เฉลิมชัย ศรีอ่อน ระบุว่าปัญหาที่ดินทำกินมีความซับซ้อนและต้องแก้ไขร่วมกันระหว่างภาครัฐกับประชาชน โดยชี้แจงรายละเอียดการจัดการพื้นที่ ๑๑ แปลงในจังหวัดกระบี่ รวมถึงการดำเนินการเพิกถอน การออกเอกสารสิทธิ์ และการรื้อถอนต้นปาล์มในพื้นที่หมดอายุสัญญา เฉลิมชัย ศรีอ่อน อธิบายแนวทางการจัดการที่ดินทับซ้อนระหว่าง ส.ป.ก. และป่าสงวน โดยยืนยันว่าพื้นที่ 50% จะจัดสรรให้ประชาชนผ่านโครงการ คทช. ส่วนที่เหลือจะคืนสู่รัฐเพื่อปลูกป่า พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ห้ามเรียกรับผลประโยชน์และต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาดหากพบความผิด เฉลิมชัย ศรีอ่อน อธิบายขั้นตอนการคืนพื้นที่ ส.ป.ก. หลังศาลปกครองยกคำร้องและชี้แจงว่ากรมป่าไม้รับผิดชอบส่งคืนที่ดิน ส่วนการจัดสรรบุคคลให้จังหวัดดำเนินการออกคสช. ตามคุณสมบัติเพื่อเร่งมือทุกฝ่าย
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผม นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต้องขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นอย่างสูงที่ท่านให้ความใส่ใจ สนใจปัญหาเรื่อง ของที่ดินทำกินของพี่น้องประชาชน ซึ่งท่านเองก็ได้บอกเบื้องต้นนะครับ ท่านก็ทราบว่า ปัญหามันเกิดตั้งนานแล้ว แล้วก็มีการดำเนินการในกระบวนการบางอย่าง ซึ่งเดี๋ยวผมจะได้ อธิบายให้ท่านได้รับทราบว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมันมาจากสาเหตุอะไร แล้วถ้าเป็นไปได้ ส่วนหนึ่ง ปัญหาในส่วนของภาครัฐผมจะดำเนินการในการแก้ไข ส่วนปัญหาของพี่น้องมวลชน พี่น้อง ประชาชนท่านต้องมาช่วยร่วมกันแก้ไขด้วย ถ้าท่านอยากจะแก้ไขด้วยกัน เพราะว่าปัญหา ตรงนี้มันเป็นปัญหาเรื่องความขัดแย้ง ส่วนหนึ่งเป็นเรื่องภาคเอกชน ส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของ ประชาชน ก็ขออนุญาตเพื่อให้ท่านสบายใจในคำถามที่ท่านได้ถามมา ๒ ข้อนะครับ เรื่องการหมดสัญญาบอกเลิกหรือยัง จะเร่งรัดการจัดการอย่างไร ผมสรุปคร่าว ๆ ตรงนี้ ในเบื้องต้น ผมเรียนอย่างนี้ว่าจากกระทู้ถามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติท่านได้ดำเนินการถาม ในส่วนของจังหวัดกระบี่ ผมเรียนตรงนี้ก่อนนะครับ แต่ว่ามันอาจจะเป็นภาพรวมเหมือนกัน ทั้งหมดในการบริหารจัดการ ในพื้นที่ทั้งหมด ๑๑ แปลงที่ดำเนินการตามกระทู้นี้ในพื้นที่ เนื้อที่ทั้งหมด ๖๓,๓๒๔ ไร่ ขออนุญาตต้องอ่านนิดนะครับเพราะเป็นตัวเลข เดี๋ยวมันจะ ผิดพลาดคลาดเคลื่อนไป ซึ่งในส่วนนี้ผมเรียนว่าปัญหาเบื้องต้น อันดับแรก มีบางส่วนที่ ส.ป.ก. ได้ไปออกพื้นที่ซึ่งเรากำลังดำเนินการให้ ส.ป.ก. ตรวจสอบแล้วจะได้มีการดำเนินการ เพิกถอน อาจจะมีการเหลื่อมล้ำในเรื่องของแผนที่ มีการออกเอกสารเข้ามาในพื้นที่ ซึ่งตรงนี้ กรมป่าไม้ก็จะนำไปดำเนินการ แล้วก็ได้มีการอนุญาตไปแล้วจำนวน ๘ แปลง ๓๗,๕๔๕ ไร่ มีการสำรวจสอบสิทธิ ๑ แปลง ๑,๕๒๔ ไร่ มีการออกโฉนดบางส่วน ๑ แปลง ๓๙๖ ไร่ ดังนั้น ในพื้นที่ของ ๑๑ แปลง เหลือพื้นที่ที่หมดอายุอนุญาตการเข้าใช้พื้นที่ทั้งหมด ๒๓,๘๘๖ ไร่ ก็จะเรียนให้ท่านทราบเป็นแปลง ๆ ไปเลยว่าแปลงตรงไหนมีเท่าไร แล้วเดี๋ยวผมจะสรุป ปัญหาให้ท่านฟังหลังจากได้แจ้งให้ครบทุกแปลงแล้วนะครับ ทั้งหมดมี ๘ แปลงที่ดำเนินการ ทั้ง ๑๑ แปลง ก็จะมีแปลงที่ ๑ แปลงของนายสุนทร เจียวก๊ก เนื้อที่ ๕๐๐ ไร่ ซึ่งส่วนนี้ มีการออก ส.ป.ก. ไปครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด แปลงที่ ๒ ของบริษัทกานี่การเกษตร เนื้อที่ ๙,๗๕๐ ไร่ มีการออก ส.ป.ก. ไปแล้วทั้งหมด แปลงที่ ๓ บริษัทฟูจูการเกษตรและ อุตสาหกรรม เนื้อที่ ๙,๕๐๐ ไร่ มีการออก ส.ป.ก. ไปแล้วทั้งหมด แปลงที่ ๔ แปลงนายสุบิน ฉายาบูรกุล เนื้อที่ ๑,๘๔๔ ไร่ ก็ออก ส.ป.ก. ไปแล้ว แปลงที่ ๕ บริษัทศิวิไลซ์ปาล์ม ๓,๐๐๐ ไร่ มีการออก ส.ป.ก. ไปแล้วทั้งหมด แปลงที่ ๖ ห้างหุ้นส่วนจำกัด กระบี่ รวมภัณฑ์ ๑,๐๐๐ ไร่ มีการออก ส.ป.ก. ไปแล้ว แปลงที่ ๗ แปลงของนายพัฒน์ ซ้ายเซ่ง เนื้อที่ ๑,๐๐๐ ไร่ มีการออก ส.ป.ก. ไปแล้ว ๖๓๕ ไร่ เหลือพื้นที่ที่หมดการอนุญาตตามสัญญา ๓๖๕ ไร่ พื้นที่แปลงที่ ๘ ของบริษัท จิตรธวัช สวนปาล์ม จำกัด เนื้อที่ ๑๓,๙๕๐ ไร่ มีการออก ส.ป.ก. ไปแล้วทั้งหมด ๑๑,๓๑๖ ไร่ มีการสำรวจสอบสวนสิทธิจำนวน ๑,๕๒๔ ไร่ เหลือพื้นที่ที่หมดอายุการอนุญาต ๑,๑๑๐ ไร่ แปลงที่ ๙ แปลงนายประเสริฐ กิตติธรกุล เนื้อที่ ๒,๒๐๐ ไร่ มีการออกโฉนดที่ดินไปแล้ว ๓๖๙ ไร่ เหลือพื้นที่หมดอายุการอนุญาต ๑,๘๓๑ ไร่ แปลงที่ ๑๐ แปลงห้างหุ้นส่วนจำกัด ศรีปราณี ๕๘๐ ไร่ ซึ่งเป็นที่หมดการอนุญาตทั้งหมด ทั้ง ๕๘๐ ไร่ และแปลงสุดท้าย แปลงของบริษัท ยูนิวานิชน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) เนื้อที่ประมาณ ๒๐,๐๐๐ ไร่ หมดอายุ การอนุญาตทั้งแปลง สำนักงานทรัพยากรป่าไม้ที่ ๑๒ สาขากระบี่ได้ดำเนินการรื้อถอน ต้นปาล์มน้ำมันที่หมดอายุออกจากพื้นที่ และไม่มีการต่ออายุอนุญาตให้กับบริษัท แล้วได้ ดำเนินการไปพร้อม ๆ กับพื้นที่ ดังนี้ ๑. ในส่วนตรงนี้จัดทำโครงการปลูกไม้สอยเพื่อฟื้นฟู สภาพป่า ๗,๐๐๐ ไร่ ๒. สำรวจสอบสวนสิทธิจำนวน ๔,๒๐๐ ไร่ ๓. จัดตั้งป่าชุมจำนวน ๑,๔๒๓ ไร่ ๔. ส่วนราชการใช้พื้นที่ ๑,๗๗๔ ไร่ จัดทำถนน Southern Seaboard จำนวน ๘๒๐ ไร่ นำพื้นที่ไปผนวกเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าปลายคลองพระยา จำนวน ๑,๑๗๖ ไร่ คงเหลือพื้นที่ที่ยังไม่มีการอนุญาตทั้งหมด ๔,๐๐๗ ไร่ในพื้นที่ประมาณ ๒๐,๐๐๐ ไร่ ของบริษัท ยูนิวานิชน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) ซึ่งผมเรียนว่าปัญหาที่เกิดขึ้นวันนี้ โดยหลักการแล้วเมื่อหมดอายุพื้นที่ดินตรงนั้นต้องกลับมาสู่ส่วนราชการทันที แต่สิ่งที่มัน เกิดขึ้นวันนี้และเกิดความล่าช้า ผมเรียนเนื่องจากขณะนี้ในเมื่อมีการหมดอายุ ๑. มีการ ไปร้องกับศาลปกครองเพื่อให้คุ้มครองชั่วคราว ซึ่งปัญหาตรงนี้เมื่อขึ้นสู่ศาลปุ๊บก็ต้องเข้าสู่ กระบวนการที่เราจะต้องรอคำวินิจฉัยจากศาลว่าเป็นอย่างไร บางแปลงมีคำวินิจฉัยมาแล้ว เราเข้าไปดำเนินการฟ้องร้อง ขับไล่เรียกพื้นที่คืนก็มีการอุทธรณ์ เมื่อมีการอุทธรณ์ก็ต้อง ชะลอในส่วนของการดำเนินการตรงนี้ไปเรื่อย ๆ ซึ่งนี่คือปัญหาและอุปสรรค ส่วนที่ ๒ ก็คือ การที่มีพี่น้องประชาชนเหมือนที่ท่านบอกเข้ามาบุกรุก พอรู้ว่าพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ที่หมดอายุ สัมปทาน หมดอายุการเช่าก็มีการเข้ามาบุกรุก ซึ่งเมื่อเข้ามาบุกรุกตรงนี้มันเป็นปัญหา อย่างหนึ่งคือ เราต้องไปตรวจสอบสิทธิตรวจสอบสิทธิกับผู้ที่เข้ามาบุกรุก ๑. เขาเป็นผู้ยากไร้ ๒. เป็นผู้ที่ไม่มีที่ดินทำกินที่อยู่ในพื้นที่บริเวณนั้นหรือเปล่า ซึ่งการตรวจสอบตรงนี้ท่านก็ ทราบว่าไม่ใช่เรื่องง่าย การที่จะเข้าไปในพื้นที่ตรงนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะฉะนั้นกระบวนการ ทุกอย่างพอดำเนินการมาควบคู่กันไปมันจึงทำให้การดำเนินการในการที่จะไปจัดสรรที่ดิน ให้พี่น้องประชาชนล่าช้าแล้วก็ชะลอลงไป
ส่วนที่ ๒ ในเรื่องของการที่พื้นที่ดินบางส่วนเป็นพื้นที่ที่เรามอบให้ ส.ป.ก. ไปดำเนินการในการออกเอกสารสิทธิ แต่ปรากฏว่าในแผนที่แล้วก็พื้นที่ที่ ส.ป.ก. ได้ดำเนินการไปออกมันยังมีบางส่วนที่ทับเข้าไปในพื้นที่ป่าสงวน กรมป่าไม้ได้ดำเนินการแจ้ง ส.ป.ก. ไปแล้วว่าในพื้นที่ที่ทับเข้ามาในส่วนของป่าไม้ให้ยกเลิกการออกเอกสารสิทธิ ซึ่งตรงนี้ ก็ต้องรอ ส.ป.ก. เข้าไปดำเนินการตรวจสอบ แล้วก็ดำเนินการตามกระบวนการ เมื่อยกเลิก ที่ดินก็จะกลับเข้าสู่กรมป่าไม้ในการที่จะนำมาจัดสรรที่ดินทำกินให้กับพี่น้องประชาชน
ผมเรียนว่าในพื้นที่ทั้งหมดโดยหลักการแล้วมันจะต้องเอามาจัดสรรที่ดิน ทำกินตามโครงการ คทช. ให้พี่น้องประชาชนประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือก็จะไป ดำเนินการในส่วนราชการ ในการไปปลูกพื้นที่สวนป่าในสภาพพื้นที่ที่ยังมีความสมบูรณ์ ของป่า มีการนำไปใช้ประโยชน์ในส่วนอื่น ส่วนราชการ สิ่งต่าง ๆ เพราะฉะนั้นแน่นอนที่สุด พื้นที่ ๕๐ เปอร์เซ็นต์นี้เป็นพื้นที่ที่เราจะต้องมอบไปเป็นเอกสารสิทธิให้กับพี่น้องประชาชน ในโครงการ คทช. ผมเรียนเลยว่าพื้นที่ที่หมดอายุการเช่านี่ต้องกลับคืนมาสู่ สมบัติของรัฐ ทันที ถ้าไม่ติดเงื่อนไข แปลงที่ไม่ติดเงื่อนไขตรงนี้เราสามารถเข้าไปดำเนินการได้ทันที ซึ่งหลาย ๆ แปลง หลาย ๆ พื้นที่นี่เราไม่มีปัญหา เราก็เข้าไปดำเนินการ ซึ่งในส่วนของการ เรียกรับผลประโยชน์ ผมเรียนเลยว่าผมได้กำชับไปอย่างเด็ดขาดไปถึงอธิบดีให้มีการประชุม แล้วก็เรียกในส่วนของผู้ที่รับผิดชอบทั้งหมดว่า ถ้ากรณีที่มีการตรวจสอบแล้วพบการกระทำ ความผิดให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาด ถ้าท่านมีหลักฐานอะไรที่สามารถดำเนินการได้ ท่านส่งมาให้ผมโดยตรงเลยก็ได้ ไม่ต้องเป็นทางการก็ได้ ผมเรียนว่าผมจะดำเนินการตรงนี้ ให้กับท่านอย่างเต็มที่และให้ความเป็นธรรมกับพี่น้องประชาชนให้มากที่สุด
ส่วนการเร่งรัดการบริหารจัดการ ถ้ามันผ่านกระบวนการตรวจสอบพื้นที่ ส.ป.ก. ในการดำเนินการคืนพื้นที่ ถ้าคดีที่เราได้ฟ้องไปแล้ว ที่ศาลปกครองยกคำร้องของ ผู้ฟ้อง แล้วเราได้ดำเนินการฟ้องศาลเพื่อเรียกที่ดินคืน เมื่อเขาอุทธรณ์ เมื่อศาลพิพากษา เสร็จเราก็จะดำเนินการทันที กับส่วนหนึ่งที่เรายังรอคำวินิจฉัยของศาลปกครองอยู่ ทั้ง ๓ ส่วนเป็นส่วนที่ถ้าดำเนินการเสร็จเราสามารถจัดสรรมอบให้จังหวัดไปดำเนินการได้ ทันทีครับ กรมป่าไม้มีหน้าที่ในการรับผิดชอบพื้นที่ในการส่งคืน แต่ว่าการจัดสรรบุคคลเข้าไป อยู่ในพื้นที่ตามคุณสมบัติต่าง ๆ เราได้มอบให้ทางจังหวัดตามกฎหมาย ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านเป็นคนดำเนินการในการที่จะออก คสช. แปลงรวมให้กับพี่น้องประชาชน เราก็มอบ พื้นที่ไปเท่าที่เราสามารถมอบให้ เพราะฉะนั้นกระบวนการตรงนี้ ผมเรียนเลยว่าต้องเร่งมือ กันทุกฝ่าย ถ้าเราสามารถจะตอบคำถามโดยไม่ติดเงื่อนไขทางกฎหมายได้ ผมเรียนท่านเลย ว่าเราสามารถดำเนินการจัดสรรให้ได้ทันที ผมคิดว่าน่าจะตอบครอบคลุมในส่วนที่ท่านถาม ในคำถามแรกนะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ