วิทยา แก้วภราดัย เสนอญัตติด่วนเรื่องพิพาทเขตแดนไทย-กัมพูชา โดยชี้ว่าความขัดแย้งเกิดจากความอ่อนแอภายในประเทศ และเรียกร้องให้สภาตรึงอำนาจอธิปไตยเพื่อป้องกันประชาชนจากปะทะกัน วิทยา แก้วภราดัย หารือประเด็นเร่งด่วนสองข้อ คือ ให้กำลังใจรัฐบาลในการปกป้องประชาชนและอพยพ พร้อมเรียกร้องให้ตั้งรัฐมนตรีกลาโหมเต็มตัว และขอให้สภาหยิบยกปัญหาใหญ่ของชาติเพื่อแสดงบทบาทอย่างแท้จริง
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา ต่อท่านประธานสภาและมีผู้รับรองถูกต้อง ญัตติที่เสนอก็เนื่องจากปัญหาพิพาทเรื่องเขตแดน ระหว่างประเทศไทยเรากับประเทศกัมพูชา ซึ่งไม่ใช่เกิดครั้งแรกปรากฏการณ์ที่เกิดครั้งนี้ ผมเชื่อมั่นว่าเพื่อนสมาชิกที่อภิปรายไปท่านแรกซึ่งอยู่จังหวัดศรีสะเกษ ท่านเป็นคนหนึ่ง ที่เคยเสนอญัตติตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ ในสภาแห่งนี้ กรณีพิพาทกันที่ศรีสะเกษ แล้วก็ลุกลามจนถึง ขั้นปะทะกันด้วยกำลังอาวุธ และครั้งนั้นสภาเราก็ใช้สภานี้เป็นคนพิจารณา หลังจากสภา พิจารณาเสร็จ ก็มีการปฏิบัติการเพื่อตอบโต้รักษาอธิปไตยจากทางรัฐบาลและทางกองทัพ อย่างเป็นระบบ จนเหตุการณ์สงบยุติ ครั้งนั้นกับครั้งนี้ไม่ต่างกัน ทุกครั้งที่มีความขัดแย้ง ภายในประเทศไทย มีความอ่อนแอขึ้นในอำนาจรัฐไทย ปัญหาชายแดนปะทุทุกครั้ง ปรากฏการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นครั้งนี้อีกครั้งไม่ต่างกับปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๒ ที่เปิดขึ้นมา มาครั้งนี้ ก็เกิดขึ้นเนื่องจากความอ่อนแอภายในประเทศ และผมคิดว่าความขัดแย้งครั้งนี้เริ่มปะทุ ขึ้นมาก่อนเราพิจารณางบประมาณของแผ่นดินฉบับนี้ปี ๒๕๖๙ ที่จะใช้ ในการพิจารณาก่อน การพิจารณา ๒ วัน เริ่มมีวิวาทะกันระหว่างทหารแต่ละฝ่ายที่รักษาแนวเขตแดน เกิดข้อ พิพาทว่าใครรุกล้ำใคร จนสุดท้ายก็โต้เถียงกันถึงตอบโต้กันทางระบบ Social ดังสนั่นไปหมดว่าปราสาทหลาย ปราสาทซึ่งขึ้นทะเบียนเป็นมรดกของไทยมา กรมศิลปากรเข้าทำการตกแต่งมา ๕๐-๖๐ ปี ถูกอ้างสิทธิไปเป็นของประเทศเพื่อนบ้านที่ชื่อว่าประเทศกัมพูชา ทหารที่ชายแดนก็มี ลักษณะของการฮึดฮัดกันมาตลอด ก็มีการอภิปรายเตือนกันในสภาว่าเราจำเป็นต้องให้ กำลังใจกับพี่น้องทหารหาญของเรา ซึ่งจะมีหน้าที่ปกป้องอธิปไตย และตั้งแต่วันนั้นมา คนทั้งประเทศ ถ้าท่านประธานกลับไปจังหวัดของท่านก็รู้ดีครับ ประชาชนพี่น้อง ทั้งประเทศเรียกร้องให้ทหารรักษาอธิปไตย ให้กำลังใจกัน ตลอดระยะเวลา ๑๐-๒๐ วัน ที่ผ่านมาประชาชนแห่แหนไปให้กำลังใจทหาร ไม่ใช่ว่าเขารักทหารมาก แต่ประชาชน ที่ไปทั้งหมดเขารักอธิปไตยของชาติไทย และเขารู้ดีว่าคนที่ปกป้องอธิปไตยของชาติไทย เป็นกำลังหลักก็คือ ทหาร ไม่ใช่พวกเรานักการเมือง และวันนี้ทหารกำลังเปล่งความ รับผิดชอบ บางครั้งท่านประธานตามสื่อก็จะรู้ว่าช่วงไหนที่ท่านแม่ทัพอ่อนลงมาหน่อย ก็จะโดนวิพากษ์วิจารณ์จากระบบ Social และสื่อมวลชนมากว่าอ่อนแอ สุดท้ายเมื่อมีการ วางทุ่นระเบิด มีทหารไทยขาขาด ข้อเท้าขาด และบาดเจ็บ เรื่องก็เลยลุกลาม ประชาชน สงสัยว่าระเบิดใครเป็นคนทำ ขณะที่คนส่วนใหญ่เชื่อว่าการวางระเบิดที่เชี่ยวชาญเป็น ประเทศเพื่อนบ้านเราติดพันมาตั้งแต่สงครามในบ้านเขา และเชื่อว่าเป็นการวางของ ประเทศเขมร แต่ทางกัมพูชาก็อ้างกลับมาว่าระเบิดในเขตไทย ไทยเป็นคนวางเอง ไทยต้อง รับผิดชอบ ขณะเดียวกันพื้นที่ที่มีปัญหากลายเป็นพื้นที่ที่เขาอ้างว่าเป็นของเขามาตลอด จนมาถึงเมื่อวานเราประชุมสภาเสร็จกันผมออกจากสภาตอนเย็น เหตุการณ์อย่างนี้ก็เกิดขึ้นอีก ลูกหลานทหารไทยก็ประสบปัญหากับทุ่นระเบิดอีก เราก็คิดว่าคงเกินความอดกลั้นของทหาร ที่ต้องเสียกำลังพลและขวัญกำลังใจ ประชาชนก็เริ่มมีอาการที่จะนัดหมายกันว่าวันที่ ๒๗ นี้ เขานัดหมายกันไปที่ปราสาทตาเมือนธม ขณะที่เขมรก็นัดวัยรุ่นมาเจอกันที่ปราสาท ตาเมือนธม ผมก็คิดว่าเรากังวลที่สุดครับ สภากังวลว่าถ้าเราไม่ตรึงอาณาเขตอธิปไตย ให้ชัดเจนจนปล่อยให้ประชาชน ๒ ประเทศ ไปปะทะกัน คำถามก็จะกลับมาที่ว่าทหารมีไว้ ทำไม เมื่อเช้านี้ตั้งแต่ ๗ โมงเช้ามีทหารฝั่งตรงข้ามเริ่มยิงอาวุธเข้ามาในประเทศไทย ถือว่า การรุกล้ำอาณาเขตอธิปไตยไทยเริ่มตั้งแต่การวางทุ่นระเบิดเข้ามา แนวทุ่นระเบิดทั้งหมด เป็นอาณาเขตประเทศไทยและข้อพิสูจน์แล้วว่ากองทัพไทยยืนยันว่าระเบิดเหล่านั้นเป็นระเบิด ไม่มีในประเทศไทย กองทัพไทยไม่เคยใช้เป็นกองทัพของเพื่อนบ้านมีใช้มาโดยตลอด การรุกล้ำ เกิดขึ้นแล้ว และวันนี้ก็เป็นการรุกล้ำเพื่อเปิดแนวปะทะ ผมคุยกับเพื่อนที่มาจากศรีสะเกษ เมื่อสักครู่ครับ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านธเนศ ท่านบอกว่ามันดังสนั่นกันไปหมดแล้ว และเรื่องนี้ผมคิดว่าสิ่งที่ต้องยื่นญัตติมาเพื่อให้รัฐบาลได้ฟังความเห็นของสภาครับ
ประเด็นที่ ๑ ผมคิดว่าวันนี้ขอให้กำลังใจรัฐบาล ต้องรีบเขาปกป้องประชาชน ทั้งหมดที่เป็นราษฎรไทยทั้งหมดให้ออกมาอยู่ในที่ที่ปลอดภัย เปิดแนวให้ทหารเขาสามารถ ปะทะตรึงอาณาเขตประเทศไทยอย่างสมศักดิ์ศรี รัฐบาลต้องพร้อมในการที่จะช่วยเหลือ ประชาชนในการอพยพ เมื่อคืนเขาเริ่มอพยพกันแล้ว การซ้อมแผนซ้อมมาแล้ว รัฐบาลต้อง สนับสนุนงบประมาณเท่าที่มีอยู่ทั้งหมดเพื่อปกป้องชีวิตของคนไทยเหล่านั้น
ประเด็นที่ ๒ ความอ่อนแอที่เกิดขึ้นรัฐบาลเพื่อนบ้านเขารู้ เขาก็คิดหาเสียง ภายในประเทศเขา ขณะเดียวกันในประเทศไทยก็ต้องปรับครับท่าน วันนี้เราก็ทราบดีว่า นายกรัฐมนตรีคือผู้รักษาการ แต่สิ่งที่จำเป็นในสถานการณ์นี้ผมต้องเรียกร้องกับรัฐบาลนะครับ รัฐบาลจำเป็นต้องตั้งรัฐมนตรีกลาโหมเสียทีครับ เรามีแค่รัฐมนตรีช่วยว่าการกลาโหม แต่ประเทศเพื่อนบ้านมีประธานสภา แล้วก็รัฐมนตรีกลาโหม นายกรัฐมนตรี โหมกระหน่ำ กันทั้งหมด เรามีแต่คนรักษาการนายกกับคนที่เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เขารู้ว่าเราอ่อนแอ เพราะฉะนั้นผมก็อยากให้กำลังใจกับรัฐบาลในการปรับเสีย ทำเสียให้เกิด ความเข้มแข็ง แล้วขอให้กำลังใจฝากไปพี่น้องทหารทั้งหมดว่าท่านกำลังปฏิบัติหน้าที่ตาม ความคาดหวังของประชาชน ถามว่าประชาชนหวังอะไรครับ ประชาชนหวังว่ามีทหารไว้ ปกป้องแผ่นดินไทย แม้บางครั้งจะถูกเยาะเย้ยถากถางว่าสงครามหมดแล้ว ท่านกำลังพิสูจน์ ว่าเมื่อจำเป็นจริง ๆ ท่านจะต้องช่วยดูแล
สุดท้ายครับ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดกระเทือน ความรู้สึกอารมณ์ของประชาชนทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นผมก็เรียนท่านประธานตรง ๆ ว่า ถ้าสภานี้ไม่รู้จักหยิบยกปัญหาเรื่องใหญ่ของประชาชนขึ้นมาพูด เราจะถูกตั้งคำถามว่า สภามีเอาไว้ทำไม ขอบคุณครับท่าน