไรอย่างไรบ้างนะคะ กรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติ ก็ส่งเรื่องเข้ามาที่สภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ ๑๕ กรกฎาคม แล้วก็ส่งไป ที่ประธานวุฒิสภาเมื่อวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ท่านประธานคะ กรณีที่เกิดขึ้นถ้าหลายท่าน อ่านในหนังสือเล่มสีเหลืองในรายงานจะพบว่า อันดับแรกจะพบว่ามีการละเมิดสิทธิ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติบอกว่าเปึนการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง อันดับแรกเปึนการละเมิดสิทธิมนุษยชนของเด็กทารกที่แรกเกิด ใครก็ตามนะคะ สิทธิมนุษยชน สิทธิของคนถ้าแรกเกิดต้องได้รับการดูแล แล้วเขาจะต้องมีชีวิตอยู่ อย่างสมศักดิ์ศรี สมกับความเปึนคน จะต้องไม่ถูกละเลยในการที่จะดูแลเรื่องชีวิต ความเปึนอยู่ของเขา ต้องมองเห็นคุณค่าของความเปึนมนุษย์ในการที่จะต้องดูแล ถ้าเจ็บป์วยต้องรักษาและเยียวยา แต่ปรากฏว่าตามข้อร้องเรียนก็คือเด็กรายนี้ไม่ได้รับ การดูแลจากแพทย์เท่าที่ควรนะคะ ไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างดี เพราะฉะนั้นความเปึน แม่ก็จะต้องพาลูกไปรักษาในที่ต่าง ๆ ดิ้นรนไป แล้วก็ถูกกล่าวหาว่าพาไปรักษาหลายแห่ง เกินไปนะคะ อย่าโทษประชาชนเลยว่าดิ้นรนไปที่โน่นที่นี่หลายแห่งมากนะคะ แล้วก็ ในรายงานนี้ก็พบว่าทุกหน่วยงานเวลาที่จะมีข้อสรุปก็คือใช้ข้อกฎหมายเปึนข้ออ้าง ถ้าอ้าง ข้อกฎหมาย กฎหมายนี้มีหลายแบบหลายเรื่องหลายฉบับนะคะ บางทีกฎหมายเอง ข้อกฎหมายบางอย่างไปค้นหาแล้วมันก็ยังไม่ครอบคลุมพอที่จะคุ้มครองสิทธิของความ เปึนคน สิทธิของคน ๆ หนึ่งทําไมเราไม่พูดถึงมนุษยธรรมบ้าง ทําไมเราไม่พูดถึงจริยธรรม บ้าง ถ้าอ้างข้อกฎหมายอย่างเดียวนะคะมันก็จะเปึนปัญหา ทําให้ไม่ได้รับการดูแลรักษา บางทีอ้างว่าเปึนเพราะเปึนโรงพยาบาลเอกชน รัฐไปทําอะไรไม่ได้ ที่จริงรัฐเปึนคนที่จะ จัดการเรื่องราวทุกอย่าง ถ้าอ้างแต่ข้อกฎหมายนะคะก็จะเหมือนเมื่อวานนี้ พอหลังจากที่ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเสร็จแล้วก็ยังมีพรรครัฐบาลบางท่านก็ออกมาว่า กฎหมายไม่ได้ ห้ามที่จะเอานายกรัฐมนตรีคนเก่ากลับมาเปึน ในขณะที่มีผู้วิพากษ์วิจารณ์มากมาย เพราะฉะนั้นกรณีอย่างนี้นอกจากจะอ้างกฎหมายแล้วนะคะ แล้วต้องพูดถึงมนุษยธรรม ต้องพูดถึงจริยธรรม รัฐบาลนี้ต้องพูดถึงนะคะ ต้องคํานึงถึง แม้ว่าที่ผ่านมาหลายคน จะไม่คาดหวังก็ตาม จะไม่คาดหวังว่าประชาชนจะได้รับการดูแลในแง่ของจริยธรรมหรือ มนุษยธรรม ก็ต้องดูว่าทําอย่างไรเราจะเรียกร้องตรงนี้นะคะว่าให้ดูแล ให้เยียวยาเขาด้วย ท่านประธานคะ อย่างเวลาพี่น้องประชาชนหรือว่าเด็ก ๆ ตามชนบท ตามต่างจังหวัดเราก็ ยังมีโครงการต่าง ๆ เพื่อที่จะไปดูแลพวกเขา บางโรงพยาบาลมีโครงการที่จะออกไปผ่าตัด จมูกแหว่ง ปากโหว่ หรือมีโครงการกองทุนที่จะรักษาไต รักษาเรื่องโรคหัวใจ ยังมีกองทุน ช่วย แต่เด็กคนนี้นะคะเกิดมาเขาถูกละเลย ไม่ใช่มาพิการโดยกําเนิด แต่เขาถูกละเลย ในการดูแลรักษาพยาบาล แล้วใครจะเปึนคนดูแลเขา เด็กคนนี้ทนทุกข์ทรมานมาตลอด ชีวิต ๑๗ ป้ของเด็ก สังคมไทยทําไมใจดําเหลือเกิน ไม่ดูแลและไม่เยียวยาเขาเลย ทุกหน่วยงานพยายามที่จะเลี่ยงนะคะว่าไม่เกี่ยวข้องกับตัวเอง แล้วเมื่อมีการดิ้นรน เพื่อที่จะดูแลรักษาพยาบาล จากรายงานนี้บอกไว้ครบถ้วนเลยนะคะว่าคนที่เปึนแม่ คุณปรียนันท์จะต้องพาลูกไปรักษาพยาบาลไปเรื่อยค่ะ บางทีต้องไปหาแห่งที่ใกล้บ้านหรือบางทีก็ต้องไปหาที่ที่ราคาถูกหน่อย และเร็ว ๆ นี้จะต้อง ผ่าตัดอีกเพราะว่าจะต้องผ่าตัดสะโพกใหม่ แล้วค่ารักษาพยาบาล ค่าผ่าตัดนี้แพงมาก แต่ก็มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็ยังพูดให้เจ็บช้ําน้ําใจอีกว่าก็ไปรักษา ๓๐ บาท ๓๐ บาทดูแลคุ้มครองเขาได้แค่ไหน ดิฉันถึงได้บอกว่าทําไมสังคมเราตอนนี้ใจดําเหลือเกิน แล้งน้ําใจเหลือเกิน เขาต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิของตัวเองมานี้ ๑๗ ป้แล้ว ถ้าคนที่เรียกร้อง สิทธิตรงนี้ก็จะถูกกล่าวหาว่าเปึนคนหัวหมอ เปึนคนที่จะถูกคนอื่นพูดถึงอย่างดูถูกดูแคลน แทนที่จะชื่นชม เธอเปึนนางมารร้ายของวงการสาธารณสุข เพราะว่าใคร ๆ ก็จะรู้จัก แล้วเธอก็จะไปร้องเรียนเพื่อที่จะแค่ได้รับสิทธิของตัวเอง ถูกเปึนนางมารร้าย เปึนป่ศาจ ของวงการสาธารณสุขบางส่วน ทั้ง ๆ ที่ตอนนี้เธอก็เปึนศูนย์รวมของผู้ที่เจ็บปวด ของผู้ที่ รับความกระทบจากการรักษาพยาบาล วิธีมองก็จะต่างกัน ก็เลยอยากจะเรียนว่าที่ดิฉัน อยากจะเรียนเชิญว่าท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ถ้าท่านยังอยู่บริเวณนี้ ถึงแม้ว่าท่านจะเข้ามาไม่ได้ก็ตาม อยากจะเรียนถามว่าถ้าท่านได้ยินเรื่องนี้ ได้อ่านเรื่องนี้ แล้วท่านคิดอย่างไร ถ้าท่านฟัง ท่านดูแต่เอกสาร ฟังแต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในช่วงที่ ผ่านมา ๑๐ กว่าป้นี้ ที่บางทีมีการปกปัองเกรงจะกระทบวงการที่เกี่ยวข้องนี้ ถ้าดูจาก เอกสารเท่านั้น จากรายงานเท่านั้น เราอาจจะไม่จําเปึนต้องมีรัฐมนตรีก็ได้ แต่ทราบว่า ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านจะเดินทางมา ก็อยากจะเรียกร้องว่า ที่จริงกรณีอย่างนี้ ทําอย่างไรรัฐบาล เมื่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติร้องเรียน แล้วก็ยื่นหนังสือแจ้งไปที่สํานักนายกรัฐมนตรี แล้วไม่ได้ทําอะไรเลย แค่แจ้งไปที่หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเท่านั้นเอง แล้วหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ไม่ได้ทําอะไร อยากจะเรียกร้องว่า ข้อเรียกร้องของผู้ร้องหรือที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติส่งมา ก็จะมีข้อ ๑. ก็คือ ให้โรงพยาบาลพญาไท ๑ ซึ่งเปึนโรงพยาบาลแห่งแรกที่คุณปรียนันท์ไปคลอด ช่วยเหลือ ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลตั้งแต่เด็กมีอาการพิการจนปัจจุบัน ซึ่งคนเปึนแม่ต้องจ่าย ค่าใช้จ่ายเอง ๒. ให้ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล เรายังคิดว่าตลอดชีวิต ถ้าเปึนโรคที่เกี่ยวเนื่องจากอาการอย่างนี้ สาเหตุอย่างนี้ควรจะได้รับการดูแลตลอดชีวิต เรียกร้องให้จัดหาอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานทางการแพทย์ให้เด็ก อันนี้เปึนข้อเรียกร้องข้อแรก ซึ่งดิฉันอยากจะเรียนเสนอท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ข้อเสนอข้อที่ ๒ ก็อยากให้แพทยสภารื้อฟุ๋นเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณาใหม่ ไม่ใช่เปึนเรื่องขอให้ดําเนินการใหม่ แต่รื้อฟุ๋นเรื่องเก่าขึ้นมา แล้วให้กระทรวงสาธารณสุข วางมาตรฐานในการดูแลรักษาพยาบาล ซึ่งจะมีคนพูดต่อไป อยากจะเรียกร้องว่ากรณี อย่างนี้ การที่ถูกละเมิดและเสียหายแบบนี้ ดิฉันเคยได้ไปร่วมในการที่จะดูแล สมัยที่ คุณรัตนา สัจจเทพ ถูกละเมิดในเรื่องของบ้าน ซึ่งตอนนั้นเปึนการดิ้นรนและพูดคุยกันเอง ท่านรองนายกรัฐมนตรี สมัยนั้นท่านรองพินิจ จารุสมบัติ ท่านได้เอาสํานักงานคุ้มครอง ผู้บริโภคเข้ามาช่วย แล้วก็ประสานงานกัน แล้วก็ดูแล แม้จะทุลักทุเลบ้าง แต่สุดท้าย ขอบพระคุณค่ะ ท่านรัฐมนตรีมาแล้ว แม้สุดท้ายจะทุลักทุเลบ้าง แต่สุดท้ายก็แก้ปัญหา ไปได้ เพราะฉะนั้นก็อยากจะเรียกร้องว่าอยากจะให้รัฐบาลตั้งกลไกขึ้นมาเลยว่าถ้ามีเรื่อง อย่างนี้มา หน่วยงานต่าง ๆ ไม่ทํา ไม่ดําเนินการ เรื่องมาจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ น่าจะมีกลไกขึ้นมาเลย อาจจะมีท่านรองนายกรัฐมนตรีสักท่านหนึ่งเปึนประธาน แล้วก็ดูว่าจะทําอะไร อย่างไรบ้าง รัฐบาลก่อนก็มีกลไกตรงนี้ ซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรี เปึนประธาน ถ้าทางสํานักนายกรัฐมนตรี ทางรัฐบาลมีกลไกนี้เอาไว้ เวลาหลุดรอดออกมา หน่วยงานอื่นไม่ทํา สํานักนายกรัฐมนตรีก็ยังจะได้คุย ไม่ใช่ส่งเรื่องผ่านไปเฉย ๆ แล้วก็ การร้องเข้ามาที่สภานี้อยากจะให้เปึนวาระเพื่อพิจารณา ไม่ใช่เพื่อทราบ เพราะถ้าเพื่อทราบอย่างที่ดิฉันเรียนนะคะ ทราบว่าไม่มีหน่วยงานไหนทําอะไรเลยแล้วก็ จบไปคงจะไม่มีประโยชน์ เพราะฉะนั้นสภาอาจจะต้องมีกลไกรองรับด้วยถ้ามันหลุด ออกมาจากรัฐบาลที่ไม่ได้ทําอะไร สภาก็จะต้องดําเนินการอะไรสักอย่างหนึ่งเพื่อที่จะ ช่วยเหลือและเยียวยาสําหรับผู้ที่ถูกกระทบอย่างนี้นะคะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน