ศุภณัฐ ชี้ Design & Build ผู้รับเหมารับผิดชอบทั้งออกแบบ-ก่อสร้าง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๘ · ๒ ตุลาคม ๒๕๖๘

ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ชี้แจงปัญหาโครงสร้างพื้นฐานโดยเน้นย้ำว่าสัญญาแบบ Design & Build ทำให้ผู้รับเหมาต้องรับผิดชอบทั้งการออกแบบและก่อสร้าง พร้อมตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการขาดการตรวจสอบจากหน่วยงานอิสระ

นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชนครับ ท่านประธานครับ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต้องบอกว่าพรรคประชาชน เราติดตามเหตุการณ์นี้มาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นทั้งท่าน สส. ปารเมศก็ดี ท่าน สส. กานต์ ภัสรินก็ดี ลงพื้นที่บ่อยมากครับ รวมกันแล้วเป็นสิบครั้ง ในขณะเดียวกันในฝั่งการทำหน้าที่ ของทางพรรคประชาชนเองทั้งตัวผมที่นั่งอยู่ในกรรมาธิการยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง ก็นัดหน่วยงานมาประชุมทันที รวมถึงกระทั่งทางกรรมาธิการติดตามงบประมาณที่ สส. พรรคประชาชนนั่งเป็นประธานก็เพิ่งจะนัดกันเรียบร้อย เพิ่งจะประชุมกันเสร็จ เมื่อสักครู่นี้เอง ต้องบอกว่าเราทำงานและติดตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างเต็มที่ แล้วก็ได้ข้อมูลหลาย ๆ อย่างที่คิดว่าสังคมน่าจะอยากรับทราบ ต้องบอกเขาว่าอย่างแรก คือสัญญานี้เป็นสัญญาการก่อสร้างเป็นแบบ Design & Build หมายความว่าเป็นสัญญา ที่จ้างผู้รับเหมาทั้งออกแบบ แล้วก็จ้างก่อสร้าง มูลค่าประมาณ ๑๙,๔๐๐ ล้านบาท หมายความว่า รฟม. จ้างบริษัทเจ้าเดียวเลยคือ CKST-PL ก็คือที่เป็น JV ระหว่าง ช.การช่างกับซิโน-ไทย นั่นหมายความว่าไม่ว่าการออกแบบจะไปผิดที่การออกแบบก็ดี หรือจะไปผิดที่การก่อสร้างก็ดีบริษัทเดียวที่ทาง รฟม. จำเป็นต้องจัดการดำเนินคดีต่อ ก็คือทาง ช.การช่างและชิโน-ไทย พูดง่าย ๆ คือ ช.การช่างและซิโน-ไทย จำเป็นต้องรับจบ ๒. ต้องบอกว่าการแก้ปัญหาหน้างาน ณ เวลานี้ผู้ที่ตัดสินใจจริง ๆ ณ เวลานี้มีแค่ ๒ คน คือ รฟม. กับผู้รับเหมา โดยผู้ที่มีส่วนร่วมในการให้ความเห็นเพิ่มเติมคือสภาวิศวกร แล้วก็ บศท. แล้วก็ผู้เกี่ยวข้องอื่น ๆ ส่วนการดำเนินการก็ผู้รับเหมาเป็นคนดำเนินการทั้งหมด ซึ่งตรงนี้มันมีข้อสังเกตอย่างนี้ครับท่านประธานครับ คือถ้าเราปล่อยให้การตัดสินใจทั้งหมด ในการดำเนินการหน้างานดังกล่าวอยู่ที่ รฟม. และผู้รับเหมาเท่านั้น หลักฐานบางอย่าง อาจจะได้รับผลกระทบได้และในขณะเดียวกันเรายังเห็นว่าทางรัฐบาลเองผ่านมา ๑ อาทิตย์ แล้วยังไม่มีการตั้งคณะกรรมการสืบหาข้อเท็จจริง นั่นหมายความว่ากระบวนการการเก็บ หลักฐาน ณ เวลานี้มันไม่ได้เกิดขึ้นทุกอย่างมันถูก Operate และถูกตัดสินใจโดย รฟม. ก็คือ พูดง่าย ๆ คือผู้ว่าจ้างกับผู้รับจ้างก็ตัดสินใจกันเอง ไม่มี Third Party ที่มีอิสระเข้าไป ตรวจสอบเข้าไปสังเกตการณ์มากเพียงพอหรือไม่อย่างไร อันนี้ผมตั้งเป็นข้อสังเกต

เรื่องต่อมาทาง กปน. การประปานครหลวงเองก็ยืนยันแล้วว่าถนนที่ทรุด ไม่มีทางเกิดได้จากท่อประปาแตกแน่นอน เพราะฉะนั้นสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นได้เดี๋ยวขออนุญาต สไลด์ให้นิดหนึ่งครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ผมจะอธิบายไว ๆ ต้องบอกว่า ตัวอุโมงค์มันมี ๒ ชั้น มันมีชั้นบนกับชั้นล่าง ก็คือสีเทาข้างบนกับสีเทาข้างล่าง ซึ่งก็ลึกลงไป ถ้าเกิดเราดูง่าย ๆ คือตัวอุโมงค์อันบน ตัวอันที่เกิดเหตุลึกลงไปจากระดับผิวถนนก็ประมาณ สัก ๑๖.๕ เมตร ๑๖.๓ เมตร ตีกลม ๆ แล้วกันครับ ๑๗ เมตร ลักษณะอุโมงค์ต้องบอก อย่างนี้ว่ามันเป็นท่อนก็คือ Segment ส่วนที่มันมีปัญหาคือช่วงท่อน Segment ที่อยู่ติดใกล้ กับตัวผนัง Diaphragm Wall ของตัวสถานี ทีนี้พอตัวนี้มันเลื่อนลงมาเล็กน้อย มันก็เลย เกิดช่องเป็นช่องว่างเกิดขึ้น พอมันเกิดช่องว่างขึ้นมาดินทั้งหมดที่อยู่บริเวณตัว A มันก็ไหล ลงไปที่ B แล้วก็กระจายไปที่ C กระจายไปที่ตัว D แล้วก็ลงมาที่สถานีข้างล่างต่อก็คือ E แล้วก็ไหลเข้าไปอุโมงค์ชั้นล่างต่อ ก็คือ F อันนี้จากเรดาร์ที่ทาง รฟม. เขามีการคำนวณว่า น่าจะประมาณนี้ ข้อสังเกตมันอยู่ที่ตรงนี้ครับ ดินทั้งหมดตั้งแต่ B C D E F รวมกัน ประมาณ ๗,๘๐๐ ลูกบาศก์เมตร ซึ่งเมื่อไปเทียบกับปริมาณที่ A ก็คือช่องว่างที่มันหายไป ดินที่มันหายไปที่มันอยู่บนอุโมงค์ตอนแรกมันมีอัตราส่วนค่อนข้างใกล้เคียงกัน นั่นหมายความว่าดินทั้งหมดใน A มันไม่ได้ลงไปใต้อุโมงค์ มันไม่ได้ลงเหมือนธรณีสูบ มันไม่ได้ หายไปอยู่ข้างล่าง แต่ทั้งหมดที่มันหายไปจนทำให้ถนนเสียหาย มันไปอยู่ในอุโมงค์นี้ทั้งหมดเลย เพราะฉะนั้นผมก็เลยตั้งข้อสังเกตว่าถ้าจะไปออกว่าเหตุสุดวิสัย ธรณีมีปัญหา ธรณีวิทยา เป็นไปไม่ได้ ในขณะเดียวกันอยากให้คิดอย่างนี้ว่ากรุงเทพมหานครน้ำท่วมกี่รอบแล้ว ข้างใต้มันเป็นทั้งดิน โน่นนี่นั่น มันเป็นทั้งน้ำ ทั้งดิน มันก็การขยับของมันอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว อุโมงค์อันนี้ต้อง Design และออกแบบมาเพื่อให้รองรับสถานการณ์ของกรุงเทพมหานครตามปกติ รวมถึง ผมก็ถามแล้วในห้องกรรมาธิการว่ารองรับเรื่องของแผ่นดินไหวหรือไม่ ก็มีการยืนยันแล้วว่า รองรับเรื่องของแผ่นดินไหว เพราะฉะนั้นผมต้องพูดดักคอไว้ก่อนเลยว่าเหตุการณ์นี้จะไป ออกหวยจะไปออกเหตุสุดวิสัยคงไม่ได้ และถ้าออกสุดวิสัยขึ้นมาสะเทือนทั้งวงการนะครับ นั่นหมายความว่าอยู่ดี ๆ อุโมงค์ Operate อยู่ใช้รถไฟฟ้ามีประชาชนสัญจรไปมา วันดีคืนดี จะเกิดเหตุสุดวิสัยอุโมงค์พังหรือครับ เพราะฉะนั้นเขาต้องคำนวณมาหมดแล้ว แต่สำหรับผม ผมเชื่อว่าเป็นปัญหาด้านวิศวกรรมต้องมีความผิดพลาดอะไรบางอย่างเกิดขึ้น ทีนี้ประเด็น เดียวครับที่จำเป็นต้องจับตามาก ๆ เลย คือมันมีเหตุ อาจจะมีเหตุ ผมใช้คำว่าอาจจะมีเหตุ จูงใจบางอย่างหรือมีการแทรกแซงทางการเมืองหรือไม่ เนื่องจากว่ามันมีเรื่องของการขยาย สัญญาและค่าปรับ กรณีนี้คือถ้าเกิดเป็นเหตุสุดวิสัย ภัยธรรมชาติ หวยจะไปออกว่าสามารถ ขยายสัญญาได้ แต่ถ้าเกิดว่าเป็นความผิดของผู้รับเหมาไม่สามารถขยายสัญญาได้ และสิ่งที่ เกิดขึ้นก็คือก่อสร้างล่าช้ากว่าสัญญาต้องโดนค่าปรับและค่าปรับของ รฟม. ในสัญญา ณ เวลานี้ คือ ๐.๒๕ เปอร์เซ็นต์ต่อวัน นั่นหมายความว่าแค่ล่าช้ากว่าเดิมประมาณ ๕๐ วันจะปรับทันที ๑๐ เปอร์เซ็นต์หรือ ๑,๙๔๐ ล้านบาท และนี่คือปัญหาว่าถ้าเกิดออกเหตุสุดวิสัย ๑,๙๔๐ ล้านบาท ซึ่งคือโอกาสที่อาจจะโดนค่าปรับได้นั้นอาจจะไม่ต้องจ่ายเลย แม้แต่บาทเดียว นี่จึงเรียกได้ว่านี่คือเดิมพันระดับพันล้านที่เกิดขึ้นครับ ท่านประธานครับ

ส่วนสุดท้ายที่อยากฝากไปถึงรัฐบาลด้วย ๑. ก็คือสัญญาการก่อสร้าง ต้องมีการเปิดเผย ๒. ผมทราบมาว่าในสถานีก็ดีน่าจะมีซีซีทีวีอยู่และซีซีทีวีควรต้อง Operate อยู่ เราควรเห็นภาพที่อยู่ข้างในสถานีเพื่อบางมุมบางตอนอาจจะเห็นเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นและดูถึงเรื่องของเวลาได้ และถ้าเกิดเรื่องของเวลาได้เราจะได้ปิดประเด็น เรื่องที่มีการไปอ้างว่าน้ำประปามีปัญหา เพราะว่าทางการประปาเองก็สามารถวัดระดับ แรงดันน้ำในท่อของการประปาได้เช่นเดียวกัน เอาเวลาทั้ง ๒ ส่วนมาดู มาเทียบก็อาจจะ พอเห็นภาพได้ว่าเกิดจากอะไรขึ้น สุดท้ายที่ผมอยากเรียกร้องไปยังหน่วยงานคือ ณ วันนี้เหตุการณ์ ปัญหาด้านอุบัติเหตุด้านการก่อสร้างเกิดขึ้นมากมาย สิ่งที่เรา มีความจำเป็นต้องทำคือต้องออกกฎหมายบังคับให้โครงการก่อสร้างโดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการขนาดใหญ่ต้องมีการซีซีทีวีระหว่างการก่อสร้าง ไม่ใช่ไปติดตอนท้ายแต่ระหว่าง การก่อสร้างติดซีซีทีวี เพื่อมอนิเตอร์ไว้ ก็ฝากไว้เท่านี้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ