ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร เสนอรายงานการประชุมและเปิดการนำเสนอข้อมูลประกอบ โดยอภิปรายญัตติด่วนเรื่องการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติที่เชื่อมโยงกับการฟอกเงินและการค้ามนุษย์ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ชี้ให้เห็นช่องโหว่ของตลาดทุนไทยที่เปิดโอกาสให้กลุ่มทุนสีเทาใช้เงินสกปรกมาซื้ออำนาจรัฐ และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อป้องกันความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พร้อมทั้งเสนอมาตรการปิดช่องโหว่ระบบฟอกเงินโดยเน้นการบังคับใช้ Travel Rules ในตลาดคริปโตฯ การตรวจสอบ UBO และธุรกิจเสี่ยงผ่าน War Room และ Task Force เพื่อเร่งปราบปรามและสร้างความเชื่อมั่น
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
วันนี้ผมขออภิปรายญัตติด่วน เรื่อง การปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมไซเบอร์ การค้ามนุษย์ และการฟอกเงิน ท่านประธานที่เคารพครับ ประชาชนไทยส่วนใหญ่ตอนนี้ กำลังเผชิญภัยคุกคามทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่จากเงินสกปรกที่เกิดขึ้นจากอาชญากรรม ข้ามชาติ วันนี้ผมอยากจะให้สังคมไทยเข้าใจเรื่องนี้ให้มันชัดเจนว่าไทยกำลังจะกลายเป็น ศูนย์การฟอกเงินของโลก และเงินเหล่านี้กำลังพยายามจะเข้ามาซื้ออำนาจรัฐอย่างไร ผลกระทบจากเรื่องนี้จะส่งผลต่อชีวิตของพี่น้องประชาชนคนไทยอย่างไร อาชญากรรม ข้ามชาติเข้ามาฟอกเงินในไทยโดยมีช่องโหว่ในตลาดทุนไทยที่เอื้อให้เกิดการเข้าลงทุนเพื่อยึด อำนาจรัฐโดยที่รัฐบาลไทย แล้วก็หน่วยงานที่มีอำนาจตรวจสอบ หน่วยงานกำกับดูแล ป้องกัน ปราบปราม อย่าง ก.ล.ต. ปปง. ธปท. กสทช. ปล่อยให้มาถึงจุดนี้ได้อย่างไร นี่เรายัง ไม่ต้องพูดถึงตำรวจหรือ DSI และจากนั้นผมก็จะขอโยงไปที่ข้อเสนอแนะ ฝากไปยังรัฐบาล ฝากไปยังท่านนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้สั่งการเอาจริงเอาจัง อย่าเล่นปาหี่ โจรจับโจรให้ประชาชนดู เราดูจากภาพนี้วงจรของอาชญากรรมข้ามชาติ อาชญากรรมข้ามชาติ คืออะไรครับ เวลาที่คนร้ายในยุคปัจจุบันนี้ทำเรื่องผิดกฎหมายมันไม่ทำแค่ในประเทศเดียวแล้ว แต่ทำหรือเกี่ยวข้องกับหลาย ๆ ประเทศพร้อม ๆ กัน เช่นคนร้ายอยู่ในประเทศ A ไปสร้าง Scam Center หรือเว็บพนัน เว็บหลอกลวงคนในประเทศ B ให้โอนเงิน แล้วจากนั้น ก็เอาเงินไปฝาก ไปฟอกในธนาคารในประเทศ C แล้วจากนั้นก็เอาเงินไปซื้อสินทรัพย์ต่าง ๆ ในประเทศ D แบบนี้ก็คือองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งสิ่งที่ตามมาก็คือการฟอกเงิน เวลาอาชญากรรมข้ามชาติทำผิดเรื่องกฎหมายได้เงินสกปรกมา ไปหลอกคน ไปค้ายา ไปทำการพนันออนไลน์ Scam อะไรต่าง ๆ เขาต้องเอาเงินเหล่านั้นมาทำให้มันดูเหมือนเป็น เงินสีขาวที่ได้มาอย่างถูกต้อง เอาเงินสกปรกไปผ่านกระบวนการเปลี่ยนให้มันดูเป็นเงินสะอาด เอาไปผ่านหลาย ๆ ขั้นตอน กระบวนการที่จะเอามาฟอกเงินก็คือต้องเอาเข้าระบบก่อน ไม่ว่าจะเป็นเงินสด ทองคำ Cryptocurrency อะไรก็แล้วแต่ เดี๋ยวนี้ยิ่งมี Stable Coin ยิ่งฟอกง่าย เอาเข้ามาในระบบเสร็จแล้วปกปิดร่องรอยด้วยการเอาไปทำธุรกรรมซื้อ ๆ ขาย ๆ โอนข้ามประเทศ ยักย้ายถ่ายมือ หมุนเวียนผ่าน Nominee ผ่านบัญชีม้า ทำอย่างไรก็ได้ ให้มันตามยาก เสร็จแล้วก็เอาเงินนั้นออกมาจากระบบให้มันดูเหมือนถูกกฎหมายกลายเป็น เงินที่ฟอกแล้ว สามารถเอาไปใช้ลงทุนซื้อหุ้นทำธุรกิจต่าง ๆ ได้อย่างถูกกฎหมาย และตลาด ทุนไทยมีช่องโหว่ด้านธรรมาภิบาลที่เปิดช่องให้ Scammer ต่างชาตินำเงินที่ได้จากการหลอกลวง อาชญากรรมต่าง ๆ มาฟอกในประเทศไทยได้อย่างง่ายดาย ประเทศไทยกำลังจะเสี่ยง ที่จะกลายเป็นศูนย์กลางทางการฟอกเงิน ไม่ใช่ศูนย์กลางทางการเงินของโลก หากรัฐบาล ท่านของนายอนุทินยังไม่ปราบปรามและป้องกันอย่างจริงจัง สิ่งที่กำลังเกิดทุกวันนี้ไม่เพียง บั่นทอนความมั่นคงทางการเงิน แต่ยังบั่นทอนความเชื่อมั่นของประเทศไทยในสายตา นักลงทุนทั่วโลก ที่น่ากังวลยิ่งกว่านั้นครับ หลังจากฟอกเสร็จแล้วเงินเหล่านี้ไปไหน เข้าไป ยึดครองครอบงำอำนาจรัฐครับ เงินสกปรกเหล่านี้กำลังถูกใช้เพื่อซื้ออำนาจรัฐโดยไหลเข้ามา ในตลาดทุนไทยอย่างแนบเนียน ผมในฐานะผู้แทนของประชาชนชาวไทยรู้สึกกังวลเป็นอย่างยิ่ง จนต้องลุกขึ้นมาพูดว่าถ้าหากเราไม่ปิดช่องทางเหล่านี้ปล่อยให้ทุนเทาเข้ามาแทรกซึม เศรษฐกิจไทยจะตกอยู่ในเงื้อมือของอาชญากร เอาเงินไปซื้อนักการเมือง เอาเงินไปซื้อ ข้าราชการผู้มีอำนาจ สร้างเกราะคุ้มหัวป้องกัน คนไทยที่สุจริตก็จะเสียโอกาส ธุรกิจรายย่อย ไม่สามารถลืมตาอ้าปากต่อสู้เงินสีเทา เงินสีดำเหล่านี้ไม่ไหว เพราะว่ามันไหลมาเรื่อย ๆ สุดท้ายคนสุจริตเหล่านี้ก็มีแต่ยากจน ความมั่งคั่งมั่นคงของชาติก็จะตกไปอยู่ในเงื้อมือของ ผู้ที่กระทำผิดกฎหมาย ทั้งไทยเทา ทุนเทา ทั้งไทยและต่างประเทศ ทีนี้เรามาดูช่องโหว่ของ ตลาดทุน เนื้อหานะครับ การฟอกเงินผ่านบัญชีม้าและ Crypto ตอนนี้มันเป็นอะไรที่เป็นที่ นิยมอย่างมาก เส้นทางการเงินไหลเข้ามาในบัญชีม้าแปลงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล ผ่านม้า Crypto อะไรต่าง ๆ ก่อนจะหายเข้ากลีบเมฆไป เพราะว่าไม่มีการบังคับใช้ สิ่งที่เรียกว่า Travel Rule ก็คือการบังคับให้ระบุตัวตนของผู้รับและผู้ส่งตัวสินทรัพย์ที่เป็นดิจิทัล Crypto หรือ Stable Coin ทำให้การตรวจสอบติดตามทำได้ยากมาก ด้วยความไร้ตัวตนแล้วก็ ไร้พรมแดนของตัว Cryptocurrency เหล่านี้นะครับ การฟอกเงิน หลังจากเข้ามาแล้ว ก็มาฟอกผ่านตลาดทุน อาชญากรรมนำเงินที่ได้มาอย่างผิดกฎหมายเอาไปลงทุนซื้อหุ้น ดันราคาหุ้น ปั่นหุ้นขึ้นไปให้สูงแล้วก็ขาย ให้ดูเหมือนมีกำไรสุทธิที่ถูกกฎหมาย เปลี่ยนเงิน สกปรกให้กลายเป็นเงินสีขาว หลอกบรรดานักลงทุน สูญเสีย เจ็บช้ำไปตาม ๆ กัน จากนั้น เงินเหล่านี้ก็เข้ามาซื้อธุรกิจ บริษัทต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอำนาจรัฐก็คือธุรกิจที่ได้สัมปทาน ธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตจากรัฐ ไม่ว่าจะเป็นพลังงาน โทรคมนาคม หลักทรัพย์ ธนาคาร แล้วพอมีผลประโยชน์จากรัฐอยู่ในนั้นก็จะใช้เงินไปซื้ออิทธิพล ซื้อนักการเมือง ซื้อข้าราชการ ออกนโยบายที่เอื้อประโยชน์ให้กับสัมปทานแล้วก็ใบอนุญาตต่าง ๆ ที่ตนมี ปัญหาเหล่านี้ ล้วนมาจากการที่เรามีตลาดทุนที่มีช่องโหว่ ไม่เปิดเผยผู้ได้รับผลประโยชน์หรือไม่เปิดเผย เจ้าของตัวจริงที่เรียกว่า UBO Ultimate Beneficial Owner เจ้าของตัวจริงหลายครั้งครับ ถือสินทรัพย์ลงทุนต่าง ๆ ผ่าน Nominee ผ่านตัวแทน เอาตัวแทนต่าง ๆ มาบังเพื่อซ่อน ส่วนมากชาวต่างชาติที่เข้ามายึดตลาดทุน ยึดอำนาจรัฐไทยก็ใช้ Nominee ที่เป็นคนไทย ซึ่งในทางปฏิบัติการตรวจสอบ UBO ยังทำได้ยากมาก แล้ว UBO นี้ก็มีวิธีซ่อนต่าง ๆ มากมาย ไปสร้างบริษัทลงทุนจดทะเบียน เช่น VCC ในสิงคโปร์มาเปิดบัญชีธนาคารที่ไทยกับ ธนาคารไทย โอนเงินจากประเทศที่สาม อย่างเขมรหรือลักเซมเบิร์กเข้ามาในบัญชีที่เปิดไว้ใน ประเทศไทยเพื่อเข้าไปลงทุนซื้อหุ้น แบบนี้ทางผู้กำกับดูแลของสิงคโปร์อย่าง MS เองก็จะ มองไม่เห็น แล้วผู้กำกับดูแลของประเทศไทยอย่างแบงก์ชาติหรือ ปปง. ก็อาจจะไม่สนใจ ไม่รู้ไม่เห็นตรงนี้ อย่างไรก็ต้องฝากทั้งแบงก์ชาติ ปปง. ไปตรวจสอบอย่างจริงจังว่ามีการ โอนเงินจากประเทศที่สามเหล่านี้มาในบัญชีที่ต้องสงสัย เปิดจากพาหนะในการลงทุนที่ไป จดทะเบียนในต่างประเทศหรือไม่อย่างไร ขออนุญาตเกินอีกเล็กน้อย ใกล้จะจบแล้วครับ อีกอันหนึ่งครับ มีการใช้กรมธรรม์ประกันชีวิตก็สามารถเอามาซ่อนการลงทุนได้ ผู้ถือกรมธรรม์ ประกันชีวิตสามารถฝากเงิน เอาเงินไปลงทุนในบัญชีลงทุนภายใต้กรมธรรม์ที่ถือครองหุ้น หรือถือครองกองทุนที่ไปลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ แทนบุคคลธรรมดา แล้วก็บางกรณีตัวตน ของคนลงทุนจริง ๆ ก็จะถูกซ่อนอยู่ในชื่อของบริษัทประกันหรือแม้กระทั่งผู้ถือกรมธรรม์ บางทีเราก็ใช้ผู้ถือกรมธรรม์เป็นนิติบุคคล แต่ผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงก็จะเป็นบุคคลธรรมดา ซึ่งในหลาย ๆ ประเทศกฎหมายต่าง ๆ ก็เอื้ออำนวยให้สิ่งเหล่านี้ สามารถโอนได้โดยที่ไม่ต้อง เปิดเผยหรือระบุสัญญาที่แท้จริง การตรวจสอบต่าง ๆ จึงเป็นไปได้ยากอย่างยิ่ง ข้อเสนอแนะ วิธีการแก้ไขนะครับ
๑. คือต้องอุดช่องโหว่กฎระเบียบก่อนเลยครับ ผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง ต้องมีการตรวจสอบอย่างเข้มงวดตั้งแต่เปิดบัญชี บังคับให้ทุกธุรกิจต้องเปิดเผยรายชื่อ UBO นี้ ต่อหน่วยงานกำกับดูแลแล้วก็ต้องมีการแชร์ข้อมูล เก็บข้อมูล พัฒนาระบบตรวจสอบเปิดเผย หรือที่เรียกว่า UBO Registry รัฐควรมีฐานข้อมูลกลางที่เอาไว้ตรวจสอบผู้รับผลประโยชน์หรือเจ้าของตัวจริงอย่างนี้นะครับ การลงทุนในนิติบุคคลหรือทรัพย์สินทุกประเภท จากนั้นการบังคับใช้มาตรฐาน Travel Rules ในตลาด Crypto นี้เป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างมากเพราะว่าตอนนี้การโอนเงินข้ามประเทศ เป็นจำนวนมหาศาลผ่าน Crypto ทำได้ภายในพริบตา และประเทศไทยกำลังถูกใช้เป็นเวที ฟอกเงินเพราะเราไม่ได้มี Travel Rules นี้ ก.ล.ต. สามารถออกระเบียบบังคับ Exchange ของไทยได้เลย ปปง. สามารถออกประกาศกฎกระทรวงอะไรต่าง ๆ ออกมาทำในส่วนนี้ จากนั้นขอให้นายกรัฐมนตรี นายอนุทินออกคำสั่งเลยครับ เร่งตรวจสอบทำความสะอาด ตลาดทุนไทย แล้วก็ให้ความร่วมมือระหว่างประเทศในการเปิดโปง เรามีข้อมูลต่าง ๆ เยอะแยะมากมายจากมหากาพย์นายหน้าที่ถูกเปิดเผยโดยคุณทอม ไรท์ (Tom Wright) นักข่าวและคุณสฤณี อาชวานันทกุล เมื่อเร็ว ๆ นี้ชี้ให้เห็นตลาดทุนไทยเป็นแหล่งพักเงิน แหล่งฟอกเงินสีเทาเชื่อมโยงโครงข่ายมากมาย ขอเห็นความจริงจังนะครับ สั่งวันนี้เสร็จเมื่อวาน ช่วยทำให้ดูหน่อย จากนั้นการปราบเหล่านี้จำเป็นที่จะต้องมีหน่วยปฏิบัติงานพิเศษ เอามา จัดตั้งเป็น War Room เป็น Task Force เลยครับ อย่าทำหนังสือส่งกันไปส่งกันมาระหว่าง หน่วยงาน แค่ส่งหนังสืออย่างเดียวก็เป็นเดือนแล้วครับ ข้อมูลจะไปจับโจรมันจะไปตามไล่โจร ในยุคปัจจุบันนี้ไม่มีทางทันนะครับ ขอให้ดำเนินการอย่างเอาจริงเอาจัง ตั้ง War Room ตั้ง Task Force เอาทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาแชร์ข้อมูล มาทำงานกัน ประสานกันโดยไม่ผ่าน หนังสือราชการ จากนั้นตรวจสอบธุรกิจเฉพาะกลุ่มที่เสี่ยงถูกฟอกเงินอะไรต่าง ๆ ผ่านมูลนิธิ ที่เป็นข่าวอยู่ทุกวันนี้ และสถาบันทางศาสนาต่าง ๆ ที่รับเงินบริจาคเข้าไปตรวจสอบเลยครับ เป็นแหล่งฟอกเงินชั้นดี ท่านประธานครับ ทุกวันนี้เราก็อยากเห็นสังคมไทยที่มีความสงบสุข ตอนนี้สังคมไทยกำลังมีปัญหา ตลาดทุนมีช่องโหว่ขนาดใหญ่ ขอส่งผ่านท่านประธาน ข้อเสนอแนะเหล่านี้ไปยังนายกรัฐมนตรีและ ครม. เพื่อแสดงความจริงใจให้ประชาชนเห็นว่า ประเทศไทยยังมีความหวัง ขอบคุณครับ