สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๘

บรรลูน ศิริสิงห์สังชัย ตรวจสอบรายงานการเงินของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พบว่ามีสินทรัพย์ 67.95 ล้านบาท หนี้สิน 9.99 ล้านบาท สินทรัพย์สุทธิ 57.96 ล้านบาท รายได้ 285.07 ล้านบาท ค่าใช้จ่าย 288.52 ล้านบาท และมีรายได้ต่ำกว่าค่าใช้จ่าย 3.45 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดที่ได้รับจัดสรร จำนวน 8 ตัวชี้วัด โดยมีผลการดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายหรือสูงกว่าเป้าหมาย จำนวน 6 ตัวชี้วัด และมีผลการดำเนินงานต่ำกว่าเป้าหมาย จำนวน 2 ตัวชี้วัด โดยพบว่าข้อมูลความต้องการใช้งานพัสดุไม่ครอบคลุม ทุกหน่วยงานภายในและไม่ครอบคลุมทุกประเภทรายการพัสดุ และพบว่ามีการจำหน่ายวัสดุหมึกพิมพ์คงเหลือและหมดอายุการใช้งาน

นางสาวบรรลูน ศิริสิงห์สังชัย รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร เรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพทุกท่านค่ะ ดิฉัน บรรลูน ศิริสิงห์สังชัย รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ได้รับมอบหมายจากท่านผู้ว่าการ ตรวจเงินแผ่นดิน ในฐานะผู้สอบบัญชีซึ่งตรวจสอบรายงานการเงินและรายงานประเมินผล การใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตามมาตรา ๕๘ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ ขอเสนอรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงิน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖ และรายงานประเมินผลการใช้จ่ายเงินและ ทรัพย์สินประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ โดยมีรายละเอียดดังนี้

สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้ตรวจสอบรายงานการเงินของสำนักงาน ตามหลักเกณฑ์มาตรฐานเกี่ยวกับการตรวจเงินแผ่นดินและมาตรฐานการสอบบัญชี พบว่ามีสินทรัพย์ จำนวน ๖๗.๙๕ ล้านบาท หนี้สิน จำนวน ๙.๙๙ ล้านบาท สินทรัพย์สุทธิ ส่วนทุนจำนวน ๕๗.๙๖ ล้านบาท รายได้ จำนวน ๒๘๕.๐๗ ล้านบาท ค่าใช้จ่าย จำนวน ๒๘๘.๕๒ ล้านบาท และมีรายได้ต่ำกว่าค่าใช้จ่าย จำนวน ๓.๔๕ ล้านบาท ซึ่งผลการตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินแสดงความเห็นอย่างไม่มีเงื่อนไข

รายงานการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ การตรวจสอบมีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ประสิทธิผลของการใช้จ่ายเงิน และทรัพย์สิน และแสดงความเห็นว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์ ประหยัด ได้ผลตามเป้าหมาย มีประสิทธิภาพ เกิดผลสัมฤทธิ์และคุ้มค่าเพียงใด โดยมีขอบเขตการตรวจสอบ ๓ ส่วนด้วยกัน ส่วนแรกคือการประเมินผลการใช้จ่ายเงิน ส่วนที่ ๒ การประเมินผลการจัดการทรัพย์สิน และส่วนที่ ๓ การประเมินผลการบริหารโครงการโดยมีรายละเอียด ดังนี้

ส่วนที่ ๑ การประเมินผลการใช้จ่ายเงิน สำนักงานมีเงินงบประมาณ ที่นำมาใช้จ่ายทั้งหมดในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ จำนวน ๒๖๔.๐๔ ล้านบาท ประกอบด้วยเงินงบประมาณตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๖๖ จำนวน ๒๑๖.๒๓ ล้านบาท เงินเหลือจ่ายสะสม จำนวน ๘.๙๕ ล้านบาท เงินงบกลาง สำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน ๑๗.๓๘ ล้านบาท และเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปี จากปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ จำนวน ๒๑.๔๘ ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ซึ่งมีจำนวน ๒๗๓.๘๓ ล้านบาท พบว่าลดลงจากปีก่อน จำนวน ๙.๗๙ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๓.๕๘ สำหรับแผนการใช้จ่ายเงินงบประมาณ ๒๕๖๖ รวมทั้งสิ้น จำนวน ๒๖๔.๐๔ ล้านบาท มีผลการเบิกจ่าย จำนวน ๒๕๒.๙๒ ล้านบาท และมีเงินงบประมาณ คงเหลือ จำนวน ๑๑.๑๒ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๔.๒๑

ทั้งนี้ในส่วนของผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดของเงินงบประมาณที่ได้รับ จัดสรรจำนวน ๘ ตัวชี้วัด มีผลการดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายหรือสูงกว่าเป้าหมาย จำนวน ๖ ตัวชี้วัด และมีผลการดำเนินงานต่ำกว่าเป้าหมายจำนวน ๒ ตัวชี้วัด จากการตรวจสอบตัวชี้วัดที่มีผลการดำเนินงานต่ำกว่าเป้าหมายจำนวน ๑ ตัวชี้วัดพบว่า ข้อมูลที่นำมาวัดความสำเร็จของการดำเนินงานตามตัวชี้วัดเป็นข้อมูลเพียงระยะเวลา ๘ เดือน ไม่ได้รวบรวมข้อมูลจาก ๑๒ เดือน ซึ่งไม่สอดคล้องกับผลการปฏิบัติงานจริง สตง. ได้ให้ข้อเสนอแนะผู้บริหารของสำนักงานดำเนินการควบคุมดูแลให้ผู้รับผิดชอบ กำหนดวิธีการรวบรวมข้อมูล เพื่อนำมาวัดความสำเร็จของการดำเนินงานตามตัวชี้วัด ให้สอดคล้องกับผลการปฏิบัติงานจริง ใน ๑ ปีงบประมาณ

ส่วนที่ ๒ การประเมินผลการจัดการทรัพย์สิน สำนักงานมีการสำรวจ ความต้องการใช้พัสดุประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๖ โดยมีหน่วยงานภายในแจ้งความต้องการ พัสดุเพียงจำนวน ๔ หน่วยงาน จากทั้งหมด ๑๓ หน่วยงาน คิดเป็นร้อยละ ๓๐.๗๗ จะเห็นได้ว่าการรวบรวมข้อมูลความต้องการใช้งานพัสดุทุกประเภทไม่ครอบคลุม ทุกหน่วยงานภายในและไม่ครอบคลุมทุกประเภทรายการพัสดุ ทำให้สำนักงานมีข้อมูล สำหรับใช้ในการวางแผนการจัดหาพัสดุประจำปีไม่เพียงพอและจากการตรวจสอบ พบว่ามีการจำหน่ายวัสดุหมึกพิมพ์คงเหลือและหมดอายุการใช้งาน จำนวน ๙๖ รายการ ซึ่งสะท้อนถึงการวางแผนการจัดหาวัสดุที่ไม่สอดคล้องกับการใช้งานจริง สำนักงาน มีการจัดทำแผนการจัดซื้อจัดจ้างและประกาศเผยแพร่ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์หรือ e-GP และเผยแพร่ในเว็บไซต์ของสำนักงานประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ทั้งหมด จำนวน