ชนินทร์ เสนอร่าง พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิต ยกระดับสุราชุมชนสู่ Soft Power

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๑๕ มกราคม ๒๕๖๘

ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รายงานต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเกี่ยวกับการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต โดยชี้แจงเหตุผลที่ไม่ได้รับหลักการร่างสุราก้าวหน้าเนื่องจากกังวลต่อผลกระทบทางสังคมและการลักลอบผลิต พร้อมขอบคุณคณะกรรมาธิการวิสามัญ รัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำหรับการเร่งดำเนินการและลงพื้นที่ศึกษาดูงานเพื่อหาแนวทางแก้ไขที่เหมาะสม ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ ยืนยันการแก้ไขกฎหมายผลิตสุราโดยเน้นไม่เลือกปฏิบัติ สนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยและสหกรณ์ให้ขอใบอนุญาตได้ครอบคลุมทุกประเภท พร้อมยืนยันว่าการควบคุมผลกระทบทางสังคมยังคงอยู่ และชี้แจงว่าร่างกฎหมายนี้จะส่งเสริม 4 นโยบายรัฐบาล ได้แก่ ลดการผูกขาด, ส่งเสริมแปรรูปผลผลิตเกษตร, สร้างรายได้ส่วนเพิ่มให้แก่รัฐผ่านภาษี และการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการทำถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากนี้ ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ เสนอร่างพระราชบัญญัติเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมสร้างสรรค์และ Soft Power โดยมุ่งเน้นการยกระดับการผลิตสุราชุมชนให้เป็นองค์ประกอบสำคัญในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยว เศรษฐกิจอาหาร และอุตสาหกรรมอาหาร เพื่อสร้างรายได้และชื่อเสียงให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักในระดับสากล

นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียน ประธานสภาผู้แทนราษฎรครับ กระผม ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ ประธานคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขอรายงานต่อ ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรดังนี้ครับ

ตามที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๒๔ สมัยสามัญ ประจำปีครั้งที่หนึ่ง วันพุธที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๖๗ และครั้งที่ ๒๘ สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่หนึ่ง วันพุธที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๖๗ ได้พิจารณาและลงมติรับหลักการแห่งร่าง พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เสนอโดยผม นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ กับคณะ และร่างที่เสนอโดยท่าน สส. ศิริวรรณ ปราศจากศัตรู กับคณะ และตั้งกรรมาธิการ วิสามัญขึ้นคณะหนึ่งเพื่อพิจารณาโดยกำหนดการแปรญัตติภายใน ๑๕ วัน โดยให้ถือเอา ร่างพระราชบัญญัติของนายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ กับคณะ เป็นหลักในการพิจารณานั้น บัดนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเสร็จแล้ว โดยคณะกรรมาธิการวิสามัญได้ให้ความสำคัญและนำคำอภิปรายของสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรในวาระที่หนึ่งชั้นรับหลักการ รายงานผลการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์ ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากร่างกฎหมายของร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เสนอโดยท่าน สส. เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร และคณะ ในส่วนที่มีหลักการเดียวกัน มาประกอบการพิจารณา ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๗๗ วรรคสอง และประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการการรับฟังความคิดเห็น และการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดยสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร หรือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒ วรรคสอง และได้นำเอาความเห็น ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประกอบการพิจารณาโดยละเอียดรอบคอบ ผมขออนุญาตให้ ข้อมูลเพิ่มเติมแก่เพื่อนสมาชิกในสภาผู้แทนราษฎรอย่างนี้ครับว่า ในวันที่ ๒ ตุลาคมนั้น เรามีการลงมติพิจารณาทั้งหมด ๓ ร่าง คือร่างที่เสนอโดยพรรคเพื่อไทย ชื่อร่างสุราชุมชน ร่างที่เสนอโดยพรรครวมไทยสร้างชาติ หรือร่างสุรารวมไทย และร่างที่เสนอโดย พรรคประชาชนก็คือร่างสุราก้าวหน้า ทั้ง ๓ ร่าง มีจุดมุ่งหมายในทางเดียวกันที่จะส่งเสริม การเข้าถึงใบอนุญาตของผู้ประกอบการรายย่อยให้มีโอกาสในการทำธุรกิจมากขึ้น แต่แตกต่างในประเด็นเดียวก็คือร่างสุราก้าวหน้ามีการปรับเปลี่ยนหลักการให้การขออนุญาต สำหรับการถือครองเครื่องกลั่นสุราหรือผลิตสุราจะกระทำก็ต่อเมื่อเป็นการกระทำเพื่อการค้า เท่านั้น ซึ่งนำมาซึ่งการอภิปรายในวาระที่หนึ่งของเพื่อนสมาชิกในที่นี้ครับถึงความกังวล ในผลกระทบต่อสังคมและการควบคุมการผลิตสุราที่อาจจะมีการลักลอบผลิตโดยอ้างว่า ไม่ได้เป็นการทำเพื่อการค้า ด้วยเหตุผลนั้นครับในวันนั้นเราจึงมีการรับหลักการ ๒ ร่างครับ ก็คือร่างสุราชุมชนและสุรารวมไทย และมิได้รับหลักการร่างสุราก้าวหน้าครับ แต่อย่างไรก็ตาม ก็ต้องขอขอบคุณกรรมาธิการทุกท่านจากทุกพรรคการเมืองที่เข้ามาร่วมเป็นองค์ประกอบ ในการประชุมครับ แล้วก็ได้ให้ความร่วมมือในการทำงานกันอย่างเข้มข้น ทำให้การพิจารณา กฎหมายฉบับนี้ของเราสามารถหาข้อยุติได้อย่างรวดเร็ว เราประชุมไปทั้งหมด ๑๐ ครั้ง แล้วก็นำมาสู่การนำเสนอรายงานในสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ แล้วก็ต้องขอขอบคุณทาง รัฐบาลที่ให้ความร่วมมือในการประชุม แล้วก็ทำงานคู่ขนานนำมาสู่การเสนอปรับแก้ กฎกระทรวงในบางประเด็นที่สามารถดำเนินการได้ก่อน แล้วก็เชื่อว่าไม่ต้องรอให้กฎหมาย ฉบับนี้ผ่านจะมีการปรับปรุงกฎกระทรวงช่วยเหลือพี่น้องที่อยากจะประกอบธุรกิจในการ ผลิตสุราได้มีโอกาสในการทำธุรกิจเพิ่มมากขึ้น แล้วผมก็เชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าหากกฎหมายนี้ ผ่านทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาก็จะมีการแก้ไขกฎกระทรวงทั้งฉบับเพื่อให้สอดคล้อง กับการแก้ไขพระราชบัญญัติต่อไป นอกจากนี้คณะกรรมาธิการได้เดินทางไปศึกษาดูงาน เพื่อรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการผลิต สุรา มาตรการควบคุมทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การดำเนินกิจการผลิตสุราของผู้ประกอบการ รายย่อยและผู้ประกอบการผลิตสุราชุมชนของสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชน เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ให้มีความเหมาะสมมากขึ้นครับ โดยครั้งที่ ๑ เราได้เดินทางไปในวันที่ ๔-๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ณ จังหวัดชัยภูมิและโคราช ในครั้งที่ ๒ วันที่ ๑๓-๑๕ ธันวาคม ๒๕๖๗ ที่จังหวัดแพร่และจังหวัดน่าน คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้โดยแก้ไขเพิ่มเติมความ ในประเด็นต่าง ๆ โดยนำเอารายละเอียดร่างของท่าน สส. ศิริวรรณ มาร่วมพิจารณาและ บัญญัติในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ด้วย ซึ่งมีสาระสำคัญเพื่อกำหนดกรอบในการออก กฎกระทรวงเกี่ยวกับการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการขออนุญาตและการ ออกใบอนุญาตผลิตสุราหรือมีเครื่องกลั่นสำหรับผลิตสุราไว้ในครอบครอง โดยสาระสำคัญ มี ๒ ประเด็นครับ

ประเด็นแรก ก็คือการให้ใบอนุญาตไม่สามารถนำหลักเกณฑ์ใด ๆ มาใช้ ในลักษณะที่เป็นการเลือกปฏิบัติหรือผูกขาดทางเศรษฐกิจโดยไม่เป็นธรรม หรือสร้างภาระ เกินสมควรแก่ผู้ขออนุญาต

ประเด็นที่ ๒ จะต้องมีการสนับสนุนให้สหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน องค์กรเกษตรกร หรือผู้ประกอบการรายย่อยสามารถขอรับใบอนุญาตผลิตสุราเพื่อการค้าได้ โดยสามารถทำสุราได้ทุกประเภทอาจจะมีสีหรือมีกลิ่นด้วยก็ได้

สุดท้ายครับ ผมขอให้ความมั่นใจกับสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ในการลงมติ หลังจากนี้ว่าการดำเนินการของกรรมาธิการชุดนี้ดำเนินการตามอำนาจที่สภามอบให้ โดยไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนหลักการ แล้วก็ยังคงไว้ถึงข้อห่วงใยของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ว่าการขออนุญาตในการผลิตสุราหรือถือครองเครื่องกลั่นสุรานั้นจำเป็นจะต้องมีการควบคุม ผลกระทบทางสังคมด้วย ดังนั้นก็ให้การยืนยันครับว่าการแก้ไขครั้งนี้ไม่ใช่การปรับเปลี่ยน ให้เป็นการผลิตสุราโดยเสรีแบบไม่ต้องขออนุญาต แล้วก็ไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนไปตาม หลักการของร่างสุราก้าวหน้าที่ให้การขออนุญาตทำเฉพาะเพื่อการค้าเท่านั้น แต่ยังคงไว้ เหมือนเดิมว่าการขออนุญาตผลิตหรือการถือครองจำเป็นจะต้องมีการแจ้งให้หน่วยงาน รัฐทราบ และท้ายที่สุดในฐานะประธานคณะกรรมาธิการผมขอให้ความชัดเจนว่าการแก้ไข พระราชบัญญัติครั้งนี้จะส่งเสริมนโยบายรัฐบาลที่ประกาศไว้โดยท่านนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร ใน ๔ ประเด็นครับ

ประเด็นแรก จะส่งเสริมการลดการผูกขาดสำหรับการประกอบธุรกิจผลิตสุรา และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรายย่อย โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการทำธุรกิจอย่างถูกต้องตาม กฎหมายมีโอกาสในการเข้าถึงใบอนุญาตและมีอาชีพที่ถูกต้องเสียภาษีให้แก่รัฐ

ประเด็นที่ ๒ จะส่งเสริมการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรในประเทศ ยกระดับและเพิ่มโอกาสให้พี่น้องเกษตรกรไทยมีช่องทางในการแปรรูปผลผลิตทาง การเกษตรเป็นสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นได้

ประเด็นที่ ๓ จะสร้างรายได้ส่วนเพิ่มให้แก่รัฐโดยการนำผลผลิตหรือว่า ผลิตภัณฑ์ที่ทำโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมายกลับขึ้นมา โดยมีการกำกับดูแลของรัฐ เสียภาษี ถูกต้องและเปิดโอกาสในการขยายระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยสืบเนื่องต่อไป

ประเด็นสุดท้ายครับการแก้ไขครั้งนี้จะส่งเสริมเรื่องวัฒนธรรมสร้างสรรค์ สร้างเสน่ห์ สร้าง Soft Power ให้กับประเทศเพิ่มเติมครับ โดยนำเอาวัฒนธรรมการผลิตสุรา ชุมชนที่อยู่ควบคู่กับพี่น้องประชาชนคนไทยมาแต่ช้านาน มายกระดับและต่อยอดเพื่อเป็น องค์ประกอบหนึ่งในการส่งเสริมการท่องเที่ยว แล้วก็สร้างเศรษฐกิจส่วนเพิ่ม ส่งเสริม อุตสาหกรรมอาหารให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ได้รับการยอมรับ และเป็นที่รู้จักของ นานาชาติมากขึ้น

คณะกรรมาธิการวิสามัญจึงขอเสนอรายงาน พร้อมร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งมีรายละเอียดดังกล่าวดังที่ผมกล่าวต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรไปแล้วเพื่อให้ได้รับ พิจารณาต่อไป ขอบคุณครับ