ไชยามพวาน ระบุปัญหาความขัดแย้งกระทบโครงการใหญ่

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๒๘ สิงหาคม ๒๕๖๘

ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ ระบุความขัดแย้งทางการเมืองส่งผลต่อโครงการขนาดใหญ่ และชี้ให้เห็นปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลบางขุนเทียนอันเนื่องมาจากการลดลงของตะกอนแม่น้ำเจ้าพระยาและการทรุดตัวของดินซึ่งทำให้สูญเสียพื้นที่เอกชนไปแล้วกว่า ๘๐๐ เมตรในช่วง ๓ ทศวรรษ ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ ยังระบุปัญหาความทับซ้อนระหว่างพื้นที่เอกชนและสาธารณะ รวมถึงแนวไผ่ที่เสื่อมโทรม และเรียกร้องให้รัฐบาลสนับสนุนการรวมกลุ่มของเกษตรกรเพื่อฟื้นฟูที่ดินที่ถูกกัดเซาะ

นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ กรุงเทพมหานคร

ขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีมากครับ ก็เห็นตรงกันว่าบางทีความขัดแย้งทางการเมืองก็ทำให้โครงการ ขนาดใหญ่ต้องพับเก็บไป อีกเรื่องหนึ่งท่านประธานครับ เป็นปัญหาเรื่องของพี่น้องชายฝั่ง ทะเลบางขุนเทียนและไปถึงผมขอพูดในภาพใหญ่

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ก็คือเรื่องของ อ่าว ก ชั้นในดีกว่า แต่ก่อนจะไปถึงตรงนั้นผมอยากให้พี่น้องทุกคนรู้ก่อนว่ากรุงเทพมหานคร มีทะเลจริง ๆ เหมือนที่ท่านรัฐมนตรีได้ไป จริง ๆ เป็นพื้นที่ที่สวยงามมาก ใครจะคิดว่าวันหนึ่ง ถ้ามีโครงการใหญ่ ๆ มาอยู่ที่ชายทะเลบางขุนเทียนผมบอกเลยว่าบางทีชะอำหรือว่า สมุทรปราการ หรือว่าฝั่งบางแสนอาจจะตัวสั่น ๆ เลยก็ได้ เพราะว่านี่จะกลายเป็นจุด Landmark สำคัญของกรุงเทพมหานครในอนาคตที่เมื่อพระรามที่ ๒ เสร็จแล้วเราก็สามารถ มุ่งตรงไปตรงนั้นและสร้าง Landmark ได้ใหม่ แต่ก่อนจะไปถึงตรงนั้น ต้องพูดตรงนี้ก่อนว่า ปัญหาชายทะเลบางขุนเทียนนั้นเป็นอย่างไร ท่านประธานปัญหาสาเหตุหลัก ๆ ก็มีการลดลง ของดินตะกอนของแม่น้ำเจ้าพระยาในเบื้องต้นที่มีเขื่อนหรือคลื่นขนาดใหญ่เวลามรสุมมา ต้องยอมรับผมไปเห็นนี่แรงจริง ๆ หินยังเอาไม่อยู่ กระแสน้ำชายฝั่งหรือการทรุดตัวของทะเล ทรุด ๑-๒ เซนติเมตรต่อปี ถ้าเรามาดูสถิติ ผมไม่ได้พูดเล่นนะครับว่าต่อปีนี่กัดเซาะชายฝั่ง ไปแล้ว ๒๕ เมตรต่อปี นั่นหมายความว่าอย่างไรครับ คือเราถูกกินไปแล้ว ๘๐๐ เมตร ในช่วง ๓ ทศวรรษ เราหารดูตก ๒๕ เมตรต่อปี ถามว่าเยอะไหม วันนี้ในพื้นที่ตรงนั้น เป็นพื้นที่เอกชนของประชาชนหายไปหมดแล้วครับ

ปัญหาอุปสรรคครับท่านประธาน ปัญหาแรกคือผมอยากจะบอกว่ามันมี ปัญหาความทับซ้อนระหว่างพื้นที่เอกชนกับพื้นที่สาธารณะ ๒. คือแนวไผ่ ๒-๓ ปี ก็ต้องยอมรับกันตามตรงเอาไม่อยู่จริง ๆ ทีนี้ผมอยากจะพูดแบบนี้ครับ ท่านประธาน ฝากไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าพี่น้องเอกชนตรงนั้นกว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์ เขาฝากผมมาพูดว่า เขารอให้รัฐบาลหลาย ๆ รัฐบาล ไม่ใช่รัฐบาลนี้ แก้ให้เขาไม่ไหวแล้ว เขาถูกกัดเซาะมาเรื่อย ๆ สิ่งสุดท้ายคือเขาต้องช่วยตัวเอง วันนี้เขาพยายามจะช่วยรวมตัวตั้งเป็นสหกรณ์ขึ้นมา ที่จะถมดินตัวเอง เพื่อสร้างเป็นจุด Landmark ของเขาเองเลย วันนี้ยังขาดอย่างเดียวคือ การสนับสนุน แต่เขาดำเนินไปไกลมากแล้วครับ แต่ยังขาดการสนับสนุน เขาไม่รู้จะพึ่งพาอย่างไร ในตลอดระยะเวลา ตั้งแต่ผมยังไม่เกิดด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นในช่วงวาระที่ผมยังเหลืออยู่ ก็อยากจะพูดตรงนี้แทนพวกเขาว่าเขาไม่ได้หมดหวังว่าเขาจะปกป้องผืนดินของตระกูล ของเขาไม่ได้ แต่เขาพยายามกันอยู่ทุกวันนี้ยังขาดแรงสนับสนุนตรงนี้อยู่

ต่อมาท่านประธานครับ ผมจะดูว่าตอนนี้เรามีโครงการของทาง กทม. อยู่ ๑.๗ พันล้านเพื่อป้องกัน ๕๔๒ ไร่ กว่า ๕ กิโลเมตรที่จะสร้างเป็น Groins ผมพามาดู Groins นิดหนึ่ง ตัว Groins ก็จะมีเสาเข็ม ฝากพี่น้องประชาชนบางขุนเทียน หรือลองดูร่วม ๆ กันไป มีเสาเข็ม แล้วก็มีหินเพื่อกั้นกระแสคลื่นมากัดเซาะชายฝั่ง แต่ผมอยากจะเรียนตามตรงว่า ตัวการสร้างตรงนี้มันมีปัญหา End Effect อยู่ End Effect ที่ผมจะพาไปดูคือฝากพี่น้อง ประชาชนกับคนที่อยู่ทางบ้านดู ท่านประธานดูนะครับ ตัวสีน้ำเงินข้างบนคือตัวคลื่น สีน้ำตาลที่มันเป็นเส้นแบบนี้คือแนวคลื่นครับ พอมันวิ่งลงมา ก็จะเจอหลังสร้างแนวหิน ใช่ไหมครับ แนวหินนี่คือสีเทา พอกระทบปุ๊บ คลื่นจะแตกเป็น ๒ ฝั่ง คลื่นแรง ๆ ที่แตก เป็น ๒ ฝั่งจะไปกระทบกับอะไร ซ้ายสมุทรสาคร ขวาสมุทรปราการ วันนี้ผมไม่พูดไม่ได้จริง ๆ เพราะทั้งสองข้างทางก็เป็นพี่ ๆ น้อง ๆ ผู้แทนราษฎรของผมเหมือนกันที่ผมรู้จักและ ประชาชนเหมือนกันด้วยที่เขาก็รอการแก้ไขปัญหา ผมถึงกำลังจะบอกว่าการสร้าง Groins ตัวนี้ ผมคิดว่าอยากจะขอท่านรัฐมนตรีลองระงับก่อนได้ไหมครับ เพราะว่าสร้างไปแล้ว มันเห็น End Effect แล้วจริง ๆ ทีนี้มาดูความย้อนแย้งของการฟื้นฟูระบบนิเวศอย่างเช่น สร้างกำแพงสีเขียวมันมีความสุ่มเสี่ยงสูงที่จะล้มเหลว บ่อน้ำนิ่ง แนวหินสร้างภาวะน้ำขัง ไร้ออกซิเจน พี่น้องชาวประมงการเดินเรือก็อาจจะลำบาก อนุบาลสัตว์น้ำก็จะลำบากไปด้วย โครงสร้างที่แข็ง ทำลายแนวธรรมชาติก็จะสร้างระบบนิเวศท่องเที่ยวให้เสียหาย ทีนี้มาดูอีก อันหนึ่งครับ ผมอยากชี้ให้เห็นเป็นตัวเลขให้ฟัง ความเสียหายจากน้ำทะเลหนุน โดยประมาณ บริเวณอ่าว ก ปี ๒๕๖๑-๒๕๖๖ เฉลี่ย ๓,๐๐๐-๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่มาจากน้ำทะเลหนุน กรุงเทพฯ ปีเดียว บางปี ๑,๕๐๐-๔,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้มาจาก TDRI แนวโน้มการวิเคราะห์ ปี ๒๕๗๐ อาจจะรุนแรงถึง ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท หากไม่มีมาตรการป้องกันใด ๆ เลย ท่านประธาน พี่น้องประชาชนฟัง ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทสูงไหม ตอนที่ตอนนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์เป็นปี ๒๕๕๔ เกือบ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าเราสร้างโครงสร้างอะไรบางอย่าง ที่ป้องกันขนาดใหญ่ได้เรากำลังจะปกป้องเม็ดเงินที่ต้องเสียตรงนี้ แต่สร้างการป้องกัน ที่เป็นระบบถาวรได้จริง ๆ ในการกันน้ำหนุน สไลด์ต่อไป อันนี้เป็นโครงการหนึ่งที่ขอยืนยัน ว่าผมไม่ได้เป็นคนคิดเอง แต่เป็นทางท่านรองปลัดท่านหนึ่ง เดี๋ยวผมจะเอ่ยนามท่านทีหลัง ท่านเป็นคนที่อุทิศตัวเองจริง ๆ ในการวางระบบในการจัดการน้ำกรุงเทพมหานคร วันข้างหน้าอยากจะเชิญท่านรัฐมนตรีเหมือนกัน ท่านเก่งมากจริง ๆ ท่านมองว่า ๑๒๑ ตารางกิโลเมตรสามารถสร้างเป็นแนวกั้นเขื่อนได้ ด้วยงบประมาณ ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท มีสไลด์ต่อไปให้ดูครับ สไลด์นี้เป็นตัวอย่างบริเวณที่อยู่ป้อมพระจุล ตัวนี้เป็นระบบที่เปิด-ปิด เรือสามารถเข้า-ออกได้ด้วย และมีแนวคันกั้นน้ำอยู่ นี่เป็นตัวอย่างที่โครงการใหญ่ขนาดนี้ จะสามารถป้องกันน้ำทะเลกัดเซาะได้ทั้งอ่าว ก ชั้นใน ท่านประธานดูอีกอันหนึ่งครับ พื้นที่นี้ เป็นพื้นที่ที่ผมขออนุญาตลงพื้นที่ไปด้วย อยู่ตรงบริเวณป้อมพระจุล ผมยืนยันว่าทางอู่ต่อเรือ ของกองทัพเรือนั้น มีความเห็นด้วยอย่างมากที่จะนำเรื่องนี้มาทำให้เป็นรูปธรรมจริง ๆ ผมเลยจะบอก เหมือนที่ท่านรัฐมนตรีบอกเลยครับ โครงการใหญ่บางทีพอถูกการเมือง ขัดขวางขึ้นมา มันก็แก้ปัญหาอะไรได้ยาก เพราะฉะนั้นผมอยากให้ทุกฝ่ายลองพิจารณา จริง ๆ ว่าถ้าเราไม่ทำอะไรเลย ปี ๒๕๗๐ เราเจอแบบนั้นแน่ ๆ เพราะฉะนั้นท่านจะเห็น เสื้อสีน้ำเงินใส่หมวก ท่านรองปลัด ท่านไทวุฒิ ท่านเป็นคนที่อุทิศในเรื่องการป้องกัน การกั้นน้ำจริง ๆ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน แต่ผมไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสีย แต่อยากจะเชิญจริง ๆ ครับ ว่าให้เขาได้มารายงานกับทางท่านรัฐมนตรีว่ามีแนวคิดในการป้องกันเชิงระบบตรงนี้อย่างไร ในอนาคต และสุดท้าย นี่คือคำถามท่านรัฐมนตรีครับว่ารัฐบาลมีแนวทาง มาตรการ ป้องกัน และแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งบริเวณอ่าว ก หรืออ่าวไทยตอนบนชายฝั่งทะเลบางขุน เทียนหรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียดครับ