อริย์ธัช ยอดไชยเกียรติ หารือประเด็นอายุผู้สมัครผู้บริหารและสมาชิกสภาท้องถิ่น โดยยกตัวอย่างบุคคลอายุน้อยที่มีผลงานโดดเด่น และชี้ว่ากฎหมายปัจจุบันจำกัดโอกาสเยาวชนที่เก่งเทคโนโลยี ผู้แทนควรเปิดกว้างให้ประชาชนเลือกตัวแทนที่สะท้อนความต้องการจริง ไม่ใช่ตัดสินจากวุฒิภาวะตามอายุ แต่ต้องเปิดโอกาสให้เกิดการแข่งขันบนพื้นฐานของความสามารถและความรับผิดชอบตามกฎหมาย
ในมาตรา ๓ เรื่องของอายุผู้รับสมัครเป็นผู้บริหารแล้วก็สมาชิกสภาท้องถิ่น ผมได้เก็บประเด็นประมาณ ๓-๔ ประเด็นจะเรียบเรียงไป อยากจะเริ่มจากตัว Case Study ว่าบุคคลอายุน้อย ๆ ในทั่วโลก ก็มีผลงานที่เป็นประจักษ์ อย่างเมื่อสักครู่มีท่านเท่าพิภพได้พูดถึง มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) หรือว่า สตีฟ จอบส์ (Steve Jobs) ก็ดี เขาเอาบริษัทของเขา เข้าตลาด ตั้งแต่อายุยังไม่ ๒๕ ปี รวมถึงคนไทยที่เราคุ้นเคยกันดีคุณต๊อบเถ้าแก่น้อย เขาทำธุรกิจ ของเขาเป็น ๑,๐๐๐ ล้านบาท ตั้งแต่อายุ ๑๙ ปี ในกรณีคนถัดมา คุณเหมวิช วาฤทธิ์ หลายท่านอาจจะไม่รู้จัก ชื่อคุณฮับ เป็นเยาวชนคนไทยที่กำลังศึกษาอยู่ที่ประเทศอังกฤษ เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่สร้างเครื่องมือการช่วยฟังสำหรับผู้พิการทางการได้ยิน ปัจจุบันเขาอายุ ๑๙ ปี คนนี้กลับมาประเทศไทยบริหารท้องถิ่นไม่ได้กฎหมายไม่ได้ให้อำนาจเปิดให้เขา หลายท่านผมได้ยินตลอดระหว่างการพิจารณาของกรรมาธิการเราว่าเด็กรุ่นใหม่เก่งเทคโนโลยี ความสัมพันธ์มันไม่ใช่แบบนั้น มันลึกซึ้งกว่านั้น เด็กรุ่นใหม่ที่หลายท่านเห็นว่าเขาเชี่ยวชาญ เก่งเทคโนโลยีมันเป็นเพราะว่าเขาเติบโตมาคู่กับการเปลี่ยนแปลง เขาโตมาพร้อมกับการใช้ เทคโนโลยีทำให้ความคิดธรรมชาติของเขาคิดเป็นระบบ มันแตกต่างกับ Gen อื่น ๆ ในสังคม จึงเป็นที่มาที่หลายคนเห็นว่าเยาวชนเก่งเทคโนโลยีสามารถพัฒนาได้ แต่กฎหมายปัจจุบัน ก็ไม่ได้อนุญาตให้เขาลงรับสมัคร นอกจากคุณสมบัติอื่น ๆ ท่านประธาน ผมคิดว่ามีหลักการ ที่สำคัญมากเกี่ยวกับการพิจารณาในวันนี้ก็คือเรื่องของหลักการประชาธิปไตยพื้นฐานสากล การเลือกตั้งมันเป็นหลักการพื้นฐานที่สังคมประชาธิปไตยทั่วโลกยึดถือ หนึ่งในนั้นคือถ้าผู้ใด มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งผู้นั้นจะต้องมีสิทธิลงรับสมัครเลือกตั้งด้วยเช่นเดียวกัน ข้อมูลตัวนี้ มี ๑๘ จาก ๒๐ ประเทศ หรือว่าร้อยละ ๗๐ ที่กำหนดอายุไว้ ๑๘ ปี สำหรับการลงเลือกตั้ง ท้องถิ่น เป็นข้อมูลของ The Economist Intelligence ในปี ๒๕๖๖ ตัวนี้ชี้ให้เห็นว่า สังคมไทยไม่ได้ไกลเกินกว่าที่จะเปลี่ยนแปลงในกฎหมายมาตรานี้ ต่อมาเรื่องของหลักการ เป็นผู้แทน หรือหลักการเป็นตัวแทน เยาวชนคนรุ่นใหม่ คนวัยหนุ่ม วัยสาว ปฏิเสธไม่ได้ว่า เขาเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนสังคม ไม่ว่าจะทางด้านเศรษฐกิจ ค่านิยม คนเหล่านี้ เขาไม่มีพื้นที่ในการเลือกตัวแทนเขาให้เข้ามาบริหารท้องถิ่น เพราะกำหนดอายุไว้เกินกว่า ที่จะมีคนรุ่นเดียวกับเขาที่เข้าใจวิถีชีวิต วิธีคิด วิธีการดำเนินการใช้ชีวิตเข้ามาบริหารท้องถิ่น เขาจะต้องเลือกคนอื่น ๆ ที่ไม่ได้สะท้อนความต้องการของเขา ต่อมาครับท่านประธาน ผมอาจจะย้อนไปเล็กน้อย เมื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในชุดที่แล้ว คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองได้ทำการรายงานศึกษาเกี่ยวกับเรื่องของอายุ แล้วก็ การบังคับใช้กฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น ผมคือหนึ่งในอนุกรรมาธิการวันนั้น วันนั้นบทสนทนา หรือข้อถกเถียงเกี่ยวกับการปรับอายุลงเนื้อหาประมาณนี้ล่ะครับ ไม่มีความสามารถบ้าง รู้ไม่เท่าทันฝ่ายประจำบ้าง ไม่มีประสบการณ์บ้าง วันนั้นที่ผมยืนพูดตรงนี้ ผมอายุ ๒๓ ปี ตอนนี้ผม ๒๖ ปี ผมไม่คิดว่าอายุเป็นข้อจำกัดในการทำหน้าที่หรือให้เหตุผลแบบมีวุฒิภาวะ ได้เลย วันนี้แม้ว่าเรื่องความรู้ความสามารถอาจจะถูกถกเถียงจนประเด็นนั้นตกไป เรามาคุยกัน เรื่องของวุฒิภาวะ การเป็นผู้บริหารหรือว่าเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นไม่ใช่ว่าได้รับตำแหน่งไป นึกจะทำอะไรก็ทำได้ มันมีกฎหมาย มีทั้งแผนขั้นตอนการกระจายอำนาจ พ.ร.บ. จัดตั้ง ท้องถิ่น ระเบียบการบริหาร การจัดซื้อจัดจ้าง บุคลากร มันมีกฎหมายเกี่ยวกับ กกต. ที่คอยควบคุมการบริหารอีก ความหมายอีกนัยหนึ่งคือต่อให้ท่านโตกว่านี้ ชำนาญกว่านี้ ก็เป็นไปไม่ได้มากกว่านี้เพราะมีกฎหมายและสภาคอยควบคุมอยู่ดี ท้ายที่สุ ผมคิดว่า การพิจารณากฎหมายมาตรานี้ในวันนี้มันไม่ใช่การตัดสินว่าใครจะต้องอายุเท่าไรเพื่อไป บริหารท้องถิ่น แต่หน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ ณ ตอนนี้คือการเปิดโอกาส เปิดกว้างให้บุคคลที่หลากหลายมีอายุที่เปิดกว้างมากขึ้น นำความรู้ความสามารถมาเอาชนะ ใจประชาชน มันปฏิเสธไม่ได้ว่าสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ไม่ใช่คนไปตัดสินว่าใครจะได้เป็น นายกเทศบาล อบต. อบจ. ที่ไหน แต่ท่านมีหน้าที่เปิดโอกาสให้เกิดการแข่งขันเข้ามาสู่ระบบ หลายครั้ง ท้ายที่สุดผมในฐานะที่เป็นกรรมาธิการที่เห็นด้วยกับร่างของท่านพริษฐ์ในตอนต้น ที่รับหลักการไปในวาระที่หนึ่งที่กำหนดอายุเป็นบุคคลบรรลุนิติภาวะ บุคคลบรรลุนิติภาวะ มีความรับผิดรับชอบทางกฎหมาย ไม่ว่าจะแพ่ง อาญา เหมือนกันกับทุกท่าน ท้ายที่สุด ผมอยากจะขอฝากสภาพิจารณา ๓ ปีที่ผ่านมา ผมคิดว่าหลายสิ่งหลายอย่างทำให้เรา เห็นแล้วว่าอายุไม่ได้สอดคล้องกับวุฒิภาวะ ไม่ได้แปลว่าโตไปกว่านี้จะนิ่งกว่านี้ เด็กกว่านี้ จะทำเรื่องเหล่านี้ไม่ได้ อยากให้การเมืองเป็นพื้นที่สำหรับทุกคน ขอบคุณท่านประธานครับ