ปทิดา ตันติรัตนานนท์ หารือสถานการณ์ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา โดยชี้ให้เห็นความแตกต่างจากการสู้รบปี ๒๕๕๔ ที่มีการเตรียมอพยพล่วงหน้า และเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาการอพยพผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง รวมถึงปัญหาขาดแคลนอาหาร น้ำดื่ม และหลุมหลบภัยในศูนย์อพยพ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ปทิดา ตันติรัตนานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ เขตอำเภอกาบเชิง อำเภอบัวเชด อำเภอพนมดงรัก พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานคะ เหตุการณ์ในวันนี้กับเหตุการณ์เมื่อปี ๒๕๕๔ มีความแตกต่างกันอยู่หลายประการค่ะ ท่านประธาน ในปี ๒๕๕๔ เรามีการเตรียมความพร้อม เรามีการอพยพพี่น้องประชาชน ออกจากพื้นที่ไปก่อนที่จะมีการเปิดฉากสู้รบกัน และปี ๒๕๕๔ สื่อสังคมออนไลน์ Social ต่าง ๆ ไม่ได้มีมากมายเหมือนปัจจุบันนี้ เพราะฉะนั้นนี่คือปัญหาอีกปัญหาหนึ่งที่เรามองว่าก็น่าจะกระทบจนทำให้เกิดเหตุบานปลาย มาจนถึงวันนี้ ท่านประธานคะ เมื่อวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๘ ดิฉันก็รู้สึกดีใจ เพราะมีคำสั่ง ของศูนย์บริหารสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาว่าชายแดนจันทบุรี แล้วก็ตราดก็มีการ อนุโลมให้มีการเปิดด่านค้าขาย แต่ต้องเป็นการติดต่อกันเองระหว่างผู้ประกอบการฝ่ายไทย กับฝ่ายกัมพูชา แล้วก็มีผลในวันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๘ เราก็มีความคาดหวังว่าสถานการณ์ ความรุนแรงในชายแดนไทยเราระหว่างไทยกับกัมพูชาก็น่าจะมีแนวโน้มที่ดีมากขึ้น จนมาถึง เมื่อเช้าวันนี้ เราก็ได้ทราบข่าวกันทั่วประเทศไทยเราว่ามีการสู้รบกันที่ปราสาทตาเมือนธม จุดแรกประมาณ ๐๘.๕๐ นาฬิกา หลังจากนั้นก็เริ่มมีข่าวตามมาว่าไปที่ปราสาทตาควาย และในสถานการณ์ของชายแดนฝั่งอำเภอกาบเชิงที่ช่องจอม ดิฉันมองว่าไม่ได้อยู่ในจุดที่เป็น ข้อขัดแย้งมาตั้งแต่เริ่มต้นที่มีเหตุการณ์ระหว่างชายแดนไทยกับกัมพูชา เราก็ยังไม่ได้มีการ อพยพพี่น้องประชาชน แต่หลังจากนั้นไม่นานก็มีการยิงเกิดขึ้นที่ชายแดนช่องจอม อำเภอ กาบเชิงของเรา และที่เราทราบข่าวกันต่อมาก็เริ่มไปที่เขาพระวิหาร ไปที่ช่องบก เพราะฉะนั้นเรามองว่านี่คือเหตุการณ์ที่น่าจะมีการเตรียมการเอาไว้หรือไม่ แต่ปัญหาที่เรา ทราบกันมาที่เราได้พูดก่อนหน้านี้ก็คือในปี ๒๕๕๔ เรามีการเตรียมความพร้อมในการ ที่จะอพยพพี่น้องประชาชนไปก่อน ก่อนที่จะมีเหตุ แต่วันนี้เราไม่ได้มีการเตรียมความพร้อม ถามว่าเตรียมความพร้อมไหม เรามีการเตรียมความพร้อมในพื้นที่ทุกหมู่บ้านจะมีการเช็ก จำนวนคน มีการเช็กรถว่ารถคันไหนจะอพยพบ้านไหนไป เรามีการเตรียมความพร้อม ทางกำนัน ผู้ใหญ่บ้านก็มีการซักซ้อมเตรียมแผนมาเป็นอย่างดี แต่เผอิญว่าวันนี้มันเกิดเหตุ แบบฉุกละหุกมากเกินไป ปัญหาที่เราพบตอนนี้ก็คือผู้สูงอายุกับผู้ป่วยติดเตียงที่อาจจะมีการ เคลื่อนย้ายได้ค่อนข้างลำบาก ก็มีความลำบากเกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ของสุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี แต่ดิฉันมองว่าวันนี้สุรินทร์น่าจะเป็นจุดเริ่มจุดแรก ก็อาจจะลำบากนิดหนึ่งในการที่เราจะแก้ไขสถานการณ์เรื่องผู้ป่วยติดเตียงกับผู้สูงอายุ แต่ตอนนี้เราเชื่อว่าทุกภาคส่วนได้ให้ความร่วมมือ แล้วก็ช่วยเหลือในการอพยพผู้ป่วย แล้วก็ ผู้สูงอายุไปแล้ว ท่านประธานคะ วันนี้ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยเราเชื่อมั่นในทหารไทย ของเราว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เราได้ดำเนินการอย่างรอบคอบและเราก็ปฏิบัติตามข้อตกลง มาตลอด แต่ด้วยที่เราทราบข่าวอยู่ทุกวันว่าก็มีเหตุการณ์ยั่วยุอยู่อย่างสม่ำเสมอจากอีก ฝั่งหนึ่ง เราก็ยังกังวลว่ามันน่าจะมีเหตุลักษณะอย่างนี้เกิดขึ้นได้ไม่ว่าจะวันใดวันหนึ่ง แล้ววันนี้เราก็เห็นเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นแล้ว ถามว่าจะเป็นการสู้รบหรือจะกลายเป็นมากกว่านี้ หรือไม่ แต่เรามองว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดวันนี้คือทำอย่างไรให้ทหารแนวหน้าที่เป็นผู้ปกป้อง ผืนแผ่นดินประเทศไทยของเราได้ทำงานด้วยความพร้อมทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นด้วยอาวุธ ยุทโธปกรณ์หรือด้วยกำลังคน และพี่น้องประชาชนคนไทยตอนที่เรายังไม่ได้อพยพ ดิฉัน ได้สอบถามทุกคน ทุกคนตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าเขาเชื่อมั่นในทหารไทยของเรา แต่ส่วนหนึ่ง ที่จะตามมาที่จะเป็นปัญหาคือพอเราอพยพไปแล้ว คนอพยพไม่ได้จำนวนน้อย จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดอุบลราชธานี ดิฉันมองว่าน่าจะเป็นหลักแสนคน การที่หน่วยงาน ภาครัฐจะให้ความช่วยเหลือ วันนี้อพยพไปแล้วพี่น้องประชาชนไปอยู่ในศูนย์อพยพแล้ว ปัญหาที่ตามมาคือเรื่องอาหาร เรื่องน้ำดื่ม วันนี้เรามีความพร้อมมากขนาดไหน ดิฉันไม่อยาก เห็นปัญหาที่เกิดขึ้นเหมือนที่ผ่านมา ตอนที่ท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ลงพื้นที่ จังหวัดสุรินทร์ เมื่อวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๖๘ เราได้ชี้ให้เห็นถึงความไม่พร้อมของหลุมหลบภัยในพื้นที่ของจังหวัดที่อยู่ตามแนวชายแดน แต่เราก็รอมาจนเหตุยิงในวันนี้แล้ว หลุมหลบภัยทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นการสนับสนุนของ ภาคเอกชน ขององค์กร ของมูลนิธิทั้งหมด นี่คือสิ่งที่ดิฉันกังวลว่าเราต้องรอให้เกิดเหตุก่อน แล้วเราก็ค่อยมาหาวิธีแก้ปัญหา และวันนี้พี่น้องเป็นหมื่นเป็นแสนคนที่อยู่ในศูนย์อพยพ จะดำรงชีวิตได้อย่างไรให้เขารู้สึกว่าเขามีขวัญและมีกำลังใจที่จะสละบ้านเรือนตัวเองแล้วไป อยู่ในศูนย์อพยพได้อย่างสะดวกสบาย อาจจะไม่ได้เท่าอยู่กับบ้านตัวเอง แต่ก็คงไม่ควรที่จะ ขาดแคลนในส่วนที่จะไปดูแลผู้อพยพเหล่านั้น ท่านประธานคะ แล้วอีกปัญหาหนึ่งที่ดิฉันได้ พูดตั้งแต่ตอนแรกก็คือเรื่อง Social สื่อสังคมทุกวันนี้ถือว่าเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญ ต่อเหตุการณ์ ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาในวันนี้ หรือเหตุการณ์อื่น ๆ เพราะฉะนั้นวันนี้ดิฉันฝากท่านประธานสภาไปถึงหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องว่าทำอย่างไร เราจะให้พี่น้องประชาชนคนไทยเราทั้งประเทศได้สื่อสารไปในแนวทางเดียวกัน สื่อสาร อย่างไรที่จะให้กำลังใจทหารกล้าที่อยู่ในแนวหน้าของเรา สื่อสารอย่างไรที่จะทำให้ความ เข้าใจในความเป็นคนไทยไม่ได้ไปกระทบกับประเทศเพื่อนบ้านของเรา เพราะเรา ไม่สามารถที่จะอพยพหรือย้ายประเทศไทยเราไปไหนได้ วันนี้ในความเป็น สส. คนชายแดน ดิฉันทราบปัญหามาตลอดว่าในการดูแลพี่น้องในชายแดนของเราควรจะมีมาตรการ หรือ แนวทางที่แตกต่างจากพี่น้องในพื้นที่อื่น ๆ แล้วก็ควรจะดำเนินการมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว ไม่ใช่รอจนวันนี้เราเกิดเหตุการณ์ วันนี้ถามว่าเราต้องการหลุมหลบภัยหรือไม่ ดิฉันเชื่อว่า พี่น้องตามชายแดนไทย-กัมพูชาหลาย ๆ จังหวัดก็คงไม่ได้คาดหวังตรงนี้แล้ว แต่วันนี้ ทำอย่างไรให้พี่น้องเราที่อยู่ตามแนวชายแดนไทยหลังจากเหตุการณ์สงบลงไปแล้ว พวกเรา จะได้อยู่ด้วยความมั่นใจ แล้วก็สบายใจว่าเราจะได้รับการดูแลอย่างเต็มที่จากรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการดำเนินชีวิต หรือว่าเรื่องการป้องกันการดูแลความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนคนไทย วันนี้เหตุเกิดขึ้นที่ตำบลด่าน อำเภอกาบเชิง ลูกปืนใหญ่ตกบ้านชาวบ้านมีผู้เสียชีวิต มีคนบาดเจ็บ หรือแม้กระทั่งในพื้นที่ของจังหวัด ศรีสะเกษหรือจังหวัดอุบลราชธานี ถามว่าวันนี้เราจะเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นให้ พวกเขาได้อย่างไร และอีกอย่างหนึ่งก็คือทหารแนวหน้าของเราที่วันนี้เขาพร้อมรักษาปกป้อง อธิปไตยให้กับพวกเรา ทำอย่างไรเราจะดูแลแล้วก็เยียวยาให้สมกับที่เขาได้เสียสละชีวิต เลือดเนื้อเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทย นี่คือข้อเรียกร้องของพี่น้องตามแนวชายให้ท่าน ประธานสภาได้นำไปถึงรัฐบาล แล้วก็พี่น้องคนไทยทุกคน ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน