ธีรรัตน์ ออกประกาศเร่งรัดให้ชนเผ่าได้รับสัญชาติไทย คืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๘

ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ หารือเรื่องการให้สิทธิกลุ่มชาติพันธุ์ได้รับสัญชาติไทย โดยประกาศกระทรวงมหาดไทยเร่งรัดการแก้ไขหลักเกณฑ์ ลดระยะเวลาจาก ๑๘๐ วันเหลือ ๕ วัน และยืนยันว่ารัฐรับรองสถานะความเป็นพลเมืองอย่างเท่าเทียม

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ดิฉันต้องขอขอบคุณ ทางท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ที่ได้ให้ความสำคัญในเรื่องของ การให้สิทธิกับผู้ที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ชนเผ่าให้ได้รับสัญชาติไทย ดิฉันต้องเรียนท่านประธาน และเพื่อนสมาชิกทุกท่านค่ะ เป็นความภูมิใจและเป็นความยินดีอย่างยิ่งที่ดิฉันเองได้เป็น ส่วนหนึ่งในการที่จะประกาศความสำเร็จ ในเรื่องของการให้สิทธิความเป็นมนุษย์คืนให้กับ พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ ที่พวกเขานั้นรอคอยมาเป็นเวลานาน และที่ผ่านมาอาจจะยังไม่เห็นแสงสว่าง แต่วันนี้ ความหวังของพวกเขา ความฝันของพวกเขาได้เป็นจริงขึ้นแล้ว ต้องนำเรียนว่าในสิ่งที่ดิฉัน ภูมิใจและที่ได้เป็นส่วนหนึ่งก็คือดิฉันเป็นผู้ออกประกาศกระทรวงมหาดไทย ในเรื่องของ หลักเกณฑ์เพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหาสัญชาติและการสั่งให้คนที่เกิดในราชอาณาจักรไทย และไม่ได้รับสัญชาติไทยโดยมีบิดา มารดาเป็นคนต่างด้าวนั้นให้ได้รับสัญชาติไทยเป็นการ ทั่วไป ดิฉันได้ลงนามหลังจากที่ดิฉันได้มีโอกาสรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายนที่ผ่านมานี้ ที่มาที่ไปของในเรื่องนี้ดิฉันเห็นว่าทาง ท่านอนุสรณ์ได้สอบถามนั้นเพราะว่ายังมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนอยู่ในบางประเด็นว่าใคร จะเป็นผู้ที่มีสิทธิได้รับสัญชาติไทยบ้าง หรือใครเป็นผู้ที่จะสามารถขอดำเนินการในเรื่องที่จะ ได้รับสิทธิต่าง ๆ บ้าง ฉะนั้นวันนี้เป็นโอกาสที่ดีที่ทุกคนจะได้มาร่วมรับฟังอย่างเป็นทางการ ณ สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ให้ได้รับทราบถึงที่มาและที่ไปต่อไปด้วย ท่านประธานคะ การถือ สัญชาติไทยมิใช่เพียงแค่การได้เลข ๑๓ หลักในทะเบียนราษฎร หรือการได้บัตรประชาชน เท่านั้น แต่มันคือการได้รับการยอมรับว่าเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย การได้รับสิทธิ ขั้นพื้นฐานในฐานะมนุษย์และในฐานะพลเมืองผู้มีศักดิ์ศรีเท่ากันกับพวกเราทุกคนในที่นี้ เช่นเดียวกัน นั่นคือสิ่งที่สำคัญ ประเทศไทยเรามีกลุ่มพี่น้องชาติพันธุ์และชนกลุ่มน้อยที่อาศัย อยู่ในผืนแผ่นดินไทยมาเป็นเวลายาวนาน บางครอบครัวอยู่เป็นนับ ๑๐ รุ่นแล้วสืบต่อกันมา เด็กหลายหมื่นคนเกิดบนผืนแผ่นดินไทย พูดภาษาไทย สวดมนต์ ร้องเพลงชาติ ทำกิจกรรม ต่าง ๆ รวมกับเด็กไทย แต่พวกเขาทำได้เพียงแค่ยืนอยู่ข้างสนามแห่งโอกาสเท่านั้น และทำได้ เพียงมองดูเพื่อนร่วมชั้นได้สิทธิที่พวกเขาไม่เคยได้ แม้กระทั่งในเรื่องของการขึ้นทะเบียน เรียนหรือการสมัครงานตามระบบ ในวันนี้รัฐบาลภายใต้การนำของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย ได้เดินหน้าดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๖๗ นั่นหมายถึงเมื่อเกือบปีที่ผ่านมา เราได้เดินหน้าอีกครั้งหนึ่ง อย่างมั่นคง เพื่อที่จะออกประกาศกระทรวงมหาดไทย ดังที่ดิฉันได้กล่าวไปว่าดิฉันเป็นผู้ออก ประกาศในฉบับนี้ เมื่อดิฉันได้มีโอกาสทำและเป็นส่วนหนึ่งให้กับความสำเร็จ ในหลักเกณฑ์ และวิธีการมีความเป็นระบบ มีความโปร่งใสเพื่อที่จะให้กลุ่มบุคคลดังกล่าวนั้นได้รับสัญชาติ ไทยโดยเร็ว โดยที่ไม่ต้องเผชิญกับขั้นตอนที่ซับซ้อนหรือยาวนานอีกต่อไป จากเดิมเนื้อหา สาระก็คือใช้เวลาถึง ๑๘๐ วัน ในขณะนี้เราปรับเหลือเพียง ๕ วัน ถ้าหากว่าเอกสารมีความ ครบถ้วน แล้วก็ผ่านการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ในเรื่องของความประพฤติ หรือเอกสาร ความครบถ้วนต่าง ๆ ให้ถูกต้องตามขั้นตอนแล้ว ซึ่งหลาย ๆ ท่านอาจจะเคยได้ยินมา เรามี ๒-๓ ตัวเลขด้วยกัน ก็คือตัวเลขของกลุ่มชาติพันธุ์เหล่านี้มีทั้งหมด ๔๘๐,๐๐๐ ราย เราแบ่งเป็น ๒ กลุ่ม ก็คือ ๓๔๐,๐๐๐ ราย นั่นก็คือกลุ่มที่เป็นกลุ่มบิดามารดาที่เข้ามาใน ประเทศไทยก่อนปี ๒๕๔๒ ไม่มีสัญชาติไทย แล้วก็อีกกลุ่มหนึ่งคือกลุ่ม ๑๔๐,๐๐๐ ราย นั่นก็คือเกิดในเมืองไทย เป็นบุตรของในกลุ่มแรก แล้วก็ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองไทยแต่ไม่เคยได้รับ สัญชาติไทยเลย กลุ่มนี้ก็คือเป็นตัวเลขที่มาที่ไป ดิฉันจึงอยากจะให้ทุก ๆ ท่านเข้าใจว่า พวกเขาก็คือคนไทยที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองไทย เกิดในเมืองไทย มีการพัฒนาร่วมกับพี่น้อง คนไทย แล้วก็ยังรอโอกาสที่จะได้รับสิทธิในเรื่องของความเท่าเทียมให้เข้ากับทุก ๆ คน ฉะนั้นแล้วในวันนี้ชีวิตของพวกเขาจะไม่ต้องอยู่ใต้เงามืดในสังคมอีกต่อไป และดิฉันก็ต้อง เรียนว่ารัฐได้รับรองสถานะของพวกเขาไม่ใช่เป็นเพียงแค่การให้เท่านั้น แต่มันคือการคืน ในสิ่งที่พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์เหล่านั้นสมควรที่จะได้รับมาตั้งแต่การเกิดแล้ว เรายังยืนยันว่าการ ดำเนินการในครั้งนี้เราต้องการที่จะประกาศให้โลกรับทราบว่าประเทศไทยไม่เคยทิ้งใครไว้ ข้างหลัง ท่านประธานคะดิฉันขออนุญาตนำเสนอว่าเสื้อตัวที่ดิฉันใส่อยู่ก็เกิดจากฝีมือของ พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ได้ร่วมกันผลิตขึ้น แล้วก็เป็นสินค้า OTOP ด้วย แล้วก็สามารถที่จะสร้าง รายได้ให้กับพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์เหล่านี้ พวกเขาประกอบอาชีพโดยสุจริต พวกเขาดำรงไว้ซึ่ง ความสวยงาม ในวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ดิฉันได้มีโอกาสเดินทางไปที่จังหวัดพะเยา ไปร่วมพิธีมอบบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน ร่วมกับท่าน สส. วิสุทธิ์ ไชยณรุณ ที่ท่านเองนั้นได้ติดตามเรื่องนี้มาอย่างยาวนานตั้งแต่เป็น สส. สมัยแรก แล้วก็ทำงานมาเรื่อย ๆ ผลักดันจนพี่น้องประชาชนนั้นได้มีชีวิตที่ดีขึ้นตามลำดับ แต่นั่นยังไม่จบถ้าหากว่าพวกเขายัง ไม่ได้รับสัญชาติไทย ภารกิจของเรายังต้องเดินหน้าต่อไป นี่คือน้องนักเรียนที่เป็นตัวแทน ในการกล่าวขอบคุณรัฐบาลว่าพวกเขาไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันนี้มาก่อน บัตรที่เขาได้คือเป็น บัตรที่แสดงว่าเป็นบุคคลไม่มีสถานะแต่ว่าอยู่ในทะเบียนอยู่แล้ว ซึ่งยังต้องผ่านกระบวนการ ในเรื่องของการให้ได้รับสิทธิตามกระบวนการที่กำหนดไว้ให้ต่อไป แต่นี่คือก้าวที่สำคัญ ที่จะทำให้พวกเราได้เดินหน้าอย่างเข้มแข็งได้ ในขณะนี้ UNHCR ก็ได้ชื่นชมรัฐบาลไทยว่า เรานั้นสามารถที่จะลดคนไร้รัฐได้มากกว่า ๔๘๐,๐๐๐ คน ยังไม่จบท่านประธานคะนี่คือฝีมือ ของน้อง ๆ ที่พวกเขานั้นได้ฝึกฝนร่วมกับพวกเราคนไทยที่เข้าไปฝึกอาชีพให้กับเขา สร้างทักษะในการที่จะประกอบอาชีพให้กับพวกเขา ให้เขาได้เติบโตได้อย่างมีคุณภาพ ในวันที่ดิฉันได้เดินทางไปจังหวัดเชียงรายพร้อมกับ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีแพทองธาร เมื่อวันที่ ๒๘ มิถุนายน ตัวแทนของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ได้กล่าวว่าพวกเขานั้นขอบคุณรัฐบาล และพวกเขานั้นจะเป็นบุคลากรทางสังคมที่ดี เป็นพลเมืองที่ดีในการที่จะร่วมกันพัฒนา ประเทศไทยให้ได้มีความเจริญเติบโตต่อไป อันนี้คือความภาคภูมิใจอย่างหนึ่งที่ดิฉัน ได้นำกล่าวในเบื้องต้นว่าเรายังคงเดินหน้า เพื่อที่จะสร้างความเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำ ในสังคมให้สำเร็จในทุกจุดของประเทศให้ได้ และนอกจากนั้นในเรื่องของการป้องกันปัญหา การค้ามนุษย์ นี่ก็จะเป็นเรื่องหนึ่งที่เราจะสามารถช่วยกันผลักดันให้ปัญหาเหล่านั้นหมดลงได้ เช่นเดียวกัน ดิฉันเองคิดว่าท่านสมาชิกท่านอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ก็จะมีคำถามต่อ ๆ ไป ที่ดิฉันจะใช้เวลาที่มีคุณค่าของทางสภาเหล่านี้ให้ตอบได้อย่างครบถ้วนมากที่สุด ขอบคุณ ท่านประธานค่ะ