อรรถกร เสนอมาตรการรับซื้อลำไยออกจากระบบ วงเงิน 200 ล้านบาท

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๘

อรรถกร ศิริลัทธยากร หารือปัญหาผลผลิตลำไยล้นตลาดและราคาลดลงเนื่องจากอุปทานเพิ่มขึ้นกว่า ๑๔๐,๐๐๐ ตัน เสนอให้กระทรวงเกษตรฯ พาณิชย์เร่งดำเนินการรับซื้อออกจากระบบเพื่อช่วยเหลือชาวสวน พร้อมทั้งเสนอมาตรการสินเชื่อปลอดดอกเบี้ยวงเงินไม่เกิน ๒๐๐ ล้านบาท เพื่อซื้อลำไยออกจากระบบ และสั่งการให้ อ.ต.ก. เร่งกระจายผลผลิตโดยร่วมมือกับหน่วยงานรัฐและเอกชน รวมถึงใช้ Influencer รณรงค์บริโภคและประสานไปรษณีย์ไทยลดค่าขนส่ง

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ครับ ผมก็ต้องขอบพระคุณท่านประธานที่อนุญาตให้ผมได้มีโอกาส ได้มาตอบกระทู้สดด้วยวาจาของเพื่อนสมาชิก ซึ่งก็เป็นบุคคลที่ผมรู้จักดี นั่นก็คือ ท่าน สส. จีรเดช ศรีวิราช สส. จังหวัดพะเยา พรรคกล้าธรรม โดยผมต้องนำเรียน ผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกไม่ใช่เฉพาะผู้ที่ถามกระทู้เท่านั้น ผมทราบดีว่าตอนนี้ ในใจของพี่น้องที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะใน ๘ จังหวัดภาคเหนือที่ในพื้นที่มีพี่น้องปลูกลำไยอยู่ปริมาณมากมาย ผมเข้าใจว่า ก็คงจะไม่สบายใจนัก เพราะว่าปีนี้ถือว่าเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่ดี เป็นปรากฏการณ์อย่างที่ ท่านผู้ถามกระทู้ได้นำเรียนต่อที่ประชุมว่า ลำไยปีนี้ผลผลิตถ้าเทียบกับปีที่แล้วมันเพิ่มขึ้น เอาเฉพาะใน ๒ เดือนนี้ในฤดูลำไยเดือนกรกฎาคมและเดือนสิงหาคม จากการคาดการณ์ ของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรได้คาดการณ์ไว้ว่า ปริมาณผลผลิตลำไยของปี ๒๕๖๘ นี้ เพิ่มขึ้นถึงประมาณ ๑๔๐,๐๐๐ ตัน ๑๔๐,๐๐๐ ตันที่เพิ่มขึ้นมา ผมจึงขออนุญาตในพื้นที่ หลายจังหวัดที่มีชาวสวนลำไยที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ลำไยล้นตลาดก็ดี สถานการณ์ราคาลำไยตกต่ำก็ดี ซึ่งผมเชื่อว่าสาเหตุหลัก ๆ เหล่านี้นำมาซึ่งความเดือดร้อน ของพี่น้องชาวสวนลำไย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมก็ต้องขออนุญาตอธิบายในภาพรวม ของตลาดลำไยในปัจจุบันก่อน ซึ่งกระผมก็ต้องยอมรับว่านอกจากการบริโภคลำไย ในประเทศแล้ว ตลาดหลัก ๆ ที่เราส่งออกลำไยสดหรือลำไยอบแห้งไปก็คือประเทศจีน และ ณ วันนี้จากที่ผมได้พูดคุยกับทูตเกษตรที่ประจำอยู่ที่ประเทศจีน เขาก็ได้สำรวจว่า ขณะนี้ประเทศจีนมีพี่น้องเกษตรกรที่ปลูกลำไยในปีนี้ถึง ๒.๕ ล้านตัน ๒.๕ ล้านตันนะครับ ที่เขามีอยู่ในประเทศจีนอยู่แล้ว มาบวกกับสถานการณ์ผลผลิตเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย ๆ ไม่ต่ำ กว่า ๒๐-๓๐ เปอร์เซ็นต์ที่ลำไยที่ผลิตในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอีก ท่านประธานและเพื่อน สมาชิกลองจินตนาการดูว่าตลาดที่มีอยู่แล้ว ณ วันนี้ลูกค้าเขาอาจจะซื้อน้อยลง เขาปรับตัว เนื่องจากเศรษฐกิจโลกไม่ดีฝืดเคือง แล้วผลผลิตเราเพิ่มขึ้นขนาดนี้ แน่นอนมันก็เป็นระบบ ของอุปสงค์ อุปทานที่ทำให้เป็นสาเหตุหลักในการที่จะทำให้ราคาลำไยตกต่ำ ผมคุยกับ ท่าน สส. จีรเดช ศรีวิราช อยู่เป็นประจำ ท่านก็เป็นหนึ่งในคนที่แสดงออกอย่างชัดเจนไม่ว่า จะเป็นในเรื่องของการประชุมที่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ที่รัฐสภาแห่งนี้ หรือแม้แต่กระทั่ง การประชุมในส่วนของการประชุมพรรคของผม ท่านก็ได้ย้ำผม ท่านก็ได้ร้องเรียนผมว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์หนึ่งในกระทรวงที่รับผิดชอบในเรื่องของความเป็นอยู่ของพี่น้อง เกษตรกรจะทำอะไร จะทำอย่างไร จึงเป็นสาเหตุที่ผมจะต้องมานำเรียน นอกจากนี้ ผมต้องนำเรียนว่าอย่างที่ผมบอกไปเมื่อสักครู่นี้ สถานการณ์ลำไยในฤดู ๘ จังหวัดภาคเหนือ มีผลผลิตอยู่ประมาณ ๗๕๐,๐๐๐ ตันด้วยกัน เพิ่มจากปีก่อนอย่างที่ผมนำเรียนท่านประธาน ไปยังเพื่อนสมาชิก เพิ่มจากปีก่อน ๑๔๐,๐๐๐ ตัน เพิ่มขึ้นมาร้อยละ ๒๓.๗ นั่นจึงเป็น สาเหตุหลัก ๆ ท่านประธานครับ ณ วันนี้ถ้าเราลองคิดเลขกันเล่น ๆ ดู ๑๔๐,๐๐๐ ตัน เท่ากับ ๑๔๐ ล้านกิโลกรัม ลำไยที่เพิ่มขึ้นมาจากปีที่แล้ว ถ้าเราให้พี่น้องคนไทยทั่วประเทศ บริโภคกันคนละ ๒ กิโลกรัม ส่วนต่างที่เพิ่มขึ้นมาจากปีที่แล้วถึงจะหมดไป สิ่งที่ผมอยากจะ นำเรียนก็คือว่าปริมาณที่มันมากมายมหาศาล รัฐบาล กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พรรคการเมืองทุกพรรค ผมเชื่อว่าก็ไม่ได้นิ่งนอนใจครับ เราก็ต้องมาช่วยกันหาคำตอบ วันนี้ ผมมีเรื่องที่จะขออนุญาตนำเสนอเพื่อที่อย่างน้อย ๆ ให้ทางท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ถามกระทู้ได้สบายใจว่ากระทรวงและสหกรณ์ ตลอดจนรัฐบาลที่นำทัพภายใต้การทำงาน ของพรรคเพื่อไทยไม่ได้นิ่งนอนใจเรื่องนี้จริง ๆ ผมนำเรียนว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมาย ให้กระทรวงที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ หรือกระทรวงอื่น ๆ ที่สามารถเข้ามาช่วยเหลือสถานการณ์ลำไยตกต่ำ ราคาลำไยตกต่ำ ให้ทำงานร่วมกันอย่างเร่งด่วน ซึ่งผมต้องนำเรียนว่าจากที่ได้พูดคุยกับทางรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ แล้วก็ทางรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ทั้ง ๒ ท่าน โดยเฉพาะ ท่านสุชาติ ชมกลิ่น ก็มีความเห็นในเรื่องของมาตรการระยะสั้นเหมือนกัน นั่นคือทำอย่างไรที่เราจะเอาลำไยออกจากระบบให้มากที่สุด จึงเป็นที่มาที่ไปที่กระทรวง พาณิชย์เขาก็ทำการบ้านของเขานะครับ เขาก็มีมาตรการในการรับซื้อลำไย นำซื้อลำไย ออกจากระบบ ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ แน่นอนครับ ท่านประธาน ที่ปรึกษาพรรคของผม พรรคกล้าธรรม ชื่อว่า ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ท่านเป็น คนพะเยา และในจังหวัดพะเยาก็มีพี่น้องชาวสวนลำไยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ ราคาตกต่ำ สถานการณ์ราคาลำไยที่ล้นตลาดอยู่เหมือนกัน ท่านก็เป็นห่วง ดังนั้นเองแนวทาง ระยะสั้นที่ผมและท่านรัฐมนตรีอีกท่านหนึ่งของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ชื่อว่า อัครา พรหมเผ่า ได้ทำร่วมกันนะครับ จริง ๆ ได้พูดคุยกันมาสักระยะแล้วนะครับ ขณะนี้ได้เริ่ม ลงมือไปแล้ว ผมต้องนำเรียนท่านประธานครับ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาผมและท่านอัครา พรหมเผ่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และผู้บริหาร เราได้มีการลงไปพบปะกับพี่น้อง ชาวสวนลำไยมากกว่า ๖,๐๐๐ ท่านด้วยกัน ก็ชวนผู้บริหารของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงไปเป็นงานเสวนาพูดคุยระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กับพี่น้องชาวสวนลำไย คนที่ปลูกจริง ๆ คนที่เดือดร้อนจริง ๆ เราก็ได้พูดคุยกันหลายเรื่อง เราก็ได้รับฟัง ความเดือดร้อน เราก็ได้รับฟังแนวทางที่พี่น้องเกษตรกรชาวสวนลำไยอยากจะให้เราเร่งรัด ลงมือทำ ดังนั้นหลังจากกลับจากเชียงใหม่ ผมกับท่านอัคราก็ได้สั่งการมาตรการระยะสั้น ในการแก้ไขปัญหาลำไยเบื้องต้น

๑. มาตรการสินเชื่อเพื่อซื้อลำไยเพื่อแปรรูปเป็นลำไยอบแห้ง ซึ่งตรงนี้จะเป็น มาตรการที่ปลอดดอกเบี้ย โดยเงินหลัก ๆ ผมต้องนำเรียนผ่านท่านประธาน เราจะใช้ เงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ งบประมาณอยู่ในกรอบวงเงินไม่เกิน ๑๐๐ ล้านบาท แล้วก็ใช้เงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรอีก งบประมาณไม่เกิน ๑๐๐ ล้านบาทเหมือนกัน เพื่อที่จะให้มีคนสามารถมาใช้เงินตรงนี้ไปดึงลำไยออกจากระบบให้มากที่สุด ซึ่งจะเป็น กระบวนการมาตรการที่ทำไปควบคู่กับกระทรวงพาณิชย์

๒. ได้สั่งการให้องค์การตลาดเพื่อการเกษตร หรือว่า อ.ต.ก. ซึ่งอย่างที่ทราบ กันดีทุกวันนี้เขาก็มีเรื่องพอสมควร ๒-๓ วันที่แล้ว แต่ว่าสิ่งที่ได้ทำไปแล้วนั่นก็คือว่า อ.ต.ก. จะต้องมีหน้าที่ในการที่จะไปตามพื้นที่ต่าง ๆ ไปเร่งที่จะกระจายลำไยจากภาคเหนือไปยัง ภาคอื่นให้เร็วที่สุดนะครับ แล้วก็มีการใช้ Influencer บุคคลที่ต้องบอกว่าเป็นคนที่มีชื่อเสียง ในการที่จะมาช่วย Live ในการที่มาช่วยรณรงค์ให้พี่น้องชาวไทยช่วยกันกิน ช่วยกันใช้ ช่วยกันสั่งลำไย เพื่อที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวสวนลำไย นอกจากนี้ยังได้ประสาน ไปยังหน่วยงานอื่น ๆ ที่สามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้ ผมยกตัวอย่างกระทรวงศึกษาธิการ ให้เขาได้ดึงลำไยบางส่วนจากในระบบนี้ไปมอบให้กับน้อง ๆ ที่เป็นนักเรียนในสังกัดของ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงยุติธรรมก็ได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีครับ ก็มีการสั่งลำไย อาจจะผ่านเครือข่ายต่าง ๆ โดยเฉพาะ อ.ต.ก. เอาไปให้บุคลากรของเขาที่อยู่ใน สถานราชทัณฑ์ นอกจากนี้ยังได้ประสานไปยังไปรษณีย์แห่งประเทศไทย ซึ่งก็ได้รับการ ตอบรับว่าไปรษณีย์แห่งประเทศไทยจะช่วยในเรื่องของค่าขนส่งก็จะคิดค่าขนส่งสินค้าที่เป็น ลำไย ไม่ว่าจะสั่งจากเอกชน ไม่ว่าจะสั่งจากชาวสวน ไม่ว่าจะสั่งจากที่ใดก็ตามก็จะคิด ในอัตราค่าบริการที่ไม่ได้กำไร นั่นคือมาตรการเบื้องต้นที่ได้เริ่มลงมือทำไปแล้วนะครับ

ในส่วนของคำถามที่ ๒ ที่ท่านผู้ถามกระทู้ ท่าน สส. จีรเดช ศรีวิราช ได้กรุณาถาม นอกจากมาตรการระยะสั้นเราจะทำอย่างไร แล้วท่านจีรเดช ผมเข้าใจว่า ท่านก็คงมองไปยังอนาคตของพี่น้องชาวสวนลำไยด้วย เพราะผมต้องนำเรียนผ่านท่านประธาน ด้วยความเคารพว่าการแก้ไขปัญหาราคาลำไยในระยะยาวให้ยั่งยืนนี่ เราต้องมองดูว่าต้นตอ ของปัญหาคืออะไร สิ่งที่พวกผมสรุปกันได้ในฐานะรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ พร้อมด้วยท่านอัครา พรหมเผ่า พร้อมด้วยผู้บริหารของกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์มีอย่างนี้ครับว่า เราต้องเน้นที่คุณภาพของลำไย ท่านประธานครับปัญหาราคาที่ตกต่ำ ปัญหาที่มันล้นตลาดทุกวันนี้ ส่วนใหญ่แล้วมาจากลำไยเกรดไม่ดี เราหมายถึงลำไยลูกเล็ก เกรด B เกรด C ซึ่งหมายถึงลำไยขนาดเล็กครับ แต่ในส่วนของเกรด AA ในส่วนของเกรด A ผมก็ต้องยอมรับครับว่า ถึงแม้ว่าราคาในปัจจุบันจะไม่ได้เป็นราคาที่พึงประสงค์ของพี่น้องชาวสวนลำไย แต่ก็ยัง พอที่จะทำให้เขาสามารถทำเงินไปเลี้ยงดูครอบครัวของเขาได้ ดังนั้นเองเราจะทำอย่างไร ทุกวันนี้เกรด B เกรด C ผลผลิตลำไยมากกว่า ๖๕ เปอร์เซ็นต์ ส่วนเกรด Premium ก็คือ ลูกใหญ่ ๆ เกรด A เกรด AA มีเพียงแค่ประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของผลผลิตทั้งหมดเท่านั้น อันนี้คือเป็นโจทย์ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะต้องแก้โดยเร่งด่วน ทำอย่างไรที่จะลดปริมาณเกรด B และเกรด C ลง และให้จากเกรด B เกรด C Upgrade ขึ้นมาเป็นเกรด A และเกรด AA ผมต้องขออนุญาตกราบเรียน ผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เราได้หารือกัน ภายใน และเราได้พูดคุยปรึกษากับผู้มีอำนาจในรัฐบาลก็พูดตรง ๆ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านผู้บริหารของคณะรัฐมนตรีว่าเราจะร่วมด้วยช่วยกันในการแก้ไขปัญหานี้ให้ยั่งยืน ดังนั้นจึงเป็นที่มาที่ไปที่ผมได้เสนอและอยากจะเร่งผลักดันโครงการพัฒนาสวนลำไยคุณภาพ ที่จะเน้นไปถึงในเรื่องของการตัดแต่งทรงพุ่ม ช่อผล ซึ่งเป้าหมายของโครงการนี้ สำหรับผม ชัดเจนว่าจะเพิ่มสัดส่วนลำไยเกรด Premium นั่นก็คือลำไยเกรด A และเกรด AA ขึ้น โดยผมได้มอบโจทย์ให้กรมส่งเสริมการเกษตรได้ลงไปสนับสนุนการตัดแต่งทรงพุ่ม ช่อลำไย ถ้าพูดภาษาชาวบ้านคือการไปแต่งสาวให้ต้นลำไย ทุกวันนี้บางที่ต้นลำไยก็ถูก ปล่อยปละละเลยไว้ ผลผลิตลูกที่ออกมาก็เป็นลูกเล็กเสียเป็นส่วนใหญ่ ถ้าผ่านมือหมอ หมอลงไปผ่าตัด มีความเป็นสาวมากยิ่งขึ้น ต้นมีความพร้อมมากยิ่งขึ้น ผลผลิตที่ออกมาจาก ลูกเล็กก็จะสามารถยกระดับเป็นลูกใหญ่ขึ้น ในเรื่องของรายละเอียดผมนำเรียนว่า ผมเน้นย้ำ ว่าโครงการนี้คงจะต้องขอความร่วมมือจากพี่น้องชาวสวนลำไยที่เข้าร่วมโครงการด้วย ก็เชื่อว่าจากแปลงทดลองที่เราเคยทำ เราสามารถปรับให้ต้นลำไยนั้นออกผลผลิตเป็นเกรด A หรือเกรด AA ได้มากกว่า ๗๒-๘๒.๗ เปอร์เซ็นต์ด้วยกัน ซึ่งการปฏิบัติการลักษณะนี้ ผมไม่ได้ มาพูดอย่างนี้โดยที่ไม่มีข้ออ้างอิง ผมต้องนำเรียนผ่านท่านประธานด้วยความเคารพว่า ในวันศุกร์ที่ผ่านมา ก่อนที่ผมจะไปภารกิจดูในเรื่องของน้ำท่วมที่จังหวัดน่าน ผมได้เชิญ คณะกรรมการ Fruit Board ในวันศุกร์ที่ ๒๕ กรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อขอความเห็นในการ เสนอโครงการดังกล่าวที่ผมได้นำเรียนผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิก ซึ่งรายละเอียด ต่าง ๆ ผมจะขออนุญาตไปเร็ว ๆ รายละเอียดก็คือว่าจะให้เกษตรกรผู้ปลูกลำไยมาขึ้น ทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรภายในระยะเวลา ๖๐ วัน นับจากมีการอนุมัติการดำเนิน โครงการดังกล่าว ต้นลำไยที่จะเข้าร่วมโครงการจะต้องมีอายุระหว่าง ๕ ปี ถึง ๒๕ ปี และ ผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องได้รับค่าสนับสนุนในการดำเนินการ ๑,๐๐๐ บาท ๑,๐๐๐ บาทนี่ ไม่ได้ให้เปล่า แต่ให้ไปเพื่อให้พี่น้องชาวสวนลำไยจะไปจ้างใครก็ตามไปตัดพุ่ม ไปแต่งสาว และเราก็จะมีกระบวนการในการตรวจสอบย้อนหลังไปโดยทันที ไม่ว่าจะเป็นการใช้เครือข่าย ของเกษตรตำบล เกษตรอำเภอ เกษตรจังหวัด หรือแม้แต่กระทั่งเจ้าหน้าที่ของภาครัฐลงไปดู ว่าท่านนำเงินสนับสนุนไปแล้ว ท่านต้องทำจริง ถ้าไม่ทำจริงท่านก็จะถูกตัดสิทธิ หรือถูก ลงโทษไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง นอกจากนี้อีก ๔๐๐ บาท จะเป็นค่าปุ๋ย ค่ายา ค่าวัตถุดิบในการ ผลิตต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือ เพราะเราเข้าใจจริง ๆ ว่า ณ วันนี้พี่น้องชาวสวนลำไยเขาลำบาก จริง ๆ นอกจากนี้ เราก็ได้กำหนดพันธุ์ที่จะเข้าร่วมโครงการ ไม่ว่าจะเป็นพันธุ์อีดอ พันธุ์สีชมพู พันธุ์พวงทอง พันธุ์เบี้ยวเขียว พี่น้องเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจะต้องได้รับการ อบรม พอผ่านการอบรม เกินเวลา แต่ผมขออนุญาตท่านประธาน ผมเห็นเวลาของท่านผู้ถาม ยังเหลืออยู่