ทวี สอดส่อง ระบุปัญหาการค้ายาเสพติดที่เชื่อมโยงกับผู้มีอำนาจและนักค้ายาเสพติดรายสำคัญ พร้อมเสนอให้รัฐบาลทบทวนแผนยุทธการเพื่อแก้ปัญหาในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ โดยเน้นความจำเป็นในการคัดกรองและปกป้องข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามยาเสพติด โดยเฉพาะการห้ามโยกย้ายเจ้าหน้าที่ที่ทำงานในพื้นที่เสี่ยงเพื่อป้องกันอิทธิพลนักค้ายาเสพติด และเสนอให้ยกระดับอำนาจเลขาธิการ ป.ป.ส. ในการลงโทษหรือปกป้องบุคลากร ทวี สอดส่อง หารือมาตรการแก้ไขวิกฤตยาเสพติดโดยเน้นการตรวจสอบพฤติกรรมฟอกเงินอย่างจริงจัง การยึดทรัพย์และดำเนินคดีเด็ดขาดตามหลักฐาน รวมถึงเรียกร้องให้ใช้กฎหมายพิเศษเฉพาะกับนักค้ายาเสพติดแทนการใช้กับประชาชนทั่วไป และเสนอตัวชี้วัดความสำเร็จในการจัดการผู้ต้องข้ายาเสพติด
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม ได้รับมอบหมายจากรักษาการนายกรัฐมนตรี ท่านภูมิธรรม เวชยชัย ให้มาเป็นตัวแทนตอบกระทู้ถามสดครับ คำถามของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านซูการ์โน ผมจะเรียกว่าเป็นคำถามที่เกี่ยวกับการค้ายาเสพติดรายสำคัญ โดยเฉพาะ สิ่งที่ท่านได้พูดมาก็ได้เห็นภาพรวมของรัฐบาลในการแก้ปัญหา ซึ่งท่านบอกว่าจับยาบ้าได้ ๘๐๐ ล้านกว่าเม็ด แต่ความจริง ๙๐๐ ล้านกว่าเม็ด ซึ่งในปี ๒๕๔๖ ปี ๒๕๔๗ ที่เราประกาศ จับยาบ้านั้นได้ปีละ ๗๐ ล้านเม็ดเอง นี่แสดงว่าจำนวนยาที่จับได้ ส่วนที่จับไม่ได้เราไม่รู้เท่าไร แล้วก็ปริมาณไอซ์พบว่าตอนนี้ก็ ๔๐,๐๐๐ กว่ากิโลกรัม ก็ถือว่าเยอะมาก ทีนี้ปัญหาก็คือว่า ทำไมยาทั้งหมดขณะนี้ไม่ได้ผลิตในประเทศไทย ผลิตในประเทศเพื่อนบ้าน แล้วยาทั้งหมด มันเดินทาง โดยเฉพาะท่านถามว่าทำไมเดินทางมาถึงจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้อย่างไร เหตุที่เดินทางมาได้เพราะมันมีนักค้ายาเสพติดรายสำคัญ นักค้ายาเสพติดรายสำคัญนี่เป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อชาติ คือตัวเขาไม่คำนึงถึงชีวิตคนอื่น เพราะว่ายาเสพติดนอกจากทำลายทั้งระบบเศรษฐกิจ ความมั่นคงแล้วยังทำลายระบบ ครอบครัว บุคคลที่ก้าวพลาดไปติดยาเสพติดครอบครัวบางทีทรมานกว่าคนติดยาอีก แล้วก็ นักค้ายาเสพติดรายสำคัญที่เขาสามารถนำยามาได้ เราพบว่าในเรือนจำเราก็พยายาม ยกระดับกระบวนการยุติธรรมก็คือในเรือนจำจะมีประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคนที่ในจำนวน ๒๘๐,๐๐๐ คน ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคน เกี่ยวกับยาเสพติด ประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของยาเสพติด ในเรือนจำจะเป็นข้อหาจำหน่าย ส่วนข้อหาเสพ ครอบครองนั้นจะคุมประพฤติ เมื่อเรามี จำนวนมากแล้วทำไมยาเสพติดเราก็จับนักค้า แต่นักค้าทั่วไปมันเป็นนักค้าทั่วไป ไม่ใช่นักค้า ยาเสพติดรายสำคัญ เพราะนักค้ายาเสพติดรายสำคัญมันจะผูกพันกับผู้มีอำนาจ ข้าราชการ เขาเรียกว่าเป็นไม้ค้ำเพื่อให้ตัวเองสามารถดำเนินการอยู่ได้ ผมได้รับข้อมูลเมื่อสักครู่ อย่างกรณีไอซ์เรามายกเอา ๕ จังหวัด แค่ปี ๒๕๖๘ ถ้า ๕ จังหวัด ก็ ๒,๙๙๑ กิโลกรัม ท่านทราบไหมว่าไอซ์ในประเทศไทยราคากิโลกรัมละ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ถ้าหลุดไป ออสเตรเลีย ถ้าหลุดออกไปจากชายแดนมันเพิ่มขึ้นไปอีก ๑๐๐ เท่า ก็ ๓๐๐ ในจำนวนที่จับ ๒,๙๙๙ กิโลกรัม ถ้าหลุดออกไปสามารถทำรายได้ให้ ๘๙๗,๓๐๐ ล้านบาท ท่านดู ไม่มีธุรกิจ อะไรที่ทำผลประโยชน์ให้กับองค์กรค้ายาเสพติด แล้วก็ธุรกิจประเภทนี้เราพบว่าผู้ผลิต ผู้บงการ ผู้ค้า มีรายได้มาก แต่มีความเสี่ยงในการถูกจับกุมค่อนข้างน้อย ส่วนผู้ที่เข้าไปติดคุก ไม่ว่าเป็นผู้เสพหรือผู้ค้ารายย่อยหรือผู้ลำเลียงจะมีความเสี่ยงมาก บางทีได้ค่าขนแค่หลักแสน ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ บาท คราวนี้ย้อนมาดูที่ท่านถามในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นพื้นที่ที่เป็นเฉพาะ โดยเฉพาะเราติดกับชายแดนและมีทะเลล้อมรอบ โดยเฉพาะ ในนราธิวาสก็มี ๓ อำเภอ คือ ตากใบ สุไหงโก-ลก และแว้ง จึงเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ทำให้ สามารถลำเลียงไปได้ แต่อย่างที่ผมได้เรียนว่าเมื่อเราลำเลียงไปได้ ยาเสพติดมันเป็น สิ่งไม่มีชีวิต เป็นสารเคมีสังเคราะห์มันจะเดินทางมาได้มันต้องมีคนบงการ คนสั่ง ซึ่งก็เรียนว่า ไม่ใช่รัฐบาลนี้ ย้อนไปนานก็พบว่ามีปริมาณยาโดยเฉพาะยาไอซ์คือผลตอบแทนมันสูง เป็น ๑๐๐ เท่าของประเทศไทยจึงทำให้มีนักค้า เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้มีการจับกุมไอซ์ของ ชาวต่างชาติอยู่ในเรือนจำนราธิวาส เขาบอกว่าเขาทำออกได้ประมาณสัก ๑๐ กว่าครั้งถึงจะ ถูกจับกุมได้ ๑ ครั้ง ดังนั้นผลประโยชน์ของยาเสพติดจึงมโหฬาร ที่เรียนวันนี้รัฐบาลเรามี ความจริงจัง เราเห็นว่าแผนบูรณาการนั้นเราใช้บูรณาการมาเรื่อย ยิ่งบูรณาการทำไมยาเสพติด ยิ่งเยอะ เราน่าจะมาทบทวนเป็นแผนยุทธการเพื่อแก้ปัญหายาเสพติด ซึ่งขณะนี้ผมกับ ทางท่านภูมิธรรมก็บอกว่าทำอย่างไรจะให้พื้นที่ชายแดนเป็นพื้นที่ปลอดจากการค้ายาเสพติด ซึ่งมาตรการเผอิญคำถามท่านอาจจะไปโยงข้อต่อไปหรือเปล่า แต่ถ้าผมจะตอบถ้าคำถาม ข้ออื่นมันไปซ้ำท่านอาจจะตัดนะครับ
ประการที่ ๑ ต้องสร้างภูมิคุ้มกันคือภูมิคุ้มกันอันหนึ่งก็คือบุคคลที่จะมาเป็น นายอำเภอ จะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด จะเป็นผู้กำกับหรือรับผิดชอบนี่เราต้องคัดกรอง คือไม่เช่นนั้นผู้มีอิทธิพลจะมีอำนาจเหนือกว่า แล้วโดยเฉพาะบุคคลที่เข้าไปสามารถแก้ปัญหา ยาเสพติดจะต้องไม่ถูกย้ายเพราะนักค้ายาเสพติด ซึ่งอันนี้ผมก็ได้คุยกับ ผอ. กอ.รมน. ทำอย่างไรถ้ายังจะเห็นยาเสพติดเดินทางมาถึงสุไหงโก-ลก มาถึงตากใบ ถึงแว้ง หรือถึงชายแดนแถวสงขลา แถวสตูล ต้องมาถอดบทเรียนว่ามันเดินทาง มาได้อย่างไร อย่างน้อยที่สุดต้องดูที่ข้าราชการบกพร่องไหม เพราะประมวลยาเสพติดนั้น ให้อำนาจของเลขาธิการ ป.ป.ส. ซึ่งเลขาธิการ ป.ป.ส. ทั้งท่านปัจจุบันที่จะเกษียณและ ท่านใหม่จะยกระดับ ถ้าเราแก้ปัญหาไปที่ตัวข้าราชการ บุคคลต่าง ๆ ถ้าพบว่ายังมีส่วน เกี่ยวข้องเราก็ต้องมีโทษเสนอ ครม. ให้โยกย้าย ให้ลงโทษ แต่ถ้าเกิดเขาทำดีจะต้องปกป้อง ไม่ว่าอิทธิพลของนักค้ายาเสพติดใด ๆ จะต้องไม่ไปย้ายเขาได้ อันนี้คือเป็นเรื่องที่ต้อง ดำเนินการ
ประการที่ ๒ ที่ต้องดำเนินการก็คือเราจะต้องตรวจสอบพฤติกรรม โดยใช้กฎหมายฟอกเงินต้องทำอย่างจริงจัง แล้วก็กฎหมายฟอกเงินจะต้องทำตาม พยานหลักฐานไม่กลั่นแกล้งใคร ซึ่งในขณะนี้กฎหมายฟอกเงินไม่ต้องไปทำใหม่ ไอซ์จำนวน ๑,๐๐๐-๒,๐๐๐ กว่ากิโลกรัมนั้น บางที ๑ กิโลกรัมก็สามารถโยงไปถึงผู้บงการแล้ว เราจะต้อง ยึดทรัพย์แล้วก็ต้องดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด ซึ่งอันนี้ก็อยากจะเรียนให้ทราบ แต่ที่สำคัญที่สุด คือเราต้องให้เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนต้องให้กำลังใจเพื่อแก้ปัญหา แล้วก็สิ่งสำคัญก็คือรัฐบาล จะมีตัวชี้วัด ตัวชี้วัดของรัฐบาลก็คือเราจะไปดูว่านักค้ายาเสพติดรายสำคัญได้ถูกจัดการ ได้ถูกแก้ปัญหา ได้ถูกดำเนินคดี ปลายทางของนักค้าทรัพย์ต้องถูกยึด ตัวต้องไปอยู่ ในเรือนจำ อันนี้ถึงอยากจะเรียนให้ทราบครับ อันนี้คือเป็นมาตรการหนึ่ง แล้วก็ควรจะใช้ กฎหมายที่เรามีอยู่ภาคใต้กฎหมายพิเศษ เช่น กฎอัยการศึก หรือ พ.ร.ก. ฉุกเฉินนั้นไม่ควร จะไปใช้กับประชาชนแล้ว ต่อไปนี้ต้องใช้กับนักค้ายาเสพติด หรือเจ้าหน้าที่ที่ไปค้ายาเสพติด ใช้กฎอัยการศึกนำมาซักถามเพื่อขยายผลอันนี้คือมาตรการที่เราต้องแก้ปัญหา เพราะวันนี้ ยาเสพติดเป็นวิกฤติถ้าปล่อยมันจะเป็นรูปแบบเดิม ซึ่งผมก็จะมีตัวชี้วัดในเดือนต่อไป หรือในปีใหม่ซึ่งขณะนี้ก็มีการตื่นตัว ข้อแรกก็จะตอบโดยภาพกว้างอย่างนี้ก่อนครับ