ญาณธิชา ชี้จีนเข้มงวดสารปนเปื้อน ทุเรียนไทยเสี่ยงถูกตีกลับ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๑๖ มกราคม ๒๕๖๘

ญาณธิชา บัวเผื่อน ขอขอบคุณรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ ที่มาตอบกระทู้ถามเรื่องการส่งออกทุเรียน โดยชี้ให้เห็นความสำคัญต่อพี่น้องชาวสวนและห่วงโซ่อุปทานมูลค่าสูง พร้อมนำเสนอข้อมูลผ่านสไลด์ประกอบการพิจารณา ญาณธิชา บัวเผื่อน นำเสนอสถิติการส่งออกทุเรียนและชี้แจงปัญหาใหม่จากการที่จีนเข้มงวดตรวจสารปนเปื้อน Basic Yellow 2 และแคดเมียม ทำให้ทุเรียนไทยถูกตีกลับ ส่งผลให้ราคาตกต่ำ ผู้พูดเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขขั้นตอนการรับรองสารและอำนวยความสะดวกในการนำตู้สินค้าที่ถูกตีกลับเข้าประเทศเพื่อลดความเสียหาย ญาณธิชา บัวเผื่อน ถามมาตรการควบคุมสาร Basic Yellow 2 ในล้งทุเรียน ตรวจสอบแหล่งผลิตและกระบวนการรับรอง พร้อมกังวลเรื่องความเพียงพอของห้องปฏิบัติการและการลงโทษผู้กระทำผิด เพื่อป้องกันปัญหาการส่งออก

นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน จันทบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ญาณธิชา บัวเผื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๓ พรรคประชาชน อดีตพรรคก้าวไกลค่ะ ท่านประธานคะ ก่อนอื่นดิฉันต้องขอขอบคุณท่านอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นอย่างสูงที่กรุณามาตอบกระทู้ถาม เรื่อง แนวทางการแก้ไขปัญหาการส่งออกทุเรียน ของดิฉันในวันนี้ เพราะมันมีความสำคัญกับ พี่น้องชาวสวนทุเรียนทั้งประเทศเป็นอย่างมาก หากมีปัญหาการส่งออกไม่ได้หรือว่าส่งออก ล่าช้าจะทำให้กระทบห่วงโซ่ของทุเรียนทั้งระบบซึ่งมีมูลค่าสูงกว่าแสนล้านบาท ขอสไลด์ ด้วยค่ะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ดิฉันขออนุญาตให้ทุกท่านดูสถิติ ปริมาณผลผลิตและมูลค่าการส่งออกทุเรียนสักนิดหนึ่งก่อนนะคะ จากสไลด์นี้จะเห็นได้ว่า ในปี ๒๕๖๖ ปริมาณทุเรียนทั้งประเทศมีปริมาณกว่า ๙๕๐,๐๐๐ ตัน มีมูลค่าการส่งออก ๑๓๗,๐๐๐ ล้านบาท และเราส่งออกไปประเทศจีนถึง ๙๖ เปอร์เซ็นต์ของปริมาณทุเรียน ทั้งหมด ท่านประธานคะ เมื่ออาทิตย์ก่อนเราคงทราบกันดีถึงกรณีที่จีนมีมาตรการตรวจเข้ม การนำเข้าทุเรียนจากประเทศไทย โดยทุเรียนที่จะส่งออกไปจีนต้องแนบผลการตรวจ สารย้อมสี Basic Yellow 2 และสารแคดเมียมทุกตู้ โดยจีนได้ออกประกาศเมื่อวันที่ ๘ มกราคม และให้มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ ๑๐ มกราคมที่ผ่านมา โดยทางการจีนจะดำเนินการ สุ่มตรวจที่ด่านนำเข้าทุกตู้ ไม่ว่าจะเป็นด่านทางบก ด่านทางน้ำ หรือว่าด่านทางอากาศ หากพบว่ามีสารปนเปื้อนจะระงับการนำเข้าทันที มีการเปิดเผยถึงที่มาของการใช้สาร Basic Yellow 2 ในน้ำยาชุบทุเรียนว่าเริ่มใช้จริงจังเมื่อประมาณ ๓-๔ ปีที่แล้ว เดิมจะใช้สีผสม อาหารหรือว่าขมิ้น เพื่อที่จะให้เปลือกทุเรียนเป็นสีเหลืองไม่มีอันตราย แต่เมื่อความนิยมของ คนจีนชอบเปลือกสีเขียวจึงนำสาร Basic Yellow 2 นี้เข้ามาใช้ในล้ง โดยคนจีนนำเข้ามา และรับจ้างชุบสีให้ล้งต่าง ๆ ตู้ละ ๑๒,๐๐๐-๑๕,๐๐๐ บาท โดยที่เจ้าของล้งก็ไม่ได้รู้หรอก ว่าสารที่ใช้นั้นเป็นสารอันตรายจนกระทั่งจีนตรวจพบ ท่านประธานคะ ในช่วงระยะเวลาที่จีน ประกาศและให้มีผลบังคับใช้มีระยะเวลาเพียงแค่ ๒ วันเท่านั้น ทำให้ผู้ประกอบการส่งออก ไม่สามารถหาใบรับรองผลการตรวจสารนี้ได้ทัน มีรายงานจากฝ่ายเกษตรกวางโจวได้รับแจ้ง จากศุลกากรหนานหนิงว่า เมื่อเช้าวันเสาร์ที่ ๑๑ มกราคมที่ผ่านมา GACC ได้สั่งการให้ ด่านศุลกากรจีนทุกด่านปฏิเสธการนำเข้าทุเรียนจากประเทศไทย หากไม่มีผลแล็บแนบมากับ ตู้ทุเรียน และมีสินค้าที่เข้าทางสนามบินหนานหนิงถูกปฏิเสธการนำเข้าแล้วค่ะ เมื่อเกิด เหตุการณ์แบบนี้ทำให้วงการการส่งออกทุเรียนทั้งระบบปั่นป่วนมาก เนื่องจากว่าทุเรียนไทย ที่ส่งไปประเทศจีนผ่านด่านทั้งทางบก ทางเรือ ทางอากาศ ก่อนวันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๖๘ ถูกตีกลับจากจีนแล้ว ๔ ตู้ และตกค้างอยู่ที่ด่านฝั่งไทยประมาณ ๑๐-๑๒ ตู้ รวมประมาณ ๑๖ ตู้ และทราบข่าวว่า ณ วันนี้ตู้ทุเรียนไทยที่ถูกตีกลับมาเนื่องจากไม่มีใบรับรองสาร Basic Yellow 2 ยังไม่สามารถนำกลับเข้ามาที่ไทยได้เลยเนื่องจาก อย. ยังไม่ให้เข้านะคะ ดิฉันจึงขอให้ท่านรัฐมนตรีช่วยเข้าไปดูแลเรื่องนี้ด้วยค่ะ เขาส่งไปก่อนในระหว่างทางที่จะมี การบังคับใช้สารนี้ เมื่อเข้าจีนไม่ได้ท่านต้องให้เขานำตู้ทุเรียนกลับเข้ามาที่ไทยได้ เขาอาจจะ นำมาขายในตลาดในประเทศก็ได้ก็จะทำให้เขาเสียหายน้อยลง ฉะนั้นในช่วงวันที่ ๑๐ ถึง วันที่ ๑๕ มกราคม มีความเสียหายไปแล้ว ๑๐๐ ล้านบาท ตู้ทุเรียนตู้หนึ่งก็ประมาณ ๕ ล้านบาท ส่งผลให้ล้งหยุดการรับซื้อไปก่อน ๕ วัน ทำให้ราคาร่วงจาก ๒๓๐-๒๔๐ บาท ไปอยู่ที่ราคา ๑๑๐-๑๒๐ บาทเท่านั้น ราคาลดลงไปครึ่งหนึ่งเลย แทนที่จะได้เงินเต็ม ๆ กลับกลายเป็นว่านี่ได้เงินครึ่งเดียวค่ะ ถ้าคิดมูลค่าความเสียหายซึ่งปกติในเดือนมกราคมจะมี ทุเรียนใต้ส่งออกไปจีนเฉลี่ยวันละ ๑๐ ตู้ หากไม่สามารถส่งออกไปได้จนถึงสิ้นเดือนมกราคม จะทำให้เสียโอกาสจากการส่งออกทุเรียนวันละ ๕๐ ล้านบาท ๑๕ วัน ก็ ๗๕๐ ล้านบาทแล้ว แล้วทุเรียนส่วนใหญ่ตอนนี้มาจากภาคใต้ทำให้ชาวสวนทุเรียนภาคใต้และผู้ประกอบส่งออก เดือดร้อนและตื่นตระหนกตกใจกันเป็นอย่างมาก ท่านประธานคะ ท่ามกลางความ ตื่นตระหนกตกใจที่ทุเรียนไทยถูกตีและล้งชะลอการรับซื้อออกไปก่อน เรายังคงพบว่าไทย ไม่เคยมีการตรวจรับรองสาร Basic Yellow 2 มาก่อนเลย ยังไม่รู้ว่าขั้นตอนเป็นอย่างไรบ้าง ได้ผลการตรวจรับรองไปแล้วจีนจะรับรองผลการตรวจนี้หรือไม่ รวมไปถึงระยะเวลาในการ ตรวจที่แล็บต้องใช้ระยะเวลาในการตรวจกี่วัน หากใช้เวลานานรวมกับระยะเวลาที่จีนแจ้งว่า จะสุ่มตรวจที่หน้าด่านทุกตู้โดยใช้ระยะเวลา ๗ วันทำการ เราลองมาคิดดูเล่น ๆ ว่าทุเรียน จากประเทศไทยจะไปถึงมือผู้บริโภคที่จีนกี่วันกันคะ เริ่มจากทุเรียนออกจากสวน ๑ วัน ล้ง Pack และปล่อยตู้ในวันที่ ๓ รอผลแล็บ ๓ วัน ใช้เวลาในการเดินทางไปจนถึงหน้าด่าน ๓ วัน เท่ากับ ๙ วันแล้ว รอตรวจที่หน้าด่าน ๗ วันทำการ วันหยุดไม่นับ เท่ากับต้องรอผล การตรวจที่หน้าด่านอีก ๙ วัน ๙ บวก ๙ เป็น ๑๘ วันแล้วค่ะ เดินทางจากด่านไปถึงตลาด ที่จีนอีก ๒ วัน รวมระยะเวลาทั้งสิ้นอยู่ในช่วง ๒๐ วัน ทุเรียนแตก เน่าเสีย เสียหายหมดแล้ว นี่ยังไม่นับรวมถึงทุเรียนของภาคตะวันออกที่จะออกเยอะในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือน พฤษภาคม ซึ่งจะออกวันละประมาณ ๖๐๐-๗๐๐ ตู้ ซึ่งช่วงระยะเวลาปกติก็มีปัญหาอยู่แล้ว มีปัญหารถติดที่หน้าด่านอยู่แล้ว หากว่ามีปัญหาที่จีนนี่ตรวจทุกตู้อีกจะมีระยะเวลา ๗ วัน ทำการในการตรวจ จะทำให้รถติดที่หน้าด่านยาวหลายสิบกิโลเมตรเหมือนตอนที่เราประสบ อยู่ในช่วงโควิดแน่นอนนะคะ นอกจากนี้เมื่อมีตู้ Container ไปติดค้างสะสมอยู่ที่หน้าด่าน หลายวัน จะทำให้เกิดปัญหาการขาดแคลนตู้ Container ตามมา ดังนั้นหากไม่รีบแก้ไข ปัญหานี้จะทำให้เกิดปัญหาตามมาหลายอย่าง และดิฉันเข้าใจว่าการแก้ไขปัญหานี้ต้องบูรณาการ กันหลายกระทรวง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวง การต่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพียงกระทรวงเดียว ไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้ แต่อย่างไรก็ดีดิฉันขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยเป็นอย่างสูง ที่กรุณามาตอบคำถามของดิฉันในวันนี้ และหวังว่าท่านจะเป็นเสมือนตัวแทนจากรัฐบาล มารับปัญหานี้ไปแล้วเร่งรัดแก้ไขให้ด้วยค่ะ

ดังนั้นคำถามที่ดิฉันจะถามท่านรัฐมนตรีคำถามแรกก็คือว่า ท่านรัฐมนตรี มีมาตรการในการควบคุมสารนี้อย่างไรไม่ให้มีการใช้สารนี้ในล้งต่าง ๆ จะมีเจ้าหน้าที่ไปตาม ตรวจที่ล้งด้วยหรือไม่ จะมีการตรวจสอบหรือไม่ว่าสารนี้ถูกนำมาใช้ได้อย่างไร ใครเป็นคน นำเข้ามา โรงงานผลิตอยู่ที่ไหน และมีมาตรการการลงโทษสำหรับผู้กระทำผิดอย่างไร และกระบวนการในการตรวจรับรองสาร Basic Yellow 2 นี้จะเริ่มตรวจรับรองได้เมื่อไร ใช้ระยะเวลาในการรอผลตรวจกี่วัน และในช่วงที่ทุเรียนออกเยอะ ๆ เช่นวันละ ๖๐๐ ตู้ จะตรวจทันหรือไม่ มีแล็บเพียงพอไหม และไม่ใช่แค่การรับรองให้มันผ่าน ๆ ไป เพราะว่า ถ้าจีนเขาตรวจเจอก็จะเกิดปัญหาว่าจีนก็จะไม่มั่นใจในการตรวจรับรองของเรา ก็จะทำให้ พังกันทั้งระบบ ขอทราบรายละเอียดสำหรับคำถามแรกนะคะ ขอบคุณค่ะ