จิตติพจน์ วิริยะโรจน์ เสนอความสำคัญของการปรับโครงสร้างหนี้และฟื้นฟูกิจการ เพื่อลดอัตราหนี้ครัวเรือนที่สูงซึ่งกระทบต่อเศรษฐกิจ และสนับสนุนการพิจารณาพระราชบัญญัติล้มละลายฉบับใหม่ที่จะเปิดโอกาสให้บุคคลธรรมดาและ SMEs ฟื้นตัวได้โดยไม่ต้องรอให้ล้มละลาย จิตติพจน์ วิริยะโรจน์ อภิปรายร่างกฎหมายฟื้นฟูกิจการโดยเสนอหมวดพิเศษสำหรับนิติบุคคล SMEs และเร่งด่วน เพื่อเพิ่มโอกาสในการฟื้นฟูและปรับปรุงโครงสร้างหนี้แทนการล้มละลาย
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดศรีสะเกษ ท่านประธานครับ ปัญหาหนี้เป็นปัญหาที่พวกเราทราบ กันดีว่าเป็นปัญหาที่บั่นทอนทั้งผู้ที่มีหนี้เอง แล้วก็บั่นทอนเศรษฐกิจของประเทศไทย อย่างหนัก ปัจจุบันนี้เรามีหนี้ครัวเรือนประมาณ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ก่อนหน้านี้ประมาณ กลางปี ๒๕๖๖ หนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีของเราอยู่ที่ประมาณ ๙๑ เปอร์เซ็นต์ หลังจากที่รัฐบาลนี้ เข้ามาดำเนินการบริหารหนี้ครัวเรือนก็มีการลดลงบ้างประมาณเปอร์เซ็นต์เศษ ปัจจุบันอยู่ประมาณ ๘๙.๕ ๘๙.๖ เปอร์เซ็นต์ แต่อัตราหนี้ครัวเรือนดังกล่าวก็ยังถือว่าเป็น อัตราหนี้ที่มีอัตราที่สูงมาก และเป็นอุปสรรคต่อเศรษฐกิจของประเทศไทย BIS ซึ่งเป็นองค์กร ระหว่างประเทศ Bank of International Settlements ก็เคยมีการศึกษาไว้ว่า ถ้าหากว่า เราสามารถลดหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีลงได้ ๑ เปอร์เซ็นต์ อัตราการเติบโตของจีดีพีจะเพิ่มขึ้น ๐.๑ เปอร์เซ็นต์ หรือถ้าคิดกันง่าย ๆ ถ้าอัตราหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีของเราลดจาก ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ลดลงเหลือ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ จีดีพีของเราจะโตเพิ่มขึ้นจากที่ควรจะเป็นนี้ จะเพิ่มขึ้นอีก ๑ เปอร์เซ็นต์ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งนะครับ ถ้าประเทศไทยในปีที่แล้วมีอัตรา จีดีพีโต ๒.๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วเราสามารถปรับโครงสร้างหนี้ครัวเรือนได้ ให้หนี้จาก ๙๐ เปอร์เซ็นต์ เหลือ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ จีดีพีเราจะโตเพิ่มขึ้นอีก ๑ เปอร์เซ็นต์ ก็กลายเป็น ๓.๕ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นในเรื่องของการปรับโครงสร้างหนี้ การฟื้นฟูกิจการลูกหนี้ต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่เราจะต้องมีการ ปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการล้มละลายเพื่อเปิดช่องให้มีการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ซึ่งก็เป็น นิมิตหมายอันดีที่เพื่อนสมาชิกฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล และตัวรัฐบาลเองก็ได้ยื่นกฎหมาย เกี่ยวกับพระราชบัญญัติล้มละลายฉบับนี้เข้าสู่การประชุมของสภาผู้แทนราษฎร สาเหตุ ที่พวกเราต้องมาพูดถึงการฟื้นฟูกิจการ ก็เนื่องจากว่า ไม่ว่าจะเป็นกิจการที่เป็นนิติบุคคลก็ดี หรือบุคคลธรรมดาก็ดี ถ้าหากว่าปล่อยให้ล้มละลายเสียแล้วโอกาสที่จะฟื้นกลับขึ้นมา อีกครั้งหนึ่งทำได้ยาก เหมือนกับคนที่ยังป่วย ถ้าปล่อยให้ป่วยหนักจนอยู่ไม่ได้เราก็คงจะใช้ ประโยชน์อะไรไม่ได้ แต่ถ้าหากว่าก่อนที่เขาจะป่วยหนักนี่เรามีมาตรการฟื้นฟูสมรรถภาพ ของร่างกาย มีการรักษาดูแลที่ดี ก็จะทำให้ประชาชนที่เป็นหนี้หรือ SMEs ที่อาจจะต้องปิด กิจการไปเพราะไม่สามารถชำระหนี้ได้สามารถทำธุรกิจต่อได้ ก็จะทำให้กิจการที่ต่อเนื่อง ไม่เสียหาย เพราะว่าการที่ SMEs หรือผู้ประกอบการรายย่อยหรือรายใหญ่ก็ตามถ้าหากล้ม ไปรายหนึ่งผลกระทบไม่ได้มีเฉพาะต่อ SMEs หรือผู้ประกอบการรายนั้นเท่านั้นนะครับ แต่ยังกระทบเป็นลูกโซ่อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นคู่ค้าหรือผู้ที่ทำงานใน SMEs นั้น ๆ แม้แต่ในแง่ บุคคลธรรมดาก็ตาม โดยเฉพาะบุคคลธรรมดาที่เป็นเพื่อนข้าราชการถ้าหากถูกฟ้อง ล้มละลายแล้วศาลตัดสินก็อาจจะต้องถูกออกจากราชการทำให้เดือดร้อนกันไปทั่ว เมื่อมีพระบัญญัติฉบับนี้เข้ามาสู่การพิจารณา ประชาชนคนธรรมดา จะเป็นข้าราชการก็ดี หรือเป็นบุคคลใด ๆ ก็ดี ที่มีหนี้สินตั้งแต่ ๑๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป ตอนนี้ไม่ต้องรอให้ล้มละลาย แต่มีโอกาสที่จะฟื้นฟูกิจการได้ ซึ่งพระราชบัญญัติที่ ครม. เสนอเข้ามามีหมวดที่เกี่ยวข้องกับ เรื่องของการฟื้นฟูกิจการของบุคคลธรรมดาโดยทั่วไป ก็จะเป็นประโยชน์ต่อบุคคลธรรมดา เป็นอย่างยิ่ง
นอกจากนี้ยังมีการบัญญัติหมวดพิเศษว่าด้วยนิติบุคคลที่เป็น SMEs ก็จะมี การแยกต่างหาก ทำให้มีความสะดวกยิ่งขึ้น เพราะว่าแต่เดิมพอรวม ๆ กันไป SMEs ก็รวม กับบริษัทใหญ่ ๆ เราก็จะพบอย่างที่มีการอภิปรายก่อนหน้านี้ว่า SMEs มักจะไม่ได้รับการ ฟื้นฟูกิจการ ไม่ได้รับการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ แต่เมื่อกฎหมายเปิดช่องไว้ต่อไป SMEs ที่ติดหนี้ตั้งแต่ ๑ ล้านบาทขึ้นไปก็จะมีโอกาสได้ฟื้นฟูกิจการ แล้วก็ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ได้ดี ยิ่งขึ้นตามที่ได้มีการบัญญัติไว้ในร่างทั้ง ๓ ร่างนะครับ นอกจากนี้ในร่างทั้ง ๓ ร่าง ยังมีหมวดพิเศษว่าด้วยการฟื้นฟูกิจการเป็นการเร่งด่วน เนื่องจาก การฟื้นฟูกิจการนั้นในบางครั้งถ้าฟื้นฟูกิจการช้าเกินไปคนที่ป่วยธรรมดาก็จะกลายเป็น ป่วยหนักหรือต้องเสียชีวิตในที่สุด แต่ถ้าหากว่าเรามีวิธีการรักษาโดยการเร่งด่วน มีห้อง ICU ที่จะดูแลเขาอย่างรวดเร็ว โอกาสที่บุคคลธรรมดาหรือ SMEs แทนที่จะต้องล้มหาย ตายจากไป ต้องล้มละลายไป แต่เมื่อกฎหมายที่ร่างเข้ามาเปิดช่องให้มีการฟื้นฟูกิจการ เป็นการเร่งด่วน ก็จะช่วยกลุ่มบุคคลต่าง ๆ เหล่านี้ได้เช่นเดียวกัน
กล่าวโดยสรุปนะครับ ร่างทั้ง ๓ ร่างที่มีการยื่นเข้ามามีการปรับปรุงในเรื่อง ของการฟื้นฟูกิจการทั้งบุคคลธรรมดา ทั้ง SMEs แล้วก็เปิดช่องให้มีการฟื้นฟูกิจการ เป็นการเร่งด่วน โดยหลักการแล้วผมถือว่ากฎหมายนี้เป็นกฎหมายที่สมควรที่จะสนับสนุน สมควรที่สภาแห่งนี้จะได้รับเข้าพิจารณาและปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นครับ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ